มอบตัวตำรวจแล้ว ครูสปาร์ตาหัวร้อนไล่ทำร้ายครูสาวโรงเรียนเดียวกันทั้งที่ในโรงเรียนและบ้านพัก คลิปว่อนโซเชี่ยลเมืองบุรีรัมย์ อ้างเหตุโมโหคู่กรณีและเพื่อนครูร้องเรียนทุกเรื่องจนถูกป.ป.ช. สั่งสอบสวนปมทุจริตในโรงเรียน เพราะเป็นหัวหน้ากลุ่มบริหารดูแลงบประมาณ ตร.เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลทันที เพราะรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายทรงพล หรือครูเขียว ล้ำเลิศ อายุ 60 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสะแกโพรงอนุสรณ์ ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เข้าพบพ.ต.ท.ประเสริฐ บุญเขื่อง สว.(สอบสวน) สภ.หนองสองห้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ตามหมายเรียกตัว หลังถูกครูสาว อายุ 36 ปี โรงเรียนเดียวกัน แจ้งความดำเนินคดีผู้ต้องหาใช้มีดสปาร์ตาข่มขู่หมายจะทำร้าย เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีคลิปภาพเหตุการณ์ขณะผู้ต้องหาในสภาพคล้ายคนเมาสุราถือมีดสปาร์ตา พยายามไล่ทำร้ายครูผู้ เสียหาย ทั้งในโรงเรียนและที่หน้าบ้านของครูเพ็ญ โดยไม่สนใจเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ. หนองสองห้องที่มาระงับเหตุ จนโลกโซเชี่ย ล ต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้าง
เบื้องต้นสอบปากคำนายทรงพลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างสาเหตุมาจากมีความแค้นสะสมที่ครูผู้เสียหายและเพื่อนครูพยายามร้องเรียนทุกเรื่องภายในโรงเรียน จนเกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะการร้องเรียนเรื่องการทุจริตเป็นเหตุให้นายทรงพลได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานงบประมาณดูแลทั้งการเงินและพัสดุ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.อยู่ในขณะนี้
หลังรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จ นายทรงพลปฏิเสธให้สัมภาษณ์ เพียงกล่าวสั้นๆ ว่า ให้การกับตำรวจไปแล้ว ก่อนเดินทางกลับโรงเรียนทันที โดยพนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ, 2.ข่มขู่พยายามทำร้ายร่างกาย, 3.เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย และ4.ทำร้ายร่างกาย จะสรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อให้ศาลพิจารณาในทันที เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ครูสปาร์ตา – นายทรงพล ล้ำเลิศ ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.สะแกโพรงอนุสรณ์เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากถูกคู่กรณีแจ้งความเอาผิด 4 ข้อหา สารภาพทำไปเพราะแค้นที่ถูกร้องเรียนเรื่องทุจริต เมื่อวันที่ 14 พ.ย.
รายงานข่าวแจ้งว่า เหตุดังกล่าวเป็นที่โจษขานในพื้นที่เป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ติดต่อกัน 3 คลิป โดยคลิปแรก เป็นช่วงเวลาประมาณ 16.20 น. วันที่ 3 พ.ย. มีรถกระบะสีบรอนซ์ขับจอดขวางหน้ารถอเนกประสงค์สีขาวบริเวณหน้าโรงจอดรถในโรงเรียนที่เกิดเหตุ จากนั้นนายทรงพลลงจากรถอาการคล้ายกับมึนเมาตรงเข้าหากลุ่มครูหญิงผู้เสียหาย พร้อมเพื่อนรวม 3 คน ก่อนวกกลับไปหยิบมีดสปาร์ตาในรถ แล้วเดินกลับไปหากลุ่มครูหญิงอีกครั้ง อีกฝ่ายถามว่าพี่เขียวมีอะไร ถ้ามีอะไรก็บอก แต่ครูผู้ชายตะโกนว่าไม่มี แต่เหมือนจะเข้าทำร้ายครูสาวคู่กรณีแล้วคลิปก็ตัดไป
ส่วนคลิปที่สองเป็นคลิปต่อเนื่องเวลาไล่เลี่ยกันกับคลิปแรก ครูผู้ชายเข้าทำร้ายร่างกายครูผู้หญิงคู่กรณี และครูผู้หญิง 2 คนพยายามเข้าห้าม โดยคนที่ถ่ายคลิปคาดเป็นนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ถ่ายผ่านรั้วโรงเรียน ในคลิปจะได้ยินเสียงเด็กที่ถ่ายคลิปบอกให้เพื่อนอีกคนเข้าไปช่วย แต่ไม่มีกล้าเข้าไป ก่อนที่เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งตัดสินใจปีนรั้วเข้าไปเอามีดสปาร์ตาซึ่งครูผู้ชายน่าจะทำหล่นช่วงชุลมุน และได้ยินเสียงครูผู้ชายตะโกนว่า “เอามีดกูมา ใครหยิบของกูไปมึงตาย” จังหวะชุลมุนที่ครูผู้หญิงที่ถูกทำร้ายพยายามจะดิ้นให้หลุด เพราะถูกครูผู้ชายกระชากผมเอาไว้
ส่วนคลิปที่สามเป็นคลิปช่วงค่ำวันเดียวกัน ครูผู้ชายขับรถกระบะคันเดิมตามไปหาเรื่องครูผู้หญิงถึงที่บ้าน โดยครูผู้หญิงแจ้งตำรวจให้มาช่วยเพราะกลัวจะได้รับอันตราย แต่ครูผู้ชายประกาศลั่นต่อหน้าตำรวจ ว่าตำรวจช่วยอะไรไม่ได้ และพยายามเดินเข้าหาครูผู้หญิง ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวขึ้นรถไปสภ.เมืองบุรีรัมย์เพื่อสงบสติอารมณ์ โดยครูหญิงผู้เสียหายตามไปแจ้งความดำเนินคดีด้วย
หลังเกิดเหตุ นายนพนรรจ์ เติมทรัพย์ ผอ.โรงเรียนที่เกิดเหตุ ตั้งคณะกรรมการสืบ ข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น และรีบรายงานต้นสังกัดทราบทันที เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงเรียนและทั้งสองฝ่ายเป็นข้าราชการครู หากผลการสืบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูลกระทำผิดจริงตามที่ปรากฏในคลิปและที่ครูผู้เสียหายร้องเรียน จะตั้งกรรมการสอบวินัยตามขั้นตอน หากพบว่าความผิดไม่ร้ายแรง ผอ.สามารถพิจารณาลงโทษได้ทันที อาทิ ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน แต่หากผิดวินัยร้ายแรงจะสรุปเรื่องเสนอรายงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณาลงโทษตามขั้นตอน โทษวินัยร้ายแรงมีตั้งแต่ ภาคทัณฑ์, ตัดเงินเดือน, ลดขั้นเงินเดือน, ปลดออก หรือไล่ออก ขึ้นอยู่กับการกระทำความผิด ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ล่าสุด นายทวี ทะนอก ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรัมย์ เขต 1 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงทันที โดยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ให้ย้ายนายทรงพลไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตเป็นการชั่วคราวก่อน จนกว่าจะมีการสืบสวนหา ข้อเท็จจริง
ด้านครูสาวคู่กรณีนายทรงพล เผยว่า สาเหตุ จากป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบการทุจริตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณของโรงเรียน เพราะมีการร้องเรียนกันเกิดขึ้น นายทรงพลเป็นหัวหน้ากลุ่มบริหารงานงบประมาณ จะดูแลทั้งการเงินและพัสดุ โดย ป.ป.ช.ได้เรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องไปสอบสวน ในจำนวนนี้มีตนถูกเรียกไปสอบด้วย จำเป็นต้องให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.ในความจริง ตามที่ปฏิบัติจริง และคำให้ข้อมูลกับป.ป.ช.ไม่ได้พาดพิงถึงใครไม่ได้เอ่ยชื่อใคร