นายกเปิดจุดยืนหลังจบเอเปค มหาดไทยถอย ชงถอนมติครม. ขายที่ให้ต่างชาติ ฟรีโหวตกัญชา
นายกฯ รูดซิปการ เมือง ขอตอบหลังจบเอเปค ‘ป้อม’ ไม่ห้าม บิ๊กตู่-ส.ส.พลังประชารัฐ ย้ายพรรค บอกจะไปไหนก็ไป แต่ปัดไม่ตอบเป็นแผนแยกกันเดิน รวมกันตีหรือไม่ ส่วนเรื่องจับมือเพื่อไทย ค่อยคุยหลังเลือกตั้ง ลูกพรรควิจารณ์ชื่อ ‘ประยุทธ์’ ขายไม่ได้ แค่ความเห็นส่วนตัว อธิบดีที่ดินยอมรับ รมว.มหาดไทยทำเรื่องเสนอถอนร่างกฎกระทรวงเปิดช่องขายที่ดินให้ต่างด้าว ออกจากวาระครม.แล้ว หลังถูกวิจารณ์หนัก วิปรัฐบาลเตรียมเปิดฟรีโหวตร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ศาลยกฟ้องแอดมินเพจ ‘เรารักพลเอกประยุทธ์’ ไม่ผิดมาตรา 116
ตู่ยันไม่มีความเห็นเรื่องการเมือง
เวลา 09.30 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยก่อนประชุมนายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามถึงความชัดเจนในการไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หลังการประชุมเอเปคเสร็จสิ้นหรือไม่ แต่เดินเข้าร่วมประชุมทันที
จากนั้นหลังการประชุม หลังแถลงข่าวถึงการจัดงานต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ระบุด้วยว่า “เรื่องการเมือง ตอนนี้ผมยังไม่มีความคิดเห็นอะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องของสื่อและข่าวที่ออกมากันทั้งหมด เพราะฉะนั้นขณะนี้ผมขอให้ความสำคัญกับการประชุมของผมก่อน เป็นเรื่องของประเทศชาติ ผมให้ความสำคัญกับเรื่องตรงนี้มากกว่า ขอยังไม่พูดอะไร” เมื่อถามว่าหลังเอเปคจะให้คำตอบชัดเจนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ พยักหน้ารับ

รับหน้าที่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้อนรับ นายรอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
คิวแน่น-บินถกผู้นำอาเซียน
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจสำคัญในรอบ 2 สัปดาห์นี้ 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ระหว่าง10-13 พ.ย. ที่กัมพูชา โดยจะออกเดินทาง 10 พ.ย. และกลับวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนี้ ช่วงเย็น วันที่ 10 พ.ย. นายกฯ เป็นประธานประชุมผู้นำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย
หลังจากนั้นจะร่วมประชุมคู่เจรจา ประกอบด้วย จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหประชาชาติ และจะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 ประกอบด้วย จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมถึงประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก โดย พล.อ.ประยุทธ์มีแผนกำหนดหารือกับภาคส่วนต่างๆ ของอาเซียน ทั้งผู้แทนของรัฐสภา เยาวชน และภาคธุรกิจ
เตรียมรับผู้นำจีน-ซาอุฯ-เวียดนาม
ส่วนสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค 2022 ระหว่าง 14-19 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธานเปิดนิทรรศการโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ซึ่งไทยจะนำเสนอเป็นหัวข้อหลัก ขณะนี้มีผู้นำที่ตอบรับเข้าร่วมประชุมเอเปคครั้งนี้ด้วยตนเองแล้ว 15 เขตเศรษฐกิจ ที่จะมาร่วมประชุมด้วยตัวเอง และอีก 5 เขตเศรษฐกิจจะส่งผู้แทนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก และจีนไทเป (ไต้หวัน) ส่วนรัสเซียยังรอการยืนยันการตอบรับอย่างเป็นทางการ นอกจากการนำเสนอในเรื่องของ BCG แล้ว จะมีการพบหน้ากันระหว่างผู้นำ เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่มีการรวมตัวกันมากขนาดนี้
นอกจากนี้ จะต้อนรับผู้นำ 3 ประเทศที่ทำเนียบ ในช่วงระหว่างประชุมเอเปค ได้แก่ เวียดนาม จีน ซึ่งนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนจะเดินทางมาด้วยตัวเองและเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ซาอุดีอาระเบีย โดยจะต้อนรับและหารือแบบเต็มคณะ ซึ่งมีรัฐมนตรีของแต่ละประเทศมาร่วมไม่ต่ำกว่า 10 คน รวมถึงจะมีงานเลี้ยง จึงขอให้คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพ
เมื่อถามว่าจะมีการหารือทวิภาคีหรือต้อนรับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสหรือไม่ อย่างไร นายอนุชากล่าวว่า นายมาครงจะมาร่วมประชุมเอเปคด้วย ในส่วนการหารือทวิภาคีนั้นมีบางส่วนที่ยืนยันมาแล้ว และบางส่วนที่อยู่ระหว่างทาบทาม ซึ่งต้องดูจังหวะและเวลา จะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่าจะมีการทวิภาคีกับผู้นำประเทศ ใดบ้าง
ป้อมไม่ห้ามตู่-ส.ส.ย้ายพรรค
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงท่าทีทางการเมืองว่า ไม่ได้คุยๆ เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะตัดสินใจ เมื่อถามว่าเหตุใดยังไม่คุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อวางแนวทางดำเนินงานของพรรค พล.อ.ประวิตร ย้อนว่า “คุณก็มาเป็นผมสิ” เมื่อถามว่าแต่สมาชิกพรรครอความชัดเจนเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไร การเมืองก็ว่าไป เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายกฯ อาจไปอยู่กับ รทสช. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของนายกฯ ต้องไปถามนายกฯ มาถามอะไรตน เมื่อถามว่ายังไม่ได้คุยกันหรือ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้คุย เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร กับนายกฯ จะไม่แยกกันเดินใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า “ไม่รู้ ผมไม่รู้ อยู่ด้วยกันทุกวัน แต่ไม่พูดเรื่องนี้” เมื่อถามว่ายืนยัน 3 ป.จะไม่แยกจากกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า“ไม่แยกหรอก จะไปแยกอย่างไร สนิทกันมา40-50 ปี
เมื่อว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยู่พปชร. โดยมีส.ส.ของพรรคติดตามไปด้วยจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวทันทีว่า “ไปเลย ไปไหนก็ไป ผมไม่ว่าอะไร ใครอยากไปไหนไปเพราะเป็นเรื่องตัวบุคคล แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะไปก็ไม่ห้าม ผมไม่ห้ามใครทั้งนั้น” เมื่อถามว่าดูเหมือนจะมีการแยกจาก พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “จะแยกก็แยกไป ไม่เป็นไร เมื่อถามว่า จะเป็นลักษณะแยกกันเดินร่วมกันตีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ให้ถามเรื่องอื่น
ลูกพรรควิจารณ์ตู่เรื่องส่วนตัว
เมื่อถามกรณีลูกพรรคพปชร.ระบุว่าชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อาจขายไม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของลูกพรรค เป็นเรื่องบุคคล ไม่ใช่นโยบายพรรค
เมื่อถามว่าได้พูดคุยถึงรายชื่อแคนดิเดต นายกฯของพปชร.อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่คุย ยังไม่ได้เริ่มประชุม ต้องมีการประชุม กก.บห.และสมาชิกพรรคก่อน เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคต้องประเมินรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ อย่างไร เพราะเป็นเรื่องคะแนนนิยมของพรรคด้วย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของสมาชิกพรรค ไม่ใช่เรื่องของตน ส่วนที่ออกมาก็เป็นความเห็นส่วนตัว
เมื่อถามว่าต้องมีการตักเตือนเรื่องการให้ความเห็นของลูกพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องเตือน เป็นเรื่องของความคิด ทุกคนมีความเห็นก็เสนอไป แต่เวลาประชุมพรรคก็ต้องลงคะแนน ก็ว่ากันแบบประชาธิปไตย
ไม่ปิดประตูจับมือพท.
เมื่อถามว่าหากร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย จะหวนกลับมา พปชร.ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่รู้ ผมไม่รู้ ต้องถามพรรคเพราะเราทำงานกันด้วยพรรค ไม่ใช่ถามผม ผมทำอะไรได้ และยังไม่มีการติดต่ออะไรมา” เมื่อถามว่าท่าทีของพล.อ.ประวิตร ดูสดใสเหมือนมีการเคลียร์ปัญหาต่างๆได้แล้วพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ เพราะตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่สยบข่าวอะไรเพราะสื่อเขียนกันไปเองทั้งนั้น
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พปชร.จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีๆ เมื่อถามว่าหลังเลือกตั้งค่อยมาคุยใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า หลังเลือกตั้ง เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่เคยคุย
พปชร.ให้ถามตู่ยังอยู่พปชร.มั้ย
ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้า พปชร.ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.พรรคแสดงความเห็นว่าชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อาจขายไม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า และมีกระแสข่าวว่า พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นแคนดิเดต นายกฯ ว่า การให้ข่าวของสื่อบางครั้งก็ไม่มีแหล่งข่าวที่ชัดเจน อาจเป็นการวิเคราะห์จึงคาดการณ์ ขณะนี้ยังมีเวลาที่จะพูดคุยกันว่าใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ
เมื่อถามว่ายังมั่นใจหรือไม่ว่าเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่กับ พปชร. นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ต้องถามนายกฯ แต่ผมอยู่กับ 3 ป. และคิดว่าทุกคนก็อยู่ เราอยู่ด้วยกันและทำงานด้วยกันเป็นทีม”
เมื่อถามว่าคนที่พูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขายไม่ได้แล้วคือลูกพรรคพปชร. ต้องพูดคุยทำความเข้าใจหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า แต่ละคนก็มีความคิดของตัวเอง ไปบังคับให้คิดเหมือนกันไม่ได้ ต้องแยกระหว่างความเห็นส่วนบุคคลกับความเห็นของพรรค ซึ่งทุกพรรคก็มีปัญหาหมด ต้องมีความเห็นต่างกันบ้าง เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่เผด็จการ และพรรคนี้ให้สิทธิ์ทุกคนพูดเต็มที่อยู่แล้ว เมื่อถามกรณีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ปรากฏตัวติดตามรมว.ดิจิทัลฯ มีแนวโน้มจะมาร่วมงานกับ พปชร.หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่ทราบ
รัฐบาลถอยขายที่ต่างชาติ
นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวกรณีกระแสข่าวกระทรวงมหาดไทย จะเสนอให้ที่ประชุมครม. ในวันที่ 8 พ.ย.ขอถอนเรื่องร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ…. ออกจากมติ ครม.ซึ่งเพิ่งอนุมัติหลักการไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เสนอเรื่องดังกล่าวไปยัง พล.อ.ประวิตร ในฐานะกำกับดูแลให้ลงนามเมื่อช่วงเช้า เพื่อถอนเรื่อง ดังกล่าวออกจาก ครม.แล้ว
โดยได้เสนอเรื่องดังกล่าวไปที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะบรรจุเป็นวาระ 8 พ.ย.หรือไม่ ขึ้นกับทางสำนักงานเลขาธิการครม.จะพิจารณา เมื่อมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ กระทรวงก็พร้อมถอนเรื่องคืนมาเพื่อนำกลับมาทบทวน
วิปรัฐวอนร่วมถกวาระพิเศษ 25พ.ย.
เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล แถลงผลประชุมวิปรัฐบาล ว่า ที่ประชุมรับทราบการประชุมสภาในเดือนพ.ย.นี้ โดยจะประชุม วันที่ 9-10 พ.ย. และสัปดาห์หน้าจะหยุดเนื่องจากมีการประชุมเอเปค และจะประชุมสัปดาห์ ต่อไป 23-24 พ.ย. และวาระพิเศษ 25 พ.ย. จากนั้น 29-30 พ.ย.จะประชุมร่วมกันของสภา และ 1 ธ.ค. โดยนำวาระกฎหมาย มาพิจารณา
วิปยังหารือเรื่ององค์ประชุม หากมีการประชุมวาระพิเศษโดยเห็นว่าวาระรายงานของ กมธ.มีความจำเป็นที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาและส่งข้อสังเกตไปที่รัฐบาล เพราะเกี่ยวข้องกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุมวาระพิเศษวันที่ 25 พ.ย. และจะมีวาระพิเศษไม่เกิน 5 ครั้งก็ครบวาระสมัยประชุมสภานี้ และมีมติเห็นชอบให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุม ร่างพ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนเชื้อเพลิง พ.ศ.2565 ที่ครม.เสนอ และร่างพ.ร.บ.การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร พ.ศ….ตามที่ครม.เสนอ ขึ้นมาพิจารณาก่อน
ฟรีโหวตกม.กัญชา
จากนั้นจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.เข้าชื่อ เพื่อเสนอถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและ ผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. …ต่อด้วยร่างพ.ร.บ.การขนส่งทางราง และร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ตามวาระ โดยคาดว่าร่างดังกล่าวจะนำเข้าพิจารณาสัปดาห์หลังประชุมเอเปค ส่วนการโหวตวิปรัฐบาลมีมติไปแล้วว่าการพิจารณากฎหมายต่างๆ ให้เปิดโอกาสให้สมาชิกที่สงวนความเห็น และแปรญัตติได้อภิปราย เต็มที่ และย้ำกับสมาชิกทุกพรรคว่า ต้องขอความร่วมมือให้การดำเนินการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย
ส่วนมติของวิปรัฐบาลต่อเรื่องกฎหมาย กัญชาฯ หลังกมธ.พิจารณาแล้วมีการเพิ่มขึ้นมาหลายมาตรา จึงต้องรับฟังเหตุและผล ใช้หลักการเดียวกับภาษีสรรพสามิต โดยการโหวตถือเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. เราต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่เอาผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคเป็นตัวตั้ง แต่ยึดหลักการให้เกิดประโยชน์กับประชาชนระยะยาวเป็นตัวตั้ง และมติออกมาอย่างไรก็ต้องเคารพมติสภา ถ้าชนะก็ส่งวุฒิสภา ไม่ชนะกฎหมายก็ตกไปเป็นเรื่องปกติ กฎหมายกัญชาฯ ต่างจากกองทุนกู้ยืมที่เสนอโดยส.ส. เป็นไปได้ที่จะต่างกัน และในฐานะเป็นรัฐบาลมั่นใจว่าไม่ได้เห็นว่ากฎหมายนี้มีความขัดแย้งแต่อย่างใด และเชื่อมั่นว่าฝ่ายบริหารจะร่วมมือกันทำงานในช่วงท้ายนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชน
เย้ยพรรคเปิดใหม่บอนสี
นายชินวรณ์กล่าวถึงกระแสข่าวพล.อ.ประยุทธ์ สมัครเป็นสมาชิก รทสช.จะส่งผลกระทบต่อฐานเสียงภาคใต้หรือไม่ว่า การเปลี่ยนแปลงการเมืองเกิดขึ้นตลอดเวลา ช่วง 35 ปีที่เป็นส.ส.มีทั้งพรรคเกิดใหม่ และพรรคที่ล้มหายตายจาก วันนี้ประชาชนยึดนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคเป็นตัวตั้ง ส่วนภาคใต้ยังเชื่อมั่นว่าคนภาคใต้จะตัดสินใจทางการเมืองโดยยึดถือหลักอุดมการณ์และนโยบาย
“เขาก็จะเปรียบเทียบว่าพรรคที่มีอุดมการณ์และนโยบายที่ต่อเนื่องชัดเจนเหมือนยางพารา ส่วนพรรคที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็เหมือนบอนสี อาจดังเป็นคราวๆ ไป ตามบุคคลที่เป็นแกนนำพรรค และในความคิดเห็นของผม ผมอยากให้กำลังใจนายกฯ ท่านทำงานมา 8 ปีแล้ว ก็อยากให้ท่านได้เป็นรัฐบุรุษต่อไป” นายชินวรณ์ กล่าว
ส.ส.ปชป.ซัดหนู-ไอติมผสมกัญชา
น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชี รายชื่อ ปชป. กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ว่า ทั้งตน นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ รวมทั้งเพื่อนส.ส.ของพรรคที่ลงรับฟังปัญหาของประชาชน เห็นตรงกันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีช่องโหว่ ขาดความรัดกุม ไม่ได้เน้นประโยชน์ทางการแพทย์อย่างที่มีการกล่าวอ้าง แต่กลับนำช่องว่างไปมอมเมาได้ และยังมุ่งเชิงเศรษฐกิจมากกว่าการใช้เพื่อผู้ป่วย จะเห็นได้จากตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ใช้ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถ่ายภาพคู่กับไอศกรีมรสนมฮอกไกโดผสมกัญชา พร้อมสุภาษิต “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่แพรวพราว” ซึ่งไม่สามารถตีความเป็นอย่างอื่นไปได้ นอกจากการมุ่งไปที่การแสวงหาประโยชน์จากกัญชา ถือว่านอกขอบเขตกัญชาทางการแพทย์แล้ว
“ในกัญชามีสาร THC ที่ให้โทษ หากใช้กันแพร่หลาย ใส่ไอศกรีม ทำอาหาร กินเกินขนาดอันตราย ที่สำคัญคือการชี้นำให้เห็นว่ากัญชามีแต่คุณประโยชน์นำมาใช้ได้ทั่วไปแม้แต่การผสมอาหาร ยิ่งทำให้เยาวชน เข้าสู่วังวนนำกัญชามาใช้เพื่อสันทนาการทั้งง่ายและมากขึ้น ขอย้ำชัดว่าเราเห็นดาวคนละดวง” น.ส.พิมพ์รพี กล่าวและว่า ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีการเมือง หรือเจตนาเตะตัดขาใคร แต่เราสะท้อนปัญหาที่ต้องแก้ไขด้วยความกล้าหาญ ที่สำคัญต้องมองประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าคะแนนเสียงทางการเมือง
สมคิดยันพท.รัฐบาลพรรคเดียว
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พท. กล่าวกรณี พล.อ.ประวิตร ไม่ยื้อหากพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าจะไปอยู่พรรคอื่นว่า ถือว่าเป็นเรื่องภายในพรรค พปชร. เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประวิตรขึ้นเป็นมาแคนดิเดตนายกฯ จะส่งผลดีต่อ พท.แลนด์สไลด์หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่ละพรรคต่างชูแคนดิเดตนายกฯ จึงไม่มีผลต่อ พท.ไม่ว่าจะชูใคร เราถือว่าทุกคนคือคู่ต่อสู้ทางการเมือง
เมื่อถามว่าประเด็นนี้จะเป็นชนวนรอยร้าวของ 3 ป. ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า มีผลกระทบแน่ อย่างน้อยๆ ถ้าดูตามข่าว 3 ป.ทำตัวเหมือนรักกัน ความจริงคงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต่อหน้าสังคมต้องเป็นพี่เป็นน้อง แต่เรื่องจริงในการบริหารจัดการเห็นได้ชัดว่ามันแตกแยก ข้างในคุณจะสวีตหวานอย่างไรก็ช่าง แต่การปฏิบัติตัวข้างนอกมันเห็นได้ชัดอยู่
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการจับมือร่วมกันของ พท. และ พปชร. นายสมคิดกล่าวว่า ไม่มีเรื่องดีลระหว่างกัน ยืนยันวันนี้ พท.ยังไม่คิดจะจับมือใครทั้งนั้น เราจะทำแลนด์สไลด์ให้เห็นและเป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียว
สอท.ยันไม่แจกเงินแบบไร้สติ
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคกรุงเทพ นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และ ทีมงานสร้างอนาคตไทย ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเขตจอมทอง มีนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส.กทม. เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่
นายอุตตมกล่าวว่า สอท.ตั้งขึ้นมาเพราะต้องการเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จึงรวมตัวของผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน นำโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค มาช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีกว่าเดิม จึงขออาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนในอดีตให้ได้ ในส่วนของนโยบายพักชำระหนี้ 5 ปีที่พรรคเสนอนั้น ต้องมีการส่งเสริมความรู้ ส่งเสริมอาชีพเสริมให้ประชาชนด้วย
ด้าน นายสุรนันทน์กล่าวว่า สอท.มีนโยบายต่อสู้กับยาเสพติด ขณะเดียวกันก็จะทำควบคู่ไปกับการบำบัดผู้เสพด้วย รัฐบาลนี้ปล่อยปละละเลยเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดและหมักหมมปัญหามาเป็นระยะเวลานาน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องรีบกำจัด หากปล่อยทิ้งไว้อนาคตของลูกหลานและประเทศชาติก็จะยิ่งถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ
ด้านนายสันติกล่าวว่า นโยบายกองทุนสร้างอนาคตไทย 300,000 ล้านบาทว่า จะมาจากการจัดการระบบงบประมาณใหม่ โดยสามารถจัดสรรงบที่ไม่จำเป็นของรัฐบาลในปัจจุบัน มาเป็นกองทุนช่วยเหลือประชาชน ขอยืนยัน สอท.ไม่มีนโยบายแจกเงินแบบไร้สติ เราต้องการเสริมสร้างอาชีพ เพื่อให้ประชาชนเข้มแข็ง สามารถเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

ยกฟ้อง – ศาลอาญายกฟ้อง 8 แอดมินเพจ “เรารักประยุทธ์” โพสต์รูปและข้อความตัดต่อ ชี้แม้จะไม่เหมาะสม รุนแรงไปบ้าง แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้ชักชวนประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 7 พ.ย.
ยกฟ้องแอดมินเรารักประยุทธ์
วันที่ 7 พ.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดี 8 แอดมินเพจล้อเลียนเพจ “เรารักประยุทธ์” หมายเลขดำ อ.3036/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายศุภชัย สายบุตร น.ส.ณัฏฐิกา หรือนัท วรธันยวิชย์ นายนพเก้า คงสุวรรณ นายธนวรรธ บูรณศิริ นายโยธิน มั่งคั่งสง่า นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรานันท์ นายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา และนายหฤษฎ์ มหาทน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ตามลำดับ ฐานร่วมกันก่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องขึ้นในหมู่ประชาชน หรือขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
กรณีทั้ง 8 คน กับพวกที่หลบหนีร่วมกันเปิดเฟซบุ๊ก “เรารักพลเอกประยุทธ์” มีเนื้อหาการทำงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระหว่างพ.ย.2558 ถึง 7 เม.ย.2559 ร่วมกันโพสต์ภาพใบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม (ขณะนั้น) ตัดต่ออยู่บนกระทง พร้อมข้อความ “ร่วมลอยกระทงยักษ์ขับไล่ (เผด็จการ) อัปมงคล รำวงสืบสานวิถีราษฎร และกิจกรรมอื่นๆ ที่ลานปรีดี พนมยงค์ มธ.ท่าพระจันทร์” ขอให้ลงโทษตาม ปอ.ม.116,83 และ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ม.14
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าการโพสต์ภาพตัดต่อดังกล่าวแม้จะมีข้อความ ไม่เหมาะสม รุนแรงเกินเลยไปบ้าง แต่ไม่ได้มุ่งหมายชักชวนให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย หรือล้มล้างรัฐธรรมนูญ และวันนัดหมายก็เป็นรวมตัวกันของประชาชนที่ปราศจากอาวุธ และไม่ปรากฏเกิดเหตุรุนแรงใดๆ ดังนั้นจำเลยที่ 1,3-8 แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากรัฐบาล ก็เป็นไปตามสิทธิ เสรีภาพในวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1,3-8 เป็นความผิดตาม มาตรา 116 จึงพิพากษายกฟ้อง