แถมแลนด์สไลด์-ก็ไม่เกินจริง‘พิธา-ก้าวไกล’แรง-รั้งอันดับ2ปชป.คึก-เปิดตัว8ผู้สมัครโคราช

‘อุ๊งอิ๊ง’ยังแรง นิด้าเปิดผลโพลสำรวจคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนเหนือ พบว่าล้านนาหนุนนั่งนายกฯมากอันดับ 1 ตามมาด้วย ‘พิธา’ โดยมี ‘ตู่’รั้งอันดับ 4 ส่วนส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ ก็จะเลือกเพื่อไทย-ก้าวไกล ตามลำดับ ขณะที่ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจ “เพื่อไทย แลนด์สไลด์” ชี้ไม่เกินความเป็นจริง ด้าน ‘จุรินทร์’ นำทัพ ปชป.บุกโคราช เปิดตัว 8 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. มั่นใจอดีตส.ส.ไทยรักไทย ‘ประชาธิปไตย คำสิงห์นอก’ กับ ‘สมชาย เพศประเสริฐ’ คัมแบ๊กได้ ยันร่างพ.ร.บ.กัญชา ไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล ไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องของบ้านเมือง กรีดภท.มองเป็นการเมืองมันตื้นเขิน ส่วนเพื่อไทยก็ไม่ให้ผ่าน ‘สุทิน’ ชี้เป็นช่วงข้าวใหม่ปลามันของการใช้งบ 66 เชื่อ ‘ตู่’ ไม่ยุบสภาง่ายๆ

จุรินทร์นำทัพปชป.บุกโคราช
เวลา 10.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จ.นครราชสีมา นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรค นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคอีสาน พร้อมทีม ปชป.ชุดใหญ่ ทั้งอดีต ส.ส. นักการเมืองรุ่นใหญ่ ร่วมสักการะอนุสาวรีย์ย่าโม

จากนั้นนายจุรินทร์กล่าวว่า ปชป.กับชาวโคราชไม่ใช่คนอื่นไกล ผูกพันกันมาตั้งแต่อดีต ปชป.เคยปักธงที่โคราชตั้งแต่ปี 2500 พรรคมีนโยบายที่เด่นชัดเรื่องการพัฒนายกระดับเมืองในภูมิภาคให้ก้าวหน้า นครราชสีมาเป็นประตูสำคัญ ไม่เพียงเชื่อมภาคอีสานแต่จะเป็นประตูเชื่อมไทย เชื่อมโลก วันนี้จึงขอเสนอตัวเป็นทางเลือกให้พี่น้องชาวนครราชสีมา มั่นใจว่าภายใต้ศักยภาพของว่าที่ผู้สมัครที่เปิดตัววันนี้ พี่น้องชาวโคราชจะให้โอกาสคัมแบ๊ก ปักธงที่โคราช

ลุยโคราช -นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว 8 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 พ.ย.

เปิดตัว8ว่าที่ผู้สมัครสส.
จากนั้นนายจุรินทร์ประกาศเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 8 เขต ท่ามกลางเสียงตะโกน “ประชาธิปัตย์ทำได้ไว ทำได้จริง” “จุรินทร์สู้ๆ” ดังกึกก้อง

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร 8 คน ประกอบด้วย 1.น.ส.สิริเพ็ญโสภา บางท่าไม้ วิศวกรหญิง คนรุ่นใหม่ เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างไทยและญี่ปุ่น 2.ว่าที่ร้อยตรี ประภาส บุญเชิด อดีตรองนายกเทศมนตรี ต.สระพระ อ.พระทองคำ 3.นายทิว ขุนองค์ 4.นายกันตพงษ์ พรมกมล อดีตนายกอบต. หนองหว้า อ.บัวลาย 5.นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีตส.ส. 4 สมัย 6. น.ส.ปัณรสี ครุฑขุนทด บุตรสาวนายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรมช.ศึกษาธิการ 7.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตส.ส. 6 สมัย และ 8.นายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย

จากนั้น นายจุรินทร์พาว่าที่ผู้สมัครและคณะขบวนคาราวานรถตุ๊กตุ๊ก ไปที่เปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ ถ.จอมพล ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ระหว่างทางมีพี่น้องประชาชนเข้ามาขอจับมือ ตะโกนให้กำลังใจตลอดเส้นทาง โดยขอให้นายจุรินทร์เป็นนายกฯ คนต่อไป เพื่อมาทำให้เศรษฐกิจเมืองโคราชเติบโต

มั่นใจปักธงโคราชได้
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัว ผู้สมัครที่มีอดีต ส.ส.อย่างนายประชาธิปไตย และพ.ต.ท.สมชาย ปชป.จะมีโอกาสได้ผู้แทนโคราชหรือไม่ ว่า ทั้ง 2 คนนี้ถือเป็นผู้สมัครในพื้นที่เป้าหมายที่มั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวโคราช แต่ว่าที่ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่เปิดตัววันนี้ถือว่ามีศักยภาพ และทุกคนมีความรู้ความสามารถที่พร้อมจะเป็นผู้แทนได้ เชื่อว่าทุกคนมีโอกาสได้รับการเลือกตั้งไม่ต่างกันทุกคน เพราะกว่าเราจะคัดเลือกผู้สมัครได้ใช้เวลาและดูคนที่มีศักยภาพจริงๆ

ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ถือว่า ปชป.พร้อมที่สุดยุคหนึ่ง สำหรับการเตรียมผู้สมัครในภาคอีสาน ซึ่งจะทยอยเปิดตัวเรื่อยๆ อีกหลายจังหวัด รวมทั้งที่ จ.นครราชสีมา จะมีชุดอื่นๆ จนครบ 16 เขต ซึ่งมีคนรุ่นใหม่หลายคนที่มั่นใจว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอีกทางสำหรับชาวโคราช

กรีดภท.ปมกัญชาไม่ใช่การเมือง
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหา ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่มีการกระทบกระทั่งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เรื่องนี้โฆษกพรรคพูดไปแล้ว ตนโตเกินกว่าที่จะไปพูดเรื่องเสาไฟฟ้าแล้ว ไม่ต้องห่วง เวลาปชป.ตัดสินใจอะไร ทำอะไร พร้อมตอบคำถามประชาชนอยู่แล้ว ทั้งหมดฟังประชาชนมาว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรื่องกัญชาเสรี แล้วก็เป็นห่วงบ้านเมือง เป็นห่วงอนาคต ถ้าปชป.พึ่งไม่ได้อีกพรรคแล้วประชาชนจะพึ่งใคร ปชป.เป็นสถาบันการเมือง จะทำอะไรคิดถึงทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ขอให้มั่นใจว่า ปชป.คิดทั้งหน้า ทั้งหลัง ทั้งหมดครบถ้วน เป็นประโยชน์สูงสุดกับบ้านเมืองแน่นอน เรายังต้องตอบคำถามวันหน้าด้วย ไม่ใช่เฉพาะที่จะลงมติวันสองวันนี้เท่านั้น และปชป.ยังต้องอยู่อีกนาน

ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นเรื่องการเมืองนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาอนาคตของบ้านเมืองระยะยาว ไม่ใช่ปัญหาการเมือง ไม่ได้แปลว่าใครตัดสินใจอะไรไม่ตรงกับเราแล้วจะเป็นเรื่องการเมือง ถ้าเป็นอย่างนั้นมันตื้นเกินไปและปรามาสคนอื่นมากเกินไป เรื่องนี้ตนไม่ประสงค์จะพูดแล้ว การต่อความยาวสาวความยืด ไม่มีประโยชน์

ยันไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นรอยร้าวต่อไปหรือไม่ หัวหน้า ปชป.กล่าวว่า เราต้องเคารพจุดยืนทางการเมืองในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หรือสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ต้องเคารพความเห็นต่าง ไม่ใช่ใครไม่เห็นด้วย คิดไม่ตรงกับเราแล้วใช้อารมณ์ ถ้าใช้วิธีนี้ ถ้าไม่เคารพกัน บ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร เมื่อถามว่าในการประชุมครม.จะพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่เป็นไร การตัดสินใจบนพื้นฐานความถูกต้องจะนำไปสู่สิ่งที่ดีงามเสมอ ตนมีวุฒิภาวะ ไม่ต้องห่วง ตนทำงานการเมืองมายาวนาน รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรควร อะไรคือประโยชน์ส่วนรวม อะไรคือประโยชน์ส่วนตัว การทำงานร่วมกันอะไรควรทำอย่างไรไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเรามีหน้าที่ต้องทำให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้

ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ไม่ใช่กฎหมายที่ครม.เสนอ ไม่ใช่กฎหมายรัฐบาล แต่เป็นกฎหมายเฉพาะของพรรคหนึ่ง พรรคอื่นก็มีสิทธิ์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่ได้แปลว่าเป็นกฎหมายของครม. ถ้าเช่นนั้นอาจมีประเด็นทางการเมืองในระบบรัฐสภากำกับว่าถ้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องยกมือให้ ถ้าไม่ยกมือให้แล้วแพ้เสียงในสภา รัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภา อันนั้นจะทำให้รัฐบาลมีปัญหาอยู่ไม่ได้

พท.ไม่ให้ผ่านกม.กัญชา
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้จะมีการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.การเข้าชื่อถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ที่ค้างการพิจารณาอยู่ ตามด้วยร่าง พ.ร.บ.ขนส่งทางราง จากนั้นถึงจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ตามระเบียบวาระ โอกาสจะได้พิจารณาสัปดาห์นี้ถือว่า 50:50 ต้องดูว่าพิจารณาร่างกฎหมาย 2 ฉบับก่อนหน้าเสร็จทันหรือไม่ ในส่วนของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ พท.เรามีจุดยืนชัดเจนว่าหากกัญชาไม่ได้ถูกใช้ในกรอบทางการแพทย์ ไม่ให้ผ่านอย่างแน่นอน หากจะบอกว่ากัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ประชาชน แต่หากมีการปลูกและขายเพื่อการสันทนาการ ยิ่งให้ผ่านไปไม่ได้

ส่วนปัญหาสภาล่มเมื่อ 4 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น โดยหลักการรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุมเอง เพราะส่วนใหญ่ร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาก็เป็นกฎหมายของพวกเขาเอง จะโยนความรับผิดชอบมาที่ฝ่ายค้านก็คงจะไม่ได้ ปลายสมัยรัฐบาลก็มักเกิดปัญหาแบบนี้ ยิ่งความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลก็มีมากขึ้น

รากฐาน – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ทักทายผู้ร่วมประชุมใหญ่ สหภาพแรงงานเด็นโซ่ ประเทศไทย และร่วมปาฐกถายืนยันมุ่งวางรากฐานแรงงาน ขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ที่ศาลาประชาคม ทม.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 6 พ.ย.

เชื่อรัฐบาลรอใช้งบ-ไม่ยุบง่ายๆ
ส่วนที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะยุบสภาประมาณ 10 มี.ค.66 เพื่อ ส.ส.จะได้ย้ายพรรคไม่ทันนั้น ส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามลากไปให้ยาวที่สุด การจะยุบสภาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ 1.รัฐบาลไปไม่รอดเพราะแตกความสามัคคีถึงขั้นสุด ซึ่งเริ่มเห็นเค้าลางจาก ปชป. และภท.แล้ว และ 2.รัฐบาลต้องได้เปรียบ ยุบสภาแล้วเลือกตั้งต้องชนะ แต่ตอนนี้ประชาชนเสื่อมศรัทธารัฐบาลมาก พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ยุบสภาง่ายๆ แต่จะได้ยาวแค่ไหนขึ้นกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าฝีจะแตกตอนไหน

“ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยุบสภาช่วงนี้ เพราะตอนนี้เขาอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันกับการใช้งบปี 2566 คงต้องรอใช้งบให้หมดก่อน ที่สำคัญพรรคแกนนำโดยเฉพาะพลังประชารัฐยังเป็นวุ้นอยู่เลย ยิ่งพรรคใหม่ที่จะใช้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ยิ่งเป็นลมเป็นแล้ง จึงยังยุบสภาตอนนี้ไม่ได้” นายสุทินกล่าว

ไม่แน่ใจถกพรบ.กัญชาเมื่อไร
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช ปชป. ในฐานะรองประธานวิป รัฐบาล กล่าวกรณีสภาล่มว่า 7 พ.ย.จะมีการประชุมวิปรัฐบาลที่ทำเนียบ คงหยิบยกเรื่องการประชุมล่มครั้งแรกของสมัยประชุมสุดท้ายมาพิจารณาหารือกันในพรรคร่วมรัฐบาลก่อน จากนั้นต้องมีการหารือกับวิปฝ่ายค้านด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะการประชุมวาระพิเศษวันศุกร์ เพื่อพิจารณารายงานของ กมธ.ที่ค้างอยู่มาก และทุกฝ่ายในช่วงแรกก็เห็นด้วยกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ว่าควรประชุมพิเศษวันศุกร์เพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ

เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.กัญชา จะเข้าสู่วาระการพิจารณาเมื่อไร นายชินวรณ์กล่าวว่า ยังมีร่างพ.ร.บ.การเข้าชื่อถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ร่างพ.ร.บ.ขนส่งทางราง และร่างพ.ร.บ. กัญชาตามระเบียบวาระ เรื่องพ.ร.บ.กัญชา วิปรัฐบาลหารือกันตั้งแต่สัปดาห์แรกแล้วว่าถือหลักเช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.อื่น คือเมื่อเข้าสู่วาระ 2-3 ทำตามระเบียบวาระ ต้องเคารพเอกสิทธิ์ส.ส. มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นและแปรญัตติได้ ฉะนั้นการกล่าวหาใครว่าไม่มีมารยาทนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่าคาดร่างพ.ร.บ.กัญชาจะเข้าสู่การพิจารณาภายในเดือนนี้หรือไม่ หรือต้องขยับไปเป็นเดือนหน้า นายชินวรณ์กล่าวว่า อยู่ที่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.สองฉบับก่อนหน้าที่ยังค้างอยู่ หากทั้งสองวาระเดินหน้าไปได้เร็ว ก็คาดจะเข้าได้ทัน แต่หากไม่ทันก็คงเป็นสัปดาห์ต่อไป

ปชป.-ภท.รากเหง้าต่างกัน
เมื่อถามนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. ตอบโต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าภท. ว่า ภท.กับปชป.ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันอีกแล้ว จะกระทบต่อการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร เป็นเรื่องของการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องเห็นต่างกันแน่นอน พรรคมีที่มา มีรากเหง้าไม่เหมือนกัน มีหลักแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่างพรรคที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เป็นของประชาชน กับพรรคที่มีนายทุนพรรคมีความเป็นเจ้าของก็แตกต่างกัน

เมื่อถามกรณีนายวีระกร เชื่อว่านายกฯ จะใช้เทคนิคยุบสภาช่วง 10 มี.ค.66 เพื่อ ส.ส.จะได้ย้ายพรรคไม่ทัน ปชป.มีปัญหา หาอะไรหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า นายวีระกรพูดแบบนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่สามารถรับผิดชอบการพูดต่อนายกฯ หรือต่อพรรคเขาได้ แตกต่างจากตน ฉะนั้นการไปวิจารณ์หรือตั้งข้อสังเกตเอาเองโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของหลักคิดรัฐบาลนั้น คิดว่าเป็นความคิดเห็น ส่วนตัว ขอให้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของ คุณวีระกรไปแล้วกัน

องอาจเมินข่าวยุบสภา
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.และรองหัวหน้า ปชป. กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบสภาว่า ขณะนี้มีการพูดถึงกำหนดการยุบสภามากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนมากจะเป็นความเห็นจากฝ่ายค้านและกูรูการเมืองบางราย ระบุชัดจะยุบหลังประชุมเอเปค บางรายบอกว่าจะยุบสภา 24 ธ.ค. บางรายบอกมี.ค.66 ขณะที่ผู้มีอำนาจยุบสภามีคนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เคยเอ่ยวาจาหรือส่งสัญญาณใดๆ ถึงวันยุบสภาแต่อย่างใด ปชป.จึงไม่สนใจว่าจะยุบสภาวันไหน แต่เรามุ่งมั่นตั้งใจใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานตามอำนาจหน้าที่ และนโยบายที่ประกาศไว้อย่างเต็มกำลัง

ศูนย์ประสานงาน – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดศูนย์ประสานงานพรรค จ.ชุมพร พร้อมเปิดตัวนายลิขิต ศรีชาติ อดีตรองนายกอบจ.ชุมพร เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว เมื่อวันที่ 6 พ.ย.

ชาติพัฒนากล้าบุกชุมพร
ที่จ.ชุมพร นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นำคณะมาเปิดตัวนายลิขิต ศรีชาติ ทนายความ อดีตรองนายกอบจ.ชุมพร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว และพบปะประชาชนในงานทอดกฐินวัดดอนตะเคียน อ.ปะทิว จ.ชุมพร จากนั้น เดินทางไปโฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง และน้องจอยดำน้ำ เพื่อพูดคุยถึงประเด็นเศรษฐกิจท่องเที่ยวชุมชน ก่อนเดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคชาติพัฒนากล้า จ.ชุมพร มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

นายกรณ์กล่าวกับประชาชนว่า ทนายลิขิต เป็นคนตั้งใจทำงานการเมืองมาตลอด 18 ปี ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านต่อเนื่อง เป็นโอกาสของชาวชุมพรที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ให้คนดีได้เข้าไปทำงานในสภา วันนี้ถ้ามีคนถามว่าทำการเมืองเพื่ออะไรตนอยากสร้างโอกาสให้คนไทย เหมือนที่เคยได้รับและชาติพัฒนากล้าคือโอกาสในการทำมาหากิน ชาติจะพัฒนาได้เศรษฐกิจต้องดีก่อน แม้จะเป็นพรรคใหม่แต่พลังสูง เพราะเรารวมอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจมากที่สุดพรรคหนึ่ง การบุกชิงพื้นที่ภาคใต้เราเปิดตัวผู้สมัครชุมพรเป็นที่แรกและจะมุ่งเน้นในพื้นที่หัวเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก พร้อมเปิดตัว ภูเก็ต หาดใหญ่ สมุยในสัปดาห์ต่อไป

โพลคนเหนือชูอิ๊งนายก-พิธาที่2
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนเหนือ” สำรวจระหว่าง 28 ต.ค.- 2 พ.ย. 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคเหนือรวม 2,000 หน่วยตัวอย่าง

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนเหนือจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 31.70 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบ พท. นโยบายของพรรคทำได้จริง บางส่วนระบุชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร อันดับ 2 ร้อยละ 15.00 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ บางส่วนระบุชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 12.65 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

ตู่อันดับ4-ป้อมรั้งท้าย
อันดับ 4 ร้อยละ 12.50 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อันดับ 5 ร้อยละ 6.55 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะมีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบนโยบายพรรค บางส่วนระบุต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ อันดับ 6 ร้อยละ 6.20 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เป็นคนตรงไปตรงมาซื่อสัตย์สุจริต ชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 7 ร้อยละ 3.85 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะเป็นคนที่พูดจริงทำจริง มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคเพื่อไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.50 นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะเป็นคนมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร

อันดับ 9 ร้อยละ 2.00 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะเป็นคนพูดจริงทำจริง ชื่นชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.85 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 11 ร้อยละ 1.10 นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะมีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 12 ร้อยละ 1.05 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เป็นคนมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ บางส่วนว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหาร

ร้อยละ 3.05 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายมิ่งขวัญ แสง สุวรรณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายเศรษฐา ทวีสิน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) และนายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์)

เลือกส.ส.เพื่อไทย-ก้าวไกล
พรรคที่คนเหนือมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.เขตในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 48.70 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 16.40 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 10.40 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 8.05 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 5.45 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 2.50 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.20 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 พรรคไทยสร้างไทย และ ร้อยละ 4.25 ระบุอื่นๆ

พรรคที่คนเหนือมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 48.75 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 16.15 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 11.55 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 7.20 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 4.75 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 2.85 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.25 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.90 พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 4.60 ระบุอื่นๆ

พท.ชูแก้ปากท้องได้แน่
นายนพดล ปัทมะ รองประธานยุทธศาสตร์ พท. กล่าวว่า ขอบคุณผลสำรวจนิด้าโพลที่คะแนนของ พท.และตัวบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ จากพท.ได้คะแนนมาที่ 1 ทั้งคู่ เป็นเรื่องที่น่ายินดี ต้องกราบขอบคุณประชาชน พท.จะเปลี่ยนการสนับสนุนเป็นความมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อประชาชนทุกจังหวัดต่อไป โดยเฉพาะเป็นช่วงเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งพรรคเปิดศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งไปแล้ว จะเดินหน้าเต็มกำลัง ปัจจัยชี้ขาดการเลือกตั้งครั้งหน้าคงเป็นเรื่องตัวแคนดิเดตนายกฯ และความเชื่อมั่นในตัวพรรคว่าจะทำสำเร็จตามนโยบายหาเสียงหรือไม่ ซึ่งประชาชนรับรู้ถึงผลงานที่ชัดเจนของพรรคว่าเคยทำตามที่พูดและทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น

การเลือกตั้งครั้งหน้าก็เช่นกัน พรรคสัมผัสได้กับความทุกข์ยากของชาวบ้านจากปัญหาของแพง รายได้ไม่พอรายจ่าย ครอบครัวเป็นหนี้สินทั้งในและนอกระบบ พท.จึงให้ความสำคัญกับนโยบายสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ที่จะเสนอเป็นกลุ่มมาตรการนโยบายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ถ้าพรรคได้รับความไว้วางใจจะทำได้ทันที เป็นนโยบายเร่งด่วน เนื่องจากความทุกข์ของพี่น้องประชาชนรอช้าไม่ได้ พรรคไม่กังวลว่าพรรคใดจะปล่อยของหรือนโยบายอะไรออกมา แต่ไม่ประมาทและเชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ในการบริหารงานและองคาพยพของพรรค เราจะผลิตและนำเสนอนโยบายรอบด้านที่ตอบโจทย์ประเทศ และแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของประเทศได้

ซูเปอร์โพลสำรวจแลนด์สไลด์
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจ “เพื่อไทย แลนด์สไลด์” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,643 ตัวอย่าง ระหว่าง 1-5 พ.ย.ที่ผ่านมา

พบว่า ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะชนะด้วยจำนวนที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ จำนวนผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองมากที่สุดคือ 25 ที่นั่ง อาจสูงขึ้นถึง 30 ที่นั่งในการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศ รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย ประมาณ 21 ที่นั่ง อาจสูงถึง 26 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคพลังประชารัฐ 16 ที่นั่ง หรืออาจสูงถึง 21 ที่นั่ง โดยยังไม่มีปัจจัยย้ายพรรคของ ส.ส. และความขัดแย้งจนแพแตกแยกทางกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร เกิดขึ้นเพิ่มเติม

อันดับที่ 4-5 สูสีกันคือ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคก้าวไกล โดยประชาธิปัตย์ 11 ที่นั่ง และก้าวไกล 9 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคชาติไทยพัฒนา 3 ที่นั่ง และพรรคอื่นๆ 10 ที่นั่ง และมีที่นั่งที่อาจเทไปให้พรรคใดพรรคหนึ่งอีก 5 ที่นั่ง

เพื่อไทยนำโด่งอีสาน-เหนือ
ที่น่าสนใจคือเมื่อจำแนกตามภูมิภาคพบว่า พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในภาคอีสานร้อยละ 45.6 ภาคเหนือร้อยละ 32.9 กทม. ร้อยละ 29.6 ภาคกลางร้อยละ 8.0 และ ภาคใต้ร้อยละ 6.3 ตามลำดับ ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ได้ในภาคกลางมากที่สุดคือร้อยละ 26.2 ภาคใต้ร้อยละ 24.0 ภาคอีสานร้อยละ 21.2 กทม.ร้อยละ 19.3 และภาคเหนือร้อยละ 7.8 ตามลำดับ

พรรคพลังประชารัฐในเงื่อนไขยังไม่มีการย้ายพรรค และยังไม่เกิดความขัดแย้งจนแพแตก ภาคใต้ได้ร้อยละ 26.0 ภาคกลางร้อยละ 25.8 กทม.ร้อยละ 13.3 ภาคเหนือร้อยละ 7.8 ภาคอีสานร้อยละ 5.8 ตามลำดับ ในขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ร้อยละ 24.3 ภาคกลางร้อยละ 11.5 ภาคเหนือร้อยละ 11.2 กทม.ร้อยละ 7.4 และภาคอีสานร้อยละ 3.7 ตามลำดับ

ส่วนพรรคก้าวไกล กระจายไปได้ภาคเหนือมากสุดร้อยละ 14.0 กทม.ร้อยละ 9.6 ภาคอีสานร้อยละ 8.7 ภาคกลางร้อยละ 8.2 และภาคใต้ร้อยละ 4.9 ตามลำดับ

พท.แลนด์สไลด์ไม่เกินจริง
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชี้พรรคเด่นๆ ในการสำรวจครั้งนี้อยู่ที่พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคก้าวไกล ส่วนพรรคอื่นๆ อาจเป็นพรรคที่ต้องควบรวมสร้างอำนาจต่อรองการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตได้

เพื่อไทยแลนด์สไลด์จะเป็นภาพที่ไม่เกินความเป็นจริง โดยเฉพาะในภาคอีสาน ส่วนภาคอื่นๆ ที่น่าจับตามองคือ ภาคใต้จะกลายเป็นสนามรบแรง 3 พรรค พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ กทม.จะขึ้นกับกระแสเป็นหลัก ที่โดดเด่นคือ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และที่น่าจับตามองมากที่สุดในสนาม กทม.คือ พรรคก้าวไกล สำหรับภาคเหนือ จะตกเป็นของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลที่เด่น ส่วนภาคกลางจะกลางจริงๆ คือกระจายกันไปหลายพรรค แต่ที่จะเด่นขึ้นมาคือ พรรคภูมิใจไทย กับ พลังประชารัฐ แต่ถ้าแพแตกค่อยว่ากันอีกภาพหนึ่ง

“มีสัญญาณจากข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งชี้ให้เห็นว่ามีความน่าจะเป็น ชัชชาติ เอฟเฟ็กต์ ทำให้คู่แข่งขันทางการเมืองแตกกระจายเป็นส่วนย่อยๆ ไร้พลังสู้ เกิดขึ้นในการเมืองระดับชาติได้ คือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล เข้มแข็ง ขณะที่พรรคคู่แข่ง เช่น พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะถูกปั่นกระแสทำลายให้อ่อนแอ ทั้งจากภายในฝ่ายรัฐบาลเอง ฝ่ายค้านและฝ่ายอื่นๆ จึงอาจจะเห็นภาพ เพื่อไทยแลนด์สไลด์เกิดขึ้นแท้จริง ก็เป็นไปได้เหมือนชัยชนะที่ชัชชาติทำได้มาแล้ว” ผอ.ซูเปอร์โพลระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน