21ผู้นำเอเปคถกเต็มคณะบิ๊กตู่คิวแน่น-หารือทวิภาคี
ม็อบเคลื่อนไปศูนย์ประชุมคฝ.สกัดกั้น-เกือบปะทะกัน
ถก 21 ผู้นำ-ผู้แทน เอเปคเต็มคณะ ‘นายกฯ ประยุทธ์’ ปลื้ม รุดไปรับประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ ด้วยตัวเองถึงบันไดเครื่องบิน ถกทวิภาคีวันแรก 4 ผู้นำ เร่งรัดข้อตกลงพร้อมฟรีวีซ่าไทย-ฝรั่งเศสกับ ‘มาครง’ พร้อมจับเข่าคุยฮ่องกง-นายกฯ ญี่ปุ่น-ทรูโดจากแคนาดา ตำรวจติดกล้องวงจรปิดกว่า 2 หมื่นตัวทั่วกทม.-ปริมณฑลป้องกันเหตุร้าย ‘ม็อบหยุดเอเปค’ ฮือแยกอโศกมนตรีขอไปยื่นหนังสือที่ศูนย์ประชุมฯ เจอตำรวจคฝ.ขวางยื้อยุดกันวุ่นหวิดปะทะเดือด สุดท้ายสาดสี-พ่นสเปรย์ใส่ก่อนจะอ่านแถลงการณ์ประณามประยุทธ์
ตู่ปาฐกถาเอเปคซีอีโอซัมมิต
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พ.ย.ที่ห้อง แอทธินี คริสตัล ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรม ดิแอทธินี โฮเทล แบงค็อก ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน APEC CEO Summit 2022 โดยมี ประธานเอเปค ซีอีโอ ซัมมิต ปี 2565 และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน คณะผู้แทนเอแบค นักธุรกิจ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในฐานะที่เอเปค ซีอีโอ ซัมมิต เป็นหนึ่งในการรวมตัวของภาคธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค การกลับมา อีกครั้งของการประชุมในรูปแบบพบหน้ากัน ถือเป็นการส่งสัญญาณบวกให้แก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และการที่ทุกคนมาร่วมประชุมสะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคของเรา กลับมาเดินหน้าทำธุรกิจอย่างเต็มที่อีกครั้งหลังจากที่ชะงักงันมาหลายปี การกลับมา ครั้งนี้เป็นโอกาสให้เราฟื้นฟูความเชื่อมโยง รื้อฟื้นความสัมพันธ์ และสานต่อความร่วมมือระหว่างกัน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะที่โลกกลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้งในยุคหลังโควิด ไทยกำลังขับเคลื่อนความร่วมมือเอเปค ในประเด็นที่ท้าทายและมีวิสัยทัศน์ ได้แก่ ประเด็นการค้าและการลงทุนใหม่ๆ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ความจำเป็นในการ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการเดินทาง วาระความยั่งยืนของโลก โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ ที่มีพลวัตสูงในปัจจุบัน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ได้สะท้อนอยู่ในหัวข้อหลักของ เอเปคปีนี้ คือ OPEN.CONNECT.BALANCE
“สำหรับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของเรา เราต้องรับฟังเสียงของพวกเขา เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้รับ ปฏิญญาผู้แทนเยาวชนจากกลุ่มการประชุมผู้แทนเยาวชนเอเปค ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การเร่งรัด การเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนและการปกป้องโลกเพื่อ คนรุ่นหลัง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ถก‘มาครง’ – พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายเอมา นูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ระหว่างมาร่วมประชุมเอเปค ในฐานะแขกพิเศษของไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
ประเดิมหารือทวิภาคี‘มาครง’
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หารือทวิภาคีกับนายเอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในฐานะแขกพิเศษของเจ้าภาพ (Guest of the Chair)
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสอีกครั้ง พร้อมกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศสที่มีพลวัตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นและเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และในโอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 ไทยขอรับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสในฐานะสมาชิก G7 และ G20 ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญของไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้หารือร่วมกันในช่วงการประชุมด้วย
ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือระหว่างไทยกับฝรั่งเศสที่มีความคืบหน้าในหลายๆ ด้าน แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะความร่วมมือด้านอวกาศ ในการพัฒนาดาวเทียม ธีออส 2
เร่งรัดยกเว้นวีซ่าไทย-ฝรั่งเศส
โอกาสนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีและประเทศไทย ในโอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 โดยประเด็นความร่วมมือของ APEC ในแง่การค้าและการลงทุน การรักษาสันติภาพ และสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่สอดคล้องกับสิ่งที่ฝรั่งเศสต้องการผลักดัน ยืนยันสนับสนุนประเด็นที่ไทยต้องการผลักดัน
จากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญร่วมกัน ประกอบด้วย การจัดทำความตกลงว่าด้วยการยกเว้น การตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือ เดินทางราชการไทย-ฝรั่งเศส โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ฝรั่งเศสเร่งรัดการดำเนินการดังกล่าวให้มี ความคืบหน้า ซึ่งจะช่วยให้การเดินหน้า ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความสะดวก โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสพร้อมเร่งรัดการดำเนินการคาดว่าภายในเดือนมกราคม 2566 จะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกรัฐมนตรีมอบเอกสารแถลงการณ์แสดงเจตจำนงเข้าร่วมข้อริเริ่ม PREventing Zoonotic Disease Emergence (PREZODE) เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในการศึกษาและป้องกันโดยโรคติดต่อระหว่างสัตว์กับคน (zoonotic disease)
จากนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายเอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และคณะที่ห้องสีม่วง
ติดวงจรปิดกทม.-กว่า2หมื่นตัว
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร./รอง ผอ.กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรฯ การประชุม APEC 2022 เป็นประธานประชุมขับเคลื่อน กอ.ร่วมฯ ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว สภาพ ภูมิอากาศ และแผนการปฏิบัติรักษาความปลอดภัยและการจราจรประจำวัน บูรณาการทุกภาคส่วน รวมกว่า 30 หน่วยงาน
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ภาพรวมการปฏิบัติมีความพร้อมทุกภาคส่วน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การจราจรยังคล่องตัวดี เนื่องจากรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ มีการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวทั้งในและนอกพื้นที่ กทม. อย่างใกล้ชิด ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 17,848 ตัว และส่วนภูมิภาคในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ อีกจำนวน 5,000 ตัว รวมทั้งสิ้น 22,848 ตัว มั่นใจว่าครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจเป็นใยแมงมุม ครอบคลุมทุกเส้นทาง โดยเฉพาะสถานที่ประชุม ที่พักผู้นำ เส้นทาง และสถานที่สำคัญต่างๆ โดยใช้เจ้าหน้าที่ กว่า 35,000 นาย พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

ม็อบเอเปค – ม็อบหลายเครือข่ายถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้น บริเวณแยกอโศกมนตรี ระหว่างเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดประชุมเอเปค เกิดเผชิญหน้ากระทบกระทั่งกัน เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
ม็อบพรึบแยกอโศก-ตร.ขวาง
สำหรับบรรยากาศที่แยกอโศกมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มมวลชนอิสระจากหลายแนวร่วม เช่น ทะลุวัง ครช. DRG สหภาพคนทำงานเป็นต้น ได้เดินทางมาถึง โดยตั้งเวทีกล่าวโจมตีปราศรัยการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมแต่งกายเชิงสัญลักษณ์อาทิชุดไดโนเสาร์ ชุดนักโทษ และได้ชูป้ายข้อความต่างๆ เช่น ประยุทธ์ออกไป ยกเลิก 112 ต่อมาเวลา 12.20 น. ได้ประกาศตั้งขบวนไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพื่อ ยื่นหนังสือ ทั้งนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่ง ตัวแทนไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวก
เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนขึ้นบนทางเท้าเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด จึงสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ชุมนุม ต่อมาเวลา 12.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งขบวนไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ได้ตรึงกำลังไม่ให้เคลื่อนผ่าน กลุ่มผู้ชุมนุม จึงติดอยู่บริเวณ Mrt สุขุมวิท และเกิดการ กระทบกระทั่งกันเล็กน้อย
ต่อรองขอยื่นหนังสือศูนย์ฯสิริกิติ์
เวลา 13.12 น. ตัวแทนผู้ชุมนุมประกาศว่า ให้กลุ่มผู้ชุมนุมชูป้ายขึ้น เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปยังศูนย์ฯ สิริกิติ์ได้ จึงอยากส่งข้อความผ่านสื่อมวลชนเนื่องจากตำรวจปิดกั้นไม่ให้ไป เราพยายามเจรจาต่อรองเพื่อจะส่งตัวแทนเข้าไป ถ้าวันนี้ถ้าเรายังอยู่แบบนี้สถานการณ์มันก็ไม่จบ แต่เราอยากจบมันด้วยการยื่นหนังสือ ที่สำคัญพวกเราจะเป็นตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือถึงมือผู้นำแต่ละประเทศในการประชุมเอเปค ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหาของประเทศไทยก็จะถูกซุกอยู่เหมือนเดิมไม่มีการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีความร้ายแรงมาก โดยตอนนี้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจาว่าจะให้เข้าไปยื่นหนังสืออย่างไร
แต่หลังการประกาศดังกล่าว ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรึงกำลังไม่ให้ผู้ชุมนุมลงไปบริเวณถนน ตำรวจประกาศว่ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้ขออนุญาตทำกิจกรรมภายในเวลา 24 ชั่วโมง จึงถือว่าสุ่มเสี่ยงผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุมที่สาธารณะและกระทบกับสิทธิของผู้อื่นในการสัญจรผ่านไปมา
ต่อมาเวลา 13.40 แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติกิจกรรม แต่หลังจากนั้นผู้ชุมนุมไม่ทราบกลุ่มนำสีสาดใส่เจ้าหน้าที่ และนำสีสเปรย์พ่นใส่โล่ของแนวคฝ. จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังดันกลุ่มผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนขึ้นบนทางเท้า จึงได้เกิดการปะทะกันเล็กน้อย
เวลา 14.10 น. ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนยังปักหลัก ทำกิจกรรมโดยการชูป้ายเชิงสัญลักษณ์ ชูสามนิ้ว และด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ. อยู่บริเวณถนนแยกอโศก

ต้านเอเปค – ม็อบราษฎรหยุดเอเปค 2022 ชุมนุมต่อต้านการประชุมเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เผาหุ่นฟางและพริกเกลือขับไล่กลุ่มทุนผูกขาดและเผด็จการ ที่ลานคนเมือง กทม. เมื่อค่ำวันที่ 17 พ.ย.
ม็อบราษฎรหยุดเอเปคร่วมฮือ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 กลุ่มราษฎรหยุด เอเปค นำโดยกลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 กลุ่มราษฎรหยุดเอเปค จาก จ.เชียงใหม่ ร่วมกับกลุ่มราษฎรหยุดเอเปคจากภาคตะวันออก จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่บางซื่อ โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนออกจากลานคนเมือง โดยรถกระบะ จำนวน 2 คัน มุ่งหน้าไปที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์คัดค้านการประชุมเอเปค โดยการแขวนป้ายผ้าข้อที่เขียนข้อความต่างๆ จากนั้นถ่ายรูปการทำกิจกรรมและเดินทางออกจากพื้นที่ ซึ่งป้ายผ้าดังกล่าวได้เขียนมาจากบริเวณที่ลานจอดรถ ชั้นใต้ดิน ศาลาว่าการกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมการใช้แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อไป
จากนั้นเวลา 12.00 น. กลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022 นำโดย พีรพงศ์ เพิ่มพูล จัดการชุมนุมเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ในแต่ละภูมิภาค และความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล มวลชนประมาณ 10 คน เดินทางไปที่บริษัทไทยยูเนี่ยน เพื่อทำกิจกรรมในพื้นที่ ด้วยการชูป้ายข้อความ พร้อมกับแต่งกายในชุดแฟนซี ก่อนทำกิจกรรม Art performances ด้วยการเทสีแดง ลงบนแนวร่วม 1 คน จากนั้นได้ร่วมกันตะโกนคำว่า “ไทยยูเนี่ยน ค้าประมง ค้ามนุษย์ “เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ก่อนเดินทางกลับ
คฝ.300ขวางม็อบหยุดเอเปค
เวลา 12.00 น. บริเวณสี่แยกอโศกมนตรีถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา กรุงเทพฯ กรณีกลุ่มราษฎรหยุดเอเปค 2022 จัดกิจกรรมนัดชุมนุมร่วมเดินขบวนสื่อสารถึงผู้นำโลก นำโดยนายธัชพงศ์ แกดำ และนายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมด้วยกลุ่มมวลชนกว่า 100 คนร่วมเดินชูป้ายข้อความขับไล่พลเอกประยุทธ์และสวมชุดบอยคอตไดโนเสาร์ เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงผู้นำที่จะมาร่วมการชุมนุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค 2022 ที่จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ คลองเตย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 300 นายยืนตรึงกำลังโดยรอบบริเวณแยกอโศกมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุม เดินขบวนเข้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ปิดกั้น โดยมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ยืนปิดล้อมและ รั้วเหล็กมาปิดบนเส้นถนนรัชดามุ่งหน้าคลองเตย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่มวลชนเดินทางมาถึงบริเวณสี่แยกอโศกมนตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้กระชับพื้นที่และบีบให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปอยู่บนฟุตปาธ ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรบนถนนสุขุมวิท 1 เลน ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมยืนอยู่บนพื้นผิวการจราจรทำให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจ
ต่อมา นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ มารอรับหนังสือจากตัวแทนกลุ่ม ผู้ชุมนุม โดยมี พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหลายนายควบคุมสถานการณ์
ผลักกันวุ่นพ่นสเปรย์-สาดสี
เวลา 13.30 น. นายธัชพงศ์ แกดำ ได้เจรจากับทางผู้กำกับสน.ทองหล่อ เพื่อให้เปิดทางให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินขบวนเข้าไปภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แต่ทาง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าไม่สามารถที่จะอนุญาต ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนเข้าไปสถานที่ ดังกล่าวได้ ต่อมาทางนายธัชพงศ์จึงได้ตอบกลับไปว่า ไม่เหมือนที่ตนได้คุยกับเจ้าหน้าที่เอาไว้ว่าอนุญาตให้เข้าไปพื้นที่ดังกล่าวได้ จนเกิดการโต้เถียงและมีการตะโกนด่าทอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
เวลา 13.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถเครื่องเสียงออกมาพร้อมประกาศว่า ขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากจะมีการประชุมที่สำคัญระดับโลก และขอให้เราเป็นเจ้าบ้านที่ดี และทำเพื่อบ้านเมืองจึงพยายามขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมเพื่อแยกย้าย แต่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนโห่ไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับมีการผลักดันโล่ตำรวจ คฝ.
เวลา 14.00 น. ผู้ชุมนุมได้ใช้สีสเปรย์สีแดงและสีน้ำเป็นสีเขียวสาดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนก่อนจะมีการชุลมุนเกิดขึ้น อีกครั้ง
สำหรับข้อเรียกร้องที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการจะยื่นเพื่อคัดค้านไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวแทนการประชุมเอเปคของไทยและคัดค้านเรื่องการฟอกเขียวในเรื่องการลงทุนทำธุรกิจที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะประชุมร่วมกันในการประชุมเอเปค 2022 ครั้งนี้
อ่านแถลงการณ์อัดรัฐบาลตู่
ต่อมา น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ ทะลุวัง อ่านแถลงการณ์ถึงผู้เข้าร่วมประชุม เอเปคว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการต้อนรับสู่เทศกาลการโกหกครั้งใหญ่ การปลอมเปลือกของบริเวณที่ประชุม ถนนหนทาง โรยด้วยผักชี การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเสแสร้งนี้เป็นเครื่องมือที่สมาชิกรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลเผด็จการ ภายใต้ผ้าคลุมรัฐธรรมนูญ 2560 และล้อมด้วยกองทัพไทยที่ยังคงให้ประเทศนี้เสมือนเป็นประชาธิปไตย เป็นลิเกโรงใหญ่ มีนิสิตนักศึกษา นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน ถูกรัฐใช้เพกาซัสสปายแวร์แอบสอดส่องการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และละเมิดความเป็นส่วนตัว ประเทศนี้ยังปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยม รัฐธรรมนูญเป็นแค่กระดาษ เปื้อนหมึกที่พร้อมทิ้งขยะและเขียนใหม่ โปรดพิจารณาสารฉบับนี้ในฐานะเหรียญ อีกด้านที่ถูกคว่ำไว้
จากนั้น นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท โมกหลวงริมน้ำ ได้อ่านแถลงการเป็นภาษาอังกฤษเป็นคนต่อไป

ต้อนรับ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้อนรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นหารือทวิภาคีกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายจัสติน ทรูโด นายกฯ แคนาดา และนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกฯ ญี่ปุ่น ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
ประยุทธ์รุดต้อนรับ‘สี จิ้นผิง’
เมื่อเวลา 13.55 น. ที่ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หารือทวิภาคีแบบสั้น (pull-aside) กับนายจอห์น ลี คา-ชิว (The Honourable John Lee Ka-Chiu) ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
จากนั้นเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ และภริยา ให้การต้อนรับนายสี จิ้นผิง (H.E. Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และภริยา ที่เดินทางเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือการประชุมสุดยอดผู้นำ เอเปค โดยพล.อ.ประยุทธ์และภริยาได้ไปต้อนรับนายสีและภริยาถึงบันไดเครื่องบิน
ถกทวิภาคีกับ‘ฟูมิโอะ’ผู้นำญี่ปุ่น
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หารือกับนายคิชิดะ ฟูมิโอะ (H.E. Mr. KISHIDA Fumio) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่อกระชับความสัมพันธ์อย่างรอบด้าน รวมทั้งเพื่อ แลกเปลี่ยนและสานต่อผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
จากนั้น ผู้นำทั้งสองได้หารือในประเด็นต่างๆ โดยผู้นำทั้งสองต่างยินดีในโอกาสครบรอบ 135 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในปีนี้ และการครบรอบ 10 ปีของความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โดยไทยและญี่ปุ่นยังได้ยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนา “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อ ผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ประชาชนและภูมิภาค ซึ่งการลงนามและประกาศใช้แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ในระยะ 5 ปี จะยิ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนา หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านต่อไป

ต้อนรับ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้อนรับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นหารือทวิภาคีกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายจัสติน ทรูโด นายกฯ แคนาดา และนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกฯ ญี่ปุ่น ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ย.
ต่อด้วย‘ทรูโด’นายกฯแคนาดา
ต่อมาเมื่อเวลา 17.15 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายจัสติน ทรูโด นายกฯ แคนาดา เกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือต่างๆ ที่สำคัญ ด้านความร่วมมือในระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือในภูมิภาค เชื่อว่าการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกันและเป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม
ขณะที่นายกรัฐมนตรีแคนาดาเน้นย้ำว่าแคนาดาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์กับระหว่างภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เพื่อเสริมสร้างบทบาทความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในอาเซียน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์อาเซียน-แคนาดา เพื่อปูทางไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันในอนาคต
ย้ำรัฐไทยสอดแนมประชาชน
เวลา 18.00 น. ที่ลานคนเมือง แกนนำสำคัญเข้าร่วมทำกิจกรรม อาทิ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน รวมทั้ง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ขึ้นเวที โดยนำกระดาษอาร์ตมันขนาดใหญ่พิมพ์ข้อความแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊กว่ามีการใช้โปรแกรมเจาะข้อมูลจากรัฐบาล ซึ่งมี ผู้ได้รับอย่างน้อย 26 คน พร้อมกล่าวว่า ถ้าใครสงสัยว่าตัวเองถูกรัฐบาลจับจ้องให้เข้าไปเช็กการแจ้งเตือนในเฟซบุ๊ก อาจพบคำเตือน ว่ารัฐบาล กำลังทำอะไรบางอย่างกับมือถือ ของเรา ขณะนี้เป็นช่วงเอเปคซึ่งผู้นำทั่วโลกมาประชุมกันเพื่อหาทางตกลงความร่วมมือ แต่บังเอิญที่เฟซบุ๊กกำลังบอกเราว่าประเทศนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับใครเลย ขอให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้ไม่มีสิทธิเสรีภาพ รัฐบาลไทยล้วงข้อมูลส่วนตัวโดยใช้อุปกรณ์ระดับโลก ใช้สปายแวร์สอดแนม
“ถ้าผู้นำต่างประเทศได้ยิน ขอให้รู้ว่าที่ท่านนอนโรงแรมราคาแพง ไม่มีความเป็นส่วนตัวให้ท่าน ปีที่แล้วมีผู้ได้รับอีเมล์จาก แอปเปิ้ลเช่นกัน โดยสปายแวร์ชื่อเพกาซัส วันนี้ครบปีพอดี เฟซบุ๊กบอกอีกคาดว่าเป็น ตัวใหม่ที่มีรัฐสนับสนุน”
จากนั้น ได้ทำกิจกรรม performance เพื่อรำลึกสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ โดย กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เพื่อรำลึกสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ โดยกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ พร้อมจุดไฟเผาหุ่นฟางที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการ จุดสำนึกการต่อสู้ และเป็นการรวบรวมพลังของชาวนาให้ลุกขึ้นมาต่อสู้
โฆษกตร.แถลงม็อบไม่รุนแรง
เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ในฐานะโฆษกกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมเอเปค 2565 กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องในช่วงการประชุมเอเปคว่ามีสถานการณ์การชุมนุม 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มราษฎรหยุดเอเปค 2022 ที่ปักหลัก พักค้างชุมนุม ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 120 คน มีการชุมนุมค้างแรม และจัดปราศรัย ได้แจ้งการชุมนุมที่ สน.สำราญราษฎร์ ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.-18 พ.ย. แต่มวลชนบางกลุ่มแยกไปทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการติดป้ายข้อความบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าไปห้ามปราม ตามหลักยุทธวิธี แต่มีการกระทบกระทั่งเล็กน้อย จนแยกย้ายกันไป จากนั้นกลุ่มได้กระจายตามสถานที่ต่างๆ 5 จุด และยุติกิจกรรม เมื่อเวลา 12.45 น.
กลุ่มที่ 2 กลุ่มราษฎร 63 บริเวณแยกอโศก ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 30 คน มีการชูป้าย แต่งกายชุดไดโนเสาร์ และรวมกลุ่มทำกิจกรรมบริเวณแยกอโศก ตั้งแต่เวลาประมาณ 11.30 น. และยุติการชุมนุมเวลาประมาณ 14.30 น. มีบางช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปขอความร่วมมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม และเกิดการโต้เถียงกระทบกระทั่งกัน แต่ไม่ได้มีความรุนแรง ทุกอย่างดำเนินการตามหลักยุทธวิธี หลักความได้สัดส่วน เน้นการเจรจาต่อรอง พูดคุยทำความเข้าใจเป็นหลัก
บิ๊กเด่นตัดชุดให้ใหม่ตร.ถูกสาดสี
สำหรับบริเวณแยกอโศกนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมบางคนได้สาดสี พ่นสีสเปรย์ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัย มีการทำลายทรัพย์สิน และขีดเขียนบนถนน ทางสาธารณะที่ใช้สัญจร อีกทั้งมิได้แจ้งการชุมนุม ซึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน คลิปที่เกิดเหตุ เพื่อสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีความผิดที่เกิดขึ้น ในความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2552 พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา
ช่วงเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้เดินทางไปประชุมติดตามสถานการณ์ ได้รับทราบว่ามีกลุ่ม ผู้ชุมนุมบางส่วนสาดสีใส่เครื่องแบบของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร.ได้สั่งให้ตัดเครื่องแบบใหม่ให้ทันที และได้กล่าวชมเชย ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ผู้นำ-ผู้แทนเอเปคถกสุดยอดวันนี้
ด้านพล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กระบุว่าตลอดทั้งวัน ให้การต้อนรับ ผู้นำเขตเศรษฐกิจหลายท่าน ในเวลา 23.15 น. รับเสด็จเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรซาอุดี อาระเบีย ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุผลดีที่ไทยจะได้ จากการประชุมเอเปคนั้นมีอย่างมากมาย หอการค้าไทยคาดว่าจะมีแขกที่เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ ทั้งของภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน รวมทั้งผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ซึ่งจะเกิดเงินหมุนเวียนโดยตรงในระบบทันที ไม่น้อยกว่า 1,000-2,000 ล้านบาท อีกทั้งจะมีการออกข่าวและประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ออกสู่สายตา ชาวโลก สร้างความเชื่อมั่นประเทศของเรา ทั้งในแง่การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้ทั่วโลกได้เห็น จนคาดการณ์ได้ว่า อาจ ส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ร่วม 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 18 พ.ย. เป็นการประชุมสุดยอดผู้นำและผู้แทนเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกแบบเต็มคณะทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ