บิ๊กตู่แจงพัลวัน อี๋อ๋อ ‘พีระพันธุ์’ สส.ปชป.ออกอีก
ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง 30 พ.ย.นี้ ‘ตู่’ ไม่สนคนเกลียด แต่อย่าโยงจนกระทบบ้านเมือง แจง ‘พีระพันธุ์’ เข้าพบแค่คุยเรื่องงาน อย่ามองเป็นการเมือง ‘ศักดิ์สยาม’ อายุครบ 60 ‘อนุทิน’ พาเข้าขอพรนายกฯ ยันพ.ร.บ. กัญชาฯ แล้วแต่สภา ไม่นำมาเป็นปัญหาให้รัฐบาลสะดุด ไม่เชื่อ 2 ป.แตกคอ ‘ทักษิณ’ แนะ ‘ประยุทธ์’ มี 2 ทางเลือก อยู่ครบเทอมแล้ววางมือ หรือไม่ก็ไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ ให้ภูมิใจไทย แฉซื้อส.ส.หัวละ 80 ล้าน แต่เชื่อเลือกตั้งหนหน้าซื้อเสียงไม่ได้ผล นายกฯ เซ็นตั้ง ‘ไตรรงค์’ นั่งที่ปรึกษา ปชป.เลือดไหลอีก ‘พิมพ์ภัทรา’ ส.ส.นครศรีฯ ลาออก เตรียมซบรวมไทยสร้างชาติ
ตู่ปัดยุทธศาสตร์เอื้ออยู่ยาว
เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 421 ชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 พร้อมกล่าวบรรยายหัวข้อ “บทบาทของภาครัฐ เอกชนและการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า หลายคนตกใจกลัวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ช่วยไปดูรายละเอียด และสร้างความเข้าใจว่าแต่ละช่วง ทุก 5 ปี ย้อนดูและปรับปรุง ต่างประเทศก็ทำแบบนี้ ไม่เช่นนั้นไม่สามารถทำให้เกิดความยั่งยืนได้ นโยบายที่วางไว้จะได้จบ ไม่เหมือนบางรัฐบาล มีอายุสั้นผลงานจึงไม่ค่อยปรากฏ
“ปัจจุบันเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติเข้าสู่ระยะสองแล้ว ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่ใช่ทุกอย่างจะแข็งไปเสียทั้งหมด หลายคนบอกว่ากำหนดยุทธศาสตร์ไว้นานเพื่อจะอยู่ในอำนาจนาน ผมไม่ได้คิดแบบนั้น อะไรที่วางไว้ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลสานต่อได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ไม่สนคนเกลียด-อย่าโยงบ้านเมือง
“นายกฯ ไม่ใช่คนที่ดีที่สุดในโลก แต่เป็นคนช่างคิด คิดไปเรื่อย อะไรทำได้ก็ทำ อะไรทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ถ้าหยุดคิดก็ทำอะไรไม่ได้ หรือไปคิดเฉพาะความขัดแย้ง คิดแต่จะไปสู้เขา มันไม่ได้ประโยชน์กับประเทศชาติ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า การจัดสรรที่ดินให้ประชาชนตนและรัฐบาลได้คิดออกมา ถึงมีคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติขึ้นมา ไปดูการ เข้าถึงที่ดินและการทับซ้อนของที่ดินของ ภาครัฐที่มีมากพอสมควร คิดไปคิดมาที่ดินของไทยอาจลดลงก็ได้เพราะซ้ำซ้อนกันแต่ก็เพียงพอ เพราะมีคนอยากไปอยู่ต่างประเทศเยอะ พอสมควร ที่ดินก็น่าจะพอ พูดไปเดี๋ยวก็เป็นข่าวอีก ตนชอบพูดหาเรื่องแต่ไม่อยากไปตอบโต้
คนไทยเข้มแข็ง แข็งแรง เพียงแต่ความคิดยังแตกแยกกันอยู่ มีความพอใจหรือไม่พอใจกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ปัญหาสำคัญคือความรักความสามัคคีของทุกคนในชาติ “อย่าเอาผมไปโยง จะชอบผมหรือไม่ชอบผม เกลียดหรือไม่เกลียดก็ช่างคุณเถอะ เพราะผมไม่รู้อยู่แล้ว แต่ผมรู้ตัวว่าผมเป็นคนอย่างไรอยู่ ก็ขอบคุณคนที่รักนะ” พร้อมหัวเราะในคอ
ยันพีระพันธุ์แค่มาคุยงาน
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กัมพูชา 10-13 พ.ย.จะฝากอะไร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นพิเศษหรือไม่ ว่า เป็นความรับผิดชอบตามหน้าที่อยู่แล้ว ท่าน รู้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะไปร่วมงาน กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็เป็นเรื่องกระแสข่าวนะจ๊ะ” พร้อมชี้แจง จริงๆ แล้วที่ตนเดินมากับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หัวหน้า รทสช.เมื่อ 8 พ.ย. นายพีระพันธุ์ มาเรื่องงาน ในฐานะที่ปรึกษานายกฯ มาแถลงข่าว ซึ่งเขาทำงานตรงนี้อยู่แล้ว อย่ามองเป็นเรื่องการเมืองกันเลย เมื่อถามว่า ส่วนที่ รทสช.จะเทียบเชิญไปร่วมงาน กับพรรคจะให้คำตอบเมื่อไร พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถาม
อนุทินควงศักดิ์สยามขอพรตู่
เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการ ภท. เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อขอพรจากนายกฯ ในโอกาสวันคล้ายเกิดปีที่ 60 ของ นายศักดิ์สยาม โดยใช้เวลาพูดคุย 30 นาที
นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบว่า วันนี้เป็นวันเกิด รมว.คมนาคม จึงเข้าไปขอพร นายกฯ ขอให้ช่วยกันทำงานให้บ้านเมือง และให้มีสุขภาพแข็งแรง
เมื่อถามว่าได้หารือถึงทิศทางการเมือง ในอนาคตหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุยกัน นายกฯ สอบถามว่าใกล้เลือกตั้งแล้วเตรียมพร้อมหรือยัง ตนเรียนว่า ภท.เตรียมมา ระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลเข้าสู่ปีที่ 4 ส่วนอนาคตทางการเมืองของนายกฯ ตนไม่กล้าถาม นายกฯ ก็ไม่ได้พูดเรื่องของท่าน นายกฯ บอกให้ทำงานกันไป พร้อมสอบถามว่ามีปัญหาอะไรกันหรือไม่ และสอบถามว่าปัญหาที่เป็นข่าวตนยืนยันไปว่าเป็นความเห็นที่ แตกต่าง

ปราบยา – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวพล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ อดีตรองผบ.ตร. ในแคมเปญ ‘ยุทธการปราบยาเสพติด คืนลูกหลานสู่อ้อมอกพ่อแม่’ ที่พรรคไทยสร้างไทย ลาดปลาเค้า 60 กทม. เมื่อวันที่ 9 พ.ย.
ไม่เอากัญชามาทำให้รัฐบาลสะดุด
เรื่องร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ….สุดท้ายแล้วเป็นเรื่องของสภา ตนยืนยันกับพล.อ.ประยุทธ์ว่าไม่มีอะไรที่ทำให้รัฐบาล เกิดอุปสรรค และยังทำงานต่อไปเหมือนเดิม ขอยืนยัน 100 % และขอให้มั่นใจ ภท.จะไม่นำเรื่องความขัดแย้งในสภามาเป็นปัญหาในการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่ากรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. กัญชาฯ ระบุหากกฎหมายตก อาจนำไปสู่การยุบสภา นายอนุทินกล่าวว่า นายศุภชัย คง ไม่ได้พูดอย่างนั้น และการยุบสภาอยู่ที่นายกฯ คนเดียว หากผลโหวตไม่เป็นที่น่าพอใจ ของ ภท. ก็ยืนยันจะไม่มีอุบัติเหตุการเมือง หากไม่ผ่านไม่มีผลอะไร ก็ทำงานต่อไป และหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมการใช้กัญชาให้เข้มข้นมากขึ้น ดูว่าจะหาข้อบังคับอะไร มาช่วยให้ประชาชนสบายใจมากที่สุด
ไม่เชื่อ 2 ป.แตกคอ
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้า ภท. พร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าการเมืองต่อหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องผ่านการเลือกตั้งไปก่อน กําลังจะมีเลือกตั้งไม่เกิน 6-8 เดือนข้างหน้า เราต้องฟังเสียงประชาชน หลังจากการเลือกตั้งจึงจะเห็นทิศทางที่ชัดเจน เมื่อถามว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นหัวหน้า รทสช.เป็นผลดีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่าดีสำหรับนักการเมือง ตอนที่ตนยังไม่ได้เป็น ส.ส.ก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แต่พอมาเป็น ส.ส.ก็จะเป็นฐานการเมืองที่แน่นหนา นายกฯ ก็เช่นกัน เป็นนายกฯ 7-8 ปีแล้ว ถ้าเข้าระบบพรรค เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารจะยิ่งทำให้มีฐานการเมืองแน่นหนาและสมบูรณ์ เมื่อถามว่าต้องการให้นายกฯ เข้าสู่ระบบการเมือง คาดหวังไม่ได้เป็นแค่แคนดิเดต นายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ให้ไปถามนายกฯ
เมื่อถามว่าเท่าที่ร่วมทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากแยกกันจริงจะไปรอดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นแบบแยกกันเดินร่วมกันตี ก็ไม่เป็นไร เมื่อถามว่า ถ้าทั้งคู่แยกกันเด็ดขาดจะเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า คงไม่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร คบกันมา 40-50 ปี ความผูกพันสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
สร.ฟันธงตู่-ป้อมแตกแน่
ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย(สร.) กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะย้ายไป รทสช. ว่า ส่วนตัวมองว่าคงจะแน่นอนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร ต้องแตกหักและแยกทางกัน และทั้ง 2 พรรคก็คงไปไม่ได้ทั้งคู่
เมื่อถามว่า หากแยกกันเดิน พล.อ.ประยุทธ์หรือพล.อ.ประวิตรใครจะมีอำนาจมากกว่ากัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า อย่าไปสนเลยแยกกันเดิน ไม่มีอำนาจทั้งคู่ เพราะพรรคอื่นเขามีส.ส.มากกว่า และเลือกตั้งครั้งนี้คิดว่า ส.ว.จะเหมือนเดิมหรือ คิดว่าไม่เหมือนเดิม ครั้งที่แล้ว ส.ว.ไม่ขาดสักคนที่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ แต่ครั้งนี้เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะมีจำนวนส.ส.เพิ่มมากขึ้น ต่อให้ส.ว. 250 คนเลือกพล.อ.ประยุทธ์ทั้งหมด ก็บริหารต่อไม่ได้
หมอระวีชี้หาก 3 ป.แตกคอสูญพันธุ์
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค พลังธรรมใหม่ กล่าวว่า การชี้ชะตาการเมืองไทยยังอยู่ที่ 3 ป. ถ้าทั้ง 3 คนยังผนึกกำลังกันแน่นได้ โอกาสที่ พปชร.จะไปจับมือตั้งรัฐบาลกับ พท.คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าทั้ง 3 คนแตกกันอะไรก็เกิดขึ้นได้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังร่วมกับพปชร. โดยอาจเป็นแคนดิเดต นายกฯ 2 ปีแรก และให้ พล.อ.ประวิตรเป็นอีก 2 ปีหลัง แนวทางนี้อาจยังมีอำนาจร่วมกันแล้วชนะ พท.ได้ในการจับมือตั้งรัฐบาล
ส่วนกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์อาจ เข้าร่วม รทสช. นพ.ระวีกล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ผนึกกับพรรคนี้จริง 3 ป.ก็ สูญพันธุ์ แต่ รทสช.อาจจะได้ ส.ส.สัก 50 คน เพราะเชื่อว่า ส.ส.พปชร.จะไหลมาอยู่พรรคนี้ ซึ่งจะทำให้ผลเลือกตั้ง พปชร. และรทสช. ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงสุดท้ายกลับมาจับมือกันได้แต่ก็แพ้ พท.แน่นอน ยังเชื่อว่าจะมีการยุบสภาหลัง ก.พ. 66 เพราะรัฐบาลยังต้องรอเวลาเพื่อจะแก้สถานการณ์ และต้องรอให้ ส.ส.ย้ายพรรคให้สะดวก วันนี้ถ้าทั้ง 3 คนยังไม่สามารถจับมือกันให้แน่นได้ อำนาจทางการเมืองในหมู่ทหาร ตำรวจจะลดลงทั้งหมด ข้าราชการก็จะรอแล้วว่านายใหม่จะเป็นใคร ถ้าทั้ง 2 บิ๊กยังตกลงกันไม่ได้ พูดได้คำเดียวว่า 3 ป.สูญพันธุ์
ทักษิณแนะตู่มีแค่ 2 ทางเลือก
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือโทนี่ วู้ดซัม ตอบคำถามผ่าน CareTalk x Care ClubHouse เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา หัวข้อ “ที่ดิน สุรา กัญชา มั่วเต็มคาราเบล : ทำนโยบายไม่เป็น หรือเห็นแก่เงินของใคร” กล่าวถึงโอกาสที่ พล.ประยุทธ์ กับพล.อ.ประวิตร ท้ายที่สุด จะมาจับมือกันว่า น่าจะจับมือข้างหนึ่ง ถือมีดข้างหนึ่ง กติกาหากเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ถ้าไม่ได้ 25 เสียงชื่อนั้นตกกระป๋อง พรรคที่จะได้ 25 เสียงขึ้นน่าจะมีแค่ 5 พรรค ไม่มากไปกว่านั้น หากตนเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะมี 2 ทางเลือก ถ้าเอาเท่อยู่ครบเทอม ที่เหลืออีก 2 ปี อย่าไป คิดล้างมือแล้วจบ ถ้าคิดเช่นนั้นก็ให้ดู 23 ธ.ค. จะมีส.ส.และรัฐมนตรีลาออกเพื่อย้ายพรรคให้ทันในช่วงเวลา อีกทางหนึ่งคือไม่ต้องเข้าพรรคไหน ตกลงกับ ภท.ให้เสนอชื่อเป็นนายกฯ คู่กับนายอนุทิน แบ่งกันคนละ 2 ปี แต่วิธีนี้ไม่เท่ ทางเลือกมีแค่นี้ เพราะหากไป รทสช. สร้างแบรนด์ไม่ทัน เพราะเป็นพรรคใหม่
“ตอนนี้ชาติเราพังไปแล้วหรือถึงมี รวมไทยสร้างชาติ ไทยสร้างไทย สร้างอนาคตไทย ที่จริงประเทศเสียจากทหารปฏิวัติ 2 รอบ ต้องซ่อมไม่ใช่สร้างใหม่ ต้องซ่อมอย่างจริงจัง ถือจอบ ผสมปูน ฉาบปูน ทาสี ไม่ใช่แค่ พ่นสีใส่หน้าคนอื่น วันนี้ดูท่าที พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เกาเหลา 2 ชามไม่มีเส้น ต้องไปเปิดร้านคนละร้าน คนหนึ่งยึดร้านเก่า อีกคนเปิดสาขาใหม่ วันนี้มาเจอกันเห็น ได้ชัดเจนเลย พล.อ.ประยุทธ์ก็จะไปเป็นหัวหน้ารวมไทยสร้างชาติของนายพีระพันธุ์ (สาลีรัฐวิภาค) หากเดาไม่ผิดนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน น่าจะไปเป็นเลขาฯ พรรค พล.อ.ประวิตรก็รักษาพรรคเดิมไว้” นายทักษิณกล่าว
แฉซื้อส.ส.หัวละ 80 ล้าน
ตนจะบอกให้ประชาชนเจ็บมานาน ฉะนั้นเที่ยวนี้ประชาชนกำลังจะสอน เข้ามาทำประเทศเสียหาย เข้ามากินงบแล้วเอามา ซื้อเสียง เขาจะรับเงินแต่ไม่เลือก คอยดู ตอนนี้บางพรรคซื้อตัวส.ส.เข้าไปหัวละ 80 ล้าน ราคานี้เหมาะกับส.ส.ที่ใกล้รีไทร์ แต่ภาพทางการเมืองยังเป็นนักเลือกตั้งอยู่ ได้ 80 ล้านขึ้นป้ายหาเสียง 5 ล้าน ที่เหลือเก็บใส่กระเป๋ากลับบ้านไปเลี้ยงหลานเพราะซื้อไปก็แพ้ เลือกตั้งครั้งต่อไปสนุกแน่ จะเป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง
นายทักษิณเผยด้วยว่า ช่วง 14 วัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พาหลานมาเยี่ยม ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่มากัน 2 คน อีกคนอยู่ในท้องและอีกคนอุ้มมา คนที่ 2 เป็นผู้ชายจะคลอดพ.ค. ตนกำลังจะมีหลาน คนที่ 7 คนที่ไม่ชอบหน้าตนไม่สงสารเลยหรือเพราะตนอยากไปเลี้ยงหลานแล้ว
รทสช.มั่นใจได้เกิน 25 ที่นั่ง
ที่ ม.กรุงเทพธนบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ หัวหน้า รทสช. ให้สัมภาษณ์ย้ำความชัดเจนกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะย้ายมา รทสช. ว่า สื่อคงตั้งข้อสังเกตกันไปเอง หลังประชุมเอเปคเชื่อว่าคงมีความชัดเจนเหมือนที่นายกฯ พูด หากนายกฯ สนใจจริงก็ไม่มีอะไรที่พรรคจะขัดข้อง เพราะตนต้องการรวบรวมคนดีๆ มาทำงานให้บ้านเมืองอยู่แล้ว แต่วันนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน 8 พ.ย.ที่มีประชุมพรรคไม่มีอะไร ข่าวที่ออกไปไม่รู้เอามาจากไหน ไม่เป็นความจริง ก็งง ไม่รู้ผู้สื่อข่าวไปโดนใครหลอก
ส่วนที่นายทักษิณปรามาส รทสช.จะได้ ที่นั่งในสภาไม่ถึง 25 เสียง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เห็นว่านายทักษิณจะชื่นชมใคร นอกจากพรรคตัวเอง ไม่ได้ให้ความสนใจ ส่วนตัวมั่นใจว่าจะได้เกิน 25 เสียงแน่นอน เมื่อถามว่าหากพล.อ.ประยุทธ์มาจำเป็นต้องเขียนใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อนหรือไม่ หรือมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้เลย นายพีระพันธุ์กล่าวว่า แล้วแต่ท่าน ยังไม่ได้คิด ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย การสนับสนุนพรรคไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคเสมอไป ทำได้ 2 แบบ คือเข้ามาเป็น ผู้เล่นเอง หรือเป็นสมาชิกพรรค
เมื่อถามว่า มีข่าว หาก พล.อ.ประยุทธ์มาจะมีส.ส.ภาคใต้ตามมาด้วย อาจซ้ำกับพื้นที่ที่วางคนไว้แล้ว นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนเป็นคนบริหารพรรคต้องรักษาคำพูด หากมั่นใจแล้ว รับปากกับใครแล้วตนไม่เปลี่ยน ถ้ามาจริงก็เป็นเรื่องของบุคคลที่ต้องคุยกันเองไม่ใช่เรื่องของพรรค ต้องตกลงกันเอง ผู้สมัคร ตอนนี้มีครบทุกภาคแล้วแต่จะตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งในบางเขต ซึ่งตั้งใจส่งครบทุกเขต
ตู่ตั้ง‘ไตรรงค์’นั่งที่ปรึกษานายกฯ
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 2892/2565 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษา และพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ตามที่นายกฯ มอบหมาย
โดยให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินงานของที่ปรึกษาของนายกฯ ตามที่ได้รับการร้องขอ และให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาฯ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการโดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ นายไตรรงค์ เพิ่งลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมอบหมายงานให้รับผิดชอบเรื่องนโยบายและการปราศรัย ทำให้ถูกจับตามองว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายไตรรงค์ จะไปอยู่ รทสช. ทั้งคู่หรือไม่

เปิดศูนย์ – นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคกรุงเทพฯ และทีมงาน ร่วมเปิดศูนย์ประสานงาน พรรคเขตตลิ่งชันบางกอกน้อย มี ทันตแพทย์กันตพงศ์ ดีชัยยะ เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.
พิมพ์ภัทราโบกมือลาปชป.
รายงานข่าวจาก ปชป.แจ้งว่า จากที่นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้า ปชป. กำหนดเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช 9 เขต ในวันที่ 12 พ.ย. นี้ แต่ทราบว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 8 จะไม่ไปร่วมเปิดตัวด้วย และเช้าวันนี้ น.ส.พิมพ์ภัทราได้เข้าพบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการ ปชป. เพื่อแจ้งให้ทราบว่าจะออกจากพรรค ขอไปร่วมงาน รทสช. ซึ่ง น.ส.พิมพ์ภัทรา ไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับ รทสช.มา 2 เดือนแล้ว
นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้า ปชป. ดูแลภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.พิมพ์ภัทรา ว่า ตนทราบข่าวมาระยะหนึ่งแล้ว และทราบว่าน.ส.พิมพ์ภัทราไปแจ้งต่อนายเฉลิมชัยแล้ว ส่วนการหาบุคคลลงสมัคร ส.ส.เขต 8 แทนนั้นก็ได้พิจารณาหาตัวบุคคลมาระยะหนึ่งแล้ว เป็นคนหน้าใหม่ โปรไฟล์ดี เชื่อว่าจะเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างแน่นอน
‘บิลลี่’สมัครพท. 10 พ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือบิลลี่ อดีต ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล จะสมัครเป็นสมาชิก พท.ในวันที่ 10 พ.ย. เวลา 10.00 น. โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. และน.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมต้อนรับ
เทิดไทถกปรับโครงสร้าง 26 พ.ย.
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเทิดไท เผยว่า วันที่ 26 พ.ย. เวลา 10.00 น. พรรคเทิดไทจะจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี วาระสำคัญ ได้แก่ การเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.ชุดใหม่ และปรับเปลี่ยนโลโก้พรรค ภายใต้สโลแกน รวมกันเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งของลูกหลานไทย และจะเปิดตัวแกนนำพรรคที่เป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย อาทิ นายสุชาติ บรรดาศักดิ์ อดีตส.ส.นนทบุรี นายอานนท์ แสนน่าน ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ประธานหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันฯ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเทิดไท พร้อมอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงทั้ง 4 ภาค พรรคเทิดไทมีจุดยืนชัดเจนปกป้องสถาบัน สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย
ศาลรธน.นัด30พย.ชี้กม.เลือกตั้ง
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษากรณีประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส.และส.ว. ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติวันที่ 30 พ.ย. เวลา 09.30 น.
สว.ถกญัตติ‘ประชามติ’21พย.
ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. โฆษกวิปวุฒิสภา แถลงว่า วิปวุฒิสภามีมติให้บรรจุญัตติที่สภามีมติเห็นชอบเสนอให้ครม. จัดการออกเสียงประชามติ ถามความเห็นประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ เป็นเรื่องด่วน ส่วนตัว เห็นว่าการลงมติในญัตติดังกล่าว แม้สภา และส.ว.จะเห็นด้วยกับญัตติ แต่ไม่ได้หมายความว่าครม.จะเห็นด้วย เพราะทางปฏิบัติ ครม.ต้องปรึกษา กกต. โดยเฉพาะกรณีเสนอให้ทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป ส่วนตัวมองว่ามีประเด็นต้องพิจารณาคือ เป็นเรื่องของกฎหมายคนละฉบับ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีความแตกต่างกัน ขณะที่ ระยะเวลาการปฏิบัติมีความเหลื่อมล้ำกัน เพราะการเลือกตั้งมีเวลามากสุด 60 วัน ส่วนทำประชามติมีกรอบเวลา 90- 120 วัน การออกเสียงประชามติเรื่องสำคัญวันเดียวกัน อาจมีผลดีและผลเสียต่อผู้ถูกรับเลือกตั้ง ของแต่ละพรรคได้ แต่การเสนอทำประชามติเป็นคนละประเด็นกับเนื้อหาต่อกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เช่น ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ วิปวุฒิสภา กล่าวว่า วิปวุฒิสภามีมติให้บรรจุวาระ 21 พ.ย.นี้ โดยหลักการต้องตั้งคณะกมธ. เพื่อพิจารณาศึกษา โดยมีกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ประมาณ 60 วัน เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญอาจใช้เวลาพิจารณาที่รวดเร็ว เบื้องต้นมองว่าหลัง 21 พ.ย.นี้ หากวุฒิสภาตั้งกมธ.ได้ การนำกลับเข้ามาให้ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติอาจอยู่ในช่วง ม.ค.66 การพิจารณาของวุฒิสภาจะทำได้ทัน ยกเว้นมีการยุบสภา
หมอระวีจุดพลุกม.นิรโทษ
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค พลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ได้หารือหลายฝ่าย เพื่อหาทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ยุติความแตกแยก พร้อมยกร่างกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชื่อว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม สาระสำคัญร่างนี้คือ การนิรโทษกรรมแก่ประชาชนทุกกลุ่มที่กระทำผิดจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่ 19 ก.ย.49 จนถึง 30 พ.ย.65 ครอบคลุมตั้งแต่การใช้วาจา การโฆษณาต่อต้านรัฐบาล การต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่รัฐในการชุมนุม การประท้วง จะไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาและแพ่ง ให้พ้นจากการกระทำผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้จะไม่ครอบคลุมถึงความผิด 3 กรณี ได้แก่ 1.การ ทุจริตคอร์รัปชั่น 2.ความผิดทางอาญาที่รุนแรง เช่น การยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือบุคคลอื่น 3.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรม หากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผล บังคับใช้ ถ้าคดีใดยังไม่ถูกฟ้องต่อศาลหรืออยู่ระหว่างสอบสวน ถือว่าให้ระงับการสอบสวนหรือยุติการส่งฟ้องต่อศาล หากถูกฟ้องต่อศาลแล้วให้ถอนฟ้อง หรือถ้าคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี และกรณีมีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่เคยต้อง คำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด หากใครอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนั้นสิ้นสุด และได้รับการปล่อยตัว
เพิ่งยกร่างเสร็จเมื่อ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา จะนำไปประสาน ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และนายกฯ เพื่อขอความเห็นชอบ จะพยายามผลักดัน เข้าสู่สภาให้เร็วที่สุด ให้พิจารณาเสร็จทันก่อนปิดสมัยประชุมสภานี้ โดยใช้เวลาพิจารณาในชั้นกมธ.ไม่นานแค่ 2-3 สัปดาห์ ก็ส่งให้สภาลงมติวาระ 2-3 ได้ เพราะจะมีเนื้อหาแค่ 7 มาตราเท่านั้น มั่นใจจะได้รับความเห็นชอบจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะตอนยกร่างไปหารือกับแกนนำทุกกลุ่ม ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส. แม้จะไม่ได้เห็นชอบทุกคน แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นชอบด้วย