ส่งฟ้องล็อตแรก-48ฉี่ม่วง สารภาพแค่ 7โทษรออาญา สตม.เล็ง-เนรเทศทั้งหมด
บช.น.เร่งสอบสวนขยายผลหา ตัวเจ้าของผับคนจีนตัวจริง พร้อมตรวจสอบสัญญาซื้อขายและเช่ารถหรู 35 คันที่อายัดไว้ เบื้องต้นยังไม่มีผู้แสดงตัว เป็นเจ้าของ ส่วนผู้ต้องหาที่เสพยาล็อตแรกนำตัวให้อัยการส่งฟ้อง 4 คน แต่พอถึงศาลสารภาพแค่ 7 โดนโทษจำคุก 1-2 เดือน ปรับ 2-8 พัน แต่โทษจำคุกให้รออาญา 2 ปี ด้านสตม.เล็งดำเนินคดีและผลักดันชาวจีนที่ถูกจับมั่วสุมในสถานบริการออกนอกประเทศ ปธ.ยุทธศาสตร์ฯ พปชร. ‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ ยอมรับนอมินีเจ้าของผับย่านยานนาวาเคยบริจาคเงิน 3 ล้านสนับสนุนพรรคจริง ยันไม่มีใครรู้จักเป็นส่วนตัว ระบุเป็นเงินที่เข้ามาตามประตูที่กกต.กำหนด
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน เปิดเผยกรณีนายทุนจีนลักเปิดสถานบริการให้นัก ท่องเที่ยวมั่วยาเสพติด ในท้องที่สน.ยานนาวา ถูกตำรวจบช.น.บุกทลายจับกุมนักท่องราตรีได้กว่า 200 คน จากการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายพบว่า 104 รายเสพยาเสพติดว่า กรณีการตรวจสอบรถยนต์หรู 35 คัน ที่ตำรวจยึดไว้นั้นจะตรวจสอบสัญญาการซื้อขายและการเช่าซื้อว่าถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้น พบเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล และบางส่วนเป็นรถยนต์เช่าที่มาส่งลูกค้าชาวจีนในสถานที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด เนื่องจากพบรายชื่อเจ้าของรถ หรือผู้ครอบครอง เป็นเอกสารสัญญาภาษาจีน ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้รถส่วนบุคคล รถเช่า และกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวจีน อยู่ระหว่างตรวจสอบขยายผลการตรวจสอบกรณีดังกล่าว แต่ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีบุคคลมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรับรถยนต์คืน
ด้านพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. กล่าวว่า ส่วนข้อมูลการสืบสวนขยายผล เกี่ยวกับตัวเจ้าของสถานที่ดังกล่าว บก.สส.บช.น. อยู่ระหว่างการขยายผลว่า เจ้าของสถานบันเทิงดังกล่าวเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงอื่นหรือไม่ ที่มีการให้ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์พาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดๆ โดยตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ ส่วนประเด็นที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวเปิดเผยรายชื่อกลุ่มทุนจีนนั้น ตำรวจนครบาลยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสาน ผู้เชี่ยวชาญให้มาเปิดตู้เซฟจำนวน 5 ตู้ ที่ยึดได้ เพื่อตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
“จากการส่งไปตรวจสอบสารเสพติด พบว่า มีสารเสพติด 78 คน จาก 104 คน ส่วนที่เหลือให้การปฏิเสธก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้จัดการอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนการติดต่อเจ้าของตู้เซฟดังกล่าวมาเป็นพยานนั้น ต้องเชิญมาอยู่แล้วระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญเปิดตู้เซฟดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบชาวจีนนั้น ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ว่ามีความผิดหรือไม่ เนื่องจากบางส่วนก็เดินทางเข้ามาโดยถูกกฎหมาย” รองผบช.น. กล่าว
ด้านพ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ รอง ผบก.น. 6 ในฐานะรักษาราชการแทนผกก.สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า เบื้องต้น โรงพยาบาลทั้ง 4 แห่งได้ส่งผลตรวจนักเที่ยวชาวจีนที่ปัสสาวะเป็นสีม่วงอย่างเป็นทางการกลับมาแล้ว พบว่ามีผู้ที่เสพยาเสพติดประเภทเคตามีนจำนวน 78 คน จึงเตรียมนำตัว ผู้ต้องหาจำนวน 48 คน ไปส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครใต้ในเช้าวันเดียวกันนี้ ในข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนผู้ต้องหาอีก 30 คน ให้การปฏิเสธเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันต่อไป
พ.ต.อ.ณัฐพลเปิดเผยว่าสำหรับนักเที่ยวและผู้ต้องหาที่ตรวจไม่พบสารเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทุกคนไปควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู โดยตม.จะต้องเร่งตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าออก พาสปอร์ต และวีซ่า รวมถึงประวัติข้อมูลเชิงลึกกับทางสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการดำเนินการหลังจากนี้ หากพบว่าคนใดอยู่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือมีคดีติดตัว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและทำประวัติผลักดันกลับประเทศ ส่วนบุคคลใดที่อยู่โดยถูกต้องตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะทำประวัติและปล่อยตัวไป แต่ทราบว่าขั้นตอนในส่วนนี้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบค่อนข้างนาน เพราะต้องยืนยันข้อมูลจากประเทศต้นทาง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่ในขั้นตอนนี้จะมีผลดีคือหากพนักงานสอบสวนต้องการสอบปากคำในประเด็นใดก็สามารถดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติมได้
ส่วนการยืนยันตัวบุคคลผู้จัดการของผับ ดังกล่าว ซึ่งตำรวจสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ พ.ต.อ.ณัฐพล กล่าวว่าจากการสอบปากคำพยานหลายปากยังคงให้การไม่เป็นประโยชน์ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการสื่อสารทางด้านภาษา จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตม. ช่วยเป็นล่ามในการแปลภาษาให้ และจะต้องสอบปากคำซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน แต่มีพยานบางส่วนที่พอจะยืนยันได้ว่าผู้จัดการร้านที่ตำรวจจับกุมตัวได้คือผู้ดูแลร้านตัวจริง ส่วนการขยายผลไปยังเจ้าของร้านตัวจริงขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานในช่องทางอื่น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ทั้งนี้ ระหว่างผู้สื่อข่าวกำลังเก็บภาพพบว่าญาติของผู้ต้องหารายหนึ่งผลักประตูกระจกใส่นักข่าวและช่างภาพ เหมือนเป็นการตั้งใจให้ถูกกล้องของช่างภาพ ก่อนที่จะชูนิ้วกลางแสดงความไม่พอใจ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะแจ้งให้ทราบว่า หากทำอีกจะดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์
ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. เปิดเผยว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเข้มข้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางวีซ่าแบบใดก็ตาม การที่ไปรวมกันหรือไปเที่ยว อย่างเคสนี้ที่พบมียาเสพติดเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน และทีมงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 ที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปทำงานร่วมกับตำรวจนครบาล
พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่าตอนนี้ในการดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องประมาณ 268 คนที่อยู่ในเครือข่าย โดยแยกเป็นพฤติการณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ตรวจปัสสาวะ แยก ผู้ที่มาเที่ยวและไม่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการในส่วนนครบาลและสตม. อะไรที่เป็นความผิดให้ทำรายงานการสืบสวนมายังสตม. เพื่อดำเนินการตามพฤติการการกระทำความผิด ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดคนเหล่านี้ก็ต้องถูกเพิกถอนและผลักดัน สำหรับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะต้องมาดูว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดส่วนใดก็จะนำมาพิจารณาโทษต่อไป
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เปิดเผย กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแถลงข่าวเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการเอาผิดนักธุรกิจ ชาวจีนเข้ามาเปิดสถานบันเทิงมั่วสุมยาเสพติดในประเทศไทย พร้อมเตรียมยื่นข้อมูลเกี่ยวกับนายทุนจีนสีเทาและผู้รับผลประโยชน์ ว่า นายชูวิทย์ได้โทรศัพท์แจ้งว่าจะส่งข้อมูลมาให้ คาดว่าวันนี้ข้อมูลดังกล่าวจะมาถึงตน ซึ่งจะเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของชาวจีนเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่นำยาเสพติดเข้ามาด้วย ซึ่งการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ยิ่งมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่ละเว้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้เรียกประชุมทีมสืบสวน พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ทั้งในพื้นที่บช.น.และพัทยา ตรวจสอบตัวเจ้าของกิจการว่ามีการเข้า-ออกประเทศอย่างถูกต้องหรือไม่ ใช้วีซ่าอะไร รวมทั้งขั้นตอนการเปิดบริษัทมีการใช้นอมินีอย่างไร ซึ่งตำรวจจะไล่ตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงเส้นทางยาเสพติดด้วย
“วันนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวการกระทำผิดของคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในลักษณะให้มีการฝากยาเสพติดได้ อันนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสแล้ว ยังมีลักษณะเป็นบ่อนการพนัน แล้วก็มีผู้เสียชีวิตจากยาเสพติด อีกส่วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับผกก.สถานีตำรวจท้องที่ รองผกก.ปราบปราม ต้องตรวจสอบว่าอยู่อย่างไรทำไมไม่รู้ ทั้งที่เปิดกันมานานแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน” รอง ผบ.ตร.ระบุ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบสถานบันเทิงในท้องที่สน.ยานนาวา สถานบันเทิงย่านรัชดาภิเษกและพัทยา เป็นคนละเจ้าของกัน ตอนนี้เรารู้ชื่อ รู้ตัวบุคคลทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงเรื่องยาเสพติดที่เรายังต้องไล่ตรวจสอบ เดี๋ยวก็คงรู้ทั้งหมด ยืนยันตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เมื่อช่วงเช้าตนได้พูดคุยกับ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจะพันธ์ ผบช.สตม. ว่า คนจีนที่มั่วสุมในท้องที่สน.ยานนาวา และพบสารเสพติด อย่างนี้ให้ดำเนินคดีแล้วขึ้นแบล็กลิสต์ถาวรและผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนที่ไม่พบยาเสพติดและไม่ถูกดำเนินคดี ก็ให้ผลักดันออกนอกประเทศเช่นเดียวกัน ยืนยันวันนี้เราดำเนินการทั้งหมดไม่มีละเว้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า รูปแบบการ กระทำผิดมีการเปลี่ยนรูปแบบ อย่างเมื่อก่อนเป็นรูปแบบทัวร์ศูนย์เหรียญ ปัจจุบันก็มีผับศูนย์เหรียญ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ชาวจีน เมื่อมาถึงก็จะตรงมาเที่ยวผับนี้ เพราะมีทุกอย่างพร้อม เด็กเอ็นเตอร์เทน เด็กเสิร์ฟก็เป็นคนจีน และมีการใช้ยาเสพติด เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ได้เชิญผู้แทนสถานทูตจีน หัวหน้าตำรวจจีน มาร่วมแถลงข่าว เพื่อให้ทางสถานทูตรับทราบว่ามีคนจีนกลุ่มนี้เข้ามาก่อเหตุลักษณะนี้ในประเทศไทย ซึ่งสถานทูตจีนจะได้ไปแจ้งรัฐบาลจีนให้เข้มงวดกับคนกลุ่มนี้ต่อไป
ด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าได้รับทราบจากนายชิงชัย โชติแสง อัยการพิเศษฝ่ายคดีแขวง 4 ว่าวันนี้นักท่องเที่ยวผับชาวจีนจำนวน 60 ราย ซึ่งตรวจพบสารเสพติดได้เดินทางมารายงานตัวที่สำนักงานอัยการคดีศาล เเขวง 4 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพนักงานอัยการตรวจเช็กเอกสาร ซึ่งพนักงานอัยการจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดยื่นฟ้องด้วยวาจาต่อศาล เเขวงพระนครใต้ภายในวันนี้
นายโกศลวัฒน์กล่าวต่อว่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้ง 60 ราย ที่จะถูกยื่นฟ้องในวันนี้ เป็นกลุ่มที่มีเอกสารเข้าเมืองมาโดยถูกต้องเเละยังไม่หมดอายุ ซึ่งหากวันนี้อัยการยื่นฟ้องข้อหาเสพยาเสพติดเเล้วศาลพิพากษาปรับรอการลงโทษหากชำระค่าปรับก็สามารถเดินทางกลับที่พักได้เลย นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาอีกกลุ่มประมาณ 40 คน ที่ใบอนุญาตเข้าเมืองหมดอายุหรือเข้าเมืองไม่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ที่ ตม.ก็เตรียมที่จะส่งตัวให้อัยการฟ้องต่อศาลในวันที่ 28 ต.ค. ซึ่งก็จะมีข้อหาเกี่ยวกับเรื่องวีซ่าหมดอายุด้วย ในส่วนที่มีการตรวจค้นเจอยาเสพติดหรือมีการพักยาไว้ที่ผู้ต้องหาคนใดนั้น ขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลเรื่องจากสำนวนยังไม่ถูกส่งมายังพนักงานอัยการ เนื่องจากหากเป็นคดีครอบครองหรือจำหน่ายยาเสพติดเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูงเกินกว่าศาลเเขวงพนักงานสอบสวนมีระยะเวลาในการทำสำนวนมากกว่า เเละเป็นเขตอำนาจของศาลอาญากรุงเทพใต้ซึ่งต้องเเยกดำเนินคดี
ต่อมาในช่วงเย็น นายโกศลวัฒน์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เดิมพนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะมาส่งผู้ต้องหาให้อัยการฟ้องด้วยวาจา 60-80 คน เเต่มีบางรายปฏิเสธ ก็มีเหลือที่รับสารภาพเเละจะนำมาฟ้องวาจา 48 คน เเต่พอมาถึงศาลแล้ว ผู้ต้องหาเปลี่ยนใจให้การปฏิเสธ เหลือรับสารภาพแค่ 7 คน เป็นคนไทย 2 คน ในส่วนผู้ต้องหาที่ปฏิเสธพนักงานสอบสวนจึง จะทำสำนวนมาส่งดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหาที่รับสารภาพวันนี้อยู่ระหว่างรอศาลตัดสินคดี โดยในวันที่ 29 ต.ค. ทางตม.จะส่ง ผู้ต้องหาอีก 40 รายที่อยู่เกินวีซ่า เเละไม่ได้รับอนุญาตเข้าประเทศ ให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาล
ที่ศาลเเขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 4 นำตัวนักท่องเที่ยวชายชาวจีน 4 คน ชายชาวไทย 1 คนและหญิงชาวไทย 2 คน ซึ่งถูกจับกุมและรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภท 1 เสพเคตามีน ยาเสพติดประเภท 2 เสพสารระเหยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 มายื่นฟ้องคดีด้วยวาจาต่อศาลแขวงพระนครใต้ ถ.เจริญกรุง
โดยชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้ง 7 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ศาลจึงมีคำพิพากษาลงโทษชายชาวจีน 4 คน และหญิงชาวไทย 2 คน ซึ่งรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภท 1 เสพเคตามีน ยาเสพติดประเภท 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 104, 162 โดยจำคุกคนละตั้งแต่ 1-2 เดือนและปรับตั้งแต่ 8,000-16,000 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละตั้งเวลา 1-2 เดือน และปรับ 4,000-8,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละมีกำหนด 2 ปี
ส่วนชายชาวไทย 1 คน ซึ่งถูกจับกุมและรับสารภาพข้อหาเสพสารระเหยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ศาลพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 105, 163 และพ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 มาตรา 8 วรรค, 17 ให้ปรับรวม 4,200 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับจำนวน 2,100 บาท
สำหรับผู้ต้องหาอีก 56 คน ซึ่งถูกจับกุมและให้การปฏิเสธในความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ นั้นจะมีการยื่นคำร้องขอผัดฟ้องต่อไปในวันที่ 29 ต.ค.
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกับผับชื่อดังย่านยานนาวาที่ถูกบช.น.บุกทลาย มีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพปชร.จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 จะตรวจสอบอย่างไร ว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าเมื่อปี 2564 มีการบริจาคเงินให้พรรคประมาณ 3 ล้านบาท เป็นเรื่องจริง และการที่บุคคลจะบริจาคเงินให้ ทางพรรคไม่สามารถที่จะรู้รายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ เราตรวจดูว่าเงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดไว้ถูกต้องครบถ้วน ส่วนจะเป็นใคร อย่างไร เราไม่มีเวลาที่จะไปตรวจสอบได้ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสินบนทางการเมือง เพราะหลังจากนั้น บุคคลดังกล่าวก็ได้รับสัญชาติไทย และมีกิจการในประเทศไทย ทั้งที่เป็นคนจีน นายสมศักดิ์กล่าวว่า หากไม่ได้เข้าบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบ ค่อยคิดว่าจะเป็นอะไร อย่างไร แต่เงินนี้เข้ามาตามตรอกออกตามประตู เราก็ไม่ได้คิดว่าได้เงินมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระเบียบที่กกต.วางไว้ว่า เรื่องการบริจาคต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อันนี้เขาไม่ได้ผิด
เมื่อถามย้ำว่า พรรคพปชร.ไม่ได้รู้จักกับผู้บริจาครายนี้เป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวยืนยันว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแน่นอน ถ้ามีก็ถูกยุบพรรค เมื่อถามขณะนี้ข่าวกระจายไปแล้วว่ามีการเชื่อมโยงกับคนในพรรคพปชร. นายสมศักดิ์กล่าวว่า ข่าวมีได้ทุกวัน เมื่อมีเราจึงตรวจสอบ สอบถาม โดยสอบถามกับสมาชิกของเราแล้วก็ไม่มีใครสนิทเป็นพิเศษ เขาอาจจะศรัทธาในแนวนโยบายของพรรคพปชร.จึงบริจาค ซึ่งก็มีหลายคนที่บริจาคให้กับพรรค พอตรวจสอบแล้วก็ไม่ได้พบผิดปกติอะไร