เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อสร้างความ เชื่อมั่นกับนานาชาติ และประชาชน ก่อนการประชุมเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกวาดล้างปราบปรามผู้กระทำ ความผิดที่ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนเถื่อน อาวุธปืนสงคราม ยาเสพติด และหมายจับค้างเก่า ก่อนการจัดการประชุมผู้นำเอเปคปลายเดือนนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยระดมกวาดล้างระหว่างวันที่ 10 ต.ค.-8 พ.ย. ผลการดำเนินการ ดังนี้ ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุน ทั้งสิ้น 11,811 คดี ผู้ต้องหา 10,450 คน ของกลางอาวุธปืนสงคราม 36 กระบอก ปืนไม่มีทะเบียน 5,345 กระบอก มีทะเบียน 936 กระบอก วัตถุระเบิด 4,342 รายการ และเครื่องกระสุน 37,045 นัด ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 41,803 คดี ผู้ต้องหา 43,027 คน ของกลางยาบ้า 49,580,083 เม็ด และจับบุคคลตามหมายจับคดีอาญาได้ 9,465 หมายจับ ผู้ต้องหา 9,255 คน

รับเอเปค – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงผลกวาดล้างอาวุธปืน ยาเสพติด และคดีค้างเก่า ก่อนการ ประชุมเอเปค จับผู้ต้องหากว่า 6 หมื่นราย ของกลางจำนวนมาก เมื่อวันที่ 8 พ.ย.
สำหรับงานสืบสวนสอบสวนมีการระดมเร่งรัดหมายจับค้างเก่าทั้งประเทศ ซึ่งช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาจับกุมหมายจับค้างเก่าไปแล้วกว่า 50% ส่วนด้านการป้องกันปราบปราม มีการระดมจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับอาวุธปืนและยาเสพติด ขณะนี้มีการขยายผลต่อเนื่องไปถึงต้นทางการผลิต
ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คดีที่น่าสนใจ ภ.5 สามารถจับกุมนายวีรยุทธ สงวนนามสกุล ผู้ต้องหาจำหน่ายอุปกรณ์ปืนบีบีกัน แบลงก์กัน และได้ผลิตแปลงอาวุธปืนแบลงก์กัน ใส่ลำกล้องปืน 9 ม.ม. ให้เป็นอาวุธปืนที่สามารถยิงกระสุนจริงได้ โดยเปิดร้านชื่อ CHAROEN AIRSOFT 4289 ผ่านแพลตฟอร์ม ลาซาด้า โดยมีช่องทางติดต่อผ่านไลน์ Line Official “@612mrgnd” และใน Facebook เพจของ CHAROEN AIRSOFT 4289 โดยผู้ต้องหาเริ่มทำลำกล้องปืนด้วยตนเองและจำหน่ายทางออนไลน์ให้กับผู้สนใจ ตำรวจแจ้งข้อหาทำและจำหน่ายอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนมอบหมายให้พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส. นำกำลังตำรวจ บช.สอท.,ภ.1, ภ.8 ขยายผลไปถึงผู้ซื้อและตัวแทนจำหน่าย 209 แห่งทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องเพิ่มอีก 54 ราย ยึดของกลางอาวุธปืนเถื่อน 110 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 13,320 นัด และวัตถุระเบิดอีก 11 ลูก