ทำประชามติแก้รธน.ตู่ไม่ยุ่งศึก‘ภท.-ปชป.’
‘บิ๊กตู่’ ไม่ยุ่ง ศึกพรรคร่วม ‘ภท.-ปชป.’ ระบุร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ เป็นเรื่องของสภา ‘สาทิตย์’ ซัดกลับ ‘อนุทิน’ต้องใจกว้าง มีมารยาท อย่าอ้างขัดแย้งการเมือง กลบเกลื่อนพิษภัยกัญชา ‘ศุภชัย’ ฟาดกลับอวดรู้ เพื่อไทยออกแถลงการณ์ ผิดหวังสภาคว่ำร่างกม.สุราก้าวหน้า ประกาศดันต่อ ‘สุราประชาชน’ ‘ชลน่าน’ นำทีมเปิดตัว 43 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ใต้ มั่นใจปักธงได้แน่ กกต.ไฟเขียวผู้บริหาร-สมาชิกสภาท้องถิ่น ช่วย ผู้สมัครส.ส.หาเสียง ช่วงกฎเหล็ก 180 วันได้ สภามติเอกฉันท์ ส่งครม.ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ วันเดียวกับเลือกตั้ง รอวุฒิสภาชี้ขาดอีกรอบ
รบ.คลอดของขวัญปีใหม่สิ้นพ.ย.
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบให้แต่ละกระทรวงไปหามาตรการของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน ว่า ขอให้รออีกนิด ตอนนี้กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวม เพราะขณะนี้ อยู่ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ซึ่งมีกิจกรรมหลายเรื่องที่ต้องทำพร้อมๆ กัน
ส่วนจะมีมาตรการอะไรออกมา ต้องไปถามนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง คิดว่าขณะนี้กำลังรวบรวมอยู่ และคาดว่าไม่น่าเกินสิ้นเดือนพ.ย. ประชาชนจะทราบว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาบ้าง
‘บิ๊กตู่’โยนสภาหย่าศึกปชป.-ภท.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จากปัญหาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. .. จำเป็นต้องหย่าศึกหรือไม่ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หลังทักทายสื่อว่า “เป็นเรื่องของสภานะจ๊ะ” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที แม้ผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อว่า เป็นปัญหาระหว่างพรรค ร่วมรัฐบาล ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม ดังกล่าว
เวลา 14.56 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์มอบโล่เกียรติยศให้แก่คณะ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางกลับออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที โดยได้ให้ขบวนรถวนผ่านหน้าสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมลดกระจกรถลงมาโบกมือทักทายและส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้กับคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับรางวัลดังกล่าว
เมื่อขบวนรถผ่านหน้าห้องปฏิบัติการสื่อมวลชนประตู 1 พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มและ ชูมือไอเลิฟยูให้สื่อมวลชน เมื่อถามว่าทำไมนายกฯถึงกลับเร็วกว่าปกติ ไปพบใครหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มเท่านั้น
‘หนู’ยี้พรรคไม่ฟังประชาชน
ที่มรภ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญ วีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ. กัญชาฯ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนพร้อมโหวตคว่ำในสภาว่า หาก ส.ส.คนใดเห็นว่ากฎหมายยังไม่สมบูรณ์ สามารถนำไปพิจารณาได้ตามขั้นตอน ถ้า ส.ส.จะรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน อยากให้ประชาชนได้ประโยชน์ ควรเร่งผลักดันให้มีกฎหมายกัญชาโดยเร็ว แต่ถ้ายังถ่วงเวลาอยู่อย่างนี้เพื่อหวังผลทางการเมือง เป็นเรื่องที่ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจกันเอาเองว่าใครตั้งใจทำงานให้เขา ใครตั้งใจมาขวางทำให้เกิดอุปสรรค แต่จะมาบล็อกอะไรกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้แน่นอน เพราะภารกิจกระทรวงคือการปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งทำสำเร็จลุล่วงไปแล้ว
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่พยายามคว่ำร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ พรรคภูมิใจไทยยังสามารถเดินร่วมทางกันได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าเป็นเรื่องของการเมือง พรรคภูมิใจไทยจะเดินทางร่วมกับพรรคที่ฟังเสียงของประชาชน พรรคที่เห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่จะให้ตอบอะไรแบบฟันธงตรงไปตรงมาไม่ได้ เพราะอาจเป็นเรื่องของคนบางคนในพรรคนั้นๆ ก็ได้ ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ตนต้องพยายามเข้าไปอธิบายชี้แจงให้เข้าใจ แต่ถ้าอธิบายชี้แจงแล้วยังไม่เข้าใจ และยังหาเรื่องกันอยู่อีก ค่อยว่ากันอีกที
‘สาทิตย์’ซัด‘กัญชาเสรีสุดขั้ว’
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทินกล่าวหาว่าการออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ รับงานใครมาหรือไม่ ว่า แปลกใจกับท่าทีของนายอนุทินมาก แต่ย้ำจุดยืนของพรรคว่ากัญชามีทั้งประโยชน์ และโทษมหันต์ที่มีการนำไปใช้นันทนาการ เพราะขณะนี้สถานการณ์กัญชากลายเป็นกัญชาเสรีสุดขั้ว ปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 โดยไม่มีกฎหมายบังคับ
ขอเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ดีรองรับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ปัญหาคือกฎหมายที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) จัดทำอยู่ ไม่เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ แต่เปิดช่องให้นำไปใช้นันทนาการ และสามารถบิดเบือนไปใช้ในด้านอื่นๆ ได้อีกมาก ส่วนที่บอกว่ารับงาน รับเงินใครมาล้มกฎหมายกัญชา ต้องบอกว่ารับงานจากประชาชนที่มีลูกหลานติดกัญชา
ต้องยอมรับว่ากฎหมายที่อยู่ในสภาขณะนี้มีโอกาสจะพิจารณาไม่ทันในยุครัฐบาลนี้ หากกฎหมายกัญชาผ่านในสัปดาห์หน้า โดยรัฐธรรมนูญต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณา ซึ่งมีเวลาพิจารณาถึง 60 วัน หรือถึงช่วงธ.ค. กว่าจะกลับมาสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งจะตกช่วง ม.ค.2566 ถ้าเกิดกรณีวุฒิสภาแก้ไขก็ต้องตั้งกมธ.ร่วม หากไม่ทันอายุสภามีทางเดียวคือการทำกฎหมายให้ดีที่สุด และปิดสุญญากาศการใช้กัญชา
ว้ากภท.กลบเกลื่อน-ไร้มารยาท
“ขอให้นายอนุทินไปถามคนในกระทรวงสาธารณสุข ดูว่าที่กำลังหนักใจกับผู้ป่วยจิตเวชที่ติดยาเสพติดมีความรู้สึกอย่างไร อย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องการเมืองแล้วทะเลาะกันเลย พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันกัญชาต้องใช้ทางการแพทย์เท่านั้น เราไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรีสุดขั้ว ต้องใจกว้างและยอมรับว่าสิ่งที่ทำอยู่มีปัญหาและต้องหาทางแก้ไข อย่าไปกลบเกลื่อนเรื่องนี้ให้กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง” นายสาทิตย์กล่าว
เมื่อถามว่า นายอนุทินระบุหลังเลือกตั้งครั้งหน้าอาจเปลี่ยนขั้วไม่ขอจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์กล่าวว่า ไกลไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ส่วนที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคารพมติคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) นั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ระบุมติวิปรัฐบาลยังไม่ชัดเจน มารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลคือการเดินตามแนวทางที่ร่วมตกลงกันไว้ และหากเห็นสิ่งไม่ถูกต้องเป็นโทษ ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนก็ต้องเตือนสติและฟังกันบ้าง
‘ศุภชัย’ฟาดกลับ‘เสี่ยตาล’อวดรู้
ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย แถลงตอบโต้นายสาทิตย์ ว่า สิ่งที่นายสาทิตย์ พูดเป็นเพราะไม่เข้าใจกฎหมาย พยายามกล่าวหาเรื่องนี้ว่าเป็นความผิดพลาด และบกพร่อง ของนายอนุทิน ทั้งที่การปลดล็อกจากยาเสพติด ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนลงมติปลดล็อกมาตั้งแต่ต้น
ต่อมา รมว.สาธารณสุข ได้ออกประกาศควบคุม และพรรคภูมิใจไทยยังได้เสนอร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ให้มีการควบคุมที่รัดกุมมากขึ้น แต่นายสาทิตย์ กลับเสนอให้สภาทบทวนเนื้อหาใหม่ โดยยังไม่ทันได้พิจารณารายมาตรา และเชื่อว่า นายสาทิตย์ยังไม่ได้อ่านร่างกฎหมายอย่างครบถ้วน จึงไม่เชื่อว่าออกมาทักท้วงด้วยความเข้าใจของกฎหมาย ทักท้วงด้วยกระบวนการที่ผิดปกติ ทั้งที่สามารถเสนอแก้ไขในชั้นรายมาตราได้ นอกจากนี้ การที่พรรคประชาธิปัตย์ เสนอเนื้อหาเพิ่ม 13 ข้อ ทั้งๆ ที่สิ่งที่ร่างไว้แล้วดีกว่า และบางเรื่องมีการพิจารณาไปแล้ว แสดงให้เห็นว่า นายสาทิตย์ไม่ได้อ่านร่างกฎหมายจริงๆ ท่านไม่ใช่อัจฉริยะจริงๆ ท่านไม่ได้เฉลียวฉลาดจริง แต่ท่านอวดรู้
“ถ้าพูดเรื่องการเลือกตั้ง เราก็พร้อมสู้เต็มที่อยู่แล้ว จ.พังงา เราจะยกจังหวัดอยู่แล้ว จ.กระบี่เราก็จะยกจังหวัดอยู่แล้ว และอาจจะได้เขตนายสาทิตย์ เพิ่มมาอีกคนค่อยว่ากัน แต่วันนี้นายสาทิตย์เองที่เป็นคนดึงการเมืองเข้ามา” นายศุภชัยกล่าว
ส่วนเรื่องที่นายสาทิตย์ อ้างว่าวิปรัฐบาลยังไม่มีมติที่ชัดเจนร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ นั้น นายศุภชัยยืนยันว่าเรื่องนี้มีเอกสารชัดเจน วิปรัฐบาลมีมติให้เห็นชอบ ทั้งวาระ 2 และ 3 วันนี้หากร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่าน ประเทศนี้จะไม่มีกฎหมายมาบังคับ โทษต่างๆ ที่ออกมา นายสาทิตย์ ต้องรับผิดชอบ ตนจึงอยากขอให้นายสาทิตย์เปิดใจ
‘สุทิน’ชี้กม.ผ่านหรือไม่อยู่ที่พปชร.
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาสัปดาห์หน้าอาจพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ คิดว่าจะมีปัญหาหรือไม่ว่า อยู่ที่รัฐบาล เพราะเห็นว่ามีปัญหากันอยู่ และชัดแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย ฝ่ายค้านก็ไม่เห็นด้วย แนวโน้มจึงเชื่อว่าอาจไม่ผ่าน จุดชี้วัดจึงอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่ที่สอบถาม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคนบอกว่า เห็นด้วยกับการใช้ในทางการแพทย์ และเห็นว่ากำลังควบคุมอยู่ แต่หากไม่ควบคุมเขาก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้นโอกาสที่จะผ่านจึง 50-50
ส่วนฝ่ายค้านคงยืนตามหลักการเดิมและคิดว่าคงมีการอภิปรายกันข้ามสัปดาห์เพราะเนื้อหาเยอะ อาจต้องประชุม 2-3 นัด มีข้อน่าสังเกตว่าอาจมีคนเห็นด้วยกับประเด็นที่ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ซึ่งมีการเพิ่มเนื้อหาเยอะมาก จาก 45 มาตรา เป็น 95 มาตรา เหมือนร่างใหม่ ต้องไปถามความเห็นประชาชนตามรัฐธรรม นูญ เพราะกฎหมายทุกฉบับที่จะผ่านสภาต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน ซึ่งร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ทราบว่าที่เพิ่มขึ้นมานั้นได้ถามประชาชนก่อนหรือไม่
หากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่เป็นไปตามหลักการเดิมที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอคือ ต้องใช้ในทางการแพทย์ และโดยตามร่างที่เสนอมานั้นไม่ใช่ควบคุมเพื่อการแพทย์ แต่ยังปล่อยไปในทางสันทนาการ ดังนั้นต้องดูว่าแก้มาหรือไม่ และการอภิปรายในสภาจะเป็นไปในทิศทางใด หากแต่ละมาตราเปิดช่องไปทางสันทนาการก็ไม่ให้ผ่าน ฝ่ายค้านยืนยันว่ากัญชาจำเป็นที่จะต้องกลับไปเป็นยาเสพติด หากกลับไปเป็นยาเสพติดก็สามารถใช้ในทางการแพทย์ได้
พท.ดันต่อสุราประชาชน
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์กรณีสภาโหวตไม่ผ่านร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่…)พ.ศ…หรือร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้าที่ที่สภาโหวตคว่ำด้วยคะแนน 196 ต่อ 194 งดออกเสียง 15 ซึ่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ร่วมโหวตสนับสนุนร่างกฎหมาย ดังกล่าว แต่แพ้โหวตไป 2 คะแนน ว่า พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่าผิดหวังกับผลโหวต แต่จะเดินหน้าผลักดันนโยบายสุราประชาชน โดยผ่านกฎหมายให้ประชาชนสามารถต้มหรือผลิตสุราในท้องถิ่นเพื่อจำหน่ายได้ ซึ่งแนวนโยบายนี้เคยมีมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยแล้ว แต่มีการรัฐประหารในปี 2549
พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้านโยบายนี้เพื่อหยุดการผูกขาด ปลดปล่อยศักยภาพของชุมชน ธุรกิจเอสเอ็มอี ร้านค้าทั่วประเทศในการสร้างรายได้ ขยายโอกาสนำรายได้เข้าประเทศ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยและการคุ้มครองเยาวชน เฉกเช่นการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะนี้ เชื่อมั่นว่าวาระเร่งด่วนของประเทศคือการขจัดความยากจน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการสร้างโอกาส นโยบายสุราประชาชนจึงเป็นหนึ่งในอีกหลายนโยบาย ที่พรรคจะเสนอขอการสนับสนุนจากพี่น้องคนไทยผ่านการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพื่อเดินหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน

ชิงส.ส.ใต้ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคเปิดตัว ผู้ประสงค์จะลงสมัครเลือกตั้งส.ส.ภาคใต้ของพรรค โดยประกาศส่งครบทั้ง 58 เขต มั่นใจปักธงส.ส.ภาคใต้ได้แน่ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 พ.ย.
‘ชลน่าน’โวแสงสว่างโร่-ปักธงใต้
เวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานส.ส.พรรค น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค และน.ส. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ กลุ่มงานบริหารพื้นที่ภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ภาคใต้ รวม 43 คน
นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยประกาศขอคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน คืนความกินดีอยู่ดี ออกจากวิกฤตตามเป้าหมายแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน เราต้องการ ส.ส.ทุกภาคให้ได้มากกว่า 250 ที่นั่งขึ้นไป มุ่งหวังอย่างมากในภาคใต้เนื่องจากกระแสต่างๆ เราเห็นแสงสว่างโร่บนหัวพวกเราทุกคน เห็นโอกาสในภาคใต้ ทั้งคะแนนนิยมทั้งตัวพรรคและตัวบุคคล ร้อยละ 14 และร้อยละ 15 ไม่ได้แตกต่างจากพรรคอื่นๆ ยืนยันนโยบายทำได้ ทำจริง เคยสำเร็จมาแล้ว พรรคเพื่อไทยมีจุดแข็งนโยบายที่ทำจริง ทำต่อไป จับต้องได้ เชื่อว่าส.ส.บัญชีรายชื่อเราได้แน่นอน และจะปักธง ส.ส.ในพื้นที่ได้ด้วย
ด้านนายประเสริฐกล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ช่วงชิงจากหลายพรรค จากการสำรวจความนิยมของนิด้าโพล พรรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมจากพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้นเป็นระยะ จึงมุ่งมั่นส่งผู้สมัครครบทั้ง 58 เขต เชื่อว่านโยบายพรรคตอบโจทย์พี่น้องทุกจังหวัดในภาคใต้ เพราะนโยบายเราทำได้จริง
ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง 43 คน ที่พรรรคเพื่อไทย.เปิดชื่อมีบางเขต เปิดชื่อ 2 คน เพื่อให้ลงพื้นที่วัดความนิยม ก่อนเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรค คือสงขลาเขต 1, 4, 6
‘พีระพันธุ์’ไม่รู้‘ไตรรงค์’จ่อซบ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตส.ส. ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์จะมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ยังไม่เห็นนายไตรรงค์เลย ยังไม่ได้คุยกัน ข่าวก็เขียนกันไป ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ นาย พีระพันธุ์กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ความจริงยังไม่มี ต่อข้อถามว่าอยากให้พล.อ. ประยุทธ์มาร่วมพรรคหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณา ไม่ใช่ตนและที่ผ่านมาไม่ได้มีการชักชวนไม่ได้พูดคุยกันเลย
ผู้สื่อข่าวถามถึงชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่มี ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ใกล้เลือกตั้ง ทั้งแคนดิเดตนายกฯ และแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของพรรคยังไม่มี ยังไม่ถึงเวลา ขอให้ถึงเวลาก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อกระแสข่าวการยุบสภาเร็วๆ นี้ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบเพราะไม่ได้ยิน และไม่ได้มีความเป็นห่วงอะไรในตัวพลอ.ประยุทธ์ แม้ล่าสุดจะถูกโจมตีเรื่องกฎหมายให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้ เพราะเรื่องนี้สามารถทำความเข้าใจได้
กกต.ไฟเขียวท้องถิ่นช่วยหาเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วน ท้องถิ่น มีหนังสือหารือเรื่องแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.2566 มายังเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความชัดเจนว่าในช่วง 180 วันก่อนสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 23 มี.ค.2566 นั้น ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการ ผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น เลขานุการสภาท้องถิ่น ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 78 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 ที่ห้ามใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายในการช่วยเหลือผู้สมัคร พรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ และถ้าไปช่วยผู้สมัครหรือพรรค การเมืองหาเสียงเลือกตั้งโดยส่วนตัว มิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ นอกเวลาราชการ ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ จะสามารถทำได้หรือไม่เพียงไร
สำนักงาน กกต.โดยนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กกต. มีหนังสือตอบข้อหารือดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว อาจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 78 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 ได้ หากเข้าลักษณะตามหลักเกณฑ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2543 ลงวันที่ 14 ก.พ.2543 ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์ “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ไว้หมายถึง 1.ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐ 4.มีเงินเดือนค่าจ้างหรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย
โดยผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว สามารถช่วยเหลือผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หาเสียงเลือกตั้งเป็นการส่วนตัว และนอกเหนือเวลาราชการได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 และต้องเป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งระเบียบที่เกี่ยวข้องเฉพาะตำแหน่งดังกล่าว โดยเมื่อ วันที่ 2 พ.ย. นายศิริวัฒน์ รองอธิบดี ซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีหนังสือแจ้งแนวทางการปฏิบัติดังกล่าวไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจ้งต่อนายอำเภอทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทราบแล้ว
กมธ.กิจการสภาฯออกแนวปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลัง ประชารัฐ เป็นประธาน ได้ทำแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของส.ส. และแนวทางการจัดสัมมนาและศึกษาดูงานของ กมธ. ในช่วงระยะเวลา 180 วัน ก่อนวันครบอายุของสภา วันที่ 23 มี.ค.2566 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 แจ้งต่อส.ส. ซึ่งมีสาระสำคัญต่อแนวทางปฏิบัติ ตามคำชี้แจงของ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต.
ขณะที่กลุ่มของกรรมาธิการ ส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ที่ยังมีภารกิจตามหน้าที่และอำนาจจนกว่าจะหมดอายุของสภาแนวทางที่กมธ.กิจการสภาฯ เสนอแนวทางไว้ให้ ระบุว่าสามารถจัดสัมมนา หรือ ศึกษาดูงานของ กมธ. ได้ในช่วงระยะเวลา 180 วัน แต่ต้อง ไม่ทำในสิ่งที่เข้าข่ายการหาเสียงเลือกตั้ง โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมสำคัญ คือ 1.การจัดสัมมนาของกมธ.สามารถจัดอาหารมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือมื้อเย็นในรูปแบบอาหารกล่อง บุฟเฟต์ หรือ โต๊ะจีน รวมถึงอาหารว่าง เครื่องดื่มให้ผู้ร่วมสัมมนา ผู้ร่วมประชุม ได้ แต่ต้องไม่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง
2.จัดเอกสาร ประกอบการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน ค่าเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าสมนาคุณวิทยากร และของสมนาคุณ ของที่ระลึกให้หน่วยงานที่กมธ.ไปดูงานได้ แต่ต้องไม่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง 3.การจัดกระเป๋าหรือสิ่งที่ ใช้บรรจุเอกสาร ที่เตรียมไว้ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา ฝึกอบรม ต้องมีสัญลักษณ์ของสภา ชื่อ กมธ. ได้ แต่ต้องไม่ระบุชื่อส.ส.หรือ กมธ.เพราะจะเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง รวมถึงห้ามทำสิ่งที่เข้าข่ายหาเสียงเลือกตั้ง
สภาฉลุยประชามติแก้รธน.คู่ลต.
เวลา 13.10 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระการลงมติในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติ เกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมไปกับการเลือกตั้งของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา สมาชิกอภิปรายญัตติด่วนดังกล่าวครบถ้วนแล้ว แต่องค์ประชุมก่อนลงมติไม่ครบ ประธานการประชุมขณะนั้นจึงสั่งเลื่อนการลงมติออกไป
กระทั่งวันนี้ (3 พ.ย.) ที่ประชุมสภามีเสียงเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 323 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 7 เสียง ให้สภาส่งเรื่องไปยังครม. ให้ทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสภาลงมติแล้ว ต้องส่งเรื่องต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อให้ลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ อย่างไร หากวุฒิสภาเห็นชอบจึงส่งถึงครม.ต่อไป แต่หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบถือว่าเรื่องนี้ตกไป
ก.ก.หวังส.ว.โหวตเห็นชอบ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงว่า 3 เหตุผลสำคัญที่จะต้องจัดประชามติแก้รัฐธรรมนูญพร้อมเลือกตั้ง ข้อแรก คือประหยัดงบในการจัดการ ข้อสอง เป็นเรื่องหลักการทำให้การร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้เร็วที่สุด และข้อสาม เป็นเรื่องการแสดงออกอย่างมีนัย เพราะหากมีการจัดประชามติ ประเทศไทยมีโอกาสจะเปลี่ยนกฎหมายสูงสุดของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด
หวังว่าส.ว. จะร่วมเห็นชอบกับแนวทางของพรรคก้าวไกล ด้วยการโหวตให้เกินครึ่งเพราะหากย้อนกลับไปเมื่อเดือนพ.ย.2563 สภาเคยมีญัตติโหวตให้มีสภาร่างรับธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากนั้น เดือนมี.ค.2564 ส.ว. คว่ำญัตติดังกล่าว โดยหยิบยกเหตุผลว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องจัดประชามติก่อน ดังนั้นครั้งนี้ส.ว.คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เห็นชอบกับพรรคก้าวไกล
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้เสนอแคมเปญ reset ประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของภาคประชาชน แคมเปญ Reset ประเทศไทย ใช้การเข้าชื่อของประชาชนจำนวน 6 หมื่นรายชื่อโดยไม่ต้องอาศัยเสียงของส.ว. หากมีประชาชนร่วมเข้าชื่อครบตามจำนวนดังกล่าวสามารถส่งไปยังที่ประชุม ครม.ได้ทันที โดยไม่ต้องหวังเสียงของส.ว. ดังนั้นเชื่อว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ครม.ล้มมตินี้