ถูกสวมรอยเปิดเพจหลอก‘ขายทุเรียน’เหยื่ออื้อ-สูญ60ล้าน

พระเอกดัง ‘ชาคริต แย้มนาม’โร่แจ้งตำรวจเอาผิดแก๊งสวมรอยใช้ชื่อเปิด 100 กว่าเพจหลอกขายทุเรียน จนมีเหยื่อหลงเชื่อจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหาย 60 ล้าน โพสต์ตุ๋นขายทุเรียนราคาถูก ลูกละ 100 บาท เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ยันเพจจริงๆ มีแค่ 2 ชื่อ ‘บักโพธิ์ แย้มนาม’ กับ ‘เขยจันท์’ เท่านั้น หลังจากตามพฤติกรรมต้มตุ๋นมา พักหนึ่ง ตัดสินใจเข้าร้องตร.ปคบ.ให้ตาม จับตัว ขอบคุณตำรวจช่วยติดตามเรื่องมาโดยตลอด ผกก.1ปคบ.ระบุมีผู้เสียหายกว่า 10 รายเข้าแจ้งความ สืบจนรู้กลุ่มที่กระทำผิดบ้างแล้ว เชื่อทำกันเป็นขบวนการ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายชาคริต แย้มนาม ดารานักแสดงชื่อดัง เข้าพบ พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และแจ้งเอาผิดกับที่ผู้นำรูปภาพไปแอบอ้างเปิดเพจเฟซบุ๊กหลอกขายทุเรียน โดยไม่ได้รับอนุญาต จนมีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเงินเป็นจำนวนมาก พร้อมนำหลักฐานมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณาด้วย

‘ชาคริต’ร้อง – ชาคริต แย้มนาม ดาราพิธีกรชื่อดัง เข้าร้องทุกข์ตำรวจปคบ. ถูกแอบอ้างเปิดเพจหลอกขายทุเรียน มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท ที่ศูนย์รับแจ้งความ ร้องทุกข์ บช.ก. เมื่อวันที่ 21 พ.ย.

นายชาคริตกล่าวว่า เนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพนำรูปภาพหรือคลิปวิดีโอครอบครัวของตน ไปใช้แอบอ้างเปิดเพจเฟซบุ๊ก จนมี ผู้หลงเชื่อคิดว่าเป็นเพจของตนจริงๆ ก่อนจะโพสต์ประกาศขายทุเรียนราคาถูก ลูกละ 100 บาท เพื่อหลอกเงินจากผู้สั่งซื้อ โดยไม่มีการส่งของ จากนั้นก็ปิดเพจทิ้ง แล้วเปิดเพจขึ้นมาใหม่ เพื่อหลอกเหยื่อรายอื่นต่อ จากการตรวจสอบพบมีกว่า 100 เพจ ที่ผ่านมาพบเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก สูญเงินรวมกว่า 50-60 ล้านบาท อีกทั้งบัญชีธนาคารที่กลุ่มมิจฉาชีพนี้ใช้ก็เป็นบัญชีม้า

“ผมอยากยืนยันว่า เพจจริงๆ ของเรามีเพียง เพจบักโพธิ์ แย้มนาม และเขยจันท์ เพียงเท่านั้น และอยากชี้แจงให้ทราบว่า ทางเราไม่มีการขายของผ่านทางเพจแต่อย่างใด มีเพียงการขายผ่านไลน์แอดเขยจันท์ ช่องทางเดียวเพียงเท่านั้น และใช้บัญชีธนาคารในนามบริษัท ไม่ใช่บัญชีส่วนบุคคล อยากให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอก ออกมาแจ้งความหรือให้ข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ง่ายมากขึ้น” นายชาคริตกล่าว นายชาคริตกล่าวอีกว่า นอกจากนี้อยากบอกว่า ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เราไม่เคยนิ่งเฉย ตามเรื่องมาสักระยะ เพียงแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ไม่อย่างนั้นตำรวจจะทำงานยาก ทั้งนี้อยากขอขอบคุณทางตำรวจที่ช่วยสืบสวนติดตามเรื่อง และอยากขอให้ช่วยติดตามจับกุมตัวมิจฉาชีพกลุ่มนี้ให้ได้โดยเร็ว เพราะสร้างความเสียหายให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก แม้ยอดแต่ละคนจะน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วมหาศาลมาก

ด้านพ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์กล่าวว่า มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าแจ้งความแล้วกว่า 10 ราย ยืนยันว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่นิ่งนอนใจ เร่งสืบสวนสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด จนพอทราบตัวกลุ่มผู้กระทำผิดบ้างแล้ว ทั้งยังเชื่อว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน