แบงค์-วรวุฒิดีกรีทีมชาติ ขยี้คนวิ่งออกกำลังกาย วัดแอลกอฮอล์ ได้ 184 ร่ำไห้ -เลิกดื่มตลอดชีวิต ฉลามชลแถลงขอโทษ
‘แบงค์’ วรวุฒิ สุขุนา นายทวารทีมชลบุรีเอฟซี ดีกรีทีมชาติ เมาขับเก๋งหลุดโค้งชนหญิงวัย 62 ปี ที่มาเดินออกกำลังกายตอนเช้าเสียชีวิต ชายอีกคนเจ็บสาหัสบนถนนเลียบชายทะเลเมืองชลบุรี วัดปริมาณแอลกอฮอล์พุ่งถึง 184 ม.ก.% ผกก.เมืองชลฯ สอบสวนเอง ตั้งข้อหาเมาแล้วขับ ชนคนตาย นักบอลหนุ่มร่ำไห้ ไหว้ขอโทษ บอกผิดไปแล้ว ประกาศไม่ขอดื่มเหล้าตลอดชีวิต แต่ยังให้การภาคเสธ ด้านสโมสรชลบุรีต้นสังกัดออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจกับครอบครัว ผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ขอโทษประชาชน ยืนยัน ไม่ปกป้องลูกทีม และไม่ส่งนักเตะลงเล่นจนกว่าคดีจะสิ้นสุด แต่ไม่ไล่พ้นทีมตามกระแสโซเชี่ยล ชี้เป็นการซ้ำเติม-ทำลายโอกาสเด็ก
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 26 ต.ค. ร.ต.ท. นนทนันท์ นวนงาม รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีรถชนคนเดินออกกำลังกายบนสะพานใหม่ตอนที่ 2 ถนนเลียบชายทะล ต.บ้านโขด อ.เมือง จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม พบศพ น.ส.กัญญา พงษ์หัสส์บรรณ อายุ 62 ปี สวมชุด ออกกำลังกาย สภาพขาขวาหัก ศีรษะแตก มันสมองกระจาย นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกรายชื่อ นายพงษ์ ขาขวาหัก กู้ภัยนำส่ง ร.พ.ชลบุรี พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน กจ-8061 มหาสารคาม สภาพด้านหน้ามีรอยชน ท้ายรถพังยับเยิน โดยมีนายวรวุฒิ สุขุนา อายุ 23 ปี หรือแบงค์ นักฟุตบอลระดับเยาวชนทีมชาติไทย และเป็นผู้รักษาประตู ทีมฟุตบอลชลบุรีเอฟซี อยู่ในสภาพคล้ายคนเมา บอกว่าเป็นคนขับ ตำรวจเป่าตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ได้ 184 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ยอมเซ็น รับทราบ
สอบถาม นายเสวต จีวัชรินทร์ ที่มาเดินออกกำลังกาย เป็นคนเห็นเหตุการณ์เผยว่า รถเก๋งคันดังกล่าวขับมาเร็วมากได้ยินเสียงดัง พอหันไปเห็นรถหมุนเฉี่ยวชนฟุตปาธ ไฟแตกกระจาย ตนจึงเอียงตัวหลบข้างสะพาน ส่วนผู้ตายและผู้บาดเจ็บนั้น เดินอยู่ บนถนนข้างทางปั่นรถจักรยาน
ต่อมา นายศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี ต้นสังกัด กับนายเฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว อายุ 36 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และเป็นกองหลัง ทีมชลบุรีเอฟซีเช่นเดียวกัน ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเเนอร์สีขาว เดินทางมาที่เกิดเหตุ พยายามจะพานายวรวุฒิ ขึ้นรถออกไปจากที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจและกู้ภัยได้ขวางไว้ไม่ให้ไป ทำให้ นายเฉลิมพงษ์ ที่เหมือนอยู่ในอาการเมาโวยวายพูดจาหาเรื่องกู้ภัย และตำรวจสายตรวจที่มาคุมสถานการณ์ และทำท่าจะเข้ามาชก แต่ตำรวจ หลบทัน กู้ภัยและชาวบ้านจึงเข้าล็อกตัว พูดให้สงบสติอารมณ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายวรวุฒิไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมาขับ – ตำรวจเข้าคุมตัวนายวรวุฒิ สุขุนา อายุ 23 ปี ผู้รักษาประตูชลบุรีเอฟซี ดีกรีทีมชาติไทย เมาแล้วขับรถชนคนเดินออกกำลังกายเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ที่ถนนเลียบชายทะล ต.บ้านโขด อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 26 ต.ค.
จากนั้น พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้เข้าสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง โดยนายวรวุฒิอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ ร้องไห้สะอื้นตลอดเวลา โดยได้ยกมือไหว้ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่า “ผิดไปแล้ว และขอจะไม่ดื่มเหล้าอีกตลอดชีวิต”
พ.ต.อ.นิทัศน์เปิดเผยว่า เบื้องต้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาขับขี่รถในขณะ เมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและสาหัส ทางพนักงานสอบสวนสอบปากคำ ผู้ต้องหายังคงขอให้การภาคเสธ โดยขอไปให้การกับทนายและในชั้นศาล ส่วนเรื่องมีการขัดขืนและมีปากเสียงกับตำรวจและกู้ภัย ทางกลุ่มผู้ต้องหานั้นอ้างว่าเพียงต้องการ เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ได้เอาตัวหนีไป ซึ่งทางตำรวจก็ไม่ได้ติดใจอะไร และมีการพูดคุยขอโทษกันแล้ว
ด้านนายศศิศผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี ได้กล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอโทษแฟนบอลชลบุรีและแฟนบอลคนไทย และทางสโมสรได้วางมาตการและระเบียบใหม่ของทีมเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หลังจากทราบเรื่อง ที่เกิดขึ้น เราได้ติดต่อกับครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ และได้มีการพูดคุยกับหัวหน้า ผู้ฝึกสอน สะสม พบประเสริฐ รวมถึงผู้บริหารของทีม ในการวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีก นอกจากนี้ยังได้วางกฎของสโมสรเพิ่มเติมเพื่อกำชับระเบียบวินัยของนักเตะด้วย
นายศศิศกล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของสโมสรเรา แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งกับคนอื่นๆ หรือนักเตะของสโมสรอื่น ดังนั้นตัวนักเตะเองต้องรู้ด้วยตัวเองว่าเมื่อคิดจะดื่มต้องไม่ขับ เมื่อรู้แล้วแต่ยังเลือกที่จะขับรถอยู่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ ยืนยันว่าจะให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ขณะที่ในส่วนของสโมสรมีกฎคือ การหักเงินเดือน การห้ามเข้าร่วมกับทีม ไม่ส่งชื่อลงเล่นจนกว่ากระบวนการทางกฎหมายจะสิ้นสุด
“ผมเห็นหลายคอมเมนต์ในแฟนเพจของสโมสรเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญา ซึ่งเรื่องนี้ ในต่างประเทศคงมีหลายสโมสรตัดสินใจแบบนั้น แต่ในมุมของสโมสร เมื่อมีกฎ ก็จะยึดตามกฎของเรา เด็กเรา เมื่อทำผิดกฎหมายต้องรับผลทางกฎหมาย นักเตะของเราเพิ่งอายุ 23 ปีเท่านั้น ถ้าหากเลือกที่จะตัดเขาทิ้งไปเลย นั่นหมายความว่าเราอาจจะตัดอนาคตของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขาบ้าง ผมหวังว่าเรื่องแบบนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับนักเตะหรือทุกคนได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิต ดูไว้เป็นบทเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องดื่ม ต้องรู้ตัวเองว่า ไม่สามารถขับขี่รถได้” นายศศิศกล่าว
วันเดียวกัน สโมสรชลบุรี เอฟซี ได้ออก แถลงการณ์ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันไม่ปกป้อง คนผิด โดยระบุว่า สโมสรขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว คุณกัญญา พงษ์หัสส์บรรณ ผู้เสียชีวิต และ คุณพงษ์ ผู้บาดเจ็บอย่างสุดซึ้ง ทันทีที่ทราบข่าวเหตุการณ์ ทางผู้บริหารทีม และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือกัน โดยมีมาตรการดังนี้
ผู้บริหาร และทางสโมสร ชลบุรี เอฟซี พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ และเยียวยาผู้บาดเจ็บ ที่กำลังพักรักษาตัวที่ ร.พ.ชลบุรี และผู้เสียชีวิต อย่างเต็มที่, สโมสรขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย การกระทำของ นายวรวุฒิ ผู้รักษาประตูสโมสรชลบุรี เอฟซี กรณีอุบัติเหตุที่มาจากเมาแล้วขับรถชน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต เนื่องจากเราเป็นสโมสรกีฬาฟุตบอลที่มีควา มมุ่งหวังจะทำให้คนชลบุรี มีร่างกายแข็งแรง ปลอดโรค และพฤติกรรมการเมาและขับ สวนทางกับเจตนารมณ์ที่เรามี อีกทั้งยืนยันว่าจะควบคุมดูแลไม่ให้นักฟุตบอล รวมไปถึงบุคลากรในสโมสรก่อเหตุเมาแล้วขับ จนเกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้อีกต่อไป
สโมสรขอแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยืนยันจะไม่ปกป้องคนกระทำความผิด พร้อมให้ความร่วมมือต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย อีกทั้งจะไม่ส่งนายวรวุฒิ ลงสนามในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก จนกว่าคดีจะสิ้นสุด และได้รับโทษตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายเฉลิมพงษ์ นักฟุตบอลของทีมอีกคนที่มีข่าวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสโมสรจะตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยในเบื้องต้นสโมสรยืนยันจะไม่ส่งลงสนามจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่