ทำองค์ประชุมล่มอู๊ดด้าซัดเดือดภท.หนูโอดถูกระราน

สภาล่มไม่เป็นท่า เหตุส.ส. หนีกลับบ้าน เพื่อไทยจี้เลิกนัดประชุมวันศุกร์ เหตุต้องเร่งลงพื้นที่ เพราะกลัวสอบตก ศึกพ.ร.บ.กัญชาเดือดไม่หยุด ‘จุรินทร์’ ซัด ‘อนุทิน’ ข้ามทวีป แนะให้เคารพความเห็นต่าง ‘เสี่ยหนู’ ลั่นไม่ทะเลาะด้วย โอด 4 ปีโดนระรานมาตลอด เด็กภูมิใจไทยซัดเล่นนอกเกม ปชป.คาดมีเลือกตั้งช่วงก.พ.-มี.ค.66 ไม่สนโดนเกทับภาคใต้ มั่นใจยึดหัวหาดได้ เพื่อไทยโววัดกันที่ฝีมือ เชื่อกวาดเก้าอี้ได้เพียบ ‘จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์’ ไขก๊อกส.ส.ก้าวไกล สะพัดจ่อซบเพื่อไทย รัฐบาลย้ำน้อมรับข้อห่วงใยกรณีขายที่ดินให้ต่างชาติ เพื่อไทยตอก ‘บิ๊กตู่’ เลิกทู่ซี้หัวแข็ง ‘จตุพร’ จี้ ป.ป.ช.ทำหนังสือเตือนนายกฯ-ครม.

‘บิ๊กตู่’หารือรับมือดอกเบี้ยพุ่ง
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.50 น. มีวาระการประชุมย่อย ที่ตึกไทย คู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยไม่แจ้งอย่างเป็นทางการ จากนั้นได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมการการประชุมสุดยอดอาเซียน (Aseam Summit) ที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ย.นี้ โดยพล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย

ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (วงเล็ก) หารือรับมือผลกระทบด้านการเงินการคลัง ภายหลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% สู่ระดับ 3.75-4.00% ถือเป็นระดับสูงที่สุดของสหรัฐตั้งแต่เดือน ม.ค.2551 หรือในรอบกว่า 14 ปี ซึ่งอาจมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ทั่วโลก รวมทั้งไทยด้วย

‘อู๊ดด้า’ซัด‘อนุทิน’ข้ามทวีป
ที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนพรรคต่อร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. … ว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนกัญชาเสรี เพราะเป็นห่วงอนาคตประเทศระยะยาวว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย

ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธรณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวหานายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีมารยาท ไปรับงานใครมาคัดค้าน นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องไปย้อนถามตัวเองมากกว่าในคำถามที่ ถามมา ที่สำคัญประชาธิปไตยต้องเคารพ ความเห็นต่างและไม่ระรานคนที่มีความเห็นต่าง พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนของพรรค ไม่ได้ เป็นลูกจ้างส่วนตัวของใครที่จะมาใช้อำนาจ ตนคิดว่าหัวใจสำคัญของระบบประชาธิปไตยคือไม่ใช้อารมณ์ แต่ต้องใช้หลักเหตุผล

เมื่อถามว่าการตอบโต้กันระหว่างสองพรรคจะกระทบความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า การทำงานร่วมกันในรัฐบาลผสม ต้องเคารพความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน ตนไม่คิดว่าจะไปกระทบ กับพรรคการเมืองที่ยึดวิถีประชาธิปไตย เพราะถ้าเคารพวิถีประชาธิปไตยต้องเคารพความเห็นต่าง ไม่ระรานคนที่เห็นไม่ตรงกับเรา และไม่ใช้อารมณ์ ถ้าเรายึดถือหลักนี้ได้ การทำงานในฐานะรัฐบาลก็ไม่มีปัญหา

“การทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะให้เห็นเหมือนกันทั้งหมดไม่ได้ แม้แต่บริษัทเดียวกันใช้อำนาจบังคับให้เห็นเหมือนกันยังยาก ยิ่งทางการเมืองต้องเคารพเสียงประชาชนฟังเสียงประชาชน เรื่องนี้ประชาธิปัตย์ต้อง ฟังเสียงประชาชนเช่นเดียวกัน หากถามว่าประชาธิปัตย์รับงานใครก็ต้องบอกว่ารับงานประชาชน” นายจุรินทร์กล่าว

‘เสี่ยหนู’ลั่นไม่ทะเลาะด้วย
ที่จ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายจุรินทร์ ขอให้เคารพความเห็นต่างทางการเมืองว่า ไม่เป็นไร พรรคภูมิใจไทยทำเรื่องกัญชามาถึงจุดนี้ได้ นี่เป็นความสำเร็จ ส่วนกฎหมาย จะผ่านหรือไม่ผ่าน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคที่ค้านเรื่องนี้ขอให้ไปตอบคำถามประชาชนด้วย

“หยุดเถียงแล้วครับ ขอทำงานดีกว่า เพราะมั่นใจว่ามาถูกทาง ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนและมั่นใจว่าประชาชนให้การตอบรับผลงานของพรรคเป็นอย่างดี คนที่มีความมั่นใจแล้วไม่จำเป็นต้องไปเถียงกับใคร แต่คนที่ไม่มีความมั่นใจต้องหาเรื่องไปเรื่อยๆ เถียงไปตอบไปเดี๋ยวก็มีเรื่องอื่นขึ้นมาตัดแข้งตัดขา ประเทศชาติไม่ไปไหน ในเมื่อเห็นเขาขวางอยู่เราก็ต้องหลบ ไม่ต้องไปคุย เถียง หรือทะเลาะกับเขา ขอเดินหน้าทำงาน สมองคิดและเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า” นายอนุทินกล่าว

โอด 4 ปีถูกระรานตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ ถือว่าคุยกันไม่ได้แล้ว ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันใกล้จบแล้ว เพราะเต็มที่ก็ถึงช่วงเดือนมี.ค.2566 คง ต่างคนต่างทำงานในกระทรวงที่รับผิดชอบ พรรคภูมิใจไทยไม่เถียง ไม่ทะเลาะ กับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เราทำงานของเราไม่ว่าเขาจะด่าทอ ด้อยค่าอะไรมา ประชาชนเห็นเอง เขาคงต้องไปคุยกับเสาไฟฟ้าหรือไปพูดกับต้นไม้ เพราะภูมิใจไทยจะไม่ทะเลาะอะไรด้วย ตลอด 4 ปี ที่ผ่านพรรคภูมิใจไทยโดนกระทำมาโดยตลอด เพราะทำงานหนัก พรรคที่ไม่ค่อยทำงานก็จะมาระราน ยืนยันว่าภูมิใจไทย ไม่เคยระรานใคร เพราะอนุทินไม่เคยสู้คน

ส่วนความสัมพันธ์กับนายจุรินทร์นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ท่านไม่เคยไหว้ตนทันเลยซักครั้ง เพราะนายจุรินทร์เป็นนักการเมืองอาวุโสเป็นรองนายกรัฐมนตรี ถึงอย่างไรในเรื่องของมารยาทก็ต้องแสดงความเคารพกัน เป็นเรื่องกันปกติ เมื่อถามว่าในสมัยหน้าจะร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้พ้นการเลือกตั้งครั้งนี้ไปก่อน

เด็กภท.จวกเล่นนอกเกม
ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวตอบโต้ นายจุรินทร์ ว่า ขอย้ำว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยสื่อสารมาทั้งหมด เราไม่เคยต้องการระรานใคร แบบที่ท่านกล่าวหา แต่เราสงสัยในพฤติกรรมของท่านว่าท่านกำลังเล่นนอกเกม โดยมีเจตนาอื่นแอบแฝง และเรากำลังพยายามดึงท่านกลับเข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้อง ส่วนการที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ถือเป็นสิทธิ์ที่ท่านทำได้ แต่การที่บอกว่าที่ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวกัญชาเสรีเกินไป ตรงนี้มันย้อนแย้ง เนื่องจากร่างพ.ร.บ.ที่ท่านปฏิเสธเสียงแข็ง ตรงนี้คือตัวที่จะเข้ามาคุมอย่างครบวงจร

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของรัฐบาล สมาชิกพรรคร่วมกลับมาทำเช่นนี้ จึงถือว่าไม่มีมารยาท และถือเป็นการดูถูกกรรมาธิการ(กมธ.) ที่มาจากทุกพรรคการเมือง รวมถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งสำคัญข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอมา ให้ทบทวนนั้น เป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วในร่างกฎหมาย ดังนั้น จะทำอะไรช่วยเคารพตัวเองบ้าง พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งอ้างประชาชน อ้างว่าเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา ต้องตอบคำถามให้ได้ ว่าเจตนาแท้จริงที่ทำเช่นนี้เพื่ออะไร ตรงนี้คือสิ่งที่เราสงสัย

ภูมิใจไทยขอปักเข็มหนองคาย
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่เวทีกลางลานนาคา เบิกฟ้า อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายเสถียร ผาณิบุศย์ เขต 1 พญ.จิดาภา สุนทรธนากุล เขต 2 และ นายกฤศภณ หล้าวงศา เขต 3

นายอนุทินปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยหวังว่าเราจะมีบุญได้รับใช้ทุกท่าน ที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรคเดินหน้าพัฒนาไปได้แล้วหลายจังหวัด ทั้งบุรีรัมย์ นครพนม อุทัยธานี ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับใช้ชาวหนองคายมั่นใจว่าเราสร้างความเจริญให้ท่านได้แน่นอน เพราะจังหวัดนี้มีจุดยุทธศาสตร์อย่างแม่น้ำโขงที่จะเป็นแรงผลักดันด้านเศรษฐกิจ อย่าลืมว่าเราเป็นพรรคที่ไม่ขัดแย้ง จะสร้างความเจริญอย่างเดียว เราไม่เล่นการเมืองแบบนักการเมืองโบราณ เราดูรับใช้ทุกพื้นที่ ถึงไม่มีส.ส.เราก็ทำงานให้แน่นอน มาครั้งนี้เราเอานโยบายมาขาย ก็หวังว่านโยบายและผลงานที่ผ่านมาจะช่วยเราตอกเสาเข็มได้ส.ส.พื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจ.หนองคาย เดิมมีส.ส. 3 คน เป็นของพรรคเพื่อไทย (พท.) ทั้งหมด ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้มาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครไปแล้วเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา

ปชป.ไม่สนโดนเกทับ-ยึดใต้ชัวร์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเกทับจำนวนที่นั่งส.ส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นธรรมดาที่ทุกภาคต้องมีทุกพรรคเข้าไปแข่งขัน ทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งภาคใต้เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องมีหลายพรรคเข้าไปแข่งขัน ความจริงไม่ใช่เฉพาะเที่ยวนี้ เมื่อย้อนกลับ ไปดูการเลือกตั้งเกือบทุกสมัยจะมีหลายพรรคการเมืองลงไปแข่งขัน แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังผูกพันกับคนภาคใต้อย่าง แน่นเหนียว เช่นเดียวกับพรรคอื่นๆ เพียงแต่บางครั้งเราได้มากบ้าง น้อยบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา

“เที่ยวหน้าผมมั่นใจว่าในพื้นที่ภาคใต้ จะได้ส.ส.มากกว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ส่วนพรรคไหนจะลงไปแข่งอย่างไรบ้างก็เป็นเรื่องปกติ เพราะไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหน ที่พรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้งอยู่พรรคเดียว” นายจุรินทร์กล่าว

ส่วนที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคภูมิใจไทย บลัฟว่าจะยึดหัวหาดที่จ.พังงา นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่เป็นไรเพราะพังงามีหลายพรรคลงไปแข่ง ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นของจังหวัดไหนในภาคใต้ทั้งสิ้น เป็นการแข่งขันปกติ บางช่วงลงแข่ง 7-9 พรรคก็มี

คาดมีเลือกตั้งก.พ.-มี.ค.66
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรค เป็นประธานการสัมมนาเชิงปฏิบัติการและบรรยายแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ในปี 2566 ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ย.

นายนิพนธ์กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ เป็นช่วงเวลาที่ใกล้มาเข้ามาทุกที เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานถือเป็นกำลังหลักของพรรคในการที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นโยบายของพรรคไปสู่ภายนอกเพื่อสร้างการรับรู้ผ่าน ช่องทางต่างๆ รวมทั้งอำนวยความสะดวก เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้สมัครและเครือข่ายของพรรค

สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำคือการให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งเป็นภารกิจหลัก และงานประจำเป็นงานรอง ซึ่งการดำเนินการต่างๆ ต้องอยู่ภายใต้แผนภารกิจตามความรับผิดชอบที่แต่ละคนได้รับมอบหมาย ปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์อย่างดีที่สุด รวมถึงการทบทวนและถอดบทเรียนข้อบกพร่องและปัจจัยความสำเร็จจากการ เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพื่อมาเสริมการทำงานในการเตรียมการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งการ เลือกตั้งที่จะมาถึงนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง ข้อกฎหมาย ระเบียบการปฏิบัติจากเดิม เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องศึกษาทำความเข้าใจอย่างละเอียดและรัดกุมเพื่อการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และแสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันจะส่งผลดีต่อการวางแผนการทำงาน ของคณะทำงานทั้งหมดได้เป็นอย่างดี ซึ่ง คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นช่วงเดือนก.พ.-มี.ค.2566

เปิดตัว 8 ผู้สมัครเมืองย่าโม
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ย. นายจุรินทร์นำ “จุรินทร์ออนทัวร์” ลงพื้นที่จ.นครราชสีมา เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 8 เขต ประกอบด้วย เขต 1 น.ส.สิริเพ็ญโสภา บางท่าไม้ วิศวกรหญิง คนรุ่นใหม่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เขต 4 ว่าที่ร้อยตรีประภาส บุญเชิด อดีตรองนายกเทศมนตรี ต.สระพระ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา เขต 5 นายทิว ขุนองค์ จิตอาสา ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์

เขต 7 นายกันตพงษ์ พรมกมล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา เขต 9 นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีต ส.ส. 4 สมัย เขต 12 น.ส.ปัณรสี ครุฑขุนทด บุตรสาวนายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรมช.ศึกษาธิการ เขต 14 พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตส.ส. นครราชสีมา และเขต 15 นายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย

พรรคให้ความสำคัญกับพื้นที่ในภาคอีสานเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ซึ่งสนามการเลือกตั้งที่นครราชสีมา พรรคได้ผู้สมัครที่มีศักยภาพ มาร่วมทีมทั้งอดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้านการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเริ่มต้นทำงานได้ทันที รวมถึงว่าที่ผู้สมัครส.ส.หน้าใหม่ ใน 3 เขต ที่เป็นคนรุ่นใหม่ล้วนเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ประกอบกับความแข็งแกร่งของพรรคภายใต้การนำของนายจุรินทร์ และการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ตามที่ได้หาเสียงไว้ โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกรพืชผลทางการเกษตร 5 ชนิด ที่ทำให้เกษตรกรชาวอีสานได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก จึงมั่นใจว่าพรรค จะมีโอกาสคว้าชัยชนะได้ในจ.นครราชสีมา

เพื่อไทยโวกวาดปักษ์ใต้เพียบ
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนพื้นที่ภาคใต้มาก ที่ตั้งความหวัง ให้ช่วยเพิ่มรายได้ คิดว่าเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะมีโอกาสทำงานให้ประชาชนในทุกภาค และภาคใต้ จะได้ส.ส.ไม่น้อย นโยบายที่ใช้ มีการวางนโยบายที่เป็นทั้งส่วนกลางและ ส่วนจังหวัด การแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคใต้ จะทำให้ตรงกับพื้นที่เป้าหมาย ทำได้แน่นอน ภาคใต้มีจุดแข็งมากทั้งสินค้าเกษตร ทรัพยากรทางทะเล สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม แต่การพัฒนาช้า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะยกระดับภาคใต้ โดยใช้เวลาไม่นาน นโยบายในภาคใต้จะกระจายไปเป็นจังหวัด ให้ผู้สมัครไปปราศรัยย่อย และให้ข้อมูลในแต่ละพื้นที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาคนภาคใต้ไม่ค่อยนิยมพรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์กล่าวว่า ตนลงแต่ละพื้นที่ไปคลุกคลี ต้องบอกว่าจากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น คนใต้อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล บางคนอยากให้พรรค เพื่อไทยมาลองบริหารเศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไร วันนี้ต้องวัดกันที่ฝีมือใครจะยกระดับรายได้ประชาชนได้มากกว่ากัน ส่วนตัวผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้นั้น ยังเปิดตัวผู้สมัครไม่ครบ มีอีกหลายเขตที่เปิดแล้วแทบจะบอกได้ว่าเป็น ส.ส.ได้เลย เพราะแข็งมาก ส่วนผู้สมัครที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่างน้อย 5-10 ที่นั่ง มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาส

เมื่อถามว่าประเมินจะได้ส.ส.ภาคใต้เท่าใด นายวรวัจน์กล่าวว่า เยอะ เป็นตัวเลขที่ตกใจ พี่น้องคนใต้ต้องการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการอยู่ในสภาพนี้

‘สมคิด’ซัดงี่เง่ามองแค่นายกฯ
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บ้านสวนพอเพียง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคอีสาน ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี พบกับตัวแทนเกษตรกร ประชาชน ปราชญ์ชาวบ้าน ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยประชาชนได้สะท้อนเรื่องปัญหาราคาพืชผลเกษตร และพร้อมสนับสนุนแนวทางของพรรคสร้างอนาคตไทย

นายสมคิดกล่าวว่า ตนมาวันนี้ไม่ได้มาหาเสียง ไม่เลือกตนไม่เป็นไร แต่ตนคิดมาโดยตลอดว่าจะช่วยเหลือที่เกษตรกรได้อย่างไร การทำงานมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ไม่เคยสนใจตำแหน่ง ตั้งแต่จำนำข้าว เพื่อ ไม่ให้พ่อค้าชี้นำราคา จนมาถึงยุคโครงการ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ รวม 12 ปี รวมเป็นเงิน ช่วยเหลือไม่รู้กี่แสนล้านบาท ที่ผ่านมาน้ำท่วม เราไม่โทษใคร แต่ต้องเริ่มกันใหม่ ไม่ใช่พูดแต่ว่าใครเป็นนายกฯ เป็นเรื่องงี่เง่า แต่ต้องบอกว่าใครจะทำจริง ไม่ใช่เป็นนายกฯ แล้วเท่ แต่ชาวบ้านไม่มีกิน ถามว่าจะเป็นไปทำไม

การเปลี่ยนแปลงให้เกษตรกรดีขึ้น คือการนำ ทั้งสภา และรัฐบาล อีสานเป็นภาคที่ใหญ่ที่สุด มีประชาชนกว่า 20 ล้านคน ทั้งที่มีส.ส. 130 คน แต่ยังช่วยพี่น้องไม่ได้ แปลว่าอะไร คนอีสานต้องคิดให้ได้ว่ามี ส.ส.มากที่สุด แผ่นดินก็มี เพียงแต่พื้นดินรับน้ำไม่ได้ น้ำมาจึงท่วม ถามจริงๆ ว่าในเชิงวิศวกรรมสามารถทำได้ แต่รัฐบาลต้องจริงจังกับโจทย์ อย่าแยกกระทรวงกันทำงาน ตอนนี้มีเป็น ร้อยหน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำ แยกกันทำงานจึงต้องหาคนรับผิดชอบให้เจอ การนำโดยสภา รัฐบาล และการรวมตัวของนักการเมืองทั้งหลายเป็นเรื่องสำคัญ เราไม่โทษใคร แต่ต้องรู้ว่าพรรคการเมืองใดจะทำงานจริงๆ

ยุใครแจกเงินรับ-แต่อย่าเลือก
วันที่ 5 พ.ย. ตนจะเปิดนโยบายของพรรค ตอนนี้เรารู้ปัญหาของท่าน ตนติดต่อกับคนในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาตลอด จึงรู้ว่าเขาอยากช่วยเกษตกร แต่อยู่ที่นโยบายของรัฐบาล เพราะกระทรวงการคลังวัดที่ผลกำไร จึงควรเปลี่ยนตัววัด เป็นเรื่องการช่วยเกษตกรแทน การนำนี้สำคัญมาก ถ้าบริหารภายใต้ข้อจำกัดว่าจะเอาอย่างนี้ อย่างนั้น ถ้าทำจริงๆ คนเป็นนายกฯ คำไหนต้องคำนั้น จะกลัวพรรคนั้นพรรคนี้ทำไม อยู่ไม่ได้ก็ไป ชนะเลือกตั้งไม่มีประโยชน์ ถ้าคนทั้งประเทศไม่มีกิน

ขอย้ำว่าที่ต้องมาช่วยเพื่อให้คนรุ่นใหม่ ได้เห็นและทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ เป็น นายกฯ หรือไม่ได้เป็น เป็นเรื่องเล็ก เป็นนายกฯ ไม่ง่าย เป็นแล้วต้องช่วยคนจริงๆ ถ้าเป็นแล้วเท่อย่างเดียวจะเป็นไปทำไม ไม่รู้ชาตินี้จะเห็นคนอีสานดีขึ้นหรือไม่ ตราบใดที่ตนยังมี ลมหายใจ มีแรง ไม่ติดโควิด-19 ตายเสียก่อน จะพยายามทำให้ดีที่สุด ตนมาพร้อมกับปรัชญาไม่ได้มาแค่สัญญา ไม่ได้มาจำนำเสียง เราไม่เอา แต่เราต้องการมาช่วย

“สมมติมีคนมาให้เงินคนละ 500 บาท รับไว้ไม่เป็นไร แต่อย่าไปเลือกเพราะ 500 บาทที่เขาให้มา หากเขาอยู่ 4 ปี หารแล้วเท่ากับว่าท่านได้เงินจากเขาซื้อกาแฟแก้วหนึ่งยังไม่ได้เลย ดั้งนั้นรับไว้ไม่เป็นไร แต่จำไว้ว่าถ้าเขาจ่ายเงินให้แปลว่ามันไม่มีของฟรี และจำไว้ว่าคนเราให้อะไรแบบนี้มีจุดมุ่งหมายแน่ๆ ผมอยู่การเมืองมานานมาก ไม่ได้บอกว่าไม่ให้รับ ไม่รับก็โง่สิ แต่เก็บไว้หยอดกระปุก ดังนั้น อยากให้เลือกพรรคที่ไว้ใจได้ทำงานได้ อย่าไปเห็นกับของเล็กๆ น้อยๆ ที่เขามาแจก” นายสมคิดกล่าว

เหน็บไร้สาระแก้รธน.ให้ได้เปรียบ
นายสมคิดกล่าวถึงกรณีที่สภาให้ความ เห็นชอบจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับวันเลือกตั้ง และให้ เสนอครม.พิจารณาว่า เรื่องการทำให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์เคยบอกไปแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เพื่อแก้ไขระบบเลือกตั้ง เรื่องได้เปรียบ เสียเปรียบ ไม่ต้องพูดแล้วเพราะซ้ำซาก แต่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญปฏิรูปประเทศไทยได้จริง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้จริง ปรับโครงสร้างการเมืองได้จริง ไม่ใช่แค่ว่าหาร 100 หาร 500 ไม่เป็นสาระเลย รู้อยู่แล้วว่าจะหาร 100 หาร 500 ก็ทำให้มันเป็นสาระหน่อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะต้องทำอย่างไร นายสมคิดกล่าวว่า ก็รู้กันอยู่แล้วแหละ

‘ปุ้ม’บี้นายกฯคืนอำนาจปชช.
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ประธานภาคกรุงเทพฯ และทีมงานสร้างอนาคตไทย ได้ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเขตลาดกระบัง ซึ่งมี นายณัทพัช อัคฮาด เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่

นายสุรนันทน์กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยเป็นพรรคการเมืองใหม่ ที่มานำเสนอชุดความคิดใหม่ นโยบายใหม่ เพื่อหาทางออก ให้ประเทศในภาวะวิกฤตทั้งเศรษฐกิจและการเมือง เราจะต้องก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองไปให้ได้ โดยเฉพาะการลด ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เมื่อประชาธิปไตย และความยุติธรรมกลับสู่มือประชาชน ให้ประชาชน เป็นคนเลือกว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปทางไหน ถึงเวลานั้นเราจะร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้ไปในทิศทาง ที่ดีได้

“ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะ 8 ปีคือเวลาการอิ่มตัวของมนุษย์ ควรจะปล่อยวางอำนาจที่มีอยู่โดยเร็ว ไม่อย่างนั้นประเทศจะจมดิ่งไปเรื่อยๆ การแก้ปัญหาและหาทางออกจะยิ่งยากมากขึ้น” นายสุรนันทน์กล่าว

‘จิรวัฒน์’ทิ้ง‘ส.ส.-ก้าวไกล’-ซบพท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ยื่นใบลาออกจากส.ส. ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มีผลนับแต่วันที่ 4 พ.ย. เป็นต้นไป จากนั้นได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตลอดกว่า 3 ปี 8 เดือน นับเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าทางการเมือง แม้วันนี้จะเดินออกมาจากพรรคก้าวไกลแล้ว แต่ขอขอบคุณในมิตรภาพและประสบการณ์ร่วมทางการเมืองที่ผ่านมากับพรรค

“ส่วนชีวิตการเมืองของผมจะไปในทางไหนขอใช้เวลาคิดทบทวนอีกครั้ง แต่หนทางที่ตัดสินใจแน่นอน คือพรรคนั้นจะมีจุดร่วมและอุดมการณ์ทางการเมืองที่มีห้องของหัวใจส่วนหนึ่งเหมือนพรรคก้าวไกล คือเข้าใจคนรุ่นใหม่ มีความทันสมัย มีความคิดที่ก้าวหน้าและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายจิรวัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่านายจิรวัฒน์ จะย้ายงานไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย โดยอาจลงสมัครเขตเดิม

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เผยว่า ทางพรรคเตรียมว่าที่ผู้สมัครที่จะลงแทนไว้อยู่แล้วคือ นายสิริน สงวนสิน ซึ่งเปิดตัวไปตั้งแต่ 9 ก.ย.2565 ในแคมเปญเลือกตั้งพรรคก้าวไกล “ต้องก้าวไกล ให้ไทยก้าวหน้า” ส่วนนี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาคือการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ยังไม่ชัดเจน จึงต้องรอดูว่าการแบ่งเขตใหม่จะแตกต่างกับการ แบ่งเขตเดิมหรือไม่

สภาล่ม-ส.ส.แห่กลับบ้าน
เมื่อเวลา 09.30 น. ในการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร หลังที่ประชุมเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาในพื้นที่แล้ว ได้เข้าสู่การพิจารณาวาระรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จ.กระบี่ สมาชิกแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กระทั่งเวลา 12.15 น. เมื่อสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นต้องลงมติ จึงต้องตรวจสอบองค์ประชุม

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธาน กดออดเรียกสมาชิกราว 10 นาที แต่สมาชิกในห้องประชุมยังโหรงเหรง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) สอบถามว่า หากไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถลงมติได้ วาระนี้จะยังค้างอยู่หรือไม่ นายสุชาติชี้แจงว่า ยังอยู่หากยังไม่มีการลงมติ สัปดาห์หน้าก็มาลงมติต่อและขอให้โหวตไปตามข้อบังคับ

เมื่อรอสมาชิกอีกระยะหนึ่ง นายสุชาติกล่าวว่า “ท่านสมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัดรีบจองตั๋วกลับเถอะครับ” นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นสอบถามว่า จะให้จองตั๋วตอนนี้เลย หรือให้จองตั๋วตามกรอบที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาวางไว้ นายสุชาติจึงกล่าวว่า จองได้เลย

ยอมรับกลัวสอบตก
ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ พยายามแก้ตัวว่า ต้องขออภัยพี่น้องทางบ้านด้วย เป็นเรื่องการประชุมกรณีพิเศษ ช่วงนี้สมาชิกติดภารกิจงานบุญ งานกฐิน ทำให้มาประชุมกันน้อย ขณะที่นายครูมานิต สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ระบุ วันศุกร์ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่อยากให้มีประชุม เพราะปลายสมัยแล้ว นายกฯ ก็ทำท่าเหมือนจะยุบ ไม่ยุบๆ ผู้แทนฯ ก็เป็นห่วง ทุกคนอยากกลับพื้นที่

“การประชุมสภาวันศุกร์ไม่ได้คุณภาพอะไรเลย บ่ายโมงบ่ายสองก็เริ่มกลับกันแล้ว เพราะเครื่องบินเริ่มบินบ่ายสองบ่ายสาม ไปถึงบ้านก็ค่ำ และนั่งรถร้อยกว่ากิโล กว่าจะถึงพื้นที่ ทุกคนมีภาระ และคิดอีกว่า 24 ธ.ค. เอาอย่างไรกันแน่ ยุบหรือไม่ยุบ นายกฯ ก็ ไม่ตอบ รอเอเปคก็ไม่ใช่ ทุกคนก็รักตัวกลัวตายกับการสอบตกทั้งหมด ผมว่ายกเลิกเถอะ การประชุมวันศุกร์ ขอให้ทีมประธานสภาไปหารือกันใหม่ ประชุมแค่พุธ พฤหัสฯ ก็เต็มที่แล้ว” นายครูมานิตย์กล่าว

จากนั้นเวลา 12.23 น. นายสุชาติกล่าวว่า ขณะนี้ปิดการแสดงตนแล้วองค์ประชุมมีแค่ 183 คน ยังห่างไกลจาก 238 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงสั่งปิดการประชุมทันที

รัฐบาลแจงปมกฎหมายที่ดิน
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามสด ผลกระทบของร่างกฎกระทรวงมหาดไทย ให้สิทธิชาวต่างชาติศักยภาพสูง 4 กลุ่ม ซึ่งนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท มีสิทธิ ซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลจนมุมทางเศรษฐกิจว่า ไม่ใช่เรื่องจนมุมทางเศรษฐกิจ มีหลายมาตรการดึงดูดนักลงทุนด้านอื่นๆ ของรัฐบาล ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ที่แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่กลับมีงบลงทุนในพื้นที่ ดังกล่าวสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลไม่ได้จนมุมใดๆ

ร่างกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้ มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายบุคคล ขณะเดียวกันก็เพิ่มการควบคุมและคัดกรองให้รัดกุมขึ้น ดังนี้ 1.อนุญาตให้เฉพาะคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่ม คือกลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และกลุ่ม ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ ที่ได้รับสิทธิวีซ่าประเภทผู้พำนักระยะยาวใหม่ (Long-term resident visa : LTR) เท่านั้น

2.การซื้อขายไม่เปิดช่องให้นอมินีสามารถกว้านซื้อที่ดินได้ เนื่องจากมีหลักเกณฑ์ ขั้นที่ 1 ที่กำหนดคุณสมบัติคนต่างด้าว 4 กลุ่ม ข้างต้นแล้วยังกำหนดให้ต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ในธุรกิจหรือกิจการตามที่ร่างกฎกระทรวง กำหนด และต้องคงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยให้นับมูลค่าการลงทุน ณ วันที่ยื่นคำขอ หากถอนการลงทุนก่อนครบกำหนด 3 ปี จะถูกระงับสิทธิ และสามารถออกเงื่อนไขในการป้องกันนอมินีเพิ่มเติมได้ 3.ไม่สามารถถือครองขยายพื้นที่ได้ มากกว่า 1 ไร่ ต่อ 1 คน ดูสิทธิการซื้อครบ 1 ไร่ ไม่มีสิทธิซื้ออีกถึงแม้จะขายออกไปแล้ว

น้อมรับทุกข้อห่วงใย
4.การซื้อที่ดิน กำหนดบริเวณชัดเจน ไม่ใช่ซื้อที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย แต่ต้องเป็นพื้นที่ในเขตเมืองที่มีราคาสูง อยู่ภายในเขตกรุงเทพฯ เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัย ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง ไม่ใช่อนุญาตให้ซื้อพื้นที่เกษตรกรรม 5.การซื้อขายเป็นระหว่างพื้นที่เอกชนกับเอกชนตกลงกันเอง และเป็นราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มเอง ไม่ใช่ ลงทุน 40 ล้านแล้วได้ที่ 1 ไร่

6.หากตกลงซื้อขายที่ดินแล้วตามขั้นตอน นอกจากยื่นเรื่องต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ยังกำหนดให้ยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมที่ดิน เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขทั้งหมดก่อน เช่น พบว่า เป็นนอมินี หรือมีการกว้านซื้อบริเวณใกล้เคียง ก็นำไปสู่การตรวจสอบเพิ่ม และสุดท้าย เมื่อถูกต้อง ถึงจะเสนอต่อรมว.มหาดไทยพิจารณาเป็นรายกรณีไป ไม่ใช่ซื้อได้ในทันที 7.รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จัดหาที่ดินให้ เพียง ออกกฎหมายรองรับ และสิทธิอำนาจในการพิจารณาเงื่อนไขการอยู่ในแผ่นดินไทย ยังเป็นของรัฐบาลไทย 8.การใช้ชีวิตของต่างชาติ ในไทย ต้องดำรงเงื่อนไขก่อนซื้อ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ไม่มีเอกสิทธิ์เหนือ แผ่นดินไทย 9.ทุกตารางนิ้วที่ต่างชาติมีที่พักอาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย ยังต้องเคารพกฎหมายไทย จึงไม่ใช่การเสียอธิปไตยของชาติ

“รัฐบาลน้อมรับข้อห่วงใยของทุกฝ่าย ที่มีเจตนาในการที่ป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการแสวงหาผลประโยชน์อื่นใด ซึ่งตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ร่างกฎกระทรวงนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่มีการปรับปรุงแก้ไขได้อยู่ขณะนี้” น.ส.ทิพานันกล่าว

พท.จี้‘ประยุทธ์’เลิกทู่ซี้หัวแข็ง
น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีกรณีมติ ครม.ให้ออกกฎกระทรวงเปิดช่อง ให้ต่างชาติซื้อที่ดินนั้น จากการตอบของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตามมาด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พูดไปคนละทิศคนละทาง

พล.อ.อนุพงษ์บอกว่าอาจกำหนดเงื่อนไขให้เข้มงวดขึ้น หรืออาจล้มเลิกไปเลยหากประชาชนกังวลมาก ส่วนนายสุพัฒนพงษ์บอกว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนให้คนต่างชาติมาซื้อที่ดิน จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ยังไม่รวมที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าการขายที่ดินให้ต่างชาติ ไม่ใช่การขายชาติ เพราะคนต่างชาติไม่สามารถเอาที่ดินหนีบรักแร้กลับประเทศเขาได้ เราอยู่ในรัฐบาลแบบไหนกันแน่ เหตุใดความเป็นเอกภาพในแนวนโยบายที่มีสารตั้งต้นมาจากมันสมองของทีมเดียวกัน แต่เมื่อตอบคำถามจึงสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง

ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ รีบออกมา สร้างความกระจ่างต่อสาธารณชนโดยเร็ว หากยังไม่มีความพร้อม หรือมีความสุ่มเสี่ยงต่ออนาคตของประเทศก็ควรชะลอ ศึกษาผลดี ผลเสียก่อน อย่าบุ่มบ่ามใจเร็ว เมื่อเกิดความเสียหายทีหลังต้องมาคอยวิ่งตามปัญหาอีก หยุดขายชาติเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เลิกใช้คำว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ หากยังไม่สามารถสร้างความชัดเจนให้กับเรื่องนี้ได้ เมื่อประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยไม่เห็นด้วยก็ควรหยั่งเสียงก่อนด้วยการทำประชามติ หรือทำโพลจากสำนักที่เป็นกลางที่สุดก่อน ไม่ใช่ทู่ซี้ตะบี้ตะบันหัวแข็ง ไม่รับฟังเสียงใครแบบนี้ หากขืนฝืนเดินหน้าต่อ ราคาที่ดินในประเทศสูงขึ้นแน่นอน จนไม่มีใครต้องการขายให้คนไทยด้วยกันเอง เก็บไว้ขายให้ ต่างชาติในราคาสูงดีกว่าหรือไม่

‘จตุพร-นิติธร’ขอป.ป.ช.ช่วยเตือน
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ พร้อมคณะหลอมรวมประชาชน ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ให้เตือนรัฐบาลถึง ผลกระทบ จากการเปิดให้ต่างชาติซื้อที่ดินและขอให้สอบสวนและไต่สวนกรณีเอื้อประโยชน์หรือการกระทำของบุคคลที่ส่อไปในทางทุจริต

โดยระบุว่า หลังครม.มีมติเกิดการวิจารณ์กว้างขวาง มติไม่ชัดเจนในการดำเนินโครงการและเปิดกว้างให้เกิดการซื้อที่ดินโดยไม่อาจควบคุมได้ จะส่งผลกระทบอย่าง ใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของชาติไทยและเศรษฐกิจไทย 40 ล้านบาทเป็นเงินเพียง เล็กน้อยเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของ ต่างชาติรายบุคคล อีกทั้งผลจากการดำเนินโครงการในอดีตก็พิสูจน์ชัดว่าไม่เป็นแรงจูงใจ หรือเป็นผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขอให้ป.ป.ช.มีหนังสือเตือนไปยังพล.อ.ประยุทธ์ และครม.โดยด่วน หากปล่อยให้ปฏิบัติตามมติครม. จะก่อให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายอย่างกว้างขวางของรัฐบาลและบุคคลรอบข้างรัฐบาล หรือผู้สนับสนุนรัฐบาลไม่ และอาจขัดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 1,3,4,5 และเทียบเคียงมาตรา 178 และขอให้รัฐบาลระงับยับยั้งยกเลิกกฎกระทรวงต่างๆ ที่มีลักษณะ หรือก่อให้เกิดผลเช่นเดียวกับ มติครม.ดังกล่าว ที่ออกมาก่อนหน้านี้ทุกฉบับ เช่น กรณีการส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ รวมถึงขอให้ไต่สวนด้วยว่าการออกมติครม.ดังกล่าว มีลักษณะเอื้อให้เกิดการทุจริตหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน