แบะท่าแคนดิเดตนายกดักคอลูกพรรคไม่ออกเฉลิมชัยฮึด-สั่งปชป.ลุย
ยอมตายแต่ไม่ยอมแพ้
พปชร.เปิดคอร์ส ติวเข้มส.ส.-ว่าที่ ผู้สมัคร ‘ป้อม’ปลุกขวัญลูกพรรค ร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ประกาศตั้งเป้ากลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบ มั่นใจไม่มีส.ส.ย้ายหนี แบะท่านั่งแคนดิเดตนายกฯ ส่วน‘ตู่’จะอยู่หรือไป ไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแต่แรก ‘อันวาร์ สาและ’ โผล่แจม ยันไม่อยู่ ปชป.แล้ว ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ลาพรรค ‘เจ๊หน่อย’ จ่อซบ พปชร. ‘เฉลิมชัย’กร้าว หลัง ปชป.เลือดไหลไม่หยุด ลั่นยอมตายแต่ไม่ยอมแพ้ ไม่เกรงใจใครแล้ว ลูกพรรคประสานเสียงสู้ตาย จับตา ‘อภิสิทธิ์’ ร่วมโต๊ะหม่ำมื้อเที่ยง ‘อนุทิน’
เฉลิมชัยลั่นไม่เกรงใจใครแล้ว
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยว่า เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนพร้อมเพื่อนส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ เข้ามอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการปชป. ซึ่งได้กล่าวกับเพื่อนสมาชิกว่า พร้อมจะสู้เต็มที่ ต่อไปนี้จะรักษาศักดิ์ศรีประชา ธิปัตย์ ไม่เกรงใจใครแล้ว จะนำส.ส.กลับมาให้มากที่สุด ขอให้มั่นใจพรรคเราซื่อสัตย์สุจริต และทำงานเพื่อประชาชนเต็มที่ คนที่ดูดจาก ปชป.ไปจะละอายและจะเอากลับทุกที่นั่ง ขอให้เราทุกคนสามัคคี การเมืองกำลังเข้มข้นหลังจากนี้จะเดินหน้าเต็มที่
นายชินวรณ์กล่าวว่า นายเฉลิมชัยบอกอีกว่า “ตอนนี้ผมเป็นเลขาธิการพรรคที่มีความพร้อมจะสู้ศึกมากที่สุด คนอย่างผมนักเลง ยอมตายแต่ไม่ยอมแพ้” ทำให้พวกเราก็ปรบมือ ตนจึงกล่าวว่า เมื่อเลขาฯ ทุ่มหัวใจให้พรรค พวกเราพร้อมสามัคคีกันมอบหัวใจให้ท่านเลขาฯ ขอให้สู้ๆ ปชป.สู้ตาย
ชี้คนละทิ้งอุดมการณ์ไม่รอด
นายชินวรณ์กล่าวว่า ขอเล่าประสบการณ์เมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา ตนสมัครเป็นส.ส.นครศรีฯ ครั้งแรกในปี พ.ศ.2531 เพราะเกิดความแตกแยกภายในพรรคครั้งใหญ่ที่สุด เกิดกลุ่ม 10 มกรา คล้ายยุคนี้ ทำให้ตนลงเลือกตั้งครั้งแรกในนามปชป.ต้องต่อสู้กับพรรคประชาชนที่แยกตัวไปตั้งใหม่ ชนกับระดับบิ๊กเนม ในที่สุดพรรคเหล่านั้นก็ล้มหายตายจาก คนที่ละทิ้งอุดมการณ์ไม่พบว่าใครประสบความสำเร็จ
การแข่งขันกันภายในพรรค แพ้บ้าง ชนะบ้าง ถกเถียงทางความคิดที่รุนแรงกันบ้าง ก็ถือว่าเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค บางช่วงพรรคให้โอกาสเป็นเลขานุการรัฐมนตรี เป็นประธานวิปพรรค เป็นประธานวิปรัฐบาล เป็นรมว.ศึกษาธิการ จึงขอให้กำลังใจทุกคนว่า ประชาธิปัตย์กำลังผลัดใบและออกดอกออกผลต่อไป
ปรับกลยุทธ์-สู่เป้า 52 ที่นั่งขึ้นไป
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองเลขาธิการปชป. กล่าวถึงสถานการณ์ที่สมาชิกพรรคลาออกจนเกิดภาวะเลือดไหลจากพรรคอีกว่า ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง และสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันมีเหตุพลิกผันได้ทุกเมื่อ ถึงแม้รัฐบาลตั้งใจทำงานจนครบวาระ แต่นักการเมืองก็ต้อง รีบตัดสินใจเพื่อเร่งรีบประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งรับทราบ
ยังมีคนที่มีความตั้งใจอยากมาทำงานกับ ปชป.อีกจำนวนมากที่ทยอยมาเป็นสมาชิกพรรค แต่การที่มีบุคคลระดับแกนหลักและแม่เหล็กในพื้นที่ของพรรคลาออก เป็นเรื่องที่ทุกคนในพรรคต้องปรับกลยุทธ์กันใหม่ โดยเฉพาะตัวบุคคลที่ต้องชนกับ ส.ส.คนเดิมที่ย้ายออกไป เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่พรรควางไว้ว่าต้องได้ ส.ส.มากกว่าคราวที่แล้ว คือเกิน 52 คนขึ้นไป
ถือโอกาสถ่ายเลือดใหม่
เสียดายที่หลายๆ คนออกไปจากปชป. แต่อยากจะบอกว่าหลายพรรคที่ย้ายเข้าไปนั้น บางพรรคตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนคนๆ หนึ่งมีอำนาจ พอหมดอำนาจก็หมดจุดขาย บางพรรคก็รู้กันดีว่าถูกครอบงำให้ต้องทำตามคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ยังบงการอยู่ต่างประเทศ บางพรรคที่ย้ายไปก็อาจคิดว่าอยู่พรรคนี้จะได้ไม่เป็นฝ่ายค้าน ก็ขอให้โชคดีในสิ่งที่เลือกในเส้นทางการเมืองข้างหน้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการเปิดโอกาสให้มีการถ่ายเลือดใหม่ เพื่อทดแทนเลือดเก่าที่ออกไป ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ ปชป.คุ้นเคยอยู่แล้ว และไม่ได้มากอย่างที่วิตกกังวลกัน
‘อภิสิทธิ์’กินมื้อกลางวัน‘อนุทิน’
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก Siampost สยามโพสต์ รายงานว่า มีการนัดรับประทานอาหารกลางวันระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าปชป. กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการ นายกฯ ฝ่ายการเมือง ร่วมโต๊ะด้วย ที่ร้านอาหารแถว ถ.ศาลาแดง ซ.ยมราช เขตสาทร เมื่อ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา
รายงานเผยว่า การรับประทานอาหารมีการพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งกำลังอยู่ในช่วงปลายสมัยของรัฐบาลซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ซึ่งในตอนท้ายนายอนุทินเดินไปส่งนายอภิสิทธิ์ที่รถด้วย
พปชร.สัมมนาติวเข้มสส.-ผู้สมัคร
เวลา 09.30 น. ที่รร.รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดกิจกรรมสัมมนาส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภายใต้ชื่องาน พลังประชารัฐ พลังคนสร้างชาติ “เพราะมีคุณ จึงมีพรรค” โดยมีแกนนำ, ส.ส. 80 คน และว่าที่ผู้สมัครส.ส. ร่วมงาน อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาฯ พรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธาน วิปรัฐบาล เป็นที่น่าสังเกตว่าแกนนำระดับรัฐมนตรีพรรคร่วมงานบางตา ขณะที่นาย อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ปชป. มาร่วมสังเกตการณ์
กิจกรรมช่วงเช้า บรรยายเรื่องการสร้างภาพลักษณ์และพัฒนาบุคลิกภาพและฝึกพัฒนาบุคลิกภาพ จากวิทยากรด้านการสื่อสารที่มีประสบการณ์ ช่วงบ่ายมีการบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง หัวข้อ “ได้ใจชาวบ้านโดยไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง” และ “หาเสียงอย่างไรให้ถูกกฎหมาย” โดยสำนักงาน กกต. และการทำแบบทดสอบ กิจกรรมระดมความคิดเห็น และกิจกรรม TikTok ในการสื่อสารประเด็นข่าวในสังคมออนไลน์ จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไรโดยไม่ผิดกฎหมาย ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการจับกลุ่ม สานสัมพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.
ป้อมลั่นทำพปชร.เข้มแข็งกว่าเดิม
เวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตรเดินทางมาพบปะกับส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น พล.อ.ประวิตรได้กล่าวแนะนำ นายสัญญา สถิรบุตร ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ให้สมาชิกพรรครับทราบ โดยระบุว่าเป็นบุคคลสำคัญที่จะมาช่วยเหลือพรรค โดยไม่ได้หวังตำแหน่งอะไร จากนั้นพล.อ.ประวิตรกล่าวกับส.ส.ว่า เห็นมาร่วมงานอย่างนี้แล้วดีใจที่พรรคจะเข้มแข็งต่อไปในอนาคต การที่พรรคจะเข้มแข็งเพราะเราทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะนำพาพรรคไปได้คนเดียว ทุกคนต้องร่วมมือกัน ข้ามความขัดแย้ง ตลอดเวลา 3 ปีผ่านวิกฤตและอุปสรรคไปได้ด้วยดี ด้วยความสามารถของรัฐมนตรี และ 3-4 พรรคที่ช่วยจัดตั้งรัฐบาล และจะสร้าง พปชร.ให้ แข็งแรงยิ่งขึ้นต่อไป โดยตนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจากสมาชิกไม่ว่าจะสมัครใจหรือไม่สมัครใจก็ตาม ทำให้สมาชิกพากันปรบมือชอบใจ พล.อ.ประวิตรแซวว่า ปรบมือนี่อาจไม่เห็นด้วยก็ได้ ย้ำว่าทุกคนต้องร่วมมือกัน ข้ามความขัดแย้ง
เราวางโครงสร้างการทำงานพรรคออกเป็น 4 ภาค มีหัวหน้าภาคและเลขาฯ ภาค ให้เลือกกันเองตามหลักประชาธิปไตย และนำเสนอไอเดียที่เป็นประโยชน์และนำมาขับเคลื่อนเป็นนโยบายพรรค ตนเป็นรองนายกฯ และหัวหน้าพรรค ร่วมกับรัฐบาลดำเนินการตามนโยบายให้ประชาชนหลายเรื่อง บริหารจัดการน้ำ ทำให้น้ำไม่ท่วมกทม. เหมือนปี 2554 แต่ที่ท่วมเพราะน้ำมากกว่าปี 54 ที่ผ่านมา เราเป็นพรรคที่ทำงานให้ประชาชนโดยตรงเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทั้งส่วนระบบคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟฟ้า และท่าเรือ
วันนี้คนที่ผ่านการกลั่นกรองคัดเลือกเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. ต้องภูมิใจที่ได้รับเลือก ขอให้ขยันลงพื้นที่ ดูแลประชาชนอย่างจริงจังและใกล้ชิดให้มากที่สุด ส่วนส.ส.เก่า จะได้สิทธิลงสมัครเลยโดยไม่ต้องผ่านกรรมการสรรหา ขอให้ทุกคนลงพื้นที่ตั้งแต่ตอนนี้อย่าชักช้า เพราะถึงอย่างไรก็เลือกตั้งแน่นอน ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่น ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จ และหวังว่าทุกคนต้องได้เป็นส.ส.ทุกคน
วิรัชร่ายกลอนหยอดป้อม
ทั้งนี้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ได้เดินมาทักทายพูดคุยกับสื่อมวลชน พร้อมระบุ “อยากรู้ไหมว่า 8 ห้องหัวใจมีใครบ้าง ถ้าผ่าออกมาจะเห็นเลยว่า 9 ห้องหัวใจมีแต่ พล.อ.ประวิตร” เมื่อถามว่าแสดงว่าในใจมีแต่วงษ์สุวรรณ นายวิรัชกล่าวว่า “ในใจเท่านั้น” เมื่อถามว่า แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ตรงไหน นายวิรัชพร้อมกลุ่ม ส.ส.พร้อมใจกันหันหน้าชี้ไปทาง นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
นายวิรัชย้ำหลายรอบว่า “ในใจมีแต่พล.อ. ประวิตร ชาตินี้ไม่คิดเป็นลูกน้องใคร” เมื่อถามว่าหากต้องเลือกระหว่างพล.อ. ประวิตรกับพล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกใคร นายวิรัชกล่าวว่า “ก็ไม่อยากให้มี ถ้าจำเป็นก็จะอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน และในใจมีแต่ลุงป้อมอย่างเดียวจริงๆ เพราะไปเหนือ ล่องใต้ก็ไปหมด เพราะอยากให้รู้ว่ายังอยู่ตรงนี้”
นายวิรัชได้แต่งกลอนยืนยันด้วยว่า “ชาตินี้รักใครไม่ได้แล้ว ไม่ผ่องแผ้วมืดมิดไม่คิดหนี ทั้งชีวิตต้องคอยและชีวี พร้อมยอมพลี ให้ลุงป้อมตลอดไป” ทำให้นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวตบท้ายว่า “แต่บางทีก็ไปจันทร์โอชา” เรียกเสียงหัวเราะ ก่อนที่นายวิรัช จะออกตัวว่า บทปิดท้ายนายกรุงศรีวิไล เป็นคนพูดเองไม่เกี่ยวกับตน
‘ป้อม’ลั่นเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์าจะมีการเช็ก ชื่อหรือไม่ว่าใครยังไปต่อกับพรรคบ้างว่า “ไม่ต้องถามหรอก เพราะอยู่ทุกคน ผมจะให้เขาอยู่กับผมทุกคน เขาไม่ไปไหนกันหรอก” เมื่อถามว่า ยืนยันกับพล.อ.ประวิตรแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องยืนยัน ไม่ต้องฟังคำยืนยัน เชื่อมั่นในตัวพวกเขาเพราะเราอยู่ด้วยกัน มีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันมาโดยตลอด เมื่อถามว่า คนที่มีกระแสข่าวว่าจะย้ายต้องเรียกมาคุยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องเรียก ไม่เชื่อว่าใครจะไป แต่ก็แล้วแต่บุคคลจะคิดอย่างไร
เมื่อถามว่ามีความชัดเจนแคนดิเดต นายกฯของพปชร. ยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ อยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้ประชุม ถามตั้งหลายทีแล้ว จะถามอะไรอีก ถามทุกวันเลย เมื่อถามว่ามีชื่อของ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯหรือไม่พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคยังไม่มีมติให้เสนอใคร ตนเองยังไม่มีชื่อเลย แล้วแต่พรรค เรามี กก.บห.พรรค มีสมาชิกที่ต้องดูแล พรรคนี้ต้องเป็นพรรคใหญ่ต่อไป จะต้องเป็นพรรคที่เข้มแข็ง เมื่อถามว่า แล้วจะต้องเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งหน้าด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราหวังอย่างนั้น เราตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะมาบริหาร มาทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง
ตู่อยู่หรือไปไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมจะเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แล้วแต่สมาชิกพรรค เมื่อถามว่า ตอนนี้มีสมาชิกเหมือนจะหนุนให้หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ เมื่อถามว่าแบบนี้ต้องคุยให้ชัดเจนหรือไม่ว่าใครจะอยู่อันดับไหน ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพปชร.กล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกันเลย ความจริงนายกฯก็ไม่ได้อยู่ใน พปชร.อยู่แล้ว ครั้งที่แล้วเสนอให้มาเป็น เราสนับสนุนให้ลุงตู่มาเป็น”
ถามถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปพรรคอื่น ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อันนี้ต้องไปถามตัวท่านนายกฯประยุทธ์ ดูนะครับว่าท่านจะไปหรือไม่ไป ของเราไม่มีปัญหา” เมื่อถามว่า ยืนยันยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงๆ
อันวาร์โผล่แจม-ลาปชป.แน่
นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ปชป. กล่าวถึงการเดินทางมาสังเกตการณ์ว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร พูดถึงตนในพื้นที่ และให้นายนิโรธ มาคุยถึงเงื่อนไข และส่วนตัวได้คุยกับ พล.อ.ประวิตรแล้ว ซึ่งเงื่อนไขต่างๆว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปฏิบัติได้ พร้อมแจ้งกับตนให้มาดูบรรยากาศการสัมมนา เท่าที่ดู พปชร.ไปกับตนได้ การมาฟังวันนี้ถือเป็นประเด็นหนึ่งที่จะนำกลับไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ช่วงสิ้นพ.ย.นี้ เพื่อขอมติประชาชนว่าตนควรอยู่พรรคไหน
เมื่อถามว่ากับ ปชป.ไม่สามารถเดินไปด้วยกันได้แล้ว นายอันวาร์กล่าวว่า ชัดเจนอยู่แล้ว ขอบอกได้เลยว่าสมัยหน้าตนไม่ได้อยู่ ปชป. มีหลายพรรคติดต่อมา หลายคนมีเงื่อนไขและนโยบายที่มีประโยชน์ต่อประชาชน แต่เงื่อนไข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ 1.ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.อุตสาหกรรมฮาลาล 3.อาชีพหลักของคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การประมงถือเป็นเส้นเลือดหลัก 3 เรื่องนี้ พรรคไหนมีนโยบายชัดเจน ได้ตนไปครึ่งหนึ่งแล้ว อีกครึ่งต้องดูว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล
เมื่อถามว่ามองปรากฏการณ์ปชป.เลือดไหลอย่างไร นายอันวาร์กล่าวว่า คงเป็นไปตามข่าว ตนพูดมานานและพยายามเสนอหลายครั้ง ตอนอยู่ในพรรคตนพยายามเป็นหมอ วันนี้หมอ 2 คนที่อยู่ในพรรคก็อยู่ไม่ได้ คือ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่เพิ่งลาออก ตนเองก็อยู่ในสถานภาพนั้น
สันติกั๊กตอบบิ๊กแป๊ะร่วมงาน
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการ พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. จะมาร่วมงานกับพรรค และอาจมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่า เรื่องแคนดิเดตหรือใครจะมาอยู่กับพรรคเป็นสิ่งดี หากทุกคนมีความตั้งใจจะพัฒนา ลงไปดูแลช่วยเหลือประชาชนเพิ่ม ศักยภาพตำแหน่งงานไม่เฉพาะแค่แรงงานรากหญ้า แต่รวมไปถึงคนระดับกลางให้พัฒนาไปพร้อมกัน เพราะทุกกลุ่มจะส่งเสริมกันละกันให้เกิดการพัฒนา
เมื่อถามว่าแนวโน้ม พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมาร่วมงานกับ พปชร. นายสันติกล่าวว่า พรรคเราเปิดกว้างให้คนที่มีความสามารถและมีศักยภาพ มีความน่าเชื่อถือ อย่าว่าแต่พล.ต.อ.จักรทิพย์ แต่มีนักวิชาการ นักลงทุน ที่ยังไม่พร้อมลงเลือกตั้งแต่ขอเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เข้ามาเป็นแบ๊กอัพให้เราจำนวนมาก
ฟิล์มทิ้งพรรคเก่า-จ่อซบพปชร.
รายงานข่าวจาก กกต. แจ้งว่า นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักแสดงและศิลปินชื่อดัง ได้แจ้ง ต่อ กกต.ขอลาออกจากสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ตั้งแต่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้แจ้งให้พรรคทราบอย่างเป็นทางการ โดยสำนักงาน กกต.เพิ่งมีหนังสือแจ้งพรรคไทยสร้างไทยให้ทราบเมื่อ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานด้วยว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ อาจสมัครสมาชิก พปชร.แล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้นายรัฐภูมิ เป็นรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย แต่ระยะหลังหายเงียบ ก่อนปรากฏมีภาพเดินตามหลังนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. ระหว่างลงพื้นที่ ติดตามการดำเนินโครงการดิจิทัลชุมชนที่ จ.ตาก เมื่อ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา และล่าสุดมีภาพร่วมคณะนายชัยวุฒิไปประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่สาธารณรัฐเกาหลี

ผู้นำอาเซียน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ถ่ายภาพกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่โรงแรมสกคา พนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 พ.ย.
ตู่กล่าวถ้อยแถลงอาเซียน-จีน
เวลา 08.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่โรงแรมสกคา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 และร่วมพิธีเปิดตัวนิทรรศการภาพถ่ายและหนังสือ Cambodia’s Contribution to ASEAN จากนั้นเวลา 08.50 น. เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 แบบเต็มคณะ มีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ (ยกเว้นเมียนมา) และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น รวมทั้งนโยบายและทิศทางในอนาคตของประชาคมอาเซียน นายกฯ ได้เสนอ 3 แนวทางขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน 1.การสร้างปัจจุบันให้เข้มแข็ง 2.การร่วมแรงสู่อนาคต ร่วมกันขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนให้เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของอาเซียน 3.เคารพวิถีอาเซียน
เวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 41 อย่างไม่เป็นทางการ มีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุม นายกฯ กล่าวเสนอ 2 แนวทางที่อาเซียนควรดำเนินการไปพร้อมๆ กัน 1.เสริมสร้างความเข้มแข็งแก่กลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ 2.กระชับความสัมพันธ์กับคู่เจรจาและหุ้นส่วนภายนอกอื่นๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 25 โดยเป็นการประชุมแบบเต็มคณะ มีสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกฯ กัมพูชาเป็นประธานการประชุม และมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุม ซึ่งในการประชุมครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความร่วมมือระหว่างกัน กำหนดทิศทางความสัมพันธ์อาเซียน-จีน และเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกระเทศร่วมกัน
นายกฯ นำเสนอแนวทาง 4 ประการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาของภูมิภาคที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 1.ไทยสนับสนุนการเสริมสร้างหุ้นส่วนที่เข้มแข็งในด้านต่างๆ ซึ่งสอดคล้องข้อเสนอ 5 ประการของประธานาธิบดีจีน เพื่อก้าวเดินไปสู่ “อนาคตร่วมกัน” 2.มุ่งเน้นแนวทางการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดช่องว่างด้านการพัฒนา โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 3.แสวงหาแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน ไทยมีนโยบายพลิกโฉมประเทศและปรับโครงสร้างไปสู่ “เศรษฐกิจใหม่” ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ และ 4.เสถียรภาพและสันติภาพที่ยั่งยืน