5สส.กรุงย้ายหนีพปชร. แยกเข้าสังกัดภท.-พท. เสนพงศ์ยกทั้งตระกูล ประกาศลาออก‘ปชป.’ เพจเชียร์โชว์ผลงานตู่
กระแส ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยังแรง นิด้าโพลสำรวจ ‘คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ’ ภาคกลาง คนชูนั่งนายกฯ อันดับ 1 ‘พิธา’ ตามมาอันดับ 2 ‘บิ๊กตู่’รั้งอันดับ 3 เลือกส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทย-ก้าวไกล ยังเป็นที่ 1 กับ 2 เพจเชียร์ตู่ โพสต์อวดผลงานนายกฯ ก้าวสู่นักการเมืองเต็มตัว ปชป.ระส่ำหนัก น้องเทพไทลั่น ‘เสนพงศ์’ ลาออกยกตระกูล อ้างไม่ได้ทิ้งพรรค แต่ถูกพรรคทิ้ง หลังไม่ได้ ลงสมัครส.ส.นครศรีฯ จุรินทร์ยันให้ความเป็นธรรมทุกคน 20 พ.ย.เตรียมเปิดผู้สมัคร 3 จังหวัดใต้ ‘นิพนธ์’ ขุดอดีตเย้ยคนทิ้งพรรค สอบตกทุกราย ย้ำกวาดส.ส.สองระบบ 70-80 ที่นั่ง ภูมิใจไทยเนื้อหอม กลุ่ม กทม.พลังประชารัฐแห่ซบ จ่อเปิดตัว ส.ส.เหนือย้ายจากเพื่อไทยด้วย
เพจหนุนแย้มอนาคตตู่
วันที่ 13 พ.ย. แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน เพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์ผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงที่ผ่านมา หัวข้อ “ผลงาน ลุงตู่ ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางนักการเมือง เต็มตัว” ระบุว่า อีกไม่นานคงได้รู้ว่าลุงตู่ของเราเข้าสังกัดพรรคการเมืองใด ไม่ว่าจะสังกัดพรรคใด คะแนนของลุงตู่ จากความไว้วางใจจะตามไปด้วย เพราะผลงานที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ ประชาชนสามารถจับต้องได้ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตโลกจากสถานการณ์โควิด ลุงตู่พาประเทศไทยผ่านพ้นมาได้ ด้วยการช่วยกันพยุงให้ทุกคนก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญเป็น ลุงตู่ที่วางรากฐานด้านคมนาคมของไทยเสียใหม่ เพื่อให้ก้าวทันนานาประเทศ
วันนี้ แอดมินขอนำผลงานเพียงเสี้ยวหนึ่ง ของลุงตู่ มานำเสนอแฟนเพจ ก่อนที่ลุงตู่ของเราจะก้าวเข้าสู่ความเป็นนักการเมืองเต็มตัว ยกระดับคมนาคมไทย สร้างรถไฟฟ้า ทางคู่ ระยะที่หนึ่ง 993 กิโลเมตร ระยะที่สอง 7 เส้นทาง 1,483 กิโลเมตร ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ปูทางสู่การพัฒนาในอนาคต ก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย เปิดใช้แล้ว 8 สาย รวม 198 กิโลเมตร 136 สถานี อยู่ระหว่าง่กอสร้าง 4 สาย รวม 101 กิโลเมตร
โวสร้างผลงานเพียบ
นอกจากนี้ ยังดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครอบคลุมประชาชนกลุ่มเปราะบาง 14 ล้านคน วางพื้นฐานการช่วยแบบถึงตัว ถึงมือประชาชน รวมถึงโครงการประชารัฐต่างๆ ที่อาศัยความร่วมมือ รัฐกับเอกชน เข้าช่วยเหลือประชาชนฐานราก นโยบายทวงคืนผืนป่า ดำเนินการแล้ว 293 แห่ง สามารถผืนป่าทวงคืนมาได้ 4.9 ล้านไร่ นอกจากนี้ ยังดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะในกทม. ได้ดำเนินโครงการสวนป่าเบญจกิติ พื้นที่ 259 ไร่ เป็นปอดขนาดใหญ่ให้คนกรุงเทพฯ และปรับปรุงภูมิทัศน์รวมคลองหลายสายในพื้นที่กทม.เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ได้มีมาตรการรับมือสถานการณ์โควิด -19 อย่างเต็มกำลัง จัดหา วัคซีนให้คนไทยไปแล้ว 143 ล้านโดส เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มอย่าง ทั่วถึง ผ่านโครงการเราชนะ คนละครึ่ง ม.33 เรารักกัน เป็นต้น ประเทศมีความมั่นคง โดยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับ 12 ของโลก มีทองคำเป็นทุนสำรองสูงเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน
การโพสต์ดังกล่าวเป็นที่จับตา ท่ามกลาง กระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จะย้ายจากพรรค พลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
ปชป.เปิดผู้สมัคร 3 จว.ใต้ 20 พ.ย.
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผอ.เลือกตั้งพรรค กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ตนได้ประชุมผู้สมัคร ส.ส. 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ทั้งหมดมี 14 เขตเลือกตั้ง วันนี้ถือว่าทั้ง 14 เขต พรรคมีผู้สมัครครบทั้งหมดแล้ว และวันที่ 20 พ.ย.นี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะ หัวหน้า ปชป. จะไปเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ทั้ง 14 เขตที่ จ.ยะลา
ผู้สมัครทุกคนที่มาร่วมประชุมมีความมั่นใจเต็มที่ เพราะจากที่เดินในพื้นที่มา 3-4 เดือน กระแสตอบรับดีตามลำดับจึงมั่นใจมากขึ้น ผู้สมัครส่วนหนึ่งเป็นเลือดเก่า ที่กลับมาช่วยพรรค เช่น นายเจะอามิง โตะตาหยง คนรุ่นใหม่ เช่น นายเมธี อรุณ หรือเมธี ลาบานูน บางคนจบด๊อกเตอร์ก็มี หรือที่ จ.สตูล มีผู้สมัครเป็นปลัดอำเภอ แต่มีความมุ่งมั่นอยากลงสมัครส.ส. ส่วนรายชื่อทั้งหมดขอให้หัวหน้าพรรคเป็นคนเปิดในวันที่ 20 พ.ย. จึงมั่นใจว่าจะสามารถเอาที่นั่งกลับคืนมาได้
เย้ยคนทิ้งพรรค-สอบตกทุกราย
นายนิพนธ์กล่าวถึงข่าวสมาชิกเตรียม ลาออกจำนวนมาก อาจทำให้พรรคเกิดความ ระส่ำระสายและเสียขวัญ ว่า ได้พยายามชี้แจงไปหลายครั้งแล้วกรณีมีคนเดินออกไป จากปชป. ที่จริง กก.บห. และผู้ใหญ่ในพรรค รู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว ถ้าพูดไปก็เหมือน ขับไล่ไสส่งก็พูดไม่ได้ ต้องรอให้แต่ละคนแสดงตัวและตัดสินใจอนาคตของตัวเอง เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ในอดีตก็มีคนออกจาก ปชป.โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งไม่เคยเห็นใครได้กลับมาในสภาสักคน ดังนั้น บทเรียนเหล่านี้หวังว่าจะได้ไตร่ตรองกัน
ในยุคที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค ในปี 48 ก็บอกว่าปชป.ไม่มีทางสู้กับพรรคไทยรักไทย (ทรท.)ไ ด้ ก็ออกไป 4 คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พอเลือกตั้งก็ตกหมด ก่อนหน้านั้นที่ จ.ตรัง คนของปชป.เคยได้ที่ 1 ของประเทศไทย แต่ออกจากพรรคไปสอบตนทันที แพ้แม้กระทั่งคนขับรถของตัวเอง สิ่งเหล่านี้สะท้อน บทเรียนให้หลายคน ดังนั้นก่อนไปต้องมีสติ และดูประวัติศาสตร์ให้ดี ขนาดกลุ่ม 10 มกรา ยังไม่ได้กลับเข้ามาแม้แต่คนเดียว รวมถึงการเลือกตั้งเมื่อปี 62 ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คนออกไปก็ไม่มีใครได้กลับเข้ามาแม้แต่คนเดียว ที่จ.สุราษฎร์ธานี ก็ไม่มีใครได้กลับ เข้ามา ไม่ต้องบอกว่าออกไปอยู่กับใคร ทุกคนก็รู้
มั่นใจกวาดส.ส. 70-80 ที่นั่ง
“ผมบอกแล้วว่า พอมีมรสุม ฝนจะตก มีคลื่น คนที่อยู่ในเรือก็ตกใจกระโดดลงจากเรือ แต่ไม่มีใครว่ายน้ำถึงฝั่งสักคน บทเรียนในอดีตทำให้มีความมั่นใจว่าแม้มีคนออกไปบ้างแต่ไม่รุนแรงเท่าที่ผ่านมา ดังนั้น วันนี้อย่าตกใจ เพราะปรากฏการณ์อย่างนี้เป็นธรรมดาของการเมือง วันนี้ถ้าจะให้พูดก็ต้องบอกว่า ประชาธิปัตย์คือ ตักกสิลาทางการเมืองของประเทศ เป้าที่ตั้งไว้ จะได้ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทั้งส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อรวม 70-80 ที่นั่ง เรายังมีความมั่นใจอยู่ โดยส.ส.บัญชีรายชื่อน่าจะได้ 15-18 ที่นั่ง” นายนิพนธ์กล่าว
เสนพงศ์ลาปชป.ยกตระกูล
นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ขอลาออกจาก ปชป. เมื่อพรรคเปิดตัวผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช โดยไม่มีชื่อตน ต่อจากนี้ไปขอประกาศตัดสินใจทางการเมืองด้วยตัวเอง เมื่อพรรคมีมติไม่ส่งตนลงสมัคร ทั้งที่เคยเป็นผู้สมัคร เก่าของพรรคในการเลือกตั้งซ่อม และมีพี่ชาย คือนายเทพไท เป็นอดีตส.ส.ของพรรค 4 สมัย ทำหน้าที่ปกป้องพรรค พิทักษ์อุดมการณ์ พรรค ต่อสู้ให้พรรคอย่างเข้มแข็ง ยืนหยัดต่อสู้กับระบอบทักษิณ จนถูกฟ้องมีคดีความ 23 คดี แต่พรรคไม่ให้ความสำคัญ ไม่เห็นคุณค่านักสู้ของพรรค ตัดสิทธิ์สมาชิก ครอบครัวตระกูลเสนพงศ์ ลงสมัครส.ส. ให้สิทธิ์ตระกูลอื่น ไม่ให้เกียรติคนที่เคยต่อสู้ให้พรรค เมื่อแนวทางการเมืองของพรรค เป็นเช่นนี้ตนต้องพิจารณาตัวเอง ด้วยการลาออกจากสมาชิกพรรคทันที
“ขอยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวตระกูล เสนพงศ์ ไม่ได้ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ทอดทิ้ง ไม่ให้โอกาสสมาชิกของคนในตระกูล เสนพงศ์
เมื่อเป็นเช่นนี้ สมาชิกในครอบครัวทั้งหมด จะยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์” นายพงศ์สินธุ์กล่าว และว่าจะยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกต่อ นายทะเบียนพรรค (นายวิรัช ร่มเย็น) ในสัปดาห์นี้ พร้อมคืนเสื้อแจ๊กเกตที่ นายจุรินทร์สวมให้ในวันประกาศส่งสมัครเลือกตั้งซ่อม เขต 3 ด้วย ลาก่อนปชป.

ลดราคา – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ตรวจเยี่ยมการออกร้านของชาวบ้านและเกษตรกร หลังมอบใบรับรองการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร และใบรับรองการจัดการหนี้ให้เกษตรกร พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการ “พาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ทั่วไทย” Lot 21 ที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อวันที่ 13 พ.ย.
จุรินทร์ลั่นไม่มีใครทิ้งใคร
ที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีตระกูลเสนพงศ์ ลาออกจากปชป. พร้อมระบุ ไม่ได้ทิ้งพรรคแต่พรรคทิ้งเขา ว่า ไม่มีใครทิ้งใคร พรรคต้องพิจารณาตามความเหมาะสม มีขั้นตอนกระบวนการ ในการพิจารณา พรรคให้ความเป็นธรรมกับทุกคนที่สนใจลงสมัคร แต่ 1 เขต มีผู้แทนฯ ได้ 1 คน จะส่ง 2 คนก็ไม่ได้ ยกเว้นสนใจจะลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ถ้าไม่ลงบัญชีรายชื่อพรรคก็ไม่มีทางออก ไม่ว่าพรรคไหนไม่เฉพาะปชป. ทุกพรรคก็ส่งผู้สมัครได้เขตละ 1 คนเหมือนกัน
เมื่อถามถึงความพร้อมในการเปิดตัว ผู้สมัครส.ส.พังงา นายจุรินทร์กล่าวว่า พร้อมแล้ว เพราะได้ตัวผู้สมัครแล้ว รอแค่การเปิดตัว สำหรับภาคใต้จะทยอยเปิดตัว และเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ก็เปิดตัวไปแล้ว 8 เขตที่นครศรีธรรมราช อีกสัปดาห์ก็จะไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ชายแดนภาคใต้ จากนั้น จะเปิดตัวผู้สมัครส.ส.พัทลุง ภูเก็ตและพังงา ซึ่งได้ตัวผู้สมัครเกือบครบหมดแล้ว
หลังเอเปคการเมืองเข้มข้น
เมื่อถามถึงการรับมือการเมืองหลังเอเปค อย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า หลังการประชุม เอเปคสถานการณ์การเมืองจะเดินใกล้โหมด เลือกตั้งมากขึ้น เพราะใกล้ครบเทอมของสภา ชุดนี้ในวันที่ 24 มี.ค.66 ดังนั้นหลังเอเปคไปอีกเดือนจะยิ่งใกล้เข้าไปอีก ฉะนั้นการเมืองเรื่องเลือกตั้งก็จะเข้มข้นขึ้น ทุกพรรคต้องลงพื้นที่หาเสียงมากขึ้น และการโยกย้ายของทุกพรรคก็จะมีมากขึ้น
เมื่อถามว่าผู้บริหารพรรคต้องมาคุยกันเพื่อหยุดเลือดไหลออกหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ผู้บริหารพรรคคุยกันตลอด และทำงานกันไปด้วยดี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หัวหน้าพรรค เลขาฯ พรรค กก.บห. ส.ส.และสมาชิกพรรค ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ มีเป้าหมาย ไม่สะเปะสะปะ ซึ่งกำหนดไว้หมดแล้วว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เป้าหมายพิเศษ พื้นที่ใด ที่ต้องไปดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเลือกตั้ง เที่ยวหน้าเปลี่ยนไปจากบัตรเลือกตั้งใบเดียว เป็นบัตรสองใบ ดังนั้นยุทธศาสตร์ในการหาเสียงก็ต้องแตกต่างกันไป
พปชร.-พท.แห่ซบอนุทิน
สำหรับความเคลื่อนไหว ส.ส.ที่จะย้ายพรรค ล่าสุดพบว่า ในส่วนส.ส.พปชร. ที่จะ ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) โดยส.ส. กทม. 4 คน ได้แก่ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. ประธาน ส.ส.กทม. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. ขณะที่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. จะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย (พท.)
นอกจากนี้ยังมีคนดัง ส.ส.กาญจนบุรี พปชร. รวมถึง นายสีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชาย ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี จะสมัครส.ส.ราชบุรี ด้วย รวมถึง น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังด้วย และเร็วๆ นี้ ภท.จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือที่ย้ายมาจากพท.จำนวนหนึ่งด้วย
โพลชี้ภาคกลางอิ๊งนำ-พิธาที่ 2
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคกลาง” สำรวจระหว่าง 2-5 พ.ย. 2565 จากผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งในภาคกลาง รวม 2,002 หน่วยตัวอย่าง
เมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคกลางจะสนับสนุน ให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 24.18 น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบอุดมการณ์พรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรค ทำได้จริง บางส่วนระบุ ศรัทธาในตระกูลชินวัตร อันดับ 2 ร้อยละ 16.73 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ บางส่วนระบุชื่นชอบอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล
บิ๊กตู่ตามมาอันดับ 3
อันดับ 3 ร้อยละ 16.23 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบ ผลงานของรัฐบาลในปัจจุบัน และทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ อันดับ 4 ร้อยละ 13.54 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.04 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 6.19 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะเป็นคนมีประสบการณ์ ด้านการบริหาร ชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ชื่นชอบผลงานในอดีต ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ อันดับ 7 ร้อยละ 3.10 นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะเป็นคนมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ เป็นคนมีความ มุ่งมั่นในการทำงาน และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร
อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะเป็นคนพูดจริงทำจริง และชื่นชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.80 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 10 ร้อยละ 1.60 น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) เพราะชื่นชอบพรรคชาติไทยพัฒนา และชื่นชอบผลงานของตระกูลศิลปอาชา อันดับ 11 ร้อยละ 1.50 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะมีประสบการณ์ ด้านการบริหาร เป็นคนที่พูดจริงทำจริง และชื่นชอบพรรคเพื่อไทย อันดับ 12 ร้อยละ 1.35 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เพราะเป็นคน มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ มีวิสัยทัศน์และ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร
สส.เขตเลือกพท.-ก้าวไกล
อันดับ 13 ร้อยละ 1.30 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะมีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 14 ร้อยละ 1.19 ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ชื่นชอบแนวคิดและทัศนคติในการทำงาน และ ร้อยละ 2.20 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นายเศรษฐา ทวีสิน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า)
สำหรับพรรคที่คนภาคกลางมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.เขตในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 32.42 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 19.98 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 13.99 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 10.54 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.54 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.80 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.19 พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 2.50 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.45 พรรคไทยสร้างไทย และร้อยละ 3.59 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคสร้างอนาคตไทย ไม่ตอบ/ไม่สนใจ พรรคกล้า พรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเทิดไท พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคเศรษฐกิจไทย
ปาร์ตี้ลิสต์ 2 อันดับแรกก็เช่นกัน
ด้านพรรคการเมืองที่คนภาคกลาง มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 32.57 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 19.83 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 14.28 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 10.49 พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.14 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.69 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.10 พรรคชาติไทยพัฒนา อันดับ 8 ร้อยละ 2.65 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 9 ร้อยละ 2.40 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.15 พรรคชาติพัฒนากล้า และร้อยละ 2.70 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า ไม่ตอบ/ ไม่สนใจ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคเทิดไท พรรคประชาชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่
สุทินแจงเลื่อนยื่นซักฟอก
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการเลื่อนยื่นเสนอญัตติ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า เป็นการเลื่อนตามสถานการณ์ เราวิเคราะห์ดูว่าช่วงต่อจากนี้ไป เป็นช่วงใกล้ปีใหม่และวาระเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เยอะอยู่แล้ว และจะไปชนกับการประชุมเอเปค 2022 ชนปีใหม่ จึงคิดว่าหลังปีใหม่น่าจะเหมาะที่สุด รวมถึงมีหลายคน ก็วิเคราะห์ว่าอายุสภาก็น่าจะยังอยู่ถึง ตอนนั้นอยู่
เมื่อถามว่าการเลื่อนญัตตินี้ออกไป จะกระทบกับการทำงานฝ่ายค้านหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่กระทบ ที่เลื่อนเพราะให้การทำงานสัมพันธ์สอดคล้องกันดีที่สุดและทำงานได้ดีขึ้น แต่หากไม่เลื่อนก็จะทำงานไม่ค่อยดี เมื่อถามว่าพท.ได้พูดคุยกันหรือยังจะเน้นอภิปรายเรื่องใดเป็นพิเศษ นายสุทินกล่าวว่า ที่พรรคได้พูดคุยกันจะมีเรื่องการเก็บตกนโยบายและมาตรการ สำคัญๆ ที่รัฐบาลไม่ทำหรือทำแล้วล้มเหลว เพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งแก้ตัว หรือแก้ไข ปัญหาในช่วงเวลาที่เหลือ รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจ
ปัดปรับทัพไม่เกี่ยวรับมือยุบพรรค
นายสุทินกล่าวถึงการประชุมพรรค ในวันที่ 28 พ.ย. เพื่อเตรียมปรับโครงสร้างพรรค มีนัยอะไรหรือไม่ว่า ไม่มีอะไร เมื่อจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งก็ต้องปรับทัพ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเลือกตั้ง คนที่เป็นส.ส.เขตอยู่ ต้องลงพื้นที่ เวลา อาจน้อย จะไม่มีเวลาให้พรรค ต้องเอาคนที่มี เวลาเต็มที่มาทำในช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น
เมื่อถามว่ามีการมองว่าปรับโครงสร้างเป็นประเมินความพร้อมหาก พท.โดนยุบ นายสุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เกี่ยวกับ ว่าใครจะมีเวลาทุ่มเทมากที่สุดในช่วงเลือกตั้ง เพราะบางคนที่เป็นส.ส.เขตเขาไม่มีเวลาจริงๆ
ตู่ถกสุดยอดเอเชียตะวันออก
เวลา 08.20 น. ที่กรุงพนมเปญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุม ASEAN Global Dialogue ครั้งที่ 2 หัวข้อ “การเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวและมีความยั่งยืน ในยุคหลังโควิด-19 เป็นการประชุมแบบเต็มคณะ มีสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา เป็นประธาน ประกอบด้วย 25 ประเทศ/หน่วยงาน 9 ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ญี่ปุ่น สหรัฐ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน แคนาดา อินเดีย รัสเซีย สหภาพยุโรป และผู้แทนระดับสูงจากองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมโดยส่งข้อความผ่านการบันทึกเทปล่วงหน้า เป็นการประชุมครั้งที่ 2 จากที่เคยจัดปี 2555 กัมพูชารื้อฟื้นกรอบการประชุมนี้เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ของผู้นำอาเซียนเกี่ยวกับการฟื้นตัวที่ยั่งยืนจากวิกฤตโควิด-19
เวลา 10.40 น. ที่โรงแรมสกคา พนมเปญ พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) ครั้งที่ 17 โดยมีผู้นำหรือผู้แทนจากประเทศสมาชิก 17 ประเทศ เลขาธิการอาเซียน นายชาร์ล มีแชล ประธานคณะมนตรียุโรป นายจาง หมิง เลขาธิการองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ เข้าร่วมประชุม เพื่อทบทวนความร่วมมือในรอบปีที่ผ่านมา กำหนดทิศทางความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาระสำคัญ นายกฯ ย้ำ 3 ประการ เพื่อกำหนดอนาคตของภูมิภาค ที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน คือ บทบาท และคุณค่าของ EAS ที่เปิดโอกาสให้มีกระบวนการหารือและการเจรจาอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ยึดมั่นหลักการสำคัญร่วมกัน อาทิ ความเป็นแกนกลางของอาเซียน การเปิดกว้าง การมีส่วนร่วม และหลักการ 3 เอ็ม คือ ความ ไว้เนื้อเชื่อใจกัน การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน และการแก้ไขข้อขัดแย้งโดยสันติ
เวลา 12.30 น. นายกฯ เข้าร่วมพิธีปิด และพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้แก่อินโดนีเซีย ซึ่งจะเป็นประธานอาเซียน ใน 2566 จากนั้นเวลา 15.15 น. นายกฯ พร้อมภริยาเดินทางกลับ
‘พิพัฒน์’เลื่อนชงเปิดผับถึงตี 4
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงเรื่องการเสนอรัฐบาลเปิดสถานบันเทิง ผับบาร์ จนถึงเวลาตี 4 ว่า จากงานวิจัยพบแล้วว่า ช่วงเวลาตี 1 ถึง ตี 3 มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 25 ถึง 30% ดังนั้นกิจกรรมขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง จึงจะเป็นตัวช่วยให้ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อชวนนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็จะเป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะมีคนส่วนหนึ่งประเมินว่าจะเกิดอันตราย แต่ยังมีคนอีกมากมายที่เดือดร้อนและต้องการฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่านักท่องเที่ยวจะมีความปลอดภัย เพราะได้กำหนดแบ่งเป็นโซน ตีวงให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างทั่วถึงเพราะได้มีการจำกัดพื้นที่ไว้
“ตอนแรกเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ แต่ผู้ประกอบการยื่นเสนอพื้นที่เพิ่มเติมเข้ามา จึงแจ้งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วว่าขอเลื่อนไปก่อน และขณะนี้รัฐบาลเตรียมการประชุมใหญ่เป็นเจ้าภาพเอเปค จึงไม่อยากไปรบกวน สมาธิพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมทั้งครม.จึงขอเลื่อน ออกไป พร้อมทำความเข้าใจและศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้และมั่นใจว่าตนเองนำเสนอผ่านไม่ผ่านอยู่ที่คณะรัฐมนตรี ผ่านไม่ผ่านอยู่ที่ประชาชนจะอนุญาตให้ ผมเองนำเสนอเรื่องนี้หรือไม่หรือจะเปลี่ยนก็พร้อมยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยข้อเสนอขยายเปิดสถานบริการ เนื่องจากปี 2566 มีการตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะต้องทำการบ้าน และเดินหน้าสู้ และอยากจะให้คนไทยทุกคนร่วมต่อสู้ไปกับตนเอง รวมทั้งเรื่องการเสนอรัฐบาลเปิดสถาน บันเทิง ผับบาร์ จนถึงเวลาตี 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ให้การสนับสนุนเรื่องนี้เต็มที่” นายพิพัฒน์กล่าว