รวบเว็บพนันจีนใช้ไทยเป็นฐาน – บุกทลายเว็บพนันจีน เงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้านหยวน หรือกว่า 500 ล้านบาท หลังสืบทราบมาตั้งฐานในไทย ตำรวจพีซีทีร่วมกับบช.สตม. ขอหมายศาล เปิดปฏิบัติการบุกตรวจค้น 2 จุด จับกุมพนักงานเว็บซึ่งเป็นชาวจีนกว่า 50 คน สารภาพขอวีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาทำเว็บ
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 ต.ค. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.หัวหมาก พร้อมกำลังตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือพีซีที (PCT) เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จับกุมกลุ่มกระบวนการเว็บไซต์พนันออนไลน์ได้ผู้ต้องหาชาวจีน 50 คน
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพ ที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการหลอกลวงหรือฉ้อโกงออนไลน์ อันเป็นการซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจพีซีทีดำเนินการตามสั่งการนายกฯ อย่างเคร่งครัด และให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวต่อว่า ตำรวจพีซีทีร่วมกับ สตม., บช.ทท.และ บช.สอท.สืบทราบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติชาวจีนได้ลักลอบใช้เมืองไทยเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ เห่อชิง (HengXin) มีพนักงานกว่า 50 คน อยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ สวนหลวง และหัวหมาก กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นหอพักดังกล่าว จากศาลอาญาพระโขนง ให้เข้าตรวจค้นในวันที่ 28 ต.ค.2565
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์กล่าวต่อว่า ผลการตรวจค้นพบคนจีนและคนมาเลเซียจำนวนหนึ่งกำลังทำงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยและดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ และเป็นแอดมิน ทำหน้าที่ชักชวนลูกค้าชาวต่างชาติให้เข้าเล่นผ่านแอพพลิเคชั่น Let’s Talk และ Telegram โดยเมื่อชักชวนเสร็จแล้วจะส่งไอดีของลูกค้าและผู้สมัครให้กับพนักงานแอดมินที่มีหน้าที่เปิดบัญชีลูกค้าแล้วจึงเปิดเครดิตให้ลูกค้าเล่น เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีนใช้เงินหยวนเล่นพนัน ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านหยวน หรือประมาณ 500 ล้านบาท
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลักลอบอาศัยสถานะเป็นนักท่องเที่ยวลอบทำงานผิดกฎหมายดังกล่าว ได้ค่าจ้างตั้งแต่ 40,000-70,000 บาท จึงได้จับกุมตัวแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 50 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 53 เครื่อง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนความผิดอื่นๆ หรือเกี่ยวข้องกับแหล่งสถานบันเทิง ที่มีการจับกุมก่อนหน้านี้หรือไม่ ตอนนี้ยังไม่พบ หากว่าพบมีความผิดอื่นๆ จะแจ้งให้ทราบต่อไป