พปชร.ตั้ง‘ฟิล์ม’เสริมทีมโฆษก

‘ตู่’สั่ง‘อนุทิน’ชี้แจง ครม.อังคารหน้า ปมประกาศสาธารณสุขฉบับใหม่เรื่องกัญชา หลังรัฐมนตรีหลายคนข้องใจรุมซัก คุมช่อดอกแต่เสพได้เสรี อธิบดีกรมการแพทย์ ยังตอบไม่เคลียร์ ส.ว.โวยร้านขายกัญชาพรึบ ย่านข้าวสาร-สุขุมวิท ‘ประยุทธ์’ ปัดแจงตั้ง ‘ไตรรงค์’ นั่งที่ปรึกษาโยงรวมไทยสร้างชาติ ‘จุรินทร์’ ทวงปรับครม. หลังเอเปค จาก ที่ ปชป.เสนอชื่อ ‘นริศ’ นั่ง รมช.มหาดไทย ไม่หวั่นส.ส.ย้ายพรรค มั่นใจได้ที่นั่งเพิ่ม ‘สาธิต’ แจงร่วมวงมื้อเที่ยง ‘อภิสิทธิ์-อนุทิน’ แค่กินข้าวธรรมดา ‘สมศักดิ์’ ยังกั๊ก อยู่พปชร.ต่อหรือย้ายไปกับ ‘ประยุทธ์’ บอก ม.ค.ปีหน้าค่อยพูด

‘ตู่’เปรยต้องชาร์จแบต
วันที่ 15 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หลังเป็นประธานเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT นายกฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ยังไม่มีรถประเภทนี้ ใช้กันใช่ไหม ชาร์จคนก็ไม่ได้ แต่นายกฯ ก็ต้องชาร์จเหมือนกันแหละ ประชุมติดๆ กันหลายงาน วันนี้ก็คงต้องขอความร่วมมือก็แล้วกัน ช่วยกันนะจ๊ะให้ประเทศเดินหน้าไปก่อนก็แล้วกัน ขอบคุณทุกคน”

เมื่อถามว่าปกติในช่วงวันหยุด วันเสาร์-อาทิตย์ นายกฯ ขับรถเองหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ค่อยได้ขับ

ขับโชว์ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทดลองขับรถ อีวีโชว์สื่อมวลชน หลังเป็นประธานเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พ.ย.

ตั้งสามสีกุนซือ-ตอบหลังเอเปค
พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ตั้งนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษานายกฯ ซึ่งมีการโยงไปถึงการทำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในอนาคต ซึ่งนายไตรรงค์เคยเป็นกุนซือพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อีกทั้งเคยทำงานเป็นโฆษกรัฐบาลให้รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะนำโมเดลในอดีตมาใช้กับการทำงานในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “หลังเอเปคค่อยตอบ”

จุรินทร์เชื่อปรับครม.หลังเอเปค
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีก่อนยุบสภา ปชป.ยังยืนยันควรปรับอยู่ใช่หรือไม่ ว่า ปชป.เสนอชื่อ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง ไปแล้ว แปลว่าเราประสงค์ให้ปรับในตำแหน่งรมช.มหาดไทย ส่วนพรรคอื่นๆ จะปรับหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพรรคนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องผูกพันกับ ปชป. ผู้จะดำเนินการเรื่องนี้คือนายกฯ

เมื่อถามว่า นายกฯ ให้คำตอบหรือยัง นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนเสนอชื่อไปแล้ว ตนให้เกียรติไม่สอบถาม แต่ถ้าเนิ่นนานคิดว่านายกฯ ทราบอยู่แล้ว เข้าใจดีอยู่แล้วให้เวลานายกฯ นิดหนึ่ง ว่าจะเสนอเมื่อไร คิดว่าหลังเอเปค ก็ถือความเหมาะความควรแก่เวลา

เมื่อถามว่าประเมินท่าทีทางการเมือง ของนายกฯ หลังเอเปคอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนจะกระทบพรรคอื่นๆ อย่างไร ตนตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ถึงอย่างไร ปชป.เป็นตัวของตัวเอง เดินทิศทางไหนก็แน่วแน่มั่นคง ไม่วอกแวก ยืนยันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

คุณสมบัติพร้อมชิงนายกฯ
เมื่อถามถึงการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของปชป. จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคชื่อเดียวหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้ กก.บห.พรรคเป็นผู้พิจารณา

“สำหรับผม ผมพร้อม และหัวหน้าประชาธิปัตย์ทุกคนต้องพร้อมเป็นนายกฯ ไม่เช่นนั้นสมาชิกไม่เลือก ถ้าวันหนึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล แล้วหัวหน้าพรรคไม่พร้อมเป็น นายกฯ สมาชิกเลือกไปก็เสียของ รวมถึงผม ผมพร้อม ประสบการณ์ การทำงาน อุดมการณ์ ความคิด ความอ่าน ผลงาน ผมมั่นใจว่าผมพร้อม แต่ทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่เรา อยู่ที่ประชาชนต้องเห็นชอบด้วย ต้องรอผลจากการเลือกตั้ง” นายจุรินทร์กล่าว

มั่นใจได้ส.ส.มากกว่าเดิม
เมื่อถามกรณี ส.ส.ย้ายพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้ ตน เลขาธิการพรรคและหลายๆ คนพูดไปแล้วว่า ปชป.ไม่มีอะไรหวั่นไหว ยังเดินหน้าตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และยิ่งใกล้เลือกตั้งการย้ายพรรคจะเกิดขึ้นกับทุกพรรคทั้งเข้าและออก เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งต่อไป ส.ส.ปชป.จะมีมากกว่าเดิมใช่หรือไม่ รวมถึงกทม. นายจุรินทร์กล่าวว่า ในกทม.เรามีส.ส.แน่ และตัวเลขภาพรวมเป้าหมายเราต้องมากกว่าเดิมอยู่แล้ว ไม่มีอะไรมากระทบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ก็จะมากกว่าเดิม ครั้งที่แล้วมี 22 คน เลือกตั้งเที่ยวนี้ก็จะมากกว่า เมื่อถามว่ามีอะไรฟื้นศรัทธาส.ส.ที่คิดย้ายพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า ปชป.ไม่เสียศรัทธาอะไร ยังแน่วแน่มั่นคงในอุดมการณ์ ปชป.ยังไม่ได้ทำอะไรให้คน เสียศรัทธา ยังเดินขึ้น มั่นใจว่าเลือกตั้งครั้งหน้าเสียงตอบรับจากประชาชนจะดีขึ้น กทม. ภาคใต้ รวมถึงทุกภาค

เมื่อถามว่าหากมีใครกระโดดไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เหมือนที่มีภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าปชป. และ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ไปรับประทานอาหารกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้า ภท. จะว่าอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอบไปหมดแล้ว เราไม่อยากพาดพิงพรรคอื่น

สาธิตแจงกินข้าว‘อนุทิน-อภิสิทธิ์’
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่วมรับประทานอาหารกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าปชป. กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ ว่า ไม่รู้ ส่วนสาเหตุที่ไปรับประทานอาหารด้วยกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปเจอกันในงานศพพี่ชายของตนที่ จ.ระยอง ตอนนั้น นายอนุทินบอกว่าอยากเลี้ยงข้าวนายอภิสิทธิ์ จึงนัดกันไปกินข้าว พยายามนัดหมายกันหลายรอบแล้ว แต่เลื่อนออกไปเพราะวันว่างไม่ตรงกัน ขอย้ำว่าแค่ไปกินข้าวกันธรรมดา ไม่มีอะไร มีการพูดคุยวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง แต่ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปชป.

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยถึงอนาคตทาง การเมืองของนายอภิสิทธิ์ด้วยหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ไม่ได้คุย เพราะนายอภิสิทธิ์ยังไม่มีอะไร เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งหน้านายอภิสิทธิ์ยังจะกลับเข้ามาอีกใช่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของนายอภิสิทธิ์และปชป.ว่าพูดคุยกันอย่างไร เมื่อถามว่า ส่วนตัวยังยืนยันว่ายังอยู่ ปชป.ต่อไป นายสาธิตกล่าวว่า ขอยืนยันว่ายังอยู่ ปชป.

สมศักดิ์ปัดตอบอยู่กับตู่หรือป้อม
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.ถึงความชัดเจนส่วนตัวจะไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ หรือพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า “มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดในเวลานี้ รอให้ถึงเดือนม.ค. ก่อนแล้วกัน”

เมื่อถามว่าช่วงม.ค.66 จะให้ความชัดเจนได้ใช่หรือไม่ว่าจะอยู่กับใคร นายสมศักดิ์ ไม่ตอบคำถาม

ป้อมตั้งฟิล์มเสริมโฆษกพปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพปชร.ว่า เมื่อ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ได้ลงนามคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 123/2565 แต่งตั้งทีมโฆษกพรรค ประกอบด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ โดยให้ยกเลิกคำสั่งเดิม ที่ 115/2565

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมโฆษก 3 คนแรก คือ นายอรรถกร น.ส.พัชรินทร์ และน.ส. ทิพานัน ถือเป็นลูกหม้อของพรรค มาตั้งแต่การตั้งพรรค ขณะที่อีก 2 คนที่ตั้งใหม่ ยื่นใบลาออกจากพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โดย น.ส.เกณิกา เป็นอดีตรองโฆษก ทสท. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. (บางบอน-หนองแขม) ยื่นใบลาออกเมื่อ 22 ก.ย.65 ขณะที่ นายรัฐภูมิ หรือ “ฟิล์ม” อดีตนักแสดง แจ้งลาออกต่อ กกต.เมื่อ 31 ต.ค.65 ก่อนหน้านี้ทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคพลัง ท้องถิ่นไทย พท., ทสท. ก่อนมาร่วมกิจกรรมกับ พปชร. ซึ่งทั้งนายรัฐภูมิ และ น.ส.เกณิกา ยังมีชื่อเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนสังคมประชารัฐของพปชร. ด้วย

ครม.รุมซักประกาศสธ.ปมกัญชา
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. เผยว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มาชี้แจงรายละเอียดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ที่นายอนุทินลงนามประกาศเมื่อ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าแม้ประกาศ สธ.ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. แต่เป็นเรื่องสำคัญจึงอยากจะคุยกันให้เข้าใจก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา

รัฐมนตรีหลายคนสอบถามถึงข้อสงสัยในประกาศจำนวนมาก อาทิ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ระบุในฐานะไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เหมือนประชาชนอยากจะให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า จะควบคุม หรืออะไรปฏิบัติได้หรือไม่ได้ โดยเฉพาะการใช้ใบ ใช้ดอก มีรายละเอียดอย่างไร นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สอบถามว่า เห็นด้วยที่ต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจชัดเจน ทำไมประกาศต้องระบุไปที่การใช้ช่อและดอก โดยเฉพาะการระบุสถานที่ห้ามจำหน่ายที่จำกัด เช่น ในวัด ในโรงเรียน เพราะวัดบางแห่งมีโรงสมุนไพรที่ใช้กัญชาทางการแพทย์

อธิบดีการแพทย์ตอบไม่เคลียร์
ทั้งนี้ มีหลายคำถามที่อธิบดีไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน หรือคลายข้อสงสัยได้ รัฐมนตรีบางคนเห็นว่าเป็นการรายงานด้วยการใช้ภาษาด้วยศัพท์ทางการแพทย์มากเกินไปทำให้เข้าใจยาก และดูเหมือนไม่ค่อยกล้าตอบ อีกทั้งชี้แจงได้เฉพาะกฎหมายของตัวเอง ไม่สามารถตอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นได้ เช่นรัฐมนตรีบางรายสอบถามว่าหากควบคุมช่อและดอก ยังสามารถนำใบไปประกอบอาหารได้หรือไม่ อธิบดีอธิบายว่า เรื่องอาหารต้องเป็นกฎหมายตัวอื่น เป็นเรื่องอาหารและยา เช่นเดียวกับกรณีสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และมีรัฐมนตรีสอบถามว่าแล้วที่สูบกันในร้านอาหารในปัจจุบัน ทำได้หรือไม่ อธิบดีระบุว่าทำไม่ได้ ต้องขออนุญาตก่อน ถ้าซื้อกลับบ้านเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ตู่สั่งอนุทินชี้แจงสัปดาห์หน้า
ขณะที่หลายคำถามที่อธิบดีไม่สามารถตอบได้ เช่น ถามว่าหากคุมเฉพาะช่อและดอก แต่หากมีคนนำมาทั้งต้นจะดำเนินการอย่างไร โดยรัฐมนตรีรายหนึ่งเสนอว่า ให้ลองไปพิจารณาแก้กฎหมาย หรือจะเขียนประกาศที่สามารถนำมาใช้อย่างเร่งด่วนได้ รัฐมนตรีบางคนแสดงความเป็นห่วงว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน แม้สธ.จะมีประกาศเรื่องช่อกับดอกออกมา แต่ยังไม่แก้ปัญหากรณีมีการอ้างว่าเสพกัญชาได้เพื่อสันทนาการ จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาวิธีหรือช่องทาง ทำอย่างไรไม่ให้เสพได้อย่างเสรี

นายวิษณุรายงานว่า วันอังคารที่ 22 พ.ย. มีการประชุม ป.ป.ส. จะนำเรื่องนี้เข้าไปคุย เป็นการประชุมเฉพาะทางจะได้พูดคุยในรายละเอียดว่าจะปรับแก้อย่างไร ให้มีการเสนอแนะกันในที่ประชุมไปเลย แล้วค่อยนำกลับเข้า ครม.อีกครั้ง

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาฯ ภท. ชี้แจงเรื่องนี้ในเบื้องต้นก่อน เนื่องจากนายอนุทิน ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ก่อนที่ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวลักษณะเกรงใจ ภท.ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่ผ่าน สัปดาห์หน้าให้นายอนุทินมาชี้แจงใน ครม. เพื่อคุยกันให้ชัดเจนและเข้าใจก่อน

ส.ว.ชี้ประกาศสธ.แก้ไม่ได้
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานประชุม เปิดให้สมาชิกหารือ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือถึงการแก้ไขปัญหาสุญญากาศกัญชา ว่า ต้องขอขอบคุณนายอนุทิน ได้ปะผุออกประกาศฉบับใหม่ เพราะฉบับแรกที่ประกาศ มิ.ย. 2565 ไม่มีบทลงโทษและจับกุมใครไม่ได้เลย ทำให้เกิดร้านกัญชาสันทนาการขึ้นเป็นดอกเห็ด

ประกาศฉบับใหม่ก็ดีขึ้นเล็กน้อยแต่ยัง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หมด แต่ดีกว่าไม่มี เพราะกฎหมายที่ต้องใช้จริงๆ คือ ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่ยังค้างอยู่ในสภา เห็นการบรรจุระเบียบวาระแล้ว อยากให้สภาส่งมาให้วุฒิสภา ถ้าทั้ง 95 มาตราดีอยู่แล้ว ก็จะไม่แก้ไข และถ้าแก้ไขแล้วเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุดวุฒิสภาก็จะแก้ไข และขอเรียกร้องให้สภา อย่าตั้ง กมธ.ร่วม เพราะเวลาสมัยประชุมจากนี้จนถึง 28 ก.พ.66 มีเวลาพอที่จะพิจารณา อย่าปล่อยให้การเมืองทำให้กฎหมายกัญชาเกิดการไร้เสถียรภาพ

แฉร้านกัญชาพรึบข้าวสาร-สุขุมวิท
จากที่ตนเดินสำรวจในตลาด พบร้านต่างๆ ที่จำหน่ายกัญชา ทั้งที่ย่านสุขุมวิทและถนนข้าวสาร เห็นชัดเจนตัว TSC ที่บอกไม่มีพิษนั้นไม่จริง เพราะค่าพิษสูง 5-37 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคืน 14 พ.ย. ไปย่านสุขุมวิท 11 หลัง มีประกาศควบคุมช่อดอกแล้ว ยังพบรถตู้จำหน่ายกัญชาอยู่ รวมทั้งร้านปากซอยสุขุมวิท 11 ที่ขายแฮมเบอร์เกอร์ และสุขุมวิท 26 มีป้ายโฆษณาด้านบนร้าน ข้อความว่า ห้ามโฆษณาสมุนไพรควบคุมทุกช่องทางเพื่อการค้า และมีโรงแรมริมถนนสุขุมวิท ปากซอยสุขุมวิท 20 เปลี่ยนโรงแรมเป็นโรงแรมกัญชาแล้ว

ที่น่าแปลกใจคือเราประกาศควบคุม ผู้ประกอบอาหารสดด้วยกัญชา ต้องแจ้ง ผู้บริโภคทราบ แต่ไม่มีร้านไหนประกาศว่าใส่กัญชา ทุกร้านติดป้ายว่าร้านตัวเองปลอดกัญชา ยกเว้นเครื่องดื่มที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อ ที่อย.เข้าไปควบคุมค่า TSC รวมถึงร้านค้าย่านถนข้าวสารทั้งของอดีตนักการเมือง นักการเมืองปัจจุบัน เขียนชัดว่ามีพื้นที่สูบกัญชา ซึ่งมีนักเรียนอยู่ด้วย ส่วนช่วงกลางคืนขายกัญชาเป็นมวนตลอดถนนข้าวสาร ทำให้ นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวไม่ไปถนนข้าวสารแล้ว เพราะกลายเป็นย่านยาเสพติดของประเทศไทย

ขายช่อดอกได้วันละล้าน
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะไร้กฎหมายกัญชา กัญชง ตนสนับสนุนให้ใช้กัญชารักษาโรค ไม่ใช่สันทนาการหรือพี้กันอยู่ทุกวันนี้ จะทำอย่างไรหากใช้เพื่อสันทนาการ เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว ต้องมีการกำกับดูแล ควบคุม แต่วันนี้ไร้การควบคุม ตร.บอกว่าจับกุมไม่ได้เพราะไม่ให้อำนาจเขา วันนี้ประกาศมาตรา 46 ไปแล้ว ก็จะดูว่ามีความผิดตามมาตรา 78 โทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับได้หรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่สธ.และตร.ใครจะโดนมาตรา 157 ก่อนใคร

ร้านต่างๆ ที่ยังจำหน่ายช่อดอกกัญชา คนขายยืนยันมียอดขายวันละ 3 แสนบาท-1 ล้านบาท ให้นักท่องเที่ยวไปเสพ บางร้านขายได้ถึง 3 ล้านบาท บางร้านเลิกขายอสังหาริมทรัพย์มาขายกัญชา กัญชาที่ขายนำเข้ามาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด และผู้มีอิทธิพล มาเฟียต่างชาติเป็นเจ้าของ ไม่ใช่คนไทย เราหลอกให้คนไทยเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมปลูกกัญชาแต่ไม่ได้ขาย ร้านค้าที่ขายกัญชาไม่ใช่เพื่อทางการแพทย์ แต่เพื่อสันทนาการ

ยกฟ้องแกนนำคนอยากเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายรังสิมันต์ โรม, นายสิริวิชญ์ หรือจ่านิวเสรีธิวัฒน์, นายปกรณ์ อารีกุล, นายอานนท์ นำภา, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา, นายศรีไพร นนทรี, นายธนวัฒน์ พรหมจักร, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ และนายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง หรือ คดีARMY57 เหตุชุมนุมและปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้ากองบัญชาการทัพบก ในวันที่ 24 มี.ค.2561 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ, ร่วมกันเดินขบวนขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า วันนี้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, พ.ร.บ.จราจรทางบก และพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่ลงโทษตามพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ลงโทษปรับคนละ 200 บาท สำหรับมูลเหตุแห่งคดีนี้เริ่มจากกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จัดการชุมนุมเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจ โดยมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างน้อย 6 ครั้ง ตลอดครึ่งปี 2561 นำไปสู่การถูก คสช. กล่าวหาดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการชุมนุม #ARMY57 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2561 กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจัดกิจกรรม “รวมพลถอนราก คสช.” เดินขบวนไปชุมนุมหน้ากองทัพบก ต่อมามีผู้ชุมนุมถูกกล่าวหาดำเนินคดีรวม 57 คน แยกเป็นสองคดี ได้แก่ คดีของผู้ชุมนุม และคดีของแกนนำ ในส่วนของคดีผู้ร่วมชุมนุม 46 คน ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลก็ได้พิพากษายกฟ้องจำเลย 45 คน ยกเว้น น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ซึ่งศาลเห็นว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ในฐานะผู้จัดการชุมนุม แต่ไม่สามารถดูแลการชุมนุมให้เลิกภายในเวลาตามที่แจ้งไว้ได้ และไม่สามารถควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เดินบนพื้นผิวการจราจรได้ แต่ต่อมาจำเลยอุทธรณ์คดี และศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา โดยให้ยกฟ้องชลธิชาไปเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2565

คดีชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องแทบทั้งหมด โดยเฉพาะ คดีของแกนนำ ที่ถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 116 ศาลยกฟ้องทั้งคดี MBK39, RDN50 และคดี ARMY57 นี้ โดยยังเหลือคดี UN62 ที่ยังอยู่ระหว่างการสืบพยานในศาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน