ย่าพามอบตัว-ร่วมแก๊ง ตร.ส่งฟ้องศาลเยาวชน กดดันต่อ-อีก8ผู้ต้องหา
โจ๋ 17 นักแสดงซีรีส์มอบตัว ร่วมกับพวกอุ้ม 3 นักเรียนช่างกลไปกักขังทำทารุณที่บ้านย่านรามคำแหง ย่าพาส่งตำรวจเองให้ทีม สหวิชาชีพสอบ ก่อนส่งฟ้องศาลเยาวชนทันที เผยให้การภาคเสธร่วมก่อเหตุแต่ไม่ได้แช็ตลวงเหยื่อหรือบังคับอมนกเขา ตร.ล่าอีก 5 ผู้ใหญ่ที่ถูกออกหมายจับ ส่วน 3 เยาวชนที่ถูกออกหมายเรียกแต่ยังไม่ยอมปรากฏตัวหากไม่มาตามนัดโดนหมายจับแน่ ยืนยันสอบพบผู้ร่วมขบวนการ 17 ราย หากพบใครเพิ่มหรือผู้ปกครองร่วมสนับสนุนปกปิดโดนด้วยทุกราย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ย. พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.หัวหมาก พร้อมพนักงานสอบสวนและสหวิชาชีพ ร่วมกันสอบปากคำนายเติ้ล (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักแสดงซีรีส์ หนึ่งใน 17 ผู้ต้องหา ก่อเหตุลวงอุ้ม 3 นักเรียนช่างกลไปทำทารุณในบ้านพักย่านรามคำแหง และเป็น 1 ใน 2 ผู้ก่อเหตุที่ถูกระบุว่าเป็นคนในวงการบันเทิง โดยพนักงานสอบสวนระบุว่ามีพฤติการณ์เป็นผู้ขี่รถมารับผู้เสียหายและบังคับให้เหยื่ออมอวัยวะเพศ หลังเข้ามอบตัวตามหมายเรียกเมื่อค่ำวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ นัดให้สหวิชาชีพสอบปากคำในวันนี้ หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นพนักงานสอบสวนคุมตัว ผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวกลางทันที
พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์เผยความคืบหน้าคดีว่า ตำรวจขออนุมัติหมายจับบุคคลที่อายุเกิน 18 ปีในชุดแรกแล้ว 8 คน และออกหมายเรียกเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 5 คน ในวันนี้จะออกหมายจับผู้ใหญ่เพิ่มอีก 3 คน และออกหมายเรียกเยาวชนเพิ่มเติมอีก 1 คน รวมทั้งสิ้น 17 คนที่ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ ล่าสุดมีผู้ใหญ่เข้ามอบตัวแล้ว 3 คน รวมถึงนายเติ้ล หนึ่งในเยาวชนที่ถูกออกหมายเรียกเข้ามอบตัวแล้วเช่นกัน ส่วนเยาวชนที่เหลือเจ้าหน้าที่กำหนดให้มารายงานตัวตามหมายเรียกในวันที่ 21 พ.ย.นี้ หากไม่มาจะพิจารณาออกหมายจับตามกฎหมาย
“นายเติ้ลให้การภาคเสธ ส่วนรายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนการตรวจค้นเพิ่มเติมยังอยู่ในการสอบปากคำขยายผล ก่อนจะขออำนาจศาลขอตรวจค้นอีกครั้ง ส่วนที่ผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี ขอยืนยันว่าตำรวจ สน.หัวหมาก ทำงานร่วมกับฝ่ายสืบสวน บก.น.4 อย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพลนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุเคยถูกตำรวจ สน. หัวหมาก ดำเนินคดีทำร้ายร่างกายเมื่อนานมาแล้ว ส่วนการพิจารณาข้อหาอื่นเพิ่มเติมหากมีการสอบสวนขยายผลและเข้าข่ายกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” ผกก.สน.หัวหมากกล่าว
ด้านคุณย่าอายุ 67 ปี ผู้ปกครองของนายเติ้ลเผยว่า ที่ผ่านมารู้จักเพื่อนของหลานชายเพียงไม่กี่คนและเป็นเพื่อนละแวกบ้านเท่านั้น มักจะไปนั่งเล่นที่บ้านเป็นประจำ ส่วนเพื่อนที่โรงเรียนหรือกลุ่มอื่นไม่รู้จัก ยืนยันว่าหลานไม่มีปืนแน่นอน อุปนิสัยเวลาอยู่ที่บ้านจะพูดครับตลอด และเวลาโทรศัพท์คุยกับรุ่นพี่จะชอบพูดครับพี่ๆ เสมอ จนบางครั้งต้องสอนหลานว่าเวลามีเรื่องเดือดร้อนรุ่นพี่ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้
“ที่ผ่านมาต้องคอยเลี้ยงหลานกว่า 7 คน เนื่องจากพ่อแม่ทุกคนทิ้งไว้ให้เลี้ยง จึงสอนเติ้ลเสมอว่าต้องตั้งใจเรียน แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับผิด อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด หลานก็ทำใจไว้แล้ว เพราะหนูไปกับเขาเอง ย่าเองก็ไม่มีเงินประกันตัว ส่วนของการให้ปากคำหลานชายได้เล่าให้ตำรวจฟังหมดแล้ว หลังจากนี้ก็เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป” คุณย่าอายุ 67 ปี กล่าวในท้ายที่สุด
รายงานข่าวแจ้งว่าเบื้องต้นนายเติ้ลให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าร่วมก่อเหตุ แต่สิ่งที่ ผู้เสียหายกล่าวอ้างนั้นเกินความจริง โดยเฉพาะเรื่องแช็ตที่นายโอ๊ต (นามสมมติ) ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นผู้ส่งแช็ตไปลวงนายซับ (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกคนนั้นไม่เป็น ความจริง เพราะผู้กล่าวหาเป็นแช็ตคนไป ส่งเอง พร้อมปฏิเสธไม่ได้ให้ผู้เสียหายอมอวัยวะเพศของตนแต่อย่างใด
ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เผยว่า ขณะนี้มีเยาวชนที่ถูกออกหมายเรียกในล็อตแรกมามอบตัวเพิ่มเมื่อคืนนี้ 1 คนคือนายเติ้ล ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับรวมถึงเยาวชนที่ถูกออกหมายเรียกไปก่อนหน้านี้ยังไม่มีผู้ต้องหาผู้ใหญ่รายใดประสานขอเข้ามามอบตัว ส่วนเยาวชนที่ถูกออกหมายเรียกมีเพียงนายอีคนเดียวเท่านั้นที่ผู้ปกครองประสานมามอบตัว แต่ยังไม่ระบุว่าภายใน เมื่อไหร่ แต่ต้องภายในวันที่ 21 พ.ย. ซึ่งเป็นกำหนดวันนัดหมายตามหมายเรียก
จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องหาผู้ใหญ่ตามหมายจับ 8 ราย และยังคงควบคุมตัว 3 ราย ส่วนอีก 5 รายเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งไล่ล่าตัว เบื้องต้นมีรายงานว่ากระจายหลบหนีออกนอกพื้นที่แล้ว ส่วนเยาวชนที่ถูกออกหมายเรียก 5 ราย ขณะนี้มีเพียงนายเติ้ลที่มามอบตัวแล้วและนายอีที่เตรียมประสานมอบตัว แต่อีก 3 คนยังไม่ได้ประสานเข้ามา หากเลยกำหนดตามหมายเรียกเจ้าหน้าที่เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับต่อไป
ส่วนที่มีรายงานว่าตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ใหญ่อีก 3 ราย และหมายเรียกเยาวชน 1 รายนั้น ต้องรอสอบปากคำกับผู้เสียหายเพิ่มอีกสองรายคือนายซับและนายโอ๊ต เนื่องจากอายุไม่ถึง 18 ปี ต้องร่วมสอบกับสหวิชาชีพในวันนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับออกหมายแก่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย หากไม่มีอะไรผิดพลาดสามารถ ขอศาลออกหมายได้ภายในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ส่วนเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมานัดสอบเพิ่มนายฟลุค (นามสมมติ) ซึ่งอายุเกิน 18 ปีแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้สหวิชาชีพ
เบื้องต้นยังคงแจ้งข้อหา 3 ข้อหา คือ กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องรอสรุปสำนวนและสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง ขณะที่บรรดาผู้ปกครองของกลุ่มผู้ก่อเหตุเบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ ขอดำเนินการกับ 17 คนให้ครบถ้วนก่อนแล้วค่อยสอบสวนฝั่งผู้ปกครองอีกครั้ง หากพบมีส่วนช่วยเหลือหรือปกปิดการกระทำความผิดเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป แต่ขณะนี้ยังคงมีผู้ต้องก่อเหตุ 17 ราย เป็นผู้ใหญ่ 11 ราย และเยาวชน 6 ราย ยังไม่มีการขยายผลถึงผู้ก่อเหตุอื่นๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด
วันเดียวกัน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยครอบครัวผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือต่อพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อขอให้เร่งรัดทำคดี เนื่องจากมีการใช้อาวุธสงครามมาใช้ในการก่อเหตุ กระทำการอุกฉกรรจ์ไม่เกรงกลัวกฎหมายลักษณะเป็นอั้งยี่ซ่องโจร โดยขอให้ขยายผลไปถึงกฎหมายฟอกเงิน แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย โดยมี พ.ต.อ.สมิง รอดรัตษะ รองผบก.ทว. นายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ
นายรณณรงค์กล่าวว่า อยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี เพราะพฤติกรรมโหดร้ายเกินกว่าเด็กอายุ 17 ปี รวมถึงควรพิจารณาเอาผิดผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุในฐานะที่เป็นพ่อแม่ไม่ห้ามปราม พร้อมขอให้ตรวจสอบและเอาผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร เพราะเข้าข่ายความผิดฐาน ฟอกเงิน ควรตรวจสอบว่าเด็กเหล่านี้นำเงินจากไหนมาซื้ออาวุธปืนสงครามและได้มาอย่างไร ล่าสุดยังโพสต์แชร์ภาพอาวุธปืนกลอยู่ พร้อมเรียกร้องให้ดารานักแสดงสาวชื่อดังรายหนึ่งที่นามสกุลเดียวกับหนึ่งในวัยรุ่นที่ ก่อเหตุ ออกมาชี้แจงว่าเป็นหลานจริงหรือไม่ หลังผู้ก่อเหตุให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเป็นหลาน
ทนายรณณรงค์กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินรับได้ และ ผู้ต้องหาควรถูกดำเนินตามกฎหมายแบบผู้ใหญ่ ไม่ควรจบที่ศาลเยาวชนเท่านั้น ครอบครัว ผู้เสียหายยังคงรู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากกลุ่ม ผู้ก่อเหตุยังลอยนวลไปฉลองวันเกิดอยู่ ส่วนตัวรับไม่ได้กับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบกลุ่มผู้ก่อเหตุยังมีคดีเก่าติดตัวร่วมกัน ใช้มีดแทงคู่อริเมื่อเดือนธ.ค. 2564
ด้านแม่ของเยาวชนกล่าวว่า อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด มีความมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องผ่านไปอย่างที่หวังและจะสู้จนถึงที่สุด โดยเมื่อวานนี้ได้พูดคุยรายละเอียดกับทางกระทรวงยุติธรรมไปเยอะแล้ว หลังจากยื่นเรื่องจะไปที่สน.หัวหมากต่อ ส่วนสภาพจิตใจของลูกตั้งแต่วันเกิดเรื่องจนถึงวันนี้ น้องดีขึ้น ยิ้มได้ แม่อุ่นใจขึ้นเยอะ แต่ยังกังวลและกลัวถึงเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ทั้งนี้ ยังไม่มีการข่มขู่ ต้องเลือกที่จะไม่อ่านหรือ เข้าโซเชี่ยลเพราะต้องเยียวยาจิตใจตัวเอง อยากถามผู้ก่อเหตุว่า ถ้าลูกคุณโดนแบบนี้ คุณจะทำอย่างไร