พปชร.โชว์ ‘50ผู้สมัคร’ทีมบิ๊กแจ๊ดยกโขยงซบปชป.เลือดไหลไม่หยุด
สส.เล็งย้ายออกเพียบรังสิมา-เด็ก‘ชวน’ก็ด้วย
ปลดล็อกกัญชาวุ่นอีก ฝ่ายค้านเข้าร่วมสมาคมแพทย์นิติเวช ลงชื่อยื่นศาลปกครอง ฟ้องอนุทิน-ป.ป.ส. ให้เพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดึงกัญชากลับไปอยู่บัญชียาเสพติด หมอชลน่านยันสภาพิจารณากฎหมายกัญชาฯ วาระ 3 ถ้ากมธ.ไม่แก้ไข ฝ่ายค้านโหวตคว่ำแน่ ด้านก้าวไกลยื่นร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลปกครองสั่งพักการบังคับใช้กฎหมาย พปชร.เปิด 50 ว่าที่ ผู้สมัครส.ส. กลุ่มบิ๊กแจ๊ดยกโขยงซบ หลังพลาดหวังจากเพื่อไทย ปชป.ระส่ำหนัก ส.ส.จ่อตบเท้าลาออก ย้ายซบพรรครวมไทยสร้างชาติ รังสิมา-เด็กชวนก็ไม่เว้น เดชอิศม์นำส.ส.-ผู้สมัครภาคใต้ ให้กำลังใจ ‘เฉลิมชัย’ ยันไม่ไปไหน ‘นิพนธ์’ โวยพรรคจ้องดูด หวังทำลาย
แพทยสภา-ฝ่ายค้านฟ้องอนุทิน
เวลา 11.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย พร้อม ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) นายวิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย(สร.) และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย(พลท.) เข้ายื่นฟ้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ต่อศาลปกครองกลาง
เพื่อขอให้มีคําพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ลงวันที่ 8 ก.พ. 2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีการออกประกาศดังกล่าว และให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามประกาศ สธ. ลงวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ.2563 ดังเดิม
ให้เพิกถอนประกาศปลดล็อกกัญชา
พร้อมขอให้ศาลมีคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วยการทุเลาการบังคับ ตามประกาศ สธ.ดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี เนื่องจากเห็นว่า ที่ รมว.สธ. และ ป.ป.ส.ออกประกาศ สธ.เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 เป็นผลให้กัญชา ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษต่อไป เป็นการกระทําที่ไม่สุจริตและเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ เพราะการออกประกาศไม่มีมาตรการทางกฎหมายออกมาควบคุม คุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับกัญชาโดยเฉพาะ ขัดนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้กับรัฐสภาว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้า ลดจํานวนผู้ค้าและผู้เสพยารายใหม่ ข้อกําหนดที่ออกมาไม่ชัดเจนว่ากรณีใดเป็นการใช้ทางการแพทย์หรือนันทนาการ การออกประกาศฉบับพิพาทจึงเป็นการเพิ่มภาระแก่ประชาชนเกินสมควร และไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นพ.สมิทธิ์กล่าวว่า การร่วมกันฟ้องให้ เพิกถอนประกาศ สธ.ลงวันที่ 8 ก.พ. 2565 เราไม่ได้คัดค้านนโยบายการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ เพราะถึงไม่มีประกาศฉบับนี้ก็ยังใช้กัญชาทางการแพทย์ต่อไปได้ ตามประกาศ สธ. 5 ธ.ค.2563 เพียงแต่ต้องการให้เพิกถอนประกาศ สธ.ฉบับปี พ.ศ.2565 ออกไป จนกว่า สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกกฎหมายควบคุม คุ้มครองประชาชนเกี่ยวกับการใช้กัญชาให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากทุกวันนี้รัฐบาลไม่สามารถควบคุมป้องกันการใช้กัญชาในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ จนกลายเป็นการเปิดการใช้กัญชาอย่างเสรีในหลายชุมชน สร้างปัญหาระยะยาวของสังคมไทย
ยันโหวตคว่ำวาระ 3
จากนั้น ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นายสุทิน พร้อมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมถึง นพ.สมิทธิ์ ร่วมกันแถลงถึงการยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง โดยนาย สุทินกล่าวว่า เราได้รับการประสานจากลุ่มคนแพทย์หลายองค์กร โดยเฉพาะสมาคมแพทย์นิติเวชฯ กังวลเกี่ยวกับเรื่องกัญชากัญชงมาตลอด และจากที่ติดตามการพิจารณาของสภาเห็นว่าการดำเนินไปของกัญชาเสรีเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง จึงเห็นตรงกับฝ่ายค้านน่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี จึงเห็นว่าควรหยุดยั้งโดยขอให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว ล่าสุด นพ.สมิทธิ์ พร้อมเครือข่ายยื่นคำร้องต่อศาลปกครองแล้ว ขณะที่ฝ่ายค้านไม่ขัดข้องในการร่วมเข้าชื่อ
นพ.สมิทธิ์กล่าวว่า ขอบคุณฝ่ายค้านที่ร่วมเขียนคำร้องยื่นศาลปกครอง ประกาศ สธ.ปลดกัญชา ไม่ได้เกิดจากการใคร่ครวญอย่างดีจึงต้องขอให้ศาลปกครองทุเลาประกาศ “การโปรโมตว่านำกัญชาไปทำอาหาร นำไปทำ ไอครีม จึงเป็นเรื่องที่โกหก ไม่ใช่การใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ แต่เป็นการนำกัญชาไปใช้เรื่องสันทนาการอย่างชัดเจน จึงขอเรียกร้องว่าอย่าโกหกประชาชน”
นพ.ชลน่าน กล่าวถึงจุดยืนฝ่ายค้านในการโหวตร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านหารือกันเบื้องต้นเห็นว่าการพิจารณาวาระ 2 เป็นรายมาตรา ข้อห่วงใยต่างๆ ถ้ามีการปรับแก้ตามที่สมาชิกสงวนความเห็นหรือสงวน คำแปรญัตติไว้ก็อาจให้ความเห็นชอบรายมาตรา แต่เท่าที่ดูร่างเพิ่มจาก 45 มาตราเป็น 95 มาตรา ขณะที่ข้อเสนอต่างๆ กมธ.ไม่ได้ปรับแก้ หากกมธ.ยังยืนยันไม่แก้ไข การลงมติเราก็ยืนยันจะไม่เห็นด้วย การโหวตวาระ 3 ซึ่งเป็นการให้ความเห็นชอบทั้งร่าง ถ้าไม่มีการแก้ไขเลย ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเราจะโหวตคว่ำในท้ายที่สุด
ก้าวไกลร้องผู้ตรวจฯอีกทาง
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการ ก.ก. เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการฯ ร้องเรียนถึงการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่รมว.สธ. และคณะกรรมการป.ป.ส. และเสนอแนะให้ปรับปรุงกฎหมาย จากกรณีการออกประกาศ สธ. เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เมื่อ 8 ก.พ. 2565 ซึ่งมีผลปลดล็อกกัญชาออกจากเป็นพืชยาเสพติด
นพ.วาโยกล่าวว่า แม้จะมีการควบคุมกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม แต่เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาอย่างแพร่หลายไม่เว้นสถานศึกษา สะท้อนพ.ร.บ.ส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ที่บัญญัติให้กัญชาเป็นพืชสมุนไพรควบคุม ยังไม่สามารถทำให้เกิดสภาพบังคับที่แท้จริงได้ และมองว่ายังมีผลกระทบระดับนานาชาติ ตามความตกลงระหว่างประเทศในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 ที่บัญญัติว่าประเทศภาคีสมาชิกสามารถใช้กัญชาในกรณีวิทยาศาสตร์และ เพื่อการแพทย์เท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติในไทยนำกัญชามาผสมลงไปในอาหาร ไอศกรีม ซอส และยังมีภาพโฆษณาโดยตัวรมว.สธ.ตามที่ปรากฏในสื่อ
จึงขอผู้ตรวจการฯ ส่งศาลปกครองเพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว พักใช้ประกาศฉบับ 8 ก.พ.2565 ไปก่อน และยกประกาศ 8 ธ.ค.2563 มาใช้ได้ การมายื่นผู้ตรวจการฯ ถือเป็นการกันไว้อีกชั้นหนึ่ง ทำคู่ขนานกับสภาในการพิจารณากฎหมายมาบังคับใช้ แต่ถ้ากฎหมายไม่สามารถออกจากสภาได้หรือบังคับใช้ไม่ดี อย่างน้อยก็ให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว
ปปช.จ่อถกตู่-5รมต.ยื่นทรัพย์สิน
รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เผยความคืบหน้ากรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียงข้างมากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไป ยังไม่ครบ 8 ปี เนื่องจากให้เริ่มนับเมื่อ 6 เม.ย.60 ส่วนการดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้มีลักษณะ “นายกฯ ขาดตอน” สวนทางกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 62 โดย พล.อ.ประยุทธ์ อ้างตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 105 มีการยื่นแต่ ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะนั้น
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.นำ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม รวมถึงคำวินิจฉัยส่วนตนมาวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างสรุปเพื่อนำเสนอที่ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา เบื้องต้นจะพิจารณาล็อตแรกก่อนคือ กรณี 6 รัฐมนตรียุค คสช.มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งภายใน 30 วัน หลังการเลือกตั้งปี 62 ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสรุปเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ยังมีอีกหลายช็อต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยุค คสช.ที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องภายหลังปี 62 แบ่งข้อเท็จจริงเป็น 3 กรณี 1.กรณีรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล คสช.มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อปี 2562 มี 6 ราย ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม 2.รัฐมนตรียุค คสช. 15 ราย มาดำรงตำแหน่ง ส.ว. ซึ่งปัจจุบันยังเหลือดำรงตำแหน่ง 12 ราย และ 3.อดีต สนช.ระหว่างปี 57-61 มาดำรงตำแหน่ง ส.ว. 89 ราย
พท.ต้อนรับทนายบิลลี่
เวลา 10.25 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวราวุธ ยันต์เจริญ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมแถลงเปิดตัว นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือทนายบิลลี่ อดีต ส.ส.กทม.พรรคก.ก. เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก
นพ.ชลน่านกล่าวว่า นายจิรวัฒน์จะเป็นกำลังสำคัญ ส่วนจะเป็นผู้สมัครของพรรคหรือไม่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เรามีคณะกรรมการสรรหาเบื้องต้นของกทม. พื้นที่กรุงเทพฯ มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ผู้สมัครต้องสื่อสารเข้าถึงประชาชน มีการทำงานที่ เข้มแข็งในพื้นที่ และต้องมีกระแส ความนิยม ซึ่งพท.มั่นใจว่านายจิรวัฒน์ตอบสนองเรื่องเหล่านี้ และจะได้ทำงานร่วมกันเพื่อคนกรุงเทพฯ นำพาประชาชนออกจากวิกฤติ
ด้านนายจิรวัฒน์กล่าวว่า ขอบคุณ พท.ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น วันนี้ตนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ส่วนจะได้เป็น ผู้สมัครหรือไม่เป็นเรื่องของ กก.บห. และกรรมการสรรหาพรรค ถ้าได้รับโอกาสจะทำให้ดีที่สุด พท.วันก่อนและวันนี้แตกต่างอย่างชัดเจน ทันสมัย เข้าใจคนรุ่นใหม่ เมื่อถามว่าที่มาร่วมงานกับ พท.ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจุดยืนแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรค ก.ก. นายจิรวัฒน์กล่าวว่า ไม่ใช่เหตุผลหลัก ตนคิดมาสักพักแล้วว่าจะมาร่วมงานกับ พท.
ปชป.ลุยเปิดตัวชิงส.ส.เมืองคอน
นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยว่า จากการประชุมร่วมกันของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีฯ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง และตน ถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีฯ ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ หลังจาก น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีฯ แจ้งลาออกจากปชป. ที่ประชุมยืนยันจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครวันที่ 12 พ.ย.เหมือนเดิม โดยจะยังไม่เปิดตัวผู้สมัคร ที่จะมาแทน น.ส.พิมพ์ภัทรา เนื่องจากอยู่ใน ขั้นตอนการสรรหา
ที่ประชุมยังพูดคุยถึงการเตรียมพร้อมเดินหน้าเลือกตั้ง และยังมั่นใจอยู่แม้จะมีคนออกไปก็ตาม เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดตัวผู้สมัครและไม่เป็นอุปสรรคต่อการหาเสียง ทั้งนี้ในวันที่ 20 พ.ย. พรรคจะเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครส.ส.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
ด้านนายชินวรณ์กล่าวว่า ใน จ.นครศรีฯ ปชป.ยังมั่นใจอยู่ เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจอยู่ภายใต้อุดมการณ์ของพรรค เพราะปชป.เป็นพรรคของพี่น้องภาคใต้อยู่แล้ว ส่วนคนที่ทิ้งพรรคไปก็เป็นเรื่องส่วนตัวบุคคล ซึ่งในที่ประชุมหัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ ว่าเราต้องเดินหน้าต่อไป และปชป.ก็มีความพร้อม มีคนรุ่นใหม่เสนอตัวเข้ามามากจึงมั่นใจว่าเราเลือกคนที่ดีที่สุด
ส.ส.แนนย้ายซบภท.แน่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการประชุมสภา วาระการพิจารณาญัตติด่วน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลฯ ปชป. ซึ่งมีคิวอภิปรายปัญหาน้ำท่วม ได้เดินมายังที่นั่งโซนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ข้างๆ กับ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. เพื่อเตรียมตัวอภิปราย แต่ก่อนเริ่มพูด เจ้าหน้าที่รัฐสภา นำป้ายของ ปชป.มาวางข้างป้าย ภท. ทำให้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา หัวเราะและออกอาการเขิน และก่อนอภิปรายได้แนะนำตัวโดยไม่ได้ระบุสังกัด
สำหรับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา มีกระแสข่าวว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย หลังจากเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปร่วมงานคล้ายวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จ.บุรีรัมย์ พร้อมเรียกว่า “อาเนวิน”
เจ๊โอ๋รอผลโพลชี้ขาดย้ายพรรค
ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวการย้ายพรรค ว่า ยอมรับได้รับการติดต่อทาบทามจาก ทุกพรรคทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล แต่ไม่ใช่เล่นตัว การตัดสินใจต้องถามประชาชนเพราะการเมืองเปลี่ยนทุกวัน ต้องทำโพลสอบถามความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ก่อน เพราะลงเลือกตั้ง 6 ครั้ง ครั้งนี้เป็น ครั้งแรกที่หวั่นไหวที่สุดกลัวสอบตก แต่ถ้าสอบตกก็ยอมรับสภาพ
การทำโพลได้สอบถามประชาชนว่าถ้ายังอยู่ ปชป.ประชาชนยังเลือกหรือไม่ และถ้าไม่เลือกจะให้ไปอยู่พรรคไหน ที่ไม่เลือกเพราะอะไร ให้ไปอยู่พรรคใหม่เพราะอะไร ต้องทำอย่างละเอียดทุกตำบล ทุกหมู่บ้านจะได้แก้ปัญหาได้ถูก เดิมเราใช้ไสยศาสตร์ แต่ปัจจุบันต้องใช้วิทยาศาสตร์เพื่อความมั่นใจ เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมามีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งเพียง 4 พันคะแนน
เลขาฯชวน-จ่อย้ายด้วย
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภา และอดีตส.ส.ตรัง ปชป. กล่าวถึงกระแสข่าวเป็น 1 ในคนที่จะย้ายพรรค ว่า ขณะนี้ยังอยู่ ปชป. จะรอให้ถึงวันที่พรรคเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 4 เขตในจ.ตรัง ก่อน ที่ผ่านมาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำโพลสอบถามความเห็นคนในพื้นที่ ไม่มีความสุจริต ทำให้ตนไม่ได้รับเลือก แม้ตนร้องเรียนแล้วแต่ผู้บริหารพรรคไม่ดำเนินการใดๆ ถ้าวันที่พรรคเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ตรัง แล้วไม่มีชื่อตนอยู่ด้วย คงต้องไปอยู่กับพรรคอื่นที่เห็นคุณค่ากัน
“ผมบอกเลยว่าจะขอสู้ด้วยการลงสมัคร ส.ส.เขต และเชื่อว่าได้รับเลือกแน่นอน ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าสมบูรณ์ไปไหนเขาก็ไปด้วย” นายสมบูรณ์กล่าวและว่า มีหลายพรรคมาทาบทาม ชาวบ้านหลายคนก็อยากให้ไปอยู่ รทสช. ตนเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นที่นิยมในภาคใต้ด้วยเช่นกัน
เปิดชื่อปชป.ย้ายซบ‘รทสช.’
สำหรับ ส.ส.ปชป. มีหลายคนที่จะย้ายไปอยู่ รทสช. มีทั้งคนที่มีความชัดเจนแล้ว และคนที่มีแนวโน้มจะย้ายไปอยู่ อาทิ นายเจือ ราชสีห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเคยมีข่าวไปปรากฏตัวในวันเปิดตัวพรรคดังกล่าว, น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ฯ ที่แจ้งผู้บริหารพรรคแล้วว่าต้องย้ายสังกัดไปพร้อมพ่อ-แม่ คือนายชุมพล กาญจนะ และนางโสภา กาญจนะ อดีตส.ส.ปชป. ที่มีการพูดคุยกับแกนนำ รทสช.แล้ว รวมถึงยังมี พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก อดีตรมว.อุตสาหกรรม มีแนวโน้มสูงจะย้ายไปเช่นกัน
ส.ส.ใต้ให้กำลังใจเสี่ยต่อ
เวลา 18.00 น. ที่บ้านดาวล้อมเดือนของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาฯ ปชป. บรรดาส.ส.ภาคใต้ นำโดย นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้า ปชป.ดูแลภาคใต้ พร้อม นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีฯ รองเลขาฯ พรรค นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง เป็นต้น และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ เข้ามอบแจกันดอกไม้และให้กำลังใจนายเฉลิมชัย พร้อมยืนยันว่า ส.ส.และผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ทุกคนอยู่กับ ปชป. ไม่ไปไหน และจะร่วมกันต่อสู้การเลือกตั้งครั้งนี้
นิพนธ์ซัดพรรคจ้องดูด
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้า ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.รังสิมา เตรียมย้ายพรรค ว่า วันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว ยืนยันได้ว่าพรรคให้โอกาสทุกคน เหตุการณ์นี้เราเคยประสบมาแล้ว แม้จะมีบางพรรคจ้องพยายามนำเอาคนในพรรคไป เพื่อทำให้พรรคดูไม่มีความมั่นคงและอ่อนแอ เขาจ้องจะทำลายปชป.อยู่แล้ว เชื่อว่าเราจะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้แน่นอน เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่ให้เห็นว่า ปชป.เป็นสถาบันการเมืองที่ย่างเข้าสู่ปีที่ 77 พรรคไม่ได้ฝากอนาคตไว้กับคนใดคนหนึ่ง เมื่อคนรุ่นนี้จากไปคนรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้น พรรคก็จะมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มากขึ้น ถือเป็นการถ่ายเลือดครั้งใหญ่อีกครั้งของพรรค ถ้าเกิดขึ้นตามข่าว
พรรคต้องการทุกคนให้ช่วยกันสร้าง กอบกู้พรรคจากวิกฤตนี้ ใครที่คิดไม่ดีกับพรรคจะเป็นบทพิสูจน์ในวันข้างหน้า พรรคจะไม่กังวลกับเรื่องนี้ เราเตรียมคนพร้อมสำหรับเข้าสู่การเลือกตั้งแน่นอน คาดว่ากรณีน.ส.รังสิมา จะไม่เป็นจริง หวังว่าทุกคนยังเป็นกำลังของพรรคที่เน้นเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ส่วนกรณี น.ส.พิมพ์ภัทรา ที่มีข่าวจะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด ทราบจากข่าว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาทั้ง น.ส.พิมพ์ภัทราและน.ส.รังสิมา มีการพูดคุยกับตนอยู่ ทั้ง 2 คนก็เป็นผู้อาวุโสแล้ว การเป็น ส.ส. 4-5 สมัย ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว แต่พรรคเห็นว่าการคงอยู่ของพรรคเป็นเรื่องใหญ่กว่าการคงอยู่ของตัวบุคคล เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาแบกรับภารกิจนี้ได้ และพรรคเคยผ่านวิกฤตแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงมองว่าคนที่ออกจากพรรคไปตั้งพรรคใหม่ ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จแม้แต่คนเดียว กระแสเลือดไหลออกไม่หยุดนั้นเราจับตาเรื่องนี้มาตลอด ไม่อยากให้เกิดขึ้นและเสียใจที่มีคนออกไป แต่ไม่เสียดาย ซึ่งเราก็ต้องมีแผนเตรียมรองรับสถานการณ์ไว้ พรรคต้องเดินหน้าต่อไปไม่มาติดกับดักอยู่กับคนนั้นคนนี้ที่ลาออก
พปชร.เปิด50ว่าที่ผู้สมัครส.ส.
เวลา 16.30 น. ที่ทำการ พปชร. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาฯ พปชร. นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ร่วมแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 4 ภาค 21 จังหวัด รวม 50 คน เป็น ส.ส.เดิม 10 คน และผู้สมัครใหม่ 40 คน
นายสันติกล่าวว่า 11 พ.ย.นี้ จะมีสัมมนา พปชร.ขอให้ผู้สมัครส.ส.มาเรียนรู้ ศึกษาจากคนที่เป็น ส.ส.เดิม ว่าลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างไร ในฐานะแม่บ้านพรรคขอให้กำลังใจ หากมีปัญหาอะไรปรึกษาได้ตลอดเวลา และจะมีทีมงานรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้สมัคร
นายอนุชากล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนกำลังจะได้จะเจอข้างหน้า คือ การหาเสียงเลือกตั้งอย่างหนัก และคิดว่าทุกคนจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ส. คิดว่าทุกคนมีโอกาสในสีเสื้อ พปชร.แน่นอน
นายนิโรธกล่าวว่า พปชร.อยู่ภายใต้พันธกิจ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน พรรคเกิดมาภายใต้วิกฤตความไม่เข้าใจของประชาชน วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตโรคภัยไข้เจ็บ นำพาประชาชนผ่านวิกฤตมาได้ จึงยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อนำพันธกิจของพรรคพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตให้ได้
เด็กบิ๊กแจ๊ดยกโขยงซบ
สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 50 คน นั้นเป็นที่สังเกตว่ารายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี อาทิ นายเสวก ประเสริฐสุข อดีตรองนายก อบจ.ปทุมธานี, นายคิว อรุโณรส นายกสมาคมกีฬาจักรยานปทุมธานี, นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี, นายวิรัช พยุงวงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.จ.ปทุมธานี ทีมคนรักปทุมของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ รวมทั้ง นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีต ส.ส.ปทุมธานี ที่ย้ายจาก ปชป.ไป พท. แต่พท.ส่งคนอื่นลงสมัครแทน ทั้งนี้ เดิมว่าที่ผู้สมัครดังกล่าวจะลงสมัครในนาม พท. แต่พท. ส่งคนอื่นลงแทน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จึงส่งลูกทีมมาลงสมัครในนาม พปชร.แทน
สันติลั่นข่าวลือส.ส.ย้ายพรรค
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาฯ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานสัมมนาส.ส. และว่าที่ผู้สมัครส.ส.วันที่ 11 พ.ย.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ว่า ไฮไลต์ของงานจะเป็นการสัมมนาพบปะระหว่างว่าที่ผู้สมัครและส.ส. จะคุยกันในเรื่องพื้นที่ของว่าที่ ผู้สมัคร และส.ส. รวมถึงนโยบายหลักและนโยบายย่อยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนและพัฒนาประเทศ ถึงเวลาแล้วต้องบอกประชาชนว่าริเริ่มทำอะไรมาบ้าง เช่น โครงการคนละครึ่ง หรือแก้หนี้ครัวเรือน
เมื่อถามว่าจะมีการสอบถามส.ส. ถึงกระแสย้ายพรรคหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ยังมีความมั่นใจจนถึงขณะนี้ ที่ได้ถาม ส.ส.แต่ละคนยังไม่เห็นมีใครบอกว่ามีปัญหาอะไร ทุกคนยึดมั่นว่าเราจะอยู่ช่วยกันผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรค ขอย้ำว่าเรายังเข้มแข็งหนักแน่น “ที่ผ่านมามีข่าวลือเยอะแยะ ผมเองก็ยังเคยถูกข่าวลือนั้น สื่อก็ยังมาถามเป็นประจำ เพียงแต่ผมมีความเด็ดขาดและบอกว่าไม่ไปไหน จะอยู่ช่วยกันดูแลพรรคคนละไม้คนละมือ ดูแลประชาชน”
เมื่อถามถึงเป้าหมายของพปชร.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายสันติกล่าวว่า เป็นไปตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. เคยกล่าวไว้คืออย่างต่ำต้องมีส.ส. 150 คน
ยัน 3 ป.ตายแทนกันได้
เมื่อถามถึงทิศทางการทำงานของพรรค หากไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ นายสันติกล่าวว่า ยังมั่นใจ พปชร.มีความเข็มแข็ง โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ที่มุ่งมั่นทำงานให้พรรคและประชาชน ส่วนกระแสข่าวเรื่องการย้ายพรรคของส.ส. ตนรู้ดีที่สุดว่าพรรคมีความสามัคคีแค่ไหน
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง 2 ป. พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ นายสันติกล่าวว่า ตนได้ยินจากท่าน ขอยืนยันความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป.ตายแทนกันได้ ผู้ใหญ่ของเรามีความรัก ยึดมั่นกลมเกลียว ไม่มีที่จะไม่ถูกกัน ตนมั่นใจเกิน 100% เมื่อถามถึงกระแสข่าวพี่น้อง 2.ป แตกคอกัน นายสันติกล่าวว่า เป็นคนอื่นพูด แต่ตนได้ยินกับหูว่า 3 พี่น้องตายแทนกันได้ ฉะนั้นใครจะพูดอย่างไรไม่มีความหมาย “เรื่อง 3 พี่น้อง ผมมีความมั่นใจว่าไม่มีความขัดแย้ง 3 พี่น้องจะมีอะไรที่ขุ่นเคืองกัน ไม่มีแน่นอนเพราะเป็นยิ่งกว่าพี่น้อง”
เมื่อถามว่าแคนดิเดตรายชื่อนายกฯ ของ พปชร.ยังมีชื่อของพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ใช่ หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า พูดไม่ได้เด็ดขาด เป็นเรื่องของ กก.บห. แต่เรารู้ เรามั่นใจ

แน่นแฟ้น – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และสมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา สวมกอดทักทายกัน พร้อมหารือพูดคุยย้ำกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ระหว่างไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.
ตู่บินถกอาเซียน-หารือฮุนเซน
เวลา 07.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม พร้อมภริยา ออกเดินทางไปกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงพนมเปญ ระหว่าง วันที่ 10-13 พ.ย.
เวลา 11.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ หารือกับ สมเด็จอัคครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน นายกฯกัมพูชา เพื่อกระชับความสัมพันธ์หลังผู้นำทั้งสองว่างเว้นการพบปะหารือมากว่า 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และติดตามความคืบหน้าประเด็นสำคัญต่างๆ ระดับทวิภาคี
สองฝ่ายต่างยินดีและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ 2 ชาติ มีการแลกเปลี่ยนและหารือกันต่อเนื่องในทุกระดับ พร้อมยินดีที่การค้าระหว่างกันมีการขยายตัวอย่างชัดเจน เห็นพ้องจะกระชับความร่วมมือและทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและให้บรรลุเป้าหมายการค้าที่ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ.2025 นายกฯ ยังขอบคุณกัมพูชาที่ให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชักชวนไปทำงานที่กัมพูชา และขอความสนับสนุนการสมัครเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028-Phuket Thailand จากกัมพูชา
เวลา 14.00 น. ที่กรุงพนมเปญ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย เข้าร่วมการหารือระหว่างผู้นำอาเซียน และคณะผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN- AIPA Leader’s Interface Meeting) ในการประชุมสุดยอดอาเซียน โดยนายชวนได้รับเลือกจากประเทศสมาชิกรัฐสภาอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ให้เป็นผู้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อนายกฯ กัมพูชา และสมเด็จอัครมหาพญาจักรี เฮง สัมริน ประธานรัฐสภากัมพูชา รวมทั้งผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า key message การประชุมครั้งนี้ คือ “สร้างปัจจุบันให้เข้มแข็ง-ร่วมแรงสู่อนาคต- เคารพวิถีอาเซียน” วาระการประชุมศุกร์ที่ 11 พ.ย. เวลา 08.30 น. เป็นพิธีเปิดการประชุม เวลา 14.00 น. ประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 25 จากนั้นช่วงบ่ายต่อเนื่องไปเสาร์ที่ 12 พ.ย. เป็นการประชุมสุดยอดอาเซียนกับชาติต่างๆ ที่น่าจับตาคือในเวลา 15.20 น. ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 10 โดยเฉพาะการเข้าร่วมประชุมของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ตร.ถกการข่าว-รับมือ‘เอเปค’
เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมด้านการข่าว เพื่อรองรับการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค โดยพล.ต.อ.รอยกล่าวว่า พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว และการสืบสวน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา มี 4 ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ 1.ตรวจสอบจุดสูงข่มในพื้นที่ กทม. สถานที่พัก หอประชุม เส้นทางต่างๆ 2.การตรวจสอบ เก็บรวบรวมใบหน้าบุคคล และทะเบียนยานพาหนะ 3.การเตรียมข้อมูลด้านการข่าว จำนวน 25 สถานที่ ตลอดจนการป้องกันเหตุร้ายต่างๆ และ 4.การแสวงหาความร่วมมือภาคประชาชน
รองผบ.ตร.กล่าวว่า ผลการดำเนินการสามารถตรวจสอบ และเก็บข้อมูลด้านการข่าว สถานที่ได้กว่า 100,000 แห่ง ข้อมูลจากโครงการความร่วมมือกับภาคประชาชน 220,000 ข้อมูล ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตลอดเส้นทางหลัก เส้นทางรอง 113 จุด แยกเป็นพื้นที่ บช.น. 46 จุด ภาค 7 จำนวน 48 จุด และภาค 8 จำนวน 19 จุด ภาพรวมการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการประชุมครั้งนี้ ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ขอความร่วมมือให้จัดการชุมนุมในพื้นที่ที่แจ้งการชุมนุมไว้ กรณีต้องการยื่นหนังสือถึงผู้นำแต่ละประเทศ ได้จัดพื้นที่รองรับไว้ที่กระทรวงต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา จึงขอความร่วมมือจากทุกกลุ่มให้ทำกิจกรรมตามกรอบของกฎหมาย