มาแน่-ยืนยันไม่มีรุนแรง รบ.เข้ม20จุดห้ามชุมนุม กฎเหล็กห้ามบิน‘โดรน’
ม็อบราษฎรยันมาแน่ ม็อบต้อนรับเอเปค เชื่อตำรวจไม่กล้าใช้ความรุนแรงต่อหน้าสายตา ผู้นำโลก ขณะที่ตร.สั่งรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด รับการประชุมเอเปค 2022 ห้ามชุมนุม 20 จุด ห้ามบินโดรน เปิดแผนที่ปิดการจราจร ต้อนรับผู้นำโลก รังสิมันต์ โรม แนะเปิดพื้นที่แสดงออกความคิดเห็น สะท้อนว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยรายชื่อผู้นำเขตเศรษฐกิจและแขกพิเศษที่เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยจะเป็น เจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ และการประชุมที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็นสมาชิกในเขตเศรษฐกิจเอเปค ได้แก่ 1.ออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรี นายแอนโทนี แอลบาเนซี
2.บรูไนดารุสซาลาม สมเด็จพระราชาธิบดี พระองค์ที่ 29 และนายกรัฐมนตรีสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ อิบนี อัล-มาร์ฮุม ซุลตัน ฮาจี โอมาร์ อาลี ไซฟุดดีน ซาอาดุล ไครี วัดดิน
3.แคนาดา นายกรัฐมนตรี นายจัสติน ทรูโด 4.ชิลี ประธานาธิบดี นายกาบริเอล โบริก ฟอนต์ 5.จีน ประธานาธิบดี นาย สี จิ้นผิง 6.จีนฮ่องกง ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง นายจอห์น ลี คา-ชิว 7.อินโดนีเซีย ประธานาธิบดี นายโจโก วิโดโด 8.ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี นายคิชิดะ ฟูมิโอะ 9.เกาหลีใต้ นายกรัฐมนตรี นายฮัน ด็อก-ซู 10.มาเลเซีย เลขาธิการรัฐบาลมาเลเซีย ตัน ซรี ดาโตะ เซอรี โมฮามัด ซูกี บิน อาลี 11.เม็กซิโก เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย นายเบร์นาโด กอร์โดบา เตโย
12.นิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรี นางสาวจาซินดา อาร์เดิร์น 13.ปาปัวนิวกินี นายกรัฐมนตรี นายเจมส์ มาราเป 14.เปรู รองประธานาธิบดี คนที่ 1 นางดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา 15.ฟิลิปปินส์
ประธานาธิบดี นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ 16.รัสเซีย รองนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย คนที่ 1 นายอันเดรย์ เบโลอูซอฟ 17.สิงคโปร์ นายกรัฐมนตรี นายลี เซียน ลุง 18.จีนไทเป
ผู้แทน ผู้ก่อตั้งบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) นายมอร์ริส จาง (นายจาง จงโหมว)
19.ไทย นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 20.สหรัฐอเมริกา รองประธานาธิบดี นางคามาลา แฮร์ริส 21.เวียดนาม ประธานาธิบดี นายเหวียน ซวน ฟุก
ทั้งนี้ 6 เขตเศรษฐกิจไม่ได้ส่งระดับผู้นำเข้าร่วม โดยได้ส่งผู้แทนร่วมประชุมได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย เปรู และเม็กซิโก
สำหรับรายชื่อแขกพิเศษ ได้แก่ 1.กัมพูชา นายกรัฐมนตรี สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน 2.ฝรั่งเศส ประธานาธิบดี นายเอ็มมานูเอล มาครง 3.ซาอุดีอาระเบีย มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรี เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวถึงการบริหารจัดการจราจรและข้อห่วงใยการชุมนุม ตามมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมเอเปค 2022 ว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติ เพื่อรองรับการประชุมเอเปค 2565 มาต่อเนื่องในทุกภารกิจ

ตรวจเข้ม – พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. นั่งจยย.ตรวจตราความพร้อมการดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่กำลังจะเริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 13 พ.ย.
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ เน้นย้ำขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณโดยรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 16-19 พ.ย. โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบด้านการจาจร ได้แก่ 1) ถนนรัชดาภิเษก แยกอโศกมนตรี-แยกพระราม 4 และถนนดวงพิทักษ์ตลอดสาย ขอให้งดใช้ตลอด 24 ช.ม. 2) ถนนเพลินจิต (ขาเข้า), ถนนวิทยุ (ช่องทางหลัก) ตั้งแต่ แยกเพลินจิต-แยกสารสิน, ถนนราชดำริ (ฝั่งขาเข้า) ตั้งแต่ แยกราชประสงค์-แยกราชดำริ, ซอยต้นสน ตลอดสาย และซอยร่วมฤดี ตลอดสาย ขอให้งดใช้ช่วงเวลา ตั้งแต่ 18.00-06.00 น. ของวันถัดไป
3) จัดเดินรถทางเดียว (one way) ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ถนนราชดำริ (ขาออก) ตั้งแต่ แยกราชดำริ- แยกราชประสงค์, ถนนวิทยุ (ขาออกช่องคู่ขนาน) ตั้งแต่แยกสารสิน-แยกเพลินจิต และถนนเพลินจิต (ฝั่งขวา) ) ตั้งแต่แยกใต้ด่วนเพลินจิต-แยกราชประสงค์
มีการปิดให้บริการสถานี MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งดจอดรับส่ง ผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.2565 เวลา 00.01-จนถึงวันที่ 19 พ.ย.2565 เวลา 18.00 น. พร้อมกับปิดให้บริการสวนป่าเบญจกิติ ในวันที่ 14-19 พ.ย. เนื่องจากสวนดังกล่าวจะเป็นที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคง และเป็นสถานที่ใกล้กับจุดที่มีการประชุมกัน จึงต้องให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย.2565 รวมทั้งให้สถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ทุกสังกัด หยุดการเรียนการสอน เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร อำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด”
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสายด่วน 1197 บก.จร. ให้ประชาชนสอบถามการจราจร และเส้นทางเลี่ยงในห้วงดังกล่าว
พล.ต.ต.อาชยนกล่าวอีกว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลว่าจะมีการนัดชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นด้านต่างๆ ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนให้ทราบว่า แม้ว่าการชุมนุมสาธารณะจะเป็นสิทธิกระทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่กระทบสิทธิบุคคลอื่นฯ และไม่กระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยหากจะมีการยื่นข้อเรียกร้อง หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้จัดสถานที่อำนวยความสะดวกสำหรับการยื่นหนังสือไว้แล้ว ขอให้ไปยื่นตามสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้
ผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมฯ ต้องแจ้งการชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่นั้นล่วงหน้า และตามที่ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดสถานที่ตามนัยมาตรา 8(5) แห่ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 กำหนดสถานที่จัดการประชุม 1 แห่ง และโรงแรมที่พักจำนวน 19 แห่ง เป็นสถานที่ต้องห้ามมิให้มีการชุมนุมกีดขวางทางเข้า-ออก รบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการของสถานที่ดังกล่าว หากมีการฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ เจ้าพนักงานฯ อาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขหรือมีคำสั่งให้ถือปฏิบัติ หากฝ่าฝืนโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในส่วนมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม ตร.ได้ร่วมหารือกับการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำหนดเขตพื้นที่ห้ามบินอากาศยาน โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ และอากาศยานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้บิน ในพื้นที่ กทม. ตั้งแต่วันที่ 13-21 พ.ย.65 (No fly zone) เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวหากมีโดรนหน่วยงานราชการใดหรือของเอกชนมาบินก็จะถูกชุดแอนตี้โดรน เข้าไปดำเนินการทันที
นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าประเทศไทยจะเป็น เจ้าภาพจัดประชุมระดับสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ถือเป็นเกียรติของประเทศ ซึ่งในปี 2546 ไทยก็เคยเป็นเจ้าภาพในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นแกนนำ ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพนั้นอาจดูได้จากการมีผู้นำมาประชุมมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากครั้งนี้เป็นการประชุมสุดยอด ไม่ใช่ระดับรัฐมนตรี นอกจากนั้นต้องดูว่าเนื้อหาสาระของการประชุม ไทยได้ผลักดันประเด็นที่สำคัญอะไรสำเร็จบ้าง โดยตนมีข้อสังเกตว่า 1.การประชุมเอเปคปี 2546 เกิดขึ้นหลังการระบาดโรคซาร์ส ในปีนี้เกิดขึ้นหลังระบาดโควิด แต่ครั้งนี้ผู้นำหลายประเทศไม่ได้เดินทางมา ขณะที่ในปี 2546 ผู้นำมาเกือบครบ สถานะประเทศไทยในเวทีโลกขณะนั้นโดดเด่น ในการประชุมเอเปค นี้ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ได้จับมือกับประธานาธิบดีไบเดนที่กรุงเทพฯ เนื่องจากท่านมาประชุมที่ประเทศกัมพูชา และบินไปประชุมต่อที่ประเทศอินโดนีเซีย และกลับประเทศของตน ดังนั้น รัฐบาลควรพิจารณาว่า 8 ปีที่ผ่านมาประเมินตนเองอย่างไร
2.ความสามารถของผู้นำรัฐบาลของประเทศเจ้าภาพ จะส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการประชุม เพราะต้องเป็นประธานในที่ประชุมด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการ ผลักดันข้อมติร่วมหรือผลักดันวาระของไทย ขอเสนอว่าหลังประชุมเสร็จ รัฐบาลควรให้ นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินหาตัวชี้วัดความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพ เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง
“รัฐบาลประสบความสำเร็จในการเผยแพร่เมนูรายการอาหารผู้นำที่มาร่วมประชุมเอเปค ออกประกาศจุดห้ามชุมนุมในบางจุด และเด็กนักเรียนต้องเสียสละหยุดเรียน 2 วัน ผมเชื่อว่าคนไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพที่ดี แต่อยากให้รัฐบาลบอกให้ชัด เป็นรูปธรรมว่าคนไทยจะได้อะไรบ้างในทางการค้า การลงทุน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปข้างหน้า อย่างน้อยคนไทยจำนวนมากมีความหวังว่าหลังการประชุมเอเปค จะได้มีโอกาสเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อเลือก ส.ส.และพรรคการเมือง นำไปสู่การเป็นรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างมีประสิทธิผลต่อไป” นายนพดลกล่าว

รับเอเปค – ถนนราชดำเนินประดับตกแต่งไฟอย่างวิจิตรตระการตา พร้อมติดตั้งธงสัญลักษณ์การประชุมเอเปค 2022 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.นี้ โดยมีการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เมื่อวันที่ 13 พ.ย.
ด้านน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ หนึ่งในแกนนำกลุ่ม ‘ราษฎรหยุด เอเปค’ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการชุมนุมเคลื่อนไหวในช่วงการประชุมเอเปคที่มีจุดห้ามชุมนุมทั้งหมด 20 แห่ง ว่าส่วนหลักคงเป็นการประเมินสถานการณ์ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะสามารถไปถึงตรงไหนอย่างไรได้บ้าง แต่ส่วนหนึ่งที่พวกตนยังไม่ได้กำหนดจุดชุมนุมชัดเจน เพราะรอประเมินด้วยเช่นกันว่าท่าทีของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรหลังการแถลงข่าวว่าจะมีการชุมนุมระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย.นี้
“เท่าที่ทราบเบื้องต้นคือมีการเรียกกำลังตำรวจเข้าไปมากกว่าเดิมอีก เขาเรียกตำรวจต่างจังหวัดภูมิภาคเข้าไปหมดเลย รวมถึงเพิ่งมีประกาศปิดจุดต่างๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ทั้งนั้น คงทำให้เราเพียงแค่ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี เส้นทางใหม่ หรือหาวิธีการที่จะไปให้ถึงให้ใกล้ที่สุดอยู่ดี” น.ส.ภัสราวลีกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะมีการจัดในรูปแบบใดบ้าง น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ส่วนหลักจะมีเวทีคู่ขนาน นำเสนอประเด็นจากพี่น้องชาวบ้านว่าใครได้รับกระทบบ้างจากนโยบายต่างๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามจะนำเข้าไปเปิดดีลในเอเปค เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) หรือ นโยบายฟอกเขียว ซึ่งอยากให้ฝั่งพี่น้องภาคประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากนโยบายพวกนี้จริงๆ ได้นำเสนอในมุมมองที่ว่า หากเกิดการดีลแบบนั้นไปแล้ว แล้วผล กระทบที่เกิดกับพี่น้องจะเป็นอย่างไรบ้าง และอีกส่วนคือมุมมองของประชาชนที่มีต่อนโยบายเหล่านั้น และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่
“อีกส่วนคือด้วยความที่กลุ่มทุนมีส่วนเกี่ยวข้องเยอะมากในครั้งนี้ ในเวทีคู่ขนานเองก็จะมีการพูดถึงเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่กลุ่มทุนพยายามที่จะไปต่อรอง เราเองก็อยากเปิดเผยให้สาธารณะได้รับรู้ด้วยว่ากลุ่มทุนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องเยอะมาก” น.ส.ภัสราวลีกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ากรณีที่อาจจะจัดในพื้นที่ไม่ได้ หรือเหตุอื่นๆ จะมีการปรับรูปแบบการชุมนุมอย่างไร น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า คิดว่าอย่างไรก็ต้องตั้งเป็นเวทีให้ได้ เพราะรอบนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่การจัดชุมนุมจากคนในกรุงเทพฯ อย่างเดียว มีพี่น้องประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด รวมถึงเครือข่ายต่างๆ ที่เป็นประชาชนที่ประสบเหตุเฉพาะหน้า หรือสถานการณ์ในพื้นที่โดยตรง
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตามคิดว่าต้องมีการตั้งเวทีให้ได้อยู่แล้ว เรายืนยันว่าการส่งเสียงของเราในครั้งนี้ต้องถูกส่งออกไปอย่างเป็นรูปธรรมให้รัฐบาลได้ทราบและเวทีต่างชาติได้ทราบ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว
สำหรับประเด็นเรื่องความรุนแรง น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลคงไม่กล้าที่จะทำต่อรูปแบบของพี่น้องชาวบ้านมากขนาดนั้น การที่เราไปเรามีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ การที่รัฐบาลจะใช้ความรุนแรง จะใช้กระสุนยาง หรืออะไรใดๆ ก็ตามสลายการชุมนุมคิดว่าคงเกินเหตุ และขายขี้หน้ารัฐบาลมากเกินไปในเวทีต่างชาติ เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังมีเวทีผู้นำจากต่างชาติอยู่ตรงนั้น คิดว่ารัฐบาลคงไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือไปจากการกั้นพื้นที่ เพราะอย่างนั้นอย่างไรสุดท้ายก็แล้วแต่ไม่ว่าจะถูกสลาย หรือไม่ถูกสลายอย่างไร สารที่สื่อสารออกไปก็คงชัดเจน
เมื่อถามว่าในส่วนของการเผยข้อมูลจุดห้ามเป็นที่พำนักของตัวแทนจากชาติต่างๆ น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ทำให้ได้รู้ว่าจุดไหนคือจุดที่สำคัญ ส่วนเรื่องการแอ๊กชั่น หรือยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม ขึ้นอยู่กับการประเมินตอนนี้ว่าจะเลือกส่วนไหน 1.สื่อสารได้ตรงที่สุด 2.คือชาวบ้านสามารถที่จะออกไปเรียกร้องร่วมกันกับพวกเราได้ด้วย สามารถที่จะอยู่ตรงนั้นได้ด้วย นอกจากนี้เราก็ยังประเมินเรื่องความปลอดภัยให้กับพี่น้องชาวบ้านอยู่ด้วย ช่วงนี้ก็มีการประเมินกันอยู่เรื่อยๆ จากข่าวที่ออกมาต่างๆ และการจัดขบวน หรือการจัดรูปแบบการชุมนุม ในวันนั้นเรายังไม่กำหนดตายตัว ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้อยู่เรื่อยๆ
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศกำหนดสถานที่ตามนัยมาตรา 8 (5) แห่ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยกำหนด 20 สถานที่ ห้ามชุมนุมสาธารณะ กีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการสถานที่ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.นี้ ระหว่างการประชุม APEC 2022 ว่าในการจัดการชุมนุมนั้นเมื่อมีการจัดงานหรือการประชุมครั้งสำคัญๆ ก็จะเป็นที่ต้องการในการส่งเสียงของทุกกลุ่ม ผู้นำรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมก็ต้องการแสดงความเห็น ในส่วนของประเทศไทยที่เป็นเจ้าภาพก็มีวาระที่ต้องการเสนอ ในภาคประชาชนก็มีเช่นกัน ซึ่งในส่วนของประชาชนก็มีหลากหลายกลุ่มในความเป็นจริงแล้ว ตนคิดว่าการดำเนินการที่น่าจะเป็นคือเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถส่งเสียงได้ ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันในการส่งเสียงไปยังผู้นำรัฐบาลหรือภาครัฐ แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ปิดตาย ซึ่งตนมองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการยิ่งตอกย้ำ ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่มีการเคารพระบอบประชาธิปไตยจริงๆ
“ลองคิดดูว่า ปกติเวลามีการจัดประชุมที่ประเทศอื่นก็มีการชุมนุม มีความพยายามที่จะส่งเสียงของภาคประชาชนตราบใดที่ยังไม่ถึงขนาดทำลายงาน คิดว่าโดยหลักการก็ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ซึ่งเป็นปกติในระบอบประชาธิปไตย ผู้นำประเทศอื่นๆ เขามาจากประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเขาก็รู้เรื่องนี้ดี แค่พอเราปิดแบบนี้ถามว่าประเทศ อื่นๆ ที่มา เขาก็รู้ว่าประเทศไทยปิดกั้นแบบนี้ แล้วเขาจะมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยยังไง สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยดีขึ้นเลย” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อเวลา 16.40 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงและกังวลในประเทศเรื่องการจัด ประชุมเอเปค แต่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน อย่าให้เกิดปัญหาอะไรก็แล้วกัน เวลาวันนี้ ไม่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดปัญหาในช่วงนี้เด็ดขาด ก็ขอร้องกัน ขอร้องว่าให้ทำวันนี้แก้ไขวันนี้เพื่อเดินไปสู่อนาคต ซึ่งใครจะอยู่ในวันนั้น หรืออะไรจะเกิดขึ้น คนที่จะได้รับประโยชน์ คือประชาชนในวันข้างหน้า
“อะไรไม่ดีก็เตือนกันมา รัฐบาลพร้อมที่จะดูแลแก้ไขด้วยความเข้าใจ แต่ยอมรับว่าบางอย่างก็อาจจะไม่เข้าใจกันมากนัก บางทีงานมันเยอะ และในช่วงระยะหลังพูดนานๆ ก็ไม่ได้พูด ก็เลยตีความก็ไปกันใหญ่ แต่วันนี้ยืนยันว่าเราไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าใคร ก็ขอความร่วมมือกัน และคอยดูในช่วงจัดประชุมเอเปค บ้านเมืองเราต้องสวยงาม เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้มันเสียก็แล้วกัน เห็นใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารบ้าง ไม่มีใครอยากทำอะไรให้มันเกิดความรุนแรงอยู่แล้ว และงานนี้ถือเป็นงานส่งท้ายปีเก่าก่อนไปปีใหม่ในปีหน้า ทุกอย่างจะผลิดอกออกผลในปลายปีนี้ ไปสู่ความที่ดีกว่า รวมทั้งความท้าทายต่างๆ ซึ่งเมื่อความท้าทายเกิดขึ้น ทั้งความมั่นคงในเรื่องอาหาร และเรื่องต่างๆ เป็นสิ่งที่เราต้องเอาชนะให้ได้กับความท้าทายเหล่านี้ เราถึงจะสำเร็จ และหลายอย่างก็จะดีขึ้น เราไม่มีความหวัง ขณะเดียวกันเราก็ทำร้ายกัน ผมว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรสักอย่าง
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่เหน็ดเหนื่อย ไม่มีใครอยากไปทำร้ายใครอยู่แล้ว และในวันที่ 14 พ.ย. จะต้องไปประชุมดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ด้วย เหมือน solf opening ซึ่งวันจริงคือวันที่ 18 พ.ย. 19 พ.ย. แต่ระหว่างนี้ก็มีการเดินทางกันเข้ามาบ้างแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 17 พ.ย. ขอร้องนะให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำบ้านเราให้สะอาด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว