หนุ่มทาสยาบ้ากับสาวตกงาน

ตร.จับรวด 2 หนุ่ม 1 สาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า รายแรกหนุ่มทาสยารับจ้างเปิดหาเงินซื้อยา หมายจับติดตัวยาวเหยียด อีกรายพนักงานสาวอ้างตกงาน รับจ้างเปิดบัญชีม้า เพียงแค่ 4 เดือนพบเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล้านบาท รายที่ 3 เปิดบัญชีม้าหลอกขายอะไหล่รถมือสอง เจ้าตัวยังปฏิเสธ อ้างถูกเว็บพนันหลอกเอาข้อมูลไปเปิดบัญชี

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย บริเวณท้ายซอยรามคำแหง 95/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พร้อมของกลางยาบ้า 56 เม็ด และอุปกรณ์การเสพ และนาย สุรสิงห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ข้อหา “เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองฯ โดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหลายสิบรายที่ถูกหลอกให้กู้เงินผ่านช่องทางออนไลน์ โดยคนร้ายจะหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียมเพื่อรอรับเงินที่ต้องการจะกู้ แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีกเลย นอกจากนี้ ยังมีเหยื่อถูกหลอกให้ทำงานออนไลน์ ซึ่งจะต้องโอนเงินค่าจองสินค้า โดยคนร้ายอ้างว่าจะได้ค่าคอมมิชชั่นสูง ซึ่งก็ไม่มีใครได้รับผลตอบแทนตามที่อ้างแต่อย่างใด จนต้องเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในหลายพื้นที่

บัญชีม้า – กองปราบฯ จับกุมนายสุชาติ อายุ 38 ปี ได้ในซอยรามคำแหง 95/1 เขตบางกะปิ กทม. พร้อมยาบ้า รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้แก๊งอาชญากรรมออนไลน์ หรือบัญชีม้า สารภาพทำมาแล้วหลายครั้ง ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท หาเงินซื้อยาบ้าเสพ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.

ต่อมาศาลก็ได้อนุมัติหมายจับนาย สุชาติ ผู้ต้องหา และผู้ร่วมขบวนการ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ” ถึง 7 หมายจับ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่านายสุชาติได้หลบหนีมาพักอยู่ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ท้ายซอยรามคำแหง 95/1 เพื่อลักลอบขายยาเสพติด สร้างความเดือดร้อนและหวาดกลัวให้ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง โดยพบนายสุรสิงห์กำลังเข้ามาขอซื้อยาบ้าจากนายสุชาติราคาเม็ดละ 20 บาท จึงจับกุมตัวเอาไว้ด้วย

สอบสวนนายสุชาติรับสารภาพว่า ตนนั้นรับจ้างเปิดบัญชีม้ามาแล้วหลายครั้ง ได้ค่าจ้างแค่บัญชีละ 1,000 บาท หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าจะถูกนำไปใช้ทำความผิดอะไรบ้าง เพราะตนแค่ต้องการเอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพเท่านั้นก็พอแล้ว เบื้องต้นพบผู้ต้องหามีหมายจับของศาลจังหวัดติดตัวอยู่ถึง 7 หมาย ทั้งหมดเป็นข้อหาเดียวกันคือ “ฉ้อโกงประชาชน, และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ จึงนำตัวส่งสน.หัวหมาก ดำเนินคดีความผิดยาเสพติด ก่อนจะถูกอายัดตัวคดีที่เหลือต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เผยว่าเมื่อวันที่ 4 พ.ย. เวลาประมาณ 13.45 น. พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.อำนวย เงินนา สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ได้จับกุม น.ส.ณัฐชา ดาแอร์ อายุ 29 ปี พนักงานออฟฟิศแห่งหนึ่งย่านอ่อนนุช หมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ 689/2565 ลงวันที่ 1 พ.ย. 2565 ข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ซึ่งเป็นการกระทำต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง” ที่บริเวณปากซอยอ่อนนุช 70 แยก 3 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบสวนนครบาล IDMB พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมากว่า ถูกกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้หลอกลวงให้ร่วมลงทุนง่ายๆ แต่ได้รับค่าตอบแทนสูง โดยเพียงแค่ลูกค้าโอนเงินแล้วรอรับเงินปันผลตามอัตราและระยะเวลาที่แจ้งไว้ โดยพบว่ามีเหล่าผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก จึงลงพื้นที่สืบสวน ติดตามเส้นทางจากเหล่าบัญชีม้าที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ จนกระทั่งพบเส้นทางบัญชีต้องสงสัยโดยเพิ่งเปิดบัญชีได้เพียงแค่ 4 เดือน แต่มีเงินเข้าออกหมุนเวียนเพียงบัญชีเดียวกว่า 5 ล้านบาท โดยมีลักษณะหากมีเงินเข้าบัญชี เงินในบัญชีจะถูกถอนออกจากบัญชีทั้งหมดเพียงไม่เกิน 5 นาที เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เกาะติด สืบสวนเส้นทางการเงินของบัญชีดังกล่าว จนแน่ชัดว่าบัญชี ดังกล่าวเป็นบัญชีที่เหล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นบัญชีม้า

จากการสอบสวนน.ส.ณัฐชาให้การยอมรับว่า ตนรับเปิดบัญชีม้าให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพโดยเต็มใจ โดยอ้างเหตุว่าตนตกงานและมีเพื่อนมาแนะนำให้เปิดบัญชีโดยมีค่าตอบแทนเพียงแค่หลักพันบาท เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของบัญชีม้าดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผล สืบสวน ติดตามเส้นทางการเงินว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องจะได้เรียกมาดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะทำการขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ขณะที่พล.ต.ต.ธีรเดชเปิดเผยว่า ฝากเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน “อย่าได้หลงเชื่อเหล่ามิจฉาชีพหลอกลวงในทำนองให้เปิดบัญชีธนาคารหรือมอบข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ให้แก่บุคคลเหล่านี้เพียงแค่หวังค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยโดยเด็ดขาด เพราะคุณถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทางขบวนการการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่จะนำบัญชีหรือข้อมูลของท่านไปใช้ปกปิด อำพราง เส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินที่หลอกผู้เสียหายมาได้เพื่อผลประโยชน์ของเหล่ามิจฉาชีพนั้นๆ และที่สำคัญการ กระทำของท่านถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ฐานเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง หรือความผิดฐานฟอกเงินตามพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ.2542 ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าว

รายสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 พ.ย. เวลาประมาณ 10.25 น. พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. และชุดกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมตัว นายพงศกร พลเมือง อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 551/2565 ลงวันที่ 4 ต.ค. 2565 โดยกล่าวหาว่า “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกง” ที่หน้าบ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 4 ต.บะฮี อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

สืบเนื่องจาก “ชุดลาดตระเวนออนไลน์” สืบสวนนครบาล IDMB ได้รับแจ้งเบาะแสว่าคนร้ายใช้เฟซบุ๊กชื่อ “พงศกรอะไหล่ โตโยต้า (Autopart)” โพสต์ขายสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “EG 3D-4D ห้องซื้อ/ขายอะไหล่” เมื่อผู้เสียหายสนใจ โอนเงินชำระค่าสินค้าไปยังบัญชีของคนร้าย คนร้ายจะทำทีเป็นส่งภาพการส่งสินค้า แจ้งสลิปการส่งสินค้าที่ทำปลอมขึ้นจากแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ โดยใช้ชื่อนายพงศกร พลเมือง เป็นผู้ส่งสินค้า พร้อมแจ้งให้ลูกค้าทราบ เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบในระบบขนส่งกลับไม่พบข้อมูลการจัดส่งและไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่หากินสุจริตจำนวนมาก

ภายหลังรับเรื่องดังกล่าว “ชุดลาดตระเวนออนไลน์” สืบสวนนครบาล IDMB ได้สืบสวนติดตาม กระทั่งเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมนายวัชระ นาคสุข ซึ่งเป็นตัวการก่อเหตุไว้ได้ โดยพบว่าเจ้าตัวโพสต์หลอกขายอะไหล่รถยนต์มือสองในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ กว่า 200 กลุ่ม ก่อนขยายผลติดตามจับกุมนายพงศกรซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้า จากการสอบสวนนายพงศกรให้การภาคเสธ อ้างว่าเมื่อช่วง ประมาณเดือนก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ตนเคยเข้าไปสมัครเล่นพนันออนไลน์ ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวก่อนเข้าสมัครเล่น คาดเว็บ ดังกล่าวนำข้อมูลของตนไปเปิดบัญชีม้า เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน