ตร.เข้มความปลอดภัย-จราจร ม็อบนัดเดินขบวนไปที่ประชุม ‘อิ๊ง’โอ่สมัยทักษิณมากันครบ

ผู้นำชาติต่างๆ ทยอยเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ร่วมประชุมเอเปค 2022 ‘บิ๊กตู่’โชว์ยิ้มเปิดงานเอเปค มหาวิทยาลัยที่จุฬาฯ ประเดิมประชุมเอเปค 2022 ชี้ความร่วมมือระหว่างกันเป็นหัวใจสำคัญในการนำพา ประเทศให้ก้าวผ่านวิกฤตไปได้ หลังร่วมกันฝ่าโรคโควิดมาแล้ว มุ่งพัฒนาวิทย์-วิจัย-สาธารณสุข ฟื้นฟูเศรษฐกิจ รับมือสถานการณ์ท้าทายใหม่ ทั้งเศรษฐกิจ-การศึกษา-สุขภาพ ขอคนไทยโชว์รัก สามัคคี ให้ผู้นำโลกเห็น ม็อบนัดระดมพลแยกอโศก-ลานคนเมือง กทม. เดินขบวนไปยื่นจดหมายต่อผู้นำเอเปค ชี้แจงให้โลกรู้สถานการณ์ในประเทศ บิ๊กป้อมถกกำชับคุมเข้มความปลอดภัย ‘อุ๊งอิ๊ง’โอ่สมัยพ่อทักษิณเป็นนายกฯ ผู้นำกลุ่มเอเปคมาประชุมกันครบ

‘บิ๊กตู่’เปิดถกเอเปค-ย้ำร่วมมือ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พ.ย. ที่อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน APEC University Leaders’ Forum: “Preventing the Next Pandemic (AULF) ภายใต้หัวข้อ การเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดครั้งต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการ APEC University Leaders Forum 2022 ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิกกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสอดรับกับความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้เอเปค โดยเป็นโอกาสให้เครือข่ายการศึกษาทั่วโลกได้พัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในระดับนานาชาติ และเป็นเวทีในการแบ่งปันประสบการณ์ในมิติต่างๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและทั่วโลกกำลัง เผชิญอยู่และอาจต้องเผชิญอีกในอนาคต โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนั้น เป็นพื้นฐาน สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันจากความท้าทายดังกล่าว อีกทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการฟื้นฟูและเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้ต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพเอเปค ของไทยในปีนี้ เรามุ่งผลักดันการสร้างความร่วมมือภายใต้แนวคิด “Open. Connect. Balance.” เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิกในยุคหลังโควิด-19 โดยในส่วนของเรื่อง โอเพ่น เน้นการผลักดันให้เอเปคนำเรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก มาหารือใหม่ เพื่อให้เอเปครับมือกับความท้าทายและใช้โอกาส จากบริบทโลกแบบใหม่ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล การค้ากับโรคระบาด และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในส่วนของคอนเน็กต์ ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเชื่อมโยงของภูมิภาคในทุกมิติ ทั้งการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างสะดวกปลอดภัย และความเชื่อมโยงทางดิจิทัล เพื่อให้เอเปค มีแนวทางการรับมือกับวิกฤตโรคระบาดในอนาคต โดยยังรักษาการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากที่สุด และสุดท้าย บาลานซ์ เน้นการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุม โดยส่งเสริมโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจบีซีจี (เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจ สีเขียว) ที่สร้างผลกำไรควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกันทั้งสังคม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งผลลัพธ์สำคัญของการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ คือ ไทยจะเสนอให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปครับรองเอกสารเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ บีซีจี เพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจบีซีจีของไทย มาเร่งกระบวนการทำงานในเอเปค และวางบรรทัดฐานใหม่ให้เอเปคมุ่งเน้นการสร้างเสริม การค้าการลงทุนควบคู่ไปกับการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

เอเปคยูนิเวอร์ซิตี้ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม เป็นประธานการประชุม เอเปค ยูนิเวอร์ซิตี้ ลีดเดอร์ ฟอร์รัม 2022 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 พ.ย.

มุ่งพัฒนาวิทย์-เทคโนฯ-วิจัย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการประชุม ครั้งนี้ที่นอกจากจะให้ความสำคัญกับด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมุ่งขยายความสำคัญไปถึงการ พัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย เพื่อยกระดับองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาสังคมและสร้างความปลอดภัยในชีวิตให้แก่ประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตนเชื่อว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ ผู้วางนโยบาย และผู้นำธุรกิจจะได้มาร่วมมือกันสร้างสรรค์นโยบาย ออกแบบทิศทางและแผนการบริหารประเทศที่สอดรับกับวิถีความปกติใหม่ของโลก โดยเฉพาะความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ที่แม้ว่าเราจะก้าวผ่านการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 มาแล้ว แต่องค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขยังต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นเร่งด่วนของทั่วโลกในขณะนี้คือการทำวิจัยที่เกี่ยวกับชีวการแพทย์ การบำบัดโรค และการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ที่พร้อมต่อการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือนวัตกรรมเชิงป้องกัน และการนำงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดผลเป็นรูปธรรมสำหรับประชาชนอย่างทั่วถึง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในวิกฤตสาธารณสุข ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า ความถูกต้องของข้อมูลและการเผยแพร่ รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการบริหารสถานการณ์วิกฤตของรัฐบาล การเผยแพร่ ข้อเท็จจริงสู่สาธารณชน ต้องอาศัยความถูกต้อง ทางวิชาการ ทั้งจากการศึกษา ค้นคว้า ซึ่งภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย นักวิชาการ เป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในการชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง แก่สังคม เพื่อขจัดข้อมูลเท็จ โฆษณาชวนเชื่อ และข่าวปลอมที่แพร่กระจายและเป็นภัยอยู่ในสังคม ยกตัวอย่างเช่นในช่วงต้นของการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ที่ประชาชนบางส่วนมีความกังวลใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนจากข้อมูลข่าวสารที่อาจไม่ถูกต้อง แต่ในภายหลัง ความหวาดกลัวได้คลายลงเมื่อข้อมูลทางวิชาการที่เชื่อถือได้เริ่มปรากฏออกมามากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดได้อย่างน่าพอใจ และในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ การสร้างความร่วมมือระหว่างกันเป็นหัวใจสำคัญในการนำพาประเทศ ให้ก้าวผ่านวิกฤตไปได้

ยกระดับบุคลากรแพทย์
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับคำชมจากองค์การอนามัยโลก และนานาประเทศถึงนโยบายและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการดูแลประชาชน ทั้งการป้องกัน การควบคุม โรค การรักษาพยาบาล และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และด้วยความสำเร็จนี้ องค์การอนามัยโลกได้เลือกให้ประเทศไทยเป็นประเทศต้นแบบในโครงการนำร่องการทบทวนการเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉินทางสาธารณสุขและสุขภาพถ้วนหน้า เมื่อเดือน เม.ย.2565 ถือเป็นความภาคภูมิใจที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา ทั้งสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัยต่างๆ ตลอดจนอาสาสมัครและประชาชนทุกคน และมิตรประเทศ รวมถึงความมุ่งมั่นในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี ยารักษาโรค วัคซีน และเครื่องมือทางการแพทย์กับประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่องด้วย

“ขอชื่นชมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาคการศึกษาทั้งหมดที่ได้ร่วมมือกับ ศบค. ในการช่วยเหลือประเทศภายใต้รูปแบบนวัตกรรมเพื่อสังคมโดยได้นำผลการศึกษาวิจัยมาพัฒนาให้สามารถใช้งานได้จริง และนำมาช่วยเหลือสังคมในช่วงวิกฤต เช่น ซียูโรโบโควิด (CU-RoboCOVID) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ภายใน โรงพยาบาลสนาม และ จุฬา-โควิด-19- สตริป-เทสต์ (Chula COVID-19 Strip Test) รวมถึงนวัตกรรมการรักษา วัคซีนใบยา ที่เป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ที่ทางมหาวิทยาลัย พัฒนาขึ้น โดยนวัตกรรมต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นจากการร่วมมือพัฒนาของนักวิชาการและนักวิจัยสหสาขา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะเดียวกันเรายังมีผลงานยอดเยี่ยม ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายแห่ง ที่สามารถพัฒนาชุดตรวจและการตรวจชนิดที่ทันเหตุการณ์ หรือการตรวจทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัส ที่กำลังระบาด อีกด้วย ในวันนี้ ได้ทบทวน บทเรียนจากการรับมือสภาวะฉุกเฉินในการระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการรับมือกับโรค คือ นโยบายในการวางรากฐานระบบหลักประกันสุขภาพ และความพร้อมของเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขกับนานาประเทศ รวมไปถึงองค์ความรู้ในการใช้เทคโนโลยี การค้นคว้า วิจัย และการใช้นวัตกรรมดิจิทัลทางการแพทย์ รัฐบาลไทยได้ส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสาธารณสุขทั้งภายในประเทศและระหว่าง ประเทศ รวมทั้งพัฒนาและยกระดับศักยภาพของบุคลากรให้มีความสามารถสูงขึ้นและ มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยใช้งาน

ต้อนรับผู้นำ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยภริยา ให้การต้อนรับนายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ในโอกาสเดินทางมาร่วมประชุมเอเปคและเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 พ.ย.

ปลื้มอธิการบดีมะกันชอบยิ้มสยาม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมเชิงวิชาการในวันนี้จะเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เป็นเวทีแห่งความสำเร็จ เพื่อหารือแนวทางการรับมือกับความท้าทายต่างๆ โดยการศึกษาและการวิจัยร่วมกันจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในทุกมิติ โดยมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นรากฐานสำคัญ นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของทุกประเทศในภูมิภาคอย่างสมดุลและยั่งยืนสืบต่อไป เราต้องรักและสามัคคีกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เผื่อแผ่ สิ่งสำคัญเราต้องการสันติสุขในประเทศไทย เป็นบ่อเกิดทุกเรื่อง ทั้งสังคม เศรษกิจเพราะฉะนั้นเราต้องรักกัน และต้อนรับด้วยยิ้มแห่งสยาม

ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับสื่อมวลชนด้วยรอยยิ้มว่า “ฝากด้วยนะจ๊ะ” และได้พูดคุยกับประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัย ภาคพื้นแปซิฟิกและอธิการบดีมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส ซึ่งประธานเครือข่าย มหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก กล่าวว่า “I Like Your smile” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับถอดหน้ากากอนามัย พร้อมยิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนกล่าวขอบคุณ “Thank you” พร้อมส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยู

กำชับเข้มปลอดภัยผู้นำสูงสุด
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและจราจร (กอร.รปภ.จร.) ในช่วงการประชุมเอเปค เป็นประธาน การประชุม กอร.รปภ.จร. โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รองประธาน ผบ.ทก.สน.ปฏิบัติการภายใต้ กอร.รปภ.จร. ประจำสถานที่ประชุมเอเปค ประจำโรงแรมที่พัก ประจำสถานที่จัดงานกาล่าดินเนอร์ และ ที่ทำการส่วนหน้า (ทก.สน.) ที่ปฏิบัติการเฉพาะด้าน เข้าร่วมประชุม ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และ กอร.รปภ.จร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผ่านระบบการประชุมทางไกล ไปยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) และที่ทำการส่วนหน้าที่ (ทก.สน.) ปฏิบัติการประจำสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว เพื่อทราบสถานการณ์ความคืบหน้าในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปคที่เริ่มเดินทางเข้าประเทศเพื่อเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหว ต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติของ ทุกหน่วยที่ต้องบูรณาการความร่วมมือกันให้สอดประสานสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้น สมบูรณ์แบบ เป็นระบบ ไร้รอยต่อและ ข้อผิดพลาด ตรวจสอบความพร้อมของทุกชุดปฏิบัติการในทุกมิติเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นไปตามมาตรฐานสากล เป็นหน้าตาของประเทศไทย โดยมีเรื่องเพื่อพิจารณา การประสานการปฏิบัติและปัญหาข้อขัดข้อง (ศปก.สน./ทก.สน. ทุกหน่วย) รวมทั้ง การประสานการปฏิบัติของหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ไทยเสิร์ท บริษัทโทรคมนาคม แห่งประเทศไทย ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การประชุมได้เน้นย้ำ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ โดยเฉพาะในโรงแรมที่มีผู้นำเขตเศรษฐกิจพำนัก ขอให้กำลังพลผู้ปฏิบัติงานทุกคนดูแลรักษาสุขภาพ และขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยหมั่นตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ กำกับดูแลการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ขอให้หน่วยร่วมปฏิบัติทุกหน่วย ให้การสนับสนับการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติให้เต็มขีดความสามารถ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งอยู่ ความไม่ประมาท

ตรวจเข้ม – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ตรวจความพร้อมเจ้าหน้าที่ใน การรักษาความปลอดภัยและดูแลการจราจรการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่บริเวณแยกอโศก ถนนรัชดาภิเษก กทม. เมื่อวันที่ 16 พ.ย.

‘บิ๊กเด่น’ย้ำปฏิบัติงานเพื่อชาติ
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อติดตามและขับเคลื่อนงานด้านการรักษาความปลอดภัยและจราจรช่วงที่ผ่านมา การปฏิบัติระหว่างการเดินทางของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในวันแรกของภารกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาข้อขัดข้อง ในการปฏิบัติแต่อย่างใด สถานการณ์ด้าน การข่าวทั้งในและนอกกรุงเทพมหานคร ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุ โดยหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามและเกาะติดสถานการณ์และบุคคลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และรับรายงาน วันนี้สภาพอากาศอาจมีฝนในช่วงเย็นหรือค่ำ และในช่วงวันที่ 17-19 พ.ย. สภาพอากาศไม่มีฝนและไม่มีอุปสรรคต่อการประชุมแต่อย่างใด ด้านจราจรเบาบางเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ใน กทม.และปริมณฑล ตนและรอง ผบ.ตร.ได้ออกตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติประจำ ศปก./ทก.สน. ทุกแห่ง กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“ขอยืนยันความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เราจะบังคับใช้กฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้จะเริ่มมีการเดินทาง เข้าประเทศไทยของผู้นำเขตเศรษฐกิจอย่าง ต่อเนื่อง หากมีข้อมูล เบาะแส สิ่งผิดปกติ แจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตลอดเวลา โทร.191 หรือ 1599” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว

หยุดเอเปค – คณะก่อการล้านนาจัดกิจกรรม ราษฎรหยุด APEC 2022 ที่สถานีรถไฟเด่นชัย จ.แพร่ ก่อนเดินทางด้วยรถไฟเข้ากรุงเทพฯ มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎร ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม. เมื่อวันที่ 16 พ.ย.

ห้ามม็อบเข้าพื้นที่ประชุม
เวลา 10.15 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดการประชุมผู้นำเอเปค นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมีการเคลื่อนไหวของหลายกลุ่มระหว่างการประชุมเอเปคว่า ไม่เป็นห่วงและไม่น่าวิตก เชื่อว่าทุกคนเป็นคนไทยและเข้าใจถึงผลประโยชน์ส่วนรวมที่เกิดขึ้นกับประเทศในช่วงนี้ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนการเคลื่อนไหว อาจจะมีบ้างแต่คงไม่เกี่ยวกับประเด็นของประเทศไทยโดยตรง และคิดว่าคนที่เคลื่อนไหว ไม่มีแนวโน้มไปสู่ความรุนแรง แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้ต่างชาติที่มาร่วมประชุมได้เห็นมากกว่า

ต่อมา ภายหลัง นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บริเวณหน้าประตูฮอลล์ 6 ซึ่งเป็นหน้าศูนย์ มีเดีย คอนเฟอเรนซ์เสร็จแล้ว พบว่า มีกระเป๋าเป้สีน้ำเงินวางกองอยู่กับพื้น ตำรวจที่อยู่บริเวณดังกล่าวจึงตะโกนถามสื่อมวลชนว่าเป็นของใคร แต่ไม่พบว่าผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่อีโอดีให้มาตรวจสอบ ว่ามีวัตถุอันตรายหรือไม่ พร้อมกับปิดกั้นพื้นที่

ผ่านไปประมาณ 10 นาที ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ อีโอดีมาตรวจสอบ พบว่ามีชายคนหนึ่งเข้ามาแสดงตัวเป็นสื่อจากสำนักข่าวต่างชาติ โดยแจ้ง ว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าที่วางทิ้งไว้ ตำรวจจึงได้ขอให้แสดงบัตรสื่อมวลชน พร้อมกับเปิดกระเป๋า เพื่อตรวจสอบ แต่ไม่สิ่งผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงคืน กระเป๋าให้ชายคนดังกล่าว

ค้างคืน – ‘มายด์’ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 ทักทายผู้ร่วมชุมนุม พร้อมประกาศช่วงเวลาจัดประชุมเอเปคกลุ่มผู้ชุมนุมจะพักค้างคืน ทำกิจกรรมที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม. เมื่อวันที่ 16 พ.ย.

ม็อบประณามห้ามชุมนุม
ขณะที่ เฟซบุ๊กชื่อ สหภาพคนทำงาน Workers’ Union โพสต์ข้อความเชิญชวนสมาชิกร่วมชุมนุมกันที่บริเวณแยกอโศก เวลา 12.00 น. วันที่ 17 พ.ย. เพื่อทำกิจกรรมพร้อมยื่น จดหมายต่อผู้นำเอเปค เพื่อประกาศให้รู้ว่า 8 ปี หลังการรัฐประหารเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย บ้าง แล้วเดินเท้าไปยื่นหนังสือถึงมือบรรดาผู้นำ ที่มาร่วมประชุมการเอเปค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เวลา 16.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรได้นัดรวมตัวเพื่อทำกิจกรรม “ราษฎรหยุด APEC 2022” โดยแกนนำได้ขึ้นเวที และเริ่มทำกิจกรรม เปิดเวทีคู่ขนานไปกับการประชุม APEC 2022 โดยทางกลุ่มมีข้อเรียกร้องอยู่ 3 ข้อ 1.หยุดการประชุมเอเปค หยุด บีซีจี 2.ประยุทธ์ ไม่ควรเป็นประธานเอเปค เพราะไม่สง่างามในการเป็นประธาน และ 3.ประยุทธ์ ต้องลาออก และยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจ นครบาล 1 และเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร คอยดูแลอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ในพื้นที่ทำกิจกรรมโดยรอบ และตรวจ สัมภาระประชาชนที่จะเข้ามาร่วมทำกิจกรรม

น.ส.ภัสราวดี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ น้องมายด์ ให้สัมภาษณ์ว่า การจัดกิจกรรมทางกลุ่ม ยืนยัน จะชุมนุมพักค้างการชุมนุมที่ลานคนเมือง เพราะพี่น้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด และอยาก จะอยู่ร่วมกิจกรรมจนจบกิจกรรรม ส่วนเนื้อหา ในการปราศรัยจะมุ่งไปที่ “นโยบาย บีซีจี ที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม ไม่เคยถามความคิดเห็นจากประชาชน และไม่เห็นจุดใดเลย ที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง นอกจากนายทุน

นายสมบูรณ์ คำแหง กล่าวว่า ในวันที่ 18 พ.ย. ช่วงเช้ากลุ่มจะตั้งขบวนที่ลานคนเมือง ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

แจงจับ 3 นักศึกษารามฯ
ส่วนกรณีที่ทางสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (MUSTFETH) ระบุว่า ตร.สน.หัวหมาก ควบคุมตัว 3 นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ห้องพัก ซอยรามคำแหง 53/1 โดยให้เหตุผลว่านักศึกษาทั้ง 3 อาจก่อความไม่สงบในระหว่างการประชุมเอเปค นำตัวไปที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจนครบาล 4 ล่าสุดได้รับการปล่อยตัวแล้ว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกตร. เปิดเผยว่า กรณีนี้ เมื่อเช้าวันดียวกัน สน.หัวหมาก ได้ขอหมายค้นจากศาล และเข้าดำเนินการค้นห้องพักของนักศึกษา ดังกล่าว

‘อิ๊ง’หวังเป็นเวทีพลิกฟื้นศก.ไทย
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย (พท.) ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @ingshin ว่า เมื่อ 19 ปีที่แล้วรัฐบาลไทยรักไทยใช้เอเปคเป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศไทย ที่กำลังฟื้นฟูหลังวิกฤตต้มยำกุ้งและโรคระบาดซาร์ส เวทีเอเปคครั้งนั้นคือโอกาสสำคัญที่จะใช้การทูตเชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างผลประโยชน์แก่ประชาชน ให้ได้มากที่สุด

รัฐบาลตอนนั้นมีความตั้งใจจะสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปค หรือ 21 เขตเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างและความหลากหลายสูง เพราะถ้าประเทศไทย เราทำข้อตกลงต่างๆ ได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ก็จะเกิดการจ้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เกษตรกรมีรายได้ ผู้ส่งออกได้ส่งออกสินค้า มีเงินตราไหลเข้าประเทศ และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นเราในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง จึงคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์อะไรจากการประชุมเอเปคครั้งนี้ เหมือนครั้งเมื่อ 19 ปีที่แล้วที่รัฐบาลยึดถือและมีหัวใจ คือประชาชนเป็นสำคัญ เชื่อว่าประเทศไทย มีศักยภาพ และมีเสน่ห์มากพอที่จะดึงดูดให้ใครหลายๆ คน หลายๆ ประเทศให้ความสนใจในระดับเวทีโลก 19 ปีที่แล้วเรายังทำได้ เป็นทั้งหนึ่งในผู้นำสำคัญของอาเซียนและยังถูกพูดถึงว่าเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย ในปีนี้ก็ต้องทำได้เช่นกัน

โวยุค‘พ่อทักษิณ’ผู้นำมาครบ
สิ่งสำคัญของการประชุมเอเปค 2022 ที่เราคาดหวัง จึงไม่ใช่แค่การแสดงศักยภาพว่าประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพเชิญใครมาบ้าง จัดงานยิ่งใหญ่ตระการตาแค่ไหนอย่างไร แต่เป็น การทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองระหว่างประเทศ ที่ประชาชนคนไทยทุกคน จะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนั้น

ในยามประเทศเกิดวิกฤตทั้งเศรษฐกิจและโรคระบาด ทุกงบประมาณ ทุกภาษีที่ประชาชน จ่าย ทุกสรรพกำลังของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้คนอีกจำนวนมากมหาศาลอยู่เบื้องหลัง งานครั้งนี้ เราควรทำให้เอเปค 2022 เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ นั่นคือสิ่งที่เราในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งผู้เสียภาษีคาดหวังกับเอเปค 2022 ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธารได้ทวีต รูปภาพการประชุมเอเปค 2003 ครั้งที่ 15 สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร มาประกอบด้วย ซึ่งมีผู้นำชาติมหาอำนาจมาร่วมประชุมกันครบ อาทิ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย หู จิ่นเทา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จุนอิจิโร โคอิซูมิ นายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่น จอห์น โฮเวิร์ด นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ ประมุขแห่งบรูไนดารุสซาลาม ฌ็อง เครเตียง นายกรัฐมนตรีแคนาดา โนห์มู ฮยอน ประธานา ธิบดีเกาหลีใต้ เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน