ส่วนพรรคเลือกเพื่อไทย จุรินทร์ไม่หวั่นแห่ไขก๊อก ‘ชวน’ถก2วิปรับเปิดสภา
นิด้าโพลเผยคนกรุงชู ‘พิธา’ นั่ง นายกฯ แซงหน้า ‘บิ๊กตู่’ ส่วน ‘อุ๊งอิ๊ง’ มาเป็นอันดับสาม ขณะที่พรรคที่จะเลือก เพื่อไทยมาที่ 1 ก้าวไกลที่ 2 ทิ้งห่างที่ 3 พลังประชารัฐ ‘จุรินทร์’ไม่หวั่นสมาชิกแห่ไขก๊อก ลั่นปชป.ยังหายใจได้เต็มปอด เย้ยพรรคที่ดูด ส.ส.เป็นได้แค่พรรคเฉพาะกิจ ‘ชลน่าน’ ฟันธงนายกฯ ยุบสภาก่อนครบวาระ ย้ำเปิด 3 ชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยทันทีหลังยุบสภา ‘ชวน’นัดหารือวิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เตรียมประชุมสภานัดแรก 2 พ.ย. วิปรัฐบาลถกกม.สุราก้าวหน้า-กัญชา ยันการลงมติเป็นเอกสิทธิ์ส.ส. พปชร.มั่นใจไม่โดนยุบพรรคปมเงินบริจาค เตือนคนพูดให้เสียหายระวังผิดกฎเหล็ก 180 วัน
โพลคนกรุงชู‘พิธา’นายก-‘ตู่-อิ๊ง’ตามมา
เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ศูนย์สำรวจความ คิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคน กทม.” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-27 ต.ค.2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนกทม. การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
เมื่อถามถึงบุคคลที่คนกรุงเทพฯ จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 20.40 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพราะเป็นคนมีความมุ่งมั่น มีความรู้ความสามารถ เป็นคนรุ่นใหม่ และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล อันดับ 2 ร้อยละ 15.20 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนมีความซื่อสัตย์ ชื่นชอบ ผลงาน ทำให้บ้านเมืองสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง
อันดับ 3 ร้อยละ 14.10 อุ๊งอิ๊ง- น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถ และต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ อันดับ 4 ร้อยละ 12.20 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.70 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เพราะเป็นคนมีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ทำงานทางการเมือง และมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน
‘สมคิด’อันดับ 8-‘ชัชชาติ’ที่ 9
อันดับ 6 ร้อยละ 6.85 นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ มีประสบการณ์ทางการเมือง มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน และชื่นชอบความคิดที่ต้องการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น อันดับ 7 ร้อยละ 6.35 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เพราะเป็นคนเด็ดขาด การทำงานมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา
อันดับ 8 ร้อยละ 3.15 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ มีประสบการณ์ ด้านการบริหาร และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา อันดับ 9 ร้อยละ 3.00 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ชื่นชอบแนวคิดและทัศนคติในการทำงาน อันดับ 10 ร้อยละ 2.15 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพราะเป็นคนพูดจริงทำจริงมีประสบการณ์ และลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง
อันดับ 11 ร้อยละ 1.80 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เพราะเป็นคนมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน ชื่นชอบผลงานในอดีต และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร อันดับ 12 ร้อยละ 1.50 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 13 ร้อยละ 1.15 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพราะมีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ และ ร้อยละ 4.45 ระบุอื่นๆ
พรรคการเมืองเลือกพท.อันดับ 1
สำหรับพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพฯ มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.50 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 26.45 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 9.50 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และยังไม่ตัดสินใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 4 ร้อยละ 9.45 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.05 พรรคชาติพัฒนากล้า อันดับ 6 ร้อยละ 2.90 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.05 พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 1.15 พรรคสร้างอนาคตไทย และร้อยละ 2.60 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรครวมพลัง (พรรครวมพลังประชาชาติไทย) พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคประชาชาติ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ส่วนพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพฯ มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 26.10 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 10.15 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 9.15 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 9.00 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.25 พรรคชาติพัฒนากล้า อันดับ 7 ร้อยละ 2.95 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.85 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.05 พรรคกล้า และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 10 ร้อยละ 1.45 พรรคสร้างอนาคตไทย และร้อยละ 2.40 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคไทยภักดี พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเศรษฐกิจไทย และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ยก‘เสี่ยหนู’ผู้นำเหนือขัดแย้ง
ด้านซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,016 ตัวอย่าง เรื่อง ผู้นำการเมือง เหนือความขัดแย้งของสังคม พบว่า อันดับหนึ่งหรือร้อยละ 35.8 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะชอบคนนี้ที่ไม่มีประวัติขัดแย้งกับใคร พูดน้อย ใครด่ามาถือเป็นข้อเตือนใจ เป็นคนจิตใจดี มี ผลงานช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจและอื่นๆ แก้ปัญหาวิกฤตโควิด ระบบสาธารณสุข เป็นคนดีช่วยเหลือชาวบ้านคนตัวเล็กตัวน้อย มีฝีมือมีเงินร่ำรวยและชอบคนรวย เป็นต้น
อันดับสอง หรือร้อยละ 29.7 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพราะเป็นผู้นำการ ยึดอำนาจ คุมอยู่ไม่ลุกลาม บ้านเมืองเรียบร้อย ไม่วุ่นวาย ซื่อสัตย์โปร่งใสและชอบทหาร เป็นต้น อันดับสาม หรือ ร้อยละ 13.1 ระบุ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย เพราะชอบคนนี้ เป็นผู้หญิง อยากเห็นผู้หญิงเป็นผู้นำ เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่มีประวัติขัดแย้งกับใคร เป็นต้น
‘จุรินทร์’ไม่หวั่นสมาชิกไขก๊อก
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ของพรรคที่มีสมาชิกจำนวนหนึ่งลาออกไปว่า เมื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้งมีทั้งคนเข้า คนออกกันทุกพรรค ไม่มีพรรคไหนเป็นข้อยกเว้น ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทางการเมือง หากเราติดตามการเมืองมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถัดจากนี้คิดว่าความถี่ของคนเข้าคนออก ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่หมายถึงทุกพรรค หากเราติดตามใกล้ชิด จะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะบางครั้งมาจากหลายสาเหตุ แต่ละสาเหตุจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน
ผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ถูกดูดลูกพรรคหลังการประชุมเอเปคในเดือนพ.ย.นี้ นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคนใหม่เดินเข้าพรรคก็เยอะ แต่คนที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน ตนไม่สามารถจะไปตอบได้ว่าใครจะอยู่ ใครจะย้ายอย่างไร แต่ในการตั้งพรรคการเมืองนั้น ถ้านับหนึ่งตั้งพรรคเพื่อจะมาดูดคนจากพรรคโน้นพรรคนี้ไป แล้วไปตั้งเป็นพรรคการเมือง พรรค การเมืองอย่างนี้จะกลายเป็นพรรครวมพลคนย้ายพรรค ประวัติศาสตร์สอนเราว่า มันไม่ยั่งยืน สุดท้ายจะกลายเป็นพรรคเฉพาะกิจ เราเห็นอยู่แล้วว่าชะตากรรมพรรคการเมืองแบบนี้เป็นอย่างไร ประชาชนไม่ควรสนับสนุน เพราะเป็นเรื่องเฉพาะกิจจริงๆ เป็นเรื่องการให้ความสำคัญกับตัวบุคคลมากกว่าความเป็นพรรคการเมือง
ลั่นยังหายใจได้เต็มปอด
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีคนที่ยังมั่นคงอยู่กับพรรคอีกจำนวนมาก และมาถึงวันนี้พรรคยังหายใจได้เต็มปอด เพราะยังมีออกซิเจนใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มเป็นลำดับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนในกรุงเทพฯ พรรคได้คนใหม่ๆ อย่าง ดร.เอ้-นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ มาดามเดียร์-น.ส.วทันยา บุนนาค เข้ามาเติมเต็ม เพื่อเรียกคะแนนนิยมหรือความเชื่อมั่นของคนกรุงเทพฯ เพิ่มเติมเข้ามา หลังจากคราวที่แล้ว แม้เราไม่ได้ผู้แทนราษฎรแม้แต่คนเดียว แต่เที่ยวนี้มั่นใจว่ามีโอกาสที่จะได้รับเสียงสนับสนุนจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ
ส่วนในภาคใต้ทุกอย่างยังมั่นคงแข็งแรง ขณะนี้เราได้ตัวผู้สมัครเกือบจะครบแล้วทั้ง 58 เขต และจะทยอยเปิดตัว ที่ชุมพร สงขลา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ได้เปิดตัวไปแล้ว และในวันที่ 12 พ.ย.นี้จะได้เปิดตัวผู้สมัครจ.นครศรีธรรมราชครบทุกเขต รวมทั้งจะทยอยเปิดตัวผู้สมัครที่ ภูเก็ต พังงา และจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป
ขณะที่จ.พัทลุงมีผู้สมัครครบแล้ว ถือว่าภาคใต้ครบหมดแล้ว ซึ่งมีทั้งผู้แทนราษฎรปัจจุบัน อดีตผู้แทน และมีคนใหม่ๆ ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรค ในภาคกลางก็เหมือนกัน มีผู้สมัครหลายจังหวัดที่มีศักยภาพ อย่างระยอง ยังเป็นฐานเดิมที่ แข็งแรงของประชาธิปัตย์ จ.จันทบุรี มี ผู้สมัครครบแล้วทั้ง 3 เขต เที่ยวนี้มั่นใจว่ามีโอกาสสูงมากที่จะได้รับเลือกตั้ง ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดของเลขาธิการพรรค มั่นใจว่าเที่ยวหน้าก็ยกทีม โดยเฉพาะในภาคเหนือ มีอดีตผู้แทนของพรรค 10 กว่าคน ที่พลาดการเลือกตั้งคราวที่แล้วยังอยู่กับเราเกือบจะเรียกว่าครบทุกคน และลงพื้นที่สม่ำเสมอ แล้วเราได้คนใหม่ๆ เลือดใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มหลายพื้นที่ ขณะนี้หลายจังหวัดเราได้ ผู้สมัครเกือบจะครบแล้ว
‘ชลน่าน’เชื่อยุบสภา-จ่อโชว์แคนดิเดต
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรัฐบาลอาจยุบสภา ในวันที่ 24 ธ.ค.ว่า วันดังกล่าวเป็นระยะเวลา 90 วันก่อนรัฐบาลครบวาระ ซึ่ง ส.ส.หลายคนอาจย้ายพรรคกันก่อนวันดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจยุบสภาของนายกฯ ได้ หากจัดการเรื่องการย้ายพรรคเสร็จ แต่ส่วนตัวคิดว่าถึงอย่างไรรัฐบาลจะยุบสภาก่อนครบวาระ เพราะผู้มีอำนาจจะได้ประโยชน์สูงสุด เช่น หากยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้งจะรักษาการได้ยาว กรณีมีกฎหมายเลือกตั้ง เขาจะสามารถคุมจังหวะจัดการเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส. และเตรียมความพร้อมสำหรับพรรคการเมืองของตัวเองได้มากกว่าใคร อีกทั้งยังเป็นการลดแรงกดดันประชาชนที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล คิดว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาซื้อใจประชาชนก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลทำแล้วโดยใช้งบประมาณแผ่นดินในการให้ของขวัญปีใหม่ ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมงานไว้ เช่น การขึ้นทะเบียนบัตรคนจน 23 ล้านใบ โครงการลดแลก แจกแถมเริ่มขยับ การอนุมัติแผนงานไตรมาสแรกเริ่มขยับ ถ้าทำเสร็จก็ถือว่าพร้อมยุบสภาได้ เขาคงอยากอยู่ให้ยาวที่สุดแต่เมื่อทานกระแสไม่ได้ก็จะยุบช่วงที่ได้เปรียบหลังออกมาตรการไปแล้ว
เมื่อถามถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการเตรียมการเลือกตั้ง นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราเตรียมพร้อมในการเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว ทั้งเรื่องแคนดิเดตนายกฯ เรื่องการประกาศนโยบาย และทำงานในพื้นที่อย่างเข้มข้น ขอเพียงรัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชนเท่านั้นเอง หากรัฐบาลมีสัญญาณยุบสภาเมื่อไหร่ เราจะประกาศแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ทันที 3 คน ตามหลักเกณฑ์ของพรรค รับรองเป็นที่ยอมรับของประชาชนแน่นอน
วิปรัฐบาลถกกม.สุราฯ-กัญชา
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ที่จะประชุมนัดแรกวันที่ 2 พ.ย. ว่า ในวันที่ 31 ต.ค. เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมวิปรัฐบาลที่รัฐสภา เรื่องหลักคือการพิจารณาระเบียบ วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับเรื่องที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีกฎหมายเป็นที่สนใจอยู่ 2 ฉบับคือ ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต หรือที่เรียกกันว่าร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า กับร่างพ.ร.บ.กัญชง กัญชา เข้าใจว่า 2 เรื่องนี้วิปรัฐบาลจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หากมีประเด็นสำคัญอาจจะเชิญผู้ที่เป็น กมธ.มาชี้แจงด้วย ว่าประเด็นที่มีการแก้ไขเป็นอย่างไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพูดถึงเรื่องการลงมติในร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับเลยหรือไม่ นาย ชินวรณ์กล่าวว่า ในหลักการวิปรัฐบาลจะเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ยกเว้นกรณีที่กมธ.มีเสียงก้ำกึ่งกันจะต้องมาดูแต่ละเรื่องไป แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่เป็นเรื่อง กมธ.กับส.ส.
ต่อข้อถามว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยมีจุดยืนว่าหากเป็นการใช้ในทางการแพทย์ พร้อมที่จะสนับสนุน จะมีการพูดคุยเรื่องนี้ให้จบในวิปรัฐบาลหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า สำหรับหลักการนั้นแต่ละพรรคยังยึดเหมือนเดิม คงไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะกฎหมายที่เสนอเข้ามานั้นไม่ใช่เป็นกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือเสนอโดยรัฐบาล แต่เป็นการเสนอโดยพรรคการเมือง ฉะนั้น ต้องเป็นสิทธิของส.ส.แต่ละคนในการลงมติ
ยินดีฝ่ายค้านเปิดซักฟอกม.152
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเห็นแย้ง กับ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะมีผลต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า คิดว่าทุกพรรคคงเข้าใจว่าเป็นเรื่องระหว่างส.ส.กับกมธ. แล้วส.ส.มีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติไม่อยู่ในอาณัติของใคร ไม่ใช่ความขัดแย้งของรัฐบาล แต่ประเด็นคือการที่ ส.ส.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมด พิจารณาหรือตรวจสอบกฎหมายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ อย่ามองแค่ ผลประโยชน์ทางการเมือง เป็นนโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น
เมื่อถามว่า นอกจากกฎหมายนี้จะมีกฎหมายสำคัญอะไรเข้าอีกหรือไม่ นาย ชินวรณ์กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองยังมีอีกหลายฉบับ แต่ร่างพ.ร.บ.ระเบียบงบประมาณหรือกฎหมายเกี่ยวกับการเงินอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มี ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภาจะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับปฏิรูปเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เช่น ร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ หรือร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และยังมีประเด็นที่ฝ่ายค้านจะเสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลยินดีที่จะให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และขอเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาลโดยรัฐมนตรี ทุกกระทรวงแสดงผลงานให้ชัดเจน เพราะเป็นช่วงสมัยสุดท้ายแล้ว
ปชป.ติวส.ส.พร้อมประชุมสภา
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้นัด ส.ส.ของพรรค ประชุมในวันอังคารที่ 1 พ.ย. เวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมการทำงานในสภาที่จะมีขึ้นตั้งแต่เดือนพ.ย. เป็นต้นไป จนถึงเดือนก.พ.ปีหน้า ซึ่งเป็นการประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ.2565 ถือเป็นการประชุมสมัยสุดท้ายก่อนสภาจะครบวาระ 4 ปี
ในวันพุธที่ 2 พ.ย.นี้มีระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่น่าสนใจคือการพิจารณากฎหมายที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้วที่จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 มีกฎหมายที่รอพิจารณาตามระเบียบวาระ 5 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ, ร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต, ร่างพ.ร.บ.เข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น, ร่างพ.ร.บ. การขนส่งทางราง และร่างพ.ร.บ.กัญชง กัญชา
พรรคประชาธิปัตย์จะใช้เวลาช่องทาง การประชุมสมัยสุดท้ายก่อนสภาครบวาระอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง รวมถึงกฎหมายขนส่งทางราง ซึ่งส.ส.ประชาธิปัตย์จะใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ พิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ครอบคลุมทุกมิติ เล็งเห็นประโยชน์สูงสุดของสังคมและประชาชนเป็นสำคัญ เราไม่ได้พิจารณากฎหมายบนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใด หรือเพื่อประโยชน์กลุ่มบุคคล กลุ่มทุนใดกลุ่มหนึ่ง
‘ชวน’นัดหารือ 2 วิป
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย. เวลา 10.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือกันว่าจะบรรจุร่างกฎหมายใดเข้าสู่ระเบียบวาระบ้างหลังเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ ซึ่งมีร่างกฎหมายที่ค้างเดิมอยู่ คือเรื่องที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว คือร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณา ส่วนร่างพ.ร.บ.กัญชง กัญชา นั้น คาดว่ายังอยู่ระหว่างการศึกษาของกมธ. ซึ่งทางรัฐบาลยังไม่ได้แจ้งเข้ามาว่าเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมทันหรือไม่
“พรรคเพื่อไทยยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.กัญชง กัญชา ให้อย่างแน่นอน ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมอย่างรัดกุม รวมทั้งต้องมีช่องทาง หรือมาตรการที่ป้องกันเยาวชนเข้าถึงกัญชาด้วย วันนี้รัฐบาลต้องออกเป็นกฎกระทรวงมาควบคุม เพราะเรื่องกัญชาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ทุกวันนี้เยาวชนสูบกัญชากันเยอะมากเพราะเข้าถึงง่าย ส่วนที่พูดว่ากัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจนั้น พวกท่านต้องตอบให้ชัดว่าประชาชนหรือผู้ที่ปลูกได้ประโยชน์อย่างไร ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่าไม่สนับสนุนเรื่องนี้ หากท่านกลับลำคงจะตอบพี่น้องประชาชนในช่วงหาเสียงเลือกตั้งลำบากแน่” นายสมคิดกล่าว
พท.ค้านกัญชาเพื่อสันทนาการ
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องการปลดล็อกกัญชา หลังจากมีการแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2562 (ฉบับที่ 7) ว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 ทำให้ไทยกลายเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลก ที่แก้ไขกฎหมายให้กัญชาออกจากบัญชีสารเสพติด และใช้ในทางการแพทย์ได้ การปลดล็อกกัญชาโดยไร้กฎหมายควบคุมและขาดความรอบคอบ ได้ส่งผลเสียหายต่อสังคม
พรรคเพื่อไทยยืนยันชัดเจนมาตั้งแต่ต้นในการสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ ไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ ดังนั้นการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาต้องครอบคลุม เกิดประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ในการพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ส.ส.ทุกคนและทุกพรรคการเมืองมีเอกสิทธิ์ในการผ่านกฎหมาย ดังนั้นการชี้ให้เห็นว่ากัญชามีประโยชน์มากกว่ามีโทษและการผ่านกฎหมายนั้นสำคัญ เป็นเรื่องที่ฝ่ายที่สนับสนุนกัญชาเสรีต้องกระทำ อย่ามัวแต่โทษคนอื่น
วันนี้ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ ถึงแม้ว่ามี พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในอนาคต แต่ช่องว่างการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ การสูบกัญชาในบ้านอันเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล รัฐบาลจะทำอย่างไร อย่าลืมว่าวันนี้กัญชาไม่ใช่สารเสพติดอีกต่อไปแล้ว การสูบเพื่อความบันเทิงกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติดหรือไม่ โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน และอาจนำพาไปสู่ยาเสพติด ประเภทอื่นๆ ในอนาคต จะปราบยาเสพติดได้อย่างไรถ้าจุดเริ่มต้นเริ่มที่กัญชา
พปชร.ไร้ปัญหาบล็อกโหวต
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการลงมติร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง กับร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องของวิปพรรคพลังประชารัฐที่จะหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคงมีการพิจารณาและมีแนวทางให้กับส.ส.ของพรรคทราบก่อนที่จะลงมติอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากวิปมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หากไม่เห็นด้วย จะใช้เอกสิทธิ์ในการโหวตหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า โดยหลักแล้วไม่ทำเช่นนั้น ถ้าวิป มีมติขอให้โหวตไปในทิศทางเดียวกันในกฎหมายสำคัญ ก็จะโหวตกันไปไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีผลกระทบอะไร ไม่ใช่กฎหมายของครม. อาจมีการผ่อนผันกันไป แต่คงแล้วแต่ทางวิปที่จะบอกว่าจะเอาในระดับไหน แต่หากต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ทางส.ส.ของพรรคก็ไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะส.ส.ของพรรคมีอุดมการณ์เดียวกัน มีระเบียบวินัย และให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
มั่นใจไม่โดนยุบพรรค-เตือนคนพูด
ส่วนการตรวจสอบกรณีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ “หาวเจ๋อตู้” เจ้าของผับดังย่านยานนาวา ซึ่งถูกตำรวจบุกทลายปาร์ตี้ยาเสพติด และพบว่ามีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3 ล้านบาทเมื่อ ปี 2564 นายไพบูลย์กล่าวว่า ยืนยันอยู่แล้ว และชัวร์ 100% ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีมูล เชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ซึ่งข้อมูลทั้งหมดเราส่งไปตั้งแต่ปี 2564 ที่มีการบริจาคแล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) พรรคการเมืองมาตรา 65 พรรค การเมืองต้องส่งรายละเอียดการบริจาคทุกเดือนเพื่อจะได้ให้ กกต.ตรวจสอบและประกาศให้ทราบโดยทั่วไป หลักฐานทั้งหมดอยู่ที่นั่น ฉะนั้น เรื่องนี้ไม่มีประเด็นที่ กกต.จะต้องไต่สวนอะไรเพิ่ม เพียงแค่ดูหลักฐานทั้งหมดก็ชัดเจนอยู่แล้ว ตนมั่นใจ 100% ว่าเรื่องนี้ถูกต้องตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะไม่ถูกยุบพรรคใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า “ไม่มีการยุบพรรคและไม่มีอะไรผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้ายังมีผู้ที่ไปบิดเบือนข้อเท็จจริง ไปให้สัมภาษณ์ ไปโพสต์ต่างๆ ในลักษณะที่ทำให้เราเสียหาย แล้วบุคคลดังกล่าวถ้าเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมืองอาจจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงใช้กฎการหาเสียง 180 วันก่อนสภาครบวาระ ต้องเตือนฝ่ายที่ออกมาพูดเรื่องนี้ต้องระวัง”