ศาลสั่งไม่ให้ประกันตัว จ่อเปิดเซฟหาหลักฐาน

ส่งนอนคุก 80 นักเที่ยวจีน สถานบันเทิงจินหลิง ปฏิเสธเสพยา ตร.ยื่นผัดฟ้อง-ฝากขัง ศาลแขวงพระนครใต้ไม่ให้ประกัน ส่วนอีก 36 รายที่รับสารภาพ ศาลสั่งจำคุก เเต่ให้รอลงอาญา ผบก.สส.บช.น.เผย ตำรวจรู้ความเคลื่อนไหวเจ้าของผับแล้ว รอหมายจับก่อน จับแน่ ยันทำตรงไปตรงมา ไม่มีใครกดดัน ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองคนละส่วนกัน ปฏิเสธไม่เคย ให้ข้อมูล เมียผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตร.เผยเตรียมเปิดตู้เซฟ 5 ใบที่ยึดมา เชื่ออาจมียาเสพติด-สิ่งผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เผยความคืบหน้าคดีสถาน บันเทิงจินหลิง ย่านยานนาวาว่า ขณะนี้ตำรวจ มีฐานข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีการกล้าวอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของสถานบันเทิงจินหลิง ย่านยานนาวา แล้ว แต่ในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากตำรวจอยู่ในระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ดังนั้น จำเป็นต้องมีหมายจับจากศาลก่อน แต่ในทางการสืบสวนทางตำรวจดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ยืนยันว่าการสืบสวนตำรวจทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ รวมไปถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย แต่ยอมรับว่ากรณีนี้มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ต้องหามีการโอนมาเป็นสัญชาติไทย จึงต้องทำอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตำรวจทำเฉพาะในข้อเท็จจริงคดีอาญา ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองนั้นคนละส่วนกัน หลังจากมีข้อมูลอ้างว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งรับเงินบริจาคจากนายทุนจีน ซึ่งตำรวจไม่เคยออกมาให้ข้อมูลนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธีรเดชปฏิเสธว่าตำรวจ ไม่เคยออกมาให้ข้อมูลพาดพิงว่าทางด้านภรรยาของผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ โดยในคดีนี้ตำรวจทำอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่าไม่มีการกดดันจากบุคคลใด บุคคลหนึ่ง มาให้ยุติการทำคดีอย่างแน่นอน “หากกดดันวันนี้คงไม่ออกมาพูด เพราะวันนี้มาในเรื่อง PCT 5 ที่ออกมาพูดเพราะอยากให้สื่อมวลชนและประชาชนมั่นใจว่าเราจับแน่” พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. รองโฆษกบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกับ ตู้เซฟ 5 ตู้ที่ยึดได้จากผับจินหลิงและลีลา ย่านยานนาวา ซึ่งขณะนี้เก็บรักษาไว้ที่สน.ยานนาวา 3 ตู้ เก็บรักษาไว้ที่ผับจินหลิง อีก 2 ตู้ โดยหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ออกประกาศให้เจ้าของและผู้ดูแลมาติดต่อแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อให้ดำเนินการเปิดตู้ให้ตรวจสอบหรือร่วมตรวจสอบในฐานะพยาน แต่ผ่านมาเป็นเวลาหลายวันกลับไม่มีเจ้าของหรือบุคคลใดมาแสดงตัว จึงจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผู้ผลิตตู้เซฟมาดำเนินการเปิดตู้ให้ตรวจสอบว่าในวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.นี้พนักงานสอบสวนได้ประสานให้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานผู้ปิดผนึกตู้เซฟและเซ็นกำกับมาตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและความถูกต้อง ก่อนจะให้ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผู้ผลิตตู้เซฟทั้ง 5 ใบดำเนินการเปิดออกให้ตรวจสอบ โดยจะเริ่มดำเนินการที่ตู้เซฟ 3 ใบซึ่งเก็บรักษาไว้ที่ สน.ยานนาวาก่อน จากนั้นจึงไปเปิดตู้เซฟอีก 2 ตู้ที่อยู่ภายในผับ

ทั้งนี้ คาดว่าสิ่งที่อยู่ภายในตู้เซฟน่าจะเป็นทรัพย์สิน ยาเสพติดประเภทต่างๆ ที่ทางร้านเตรียมมาจำหน่ายและที่รับฝากไว้ รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ที่อาจเก็บรักษาอยู่ภายในตู้ ทั้งนี้ หากเป็นยาเสพติดก็จะนำไปตรวจสอบสารประกอบว่าเป็นชนิดเดียวกับที่พบภายในผับจุดอื่นๆ หรือไม่ ก่อนจะส่งให้สำนักงานป.ป.ส.ตรวจสอบหาสารประกอบและคุณภาพของยาเสพติดเพื่อหาแหล่งที่มา ซึ่งจากการคาดการณ์เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นยาเสพติดที่ถูกผลิตในต่างประเทศก่อนลักลอบขนส่งเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และอาจมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องยังคงกบดาน อยู่ภายในประเทศซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป

ขณะที่การดำเนินคดีกลุ่มนักเที่ยวที่ เข้าไปมั่วสุมเสพยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลแขวงพระนครใต้ พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 4 ได้ยื่นฟ้องคดีด้วยวาจา กลุ่มชาย-หญิง ทั้งชาวจีน พม่า กัมพูชา รวม 36 รายเป็นจำเลย ซึ่งถูกจับกุมและรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟ ตามีน ยาเสพติดประเภท 1 เสพเคตามีน ยา เสพติดประเภท 2 อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564, พ.ร.บ.คน เข้าเมือง พ.ศ.2522, พ.ร.ก.บริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยชั้นพิจารณา จำเลยทั้ง 36 รายให้การรับสารภาพ

ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาลงโทษหญิงสัญชาติจีน 1 ราย อายุ 40 ปี และจำเลยอื่นๆ ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภท 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 104, 162 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยคนละตั้งแต่ 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี และลงโทษหญิงสัญชาติจีน 1 ราย อายุ 28 ปีเสพเคตามีน ยาเสพติดประเภท 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 104, 162 รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือนและปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) มีกำหนด 2 ปีและให้คุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปีรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งพร้อมให้ทำงานๆ บริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ด้วยเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

ลงโทษจำเลย 3 รายสัญชาติจีนตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 62 วรรคหนึ่ง, 81 รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละตั้งแต่ 2 เดือน-1 ปี และปรับตั้งแต่ 3,000-10,000 บาท โดยโทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้คนละ (รอลงอาญา) มีกำหนด 1 ปี

ลงโทษจำเลย 26 ราย สัญชาติพม่า จีน และสัญชาติอื่นตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 18 วรรคสอง, 62 วรรคหนึ่ง 81, 82 วรรคหนึ่ง และตามพ.ร.ก.บริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 8, 64/2, 119/1, 101 รับสารภาพ ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่ง พิพากษาจำคุก 2-4 เดือนโดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) มีกำหนด 1 ปี และปรับ 5,000-11,000 บาท ลงโทษจำเลยสัญชาติจีน, พม่า, กัมพูชา 5 ราย ตามพ.ร.ก.บริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 8, 101 พิพากษาปรับ 5,000 บาท

ขณะที่มีผู้ต้องหาอีก 80 ราย ที่พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ได้ยื่นคำร้องขอ ผัดฟ้องฝากขังแยกเป็นรายบุคคล ซึ่งศาลแขวงพระนครใต้พิจารณาแล้วอนุญาตให้ผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน โดยจะครบกำหนด ผัดฟ้องในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ซึ่งผู้ต้องหาดังกล่าวศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้รับผู้ต้องหาทั้งหมดส่งเรือนจำแล้วซึ่งศาลพิจารณาคำร้องทั้งหมดเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 23.00 น.เศษ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน