กลุ่ม‘เสี่ยเฮ้ง’ออกตาม‘ธรรมนัส’คืนรังพปชร. หมายจับปูคดีปลดถวิล

‘ตู่’เข้าอำลา‘ป้อม’เตรียมไปอยู่รวมไทยสร้างชาติ ‘เสี่ยเฮ้ง’ย้ายตามไปด้วย พีระพันธุ์ทำลีลาอ้างยังไม่ได้ส่งเทียบเชิญ ‘ไผ่ ลิกค์’เผยเศรษฐกิจไทยเตรียมย้ายกลับ พปชร. ‘ป้อม’ ทัวร์กำแพงเพชร 5 ส.ส.โผล่ต้อนรับ เพื่อไทยเปิดว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.เพิ่ม ทาบ ‘อ๋อม สกาวใจ’ ลงเขตสะพานสูง ชาติพัฒนากล้า เปิดตัว ‘วรนัยน์’ อดีตผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยยูไนเต็ด ‘จุรินทร์’ กระทุ้งนายกฯ เร่งปรับครม. ศาลปกครองรับฟ้องคำร้องเพิกถอนประกาศ สธ.เรื่องกัญชา ‘อนุทิน’ กร้าวไม่ทบทวน วุฒิสภา ยื้อประชามติแก้ไข รธน. ตั้งกมธ.ศึกษาญัตติด่วนของสภา ศาลฎีกาฯ ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’ คดีย้าย ‘ถวิล เปลี่ยนศรี’

‘ตู่’ยิ้มแย้มลงพื้นที่บางกะปิ
เวลา 11.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจบนตึกไทยคู่ฟ้า หลังจากช่วงเช้าใช้เวลาพักฟื้นร่างกายที่บ้านพัก ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมเอเปค เวลา 14.13 น. พล.อ.ประยุทธ์ ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ย่านบางกะปิ ที่สนามกีฬาคลองจั่นและศูนย์การเรียนรู้ โดยไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้าและไม่ได้แจ้งให้สื่อมวลชนติดตาม โดยไป พบปะ คณะทำงานร่วมจัดกิจกรรมระหว่างการเคหะแห่งชาติ กับตัวแทนภาคประชาชนเป็นการส่วนตัวประมาณ 45 นาที เพื่อกำหนดแนวทาง ขอบเขต การจัดกิจกรรม การใช้พื้นที่ วางแผนพัฒนาพื้นที่สนามกีฬา โดยมีน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแกนนำชุมชนคลองจั่น ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายชาวบ้าน อย่างเป็นกันเอง พร้อมเดินตรวจสนามกีฬาและพบปะเด็กๆ ที่มาฝึกซ้อมฟุตบอล

ลงพื้นที่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่สนามกีฬาคลองจั่น พบปะคณะทำงานร่วมจัดกิจกรรมระหว่างการเคหะแห่งชาติ กับตัวแทนภาคประชาชน เป็นการส่วนตัวประมาณ 45 นาที เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ย.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราทำวันนี้ทั้งหมด เพื่ออนาคต วันข้างหน้าแม้จะไม่อยู่ลูกหลานเราก็อยู่ ฉะนั้นอย่าลืมอดีต ปัจจุบัน อนาคต และนี่คือประวัติศาสตร์อีกช่วงหนึ่ง ถ้าเราไม่รู้ประวัติศาสตร์แล้วเราจะรักประเทศไทยของเรา ได้อย่างไร ไม่รู้จะรักชุมชน พื้นที่ของเราได้อย่างไร

ด้านน.ส.ฐิติภัสร์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ยืนยันนายกฯไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง หรือทาบทามไปอยู่พรรค รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตามที่มีกระแสข่าว นายกฯจะไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ส่วนตัว ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่พปชร. หรือไปอยู่ รทสช.

สะพัดเข้าอำลาป้อมแล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ 2 ป. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุจะชัดเจน หลังเอเปคนั้น มีรายงานข่าวระบุ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ พูดคุยถึงทิศทางการเมืองในอนาคต และได้ลาเพื่อไปทำงานการเมืองกับ รทสช. โดยจะเปิดแถลงข่าวในช่วงเวลา ที่เหมาะสมอีกครั้ง ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางกลับ พล.อ.ประวิตร โทร.เช็กแกนนำแต่ละกลุ่มในพรรคว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลง ใน พปชร.จะอยู่กับพรรค พปชร.ต่อหรือไม่

และเย็นวันเดียวกันนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผอ.พปชร. ที่อาจย้ายตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไป รทสช.ก็ได้เช็กชื่อส.ส. ในกลุ่ม ล่าสุดพบมี 12 คน อาทิ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง นายสาทิตย์ อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เป็นต้น หากรวมรายชื่อ ส.ส.ที่คาดว่าจะย้ายตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไปพรรคใหม่ ทั้งส.ส.พปชร.และจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีประมาณ 72 คน โดยในภาคใต้ตั้งเป้า ส.ส.ไว้ 15 คน จากทั้งหมด 58 เขต

พีระพันธุ์ปัดเทียบเชิญตู่
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้า รทสช. ปฏิเสธกระแสข่าววันเดียวกันนี้จะทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ เข้าเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค โดยยืนยันว่าไม่มี ส่วนนายกฯ จะเข้าสังกัดพรรคหรือไม่ส่วนตัวยังไม่ทราบ ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย และวันนี้ตนจะไม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบ เนื่องจาก มีภารกิจลงพื้นที่ตรวจปัญหาร้องเรียนจากประชาชน ยืนยันกระแสข่าวที่ออกมาวันนี้เป็นการวิเคราะห์กันไปเอง พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งเสร็จภารกิจการประชุมเอเปค และภารกิจ ที่ต้องทำต่อไปก็ยังมีอีก ยังไม่มีกำหนดการ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด

ป้อมลุยตจว.กลุ่มธรรมนัสแห่รับ
ส่วนความเคลื่อนไหว พล.อ.ประวิตร วันนี้ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.กำแพงเพชร เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมเป็นประธานพิธีมอบสมุด ประจำตัวให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และมอบนโยบาย การจัดที่ดินทำกิน

โดยมีแกนนำพปชร.ร่วมคณะด้วย อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาฯพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายวราเทพ รัตนากร อดีตรมช.คลัง นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร นายอนันต์ อำนวยผล ส.ส.กำแพงเพชร นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ เป็นต้น

และยังมี 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจ(ศท.) ไปร่วม ต้อนรับด้วย อาทิ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นายพรชัย อินท์สุข ส.ส. พิจิตร และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก ท่ามกลางกระแสข่าวจะย้ายกลับ พปชร.

จ่อคืนรัง – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำ ที่ จ.กำแพงเพชร มี 5 ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย ไปร่วมต้อนรับ โดยนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ยืนยันจะกลับมาอยู่พรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม เมื่อวันที่ 21 พ.ย.

‘ไผ่’ยอมรับคืนรังพปชร.
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ตรวจโครงการคลองส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ต.เทพนคร อ.เมืองกำแพงเพชร รายงานข่าวเผยว่า นายไผ่ ได้พาผู้บริหารท้องถิ่นมาขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และช่วงหนึ่งได้พูดต่อหน้า พล.อ.ประวิตร และส.ส.คนอื่นๆ ว่า “พวกผมเนี่ยพรรคอะไรก็ไม่รู้ แต่จะกลับมาอยู่ พลังประชารัฐเหมือนเดิม จะมาช่วยลุงป้อม” ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ถ้ากำแพงเพชร แบบนี้ก็แฮปปี้ ชนะทั้งจังหวัด” พร้อมหัน ไปพูดกับนายวราเทพ แกนนำจ.กำแพงเพชร ว่า “วราเทพฝากดูกำแพงเพชรด้วยนะ”

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวง กลาโหม เผยว่า ระหว่าง 22-24 พ.ย. พล.อ.ประวิตร และคณะ จะเป็นผู้แทน รมว.กลาโหมไปร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ และร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 9 ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา ซึ่งจะมีรมว.กลาโหมสหรัฐ และ รมว.กลาโหมอินเดีย เข้าร่วมประชุมด้วย นอกจากนั้น ยังมีกำหนดหารือทวิภาคีกับ รมว.กลาโหมกัมพูชา และรมว.กลาโหมออสเตรเลีย เพื่อกระชับความร่วมมือทางทหาร และความมั่นคงกับมิตรประเทศ

ผุด 15 กก.วางนโยบายตีปี๊บ
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงนามคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 132/2565 แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพปชร. จำนวน 15 คน มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ เป็นรองประธาน คณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่ศึกษาและ จัดทำร่างนโยบายเพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งนายไพบูลย์เรียกประชุมนัดแรกในวันที่ 23 พ.ย.

เป็นที่น่าสังเกตว่ามีบุคคลที่ทำงานใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร อาทิ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง ของพล.อ.ประวิตร ช่วยแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ปาล์มน้ำมันและสื่อสังคมออนไลน์ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กก.บห.พปชร. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายบุรินทร์ สุขพิศาล รองประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมัน นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดี ฝ่ายนวัตกรรมวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ม.ขอนแก่น นักวิชาการอิสระด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล น.ส.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ อาจารย์ประจำม.มหิดล เป็นกมธ.และอนุกมธ. ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้งหลายชุด

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อดีตเลขาฯ (สทนช.) กล่าวว่า ได้รับทาบทามให้เข้ามาช่วยจัดทำนโยบายพรรค จากประสบการณ์ ช่วงบริหารจัดการน้ำสมัยเป็นเลขาฯ สทนช. และไม่ทราบว่ากรรมการนโยบายพรรคต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ ถ้าต้องสมัครก็สมัครได้ แต่ใจจริงไม่อยากสมัครเป็นสมาชิก พรรคการเมืองและไม่ต้องการลงเล่นการเมือง

ปชป.กระทุ้งตู่ปรับครม.
ที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับครม.ว่า ตนส่งชื่อนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง ไปหลายสัปดาห์แล้ว และเห็นใจว่านายกฯ คงยุ่งอยู่กับเอเปค แต่เมื่อเอเปคจบแล้วก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาที่นายกฯ จะได้ช่วยดำเนินการได้ เพราะคนอื่นดำเนินการ ไม่ได้ นายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเท่านั้นที่จะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ดำเนินการตามขั้นตอน ของรัฐธรรมนูญ

นายจุรินทร์กล่าวถึงการเปิดตัวผู้สมัคร ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า จังหวัดชายแดนใต้ 12 ที่นั่ง ปชป.มีผู้สมัครครบและได้ประกาศตัว ชัดเจนแล้วว่าเราสู้ทั้ง 12 เขต ซึ่งมีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยากประกาศอะไรก็ประกาศ ปี 2548 ยุคนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค เราเคยได้ 11 จาก 12 ที่นั่ง รากฐานความเป็นไปได้นั้นมี ไม่ใช่ไม่มี และตนมั่นใจที่ยวนี้ เราเห็นจิตวิญญาณปชป.กลับคืนมา เสียงตอบรับ ดีมากแม้คราวที่แล้วเราได้ที่เดียว คราวนี้เชื่อว่า เราได้ไม่น้อย ขอให้รอดูผลที่จะออกมา เมื่อถาม ถึงความกังวลเรื่องพลังดูด หัวหน้าปชป.กล่าวว่า ไม่คิดว่าพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูดผู้แทนฯ จากพรรคอื่นจะสำเร็จ ในอดีตก็ล้มเหลวให้เห็น มาเยอะแล้ว

พท.จีบ‘อ๋อมสกาวใจ’ชิงสส.
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เผยว่า วันที่ 22 พ.ย. ภาคกทม.จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเพิ่มเติมอีก 8-9 เขต เป็นผู้สมัครทั้งที่ย้ายมาจาก พรรคอื่น เช่น นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ อดีตส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ที่จะลงสมัครเขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครที่ปรับเปลี่ยนเป็นการภายใน อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เดิมถูกวางให้ลงเขตจตุจักร นายพชร ธรรมมล หรือฟลุคเดอะสตาร์ เขตราชเทวี จะขยับไปลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อความเหมาะสมด้านพื้นที่

ส่วน น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ หรือ อ๋อม นางร้ายในละครหลายเรื่อง ที่ประกาศตัวยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตยนั้น พท.ทาบทามให้มาเล่นการเมือง คาดหมายว่าน่าจะลงสมัครเขตสะพานสูง ที่ยังไม่มีผู้สมัครของพรรค ถึงแม้ น.ส.สกาวใจ จะยังไม่มาเปิดตัววันที่ 22 พ.ย. แต่น่าจะเปิดตัวพร้อมผู้สมัครคนอื่นๆ ในล็อตสุดท้าย ในเขตที่ยังไม่ลงตัว เช่น เขตสายไหมของ นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, เขตดินแดง-ห้วยขวางของนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่มีแนวโน้มสูงจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคอื่น

ชทพ.ประชุมพรรค 22 พ.ย.
ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค เผยว่า วันที่ 22 พ.ย. เวลา 14.00 น. จะประชุมพรรค มีการเวิร์กช็อปส.ส. และกก.บห. เพื่อจัดทำนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง จะเป็นการระดมความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคหลายๆ คน เพื่อนำมาประกอบการจัดทำนโยบายหาเสียง ก่อนจะรวบรวมเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพรรคต่อไป ขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมเกินครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ผู้สมัครพื้นที่ต่างๆ เราเดินหน้า เรียกว่าเลือกตั้งเมื่อไรก็พร้อมเข้าโหมดเลือกตั้งกันอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่ากำชับลูกพรรคอย่างไรจนถึงมี.ค.66 นายวราวุธกล่าวว่า ประเด็นแรกที่สำคัญ คือให้ระมัดระวังกฎระเบียบกติกาของกกต. ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเรายังไม่เคยเจออยู่ยาวจนครบเทอมอย่างนี้ และได้กำชับให้ทุกคนเฝ้าพื้นที่ ทำงานกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เปิดตัว – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัวนายวรนัยน์ วาณิชกะ อดีตผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด และทีมคนรุ่นใหม่ เข้าร่วมงาน ซึ่งจะพิจารณาให้ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นคณะทำงานต่อไป ที่พรรคชาติพัฒนากล้า เมื่อวันที่ 21 พ.ย.

ชพก.เปิดตัว‘วรนัยน์’
ที่พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค แถลงเปิดตัว นายวรนัยน์ วาณิชกะ อดีตผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรครวมไทย ยูไนเต็ด (รทย.) และทีมคนรุ่นใหม่ ที่ตอบรับเข้าร่วมงานกับ ชพก.

นายกรณ์กล่าวว่า การได้ทีมคนรุ่นใหม่ มาร่วมทีมจะทำให้การขับเคลื่อนของพรรค ให้เป็นจริงได้ จะพิจารณาให้ลงสมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงเป็นคณะทำงานในพรรค เช่น ฝ่ายนโยบาย การส่งผู้สมัครส.ส. ทีมนายวรนัยน์ เบื้องต้นจะลงสมัคร ส.ส.กทม. ซึ่งไม่ทับซ้อนกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคที่วางไว้แล้ว อีกทั้งทีมของนายวรนัยน์จะเน้นการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ล่าสุดได้ช่วยพรรค ในส่วนของพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.นครราชสีมา

ด้านนายวรนัยน์กล่าวว่า การตัดสินใจร่วมงาน กับ ชพก.ผ่านการพูดคุย 2-3 เดือน จะมีทีมงาน จาก รทย.เข้ามาร่วมงานอย่างเป็นทางการ 5 คน ส่วนจะมีตามมาอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณา ของสมาชิก รทย. การลาออกจากพรรคเดิมตนเสียดาย เสียใจ แต่เข้ามาทำงานการเมืองไม่ใช่ รทย.แต่เป็นการทำงานเพื่อประเทศไทย การร่วมงานของตนกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา ชพก. เชื่อว่าสังคมแปลกใจ สิ่งที่เกิดขึ้นจากนี้คือ การสร้างขั้วทางการเมืองใหม่

นายกรณ์ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคเกิดใหม่อื่นๆ อีกหรือไม่ว่า พรรคไม่มียุทธศาสตร์ขยายพรรคให้เติบโตโดยการ ร่วมงานที่ไม่มีความชัดเจน ส่วนตัวไม่ได้คิดว่า ต้องเป็นพรรคใหญ่ที่สุด พรรคใหญ่แต่ขาดความชัดเจนในตัวตนไม่เป็นคำตอบกับประชาชน ซึ่งได้คุยกับนายสุวัจน์ ในแนวทางนี้ชัดเจนไม่ใช่แนวของพรรค

พปชร.ลุ้นศาลรธน.ชี้ 2 กม.ลูก
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญกำหนดพิจารณาร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองวันที่ 23 พ.ย. และร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. 30 พ.ย. ว่า ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยออกมา อย่างไร พปชร.ปฏิบัติตามได้อยู่แล้ว พปชร. พร้อมสู้ทุกกติกาแน่นอนไม่มีปัญหา

ด้านนายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ฝ่ายกฎหมาย พปชร. กล่าวว่า หากร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งมีประเด็นเรื่องไพรมารีโหวตถูกตีตก จะมีผล ทำให้พรรคการเมืองเกิดความยุ่งยาก เพราะต้อง ทำทุกเขต แต่ถ้าผ่านจะเกิดความสะดวก จะทำไพรมารีโหวตที่เขตจังหวัดเพียงเขตเดียว และจะสะดวกกับผู้ลงสมัคร แต่ไม่ว่าผล จะออกมาอย่างไรคิดว่าทุกพรรคสามารถปรับทำงานได้

ส่วนการวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ที่เกี่ยวข้องกับสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 หรือ 500 หากดูจากแนวทางการดำเนินการของวิปรัฐบาล หรือคณะอนุกรรมการ กลั่นกรอง คิดว่าถ้าใช้สูตรหารด้วย 100 จะตรง กับเจตนารมณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุด หาร 500 สัดส่วนส.ส. ที่ออกมาจะไม่เป็นไปตาม ที่ควรต้องเป็น ดังนั้น หากศาลตีความออกมาแล้วมีปัญหา ก็จำเป็นต้องเสนอร่างเข้าไปสู่รัฐสภาใหม่ และไม่แน่ใจว่ากระบวนการทำได้ทัน หรือไม่ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเป็นสุญญากาศ ตรงนี้เป็นข้อห่วงใยของทุกพรรค ไม่ใช่พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างเดียว

วิษณุเชื่อศาลมีทางออกให้
ที่ทำเนียบ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึง 2 กฎหมายลูกว่า รัฐบาลไม่ได้ ตั้งรับเพราะไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร และการตั้งรับเป็นภาระรับผิดชอบของหลายฝ่าย ทั้งกกต. รัฐบาล และสมาชิกรัฐสภา ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาถ้ามีปัญหา แต่ถ้าไม่มีปัญหาก็แล้วไป เมื่อถามว่ากรอบเวลาที่เหลือของรัฐบาล หากศาลวินิจฉัยยังแก้กฎหมายทัน ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่จะแก้ด้วยวิธีใด หากแก้ด้วยการออก พ.ร.ก. ถ้าร่วมมือกันเร่งคงจะได้ เพราะสภาเปิดสมัยประชุม ถึงปลาย ก.พ.2566 และเข้าที่ประชุมรัฐสภา หากไม่มีใครดึงให้ช้าก็ไปได้ อีกทั้งสภาหมดวาระ 22 มี.ค.2566 ยังสามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้

เมื่อถามว่าถึงที่สุดแล้วจะไม่เกิดสุญญากาศเพราะไม่มีกฎหมายเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เชื่อว่าทางหนีทีไล่ศาลจะแนะนำมาให้ด้วย เหมือนในบางคดีเพราะศาลเองไม่อยากเหนื่อยหลายหน และเมื่อศาลตัดสินมาทั้งสามฝ่าย คงต้องคุยกัน

ปปส.ไม่มีอำนาจรั้งประกาศกัญชา
นายวิษณุกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) 22 พ.ย. มีกระแสข่าวจะทบทวนให้กัญชา กลับมาเป็นยาเสพติด ว่า ไม่เป็นความจริง ทำไม่ได้ ในที่ประชุมจะหยิบยกประกาศกระทรวง สาธารณสุข (สธ.) เกี่ยวกับกัญชาขึ้นมาหารือว่ามีอะไรที่ครม.สงสัย และขอให้อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกช่วยชี้แจง แต่ถึงอย่างไรป.ป.ส. ก็ไม่สามารถไปดึงหรือไปแก้อะไรได้เพราะไม่มีอำนาจ

ศาลปค.รับฟ้อง-ถอนประกาศสธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา ในฐานะนายกสมาคมแพทย์นิติเวชฯ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้า พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้า พรรคก้าวไกล นายวิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้า พรรคเสรีรวมไทย และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนชาวไทย ยื่นฟ้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ รมว.สาธารณสุข และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็น ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ มีคำพิพากษา เพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงวันที่ 8 ก.พ.2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 และให้กัญชาจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามประกาศ สธ. ลงวันที่ 8 ธ.ค.2563 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติด ให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ.2563 ดังเดิม รวมทั้ง ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีนั้น

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณา เป็นคดีหมายดำที่ 2417/65 และอธิบดีศาลปกครองกลางได้จ่ายสำนวนให้องค์คณะและแต่งตั้งตุลาการผู้แถลงคดีแล้ว ขั้นตอนดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการพิจารณาคดี

2 องค์กรออกโรงหนุน
ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบ ตัวแทนเครือข่ายคนไทยรักชาติ นำโดย นายสาธุ อนุโมทามิ ประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ มี นายสาธิต สุทธิเสริม รักษาการผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน สปน.รับหนังสือ ขอให้รัฐบาลสนับสนุนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง และร่างประกาศ สธ. เรื่องสมุนไพรควบคุมกัญชา พ.ศ.2565

เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบ รศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำรายชื่อ 6,000 รายชื่อประชาชน ที่สนับสนุนร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ และประกาศ สธ. เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ลงวันที่ 11 พ.ย. 2565 มอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สธ. เพื่อผลักดัน ให้พืชกัญชาได้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และไม่ต้องการให้กลับมาเป็นยาเสพติด

อนุทินดักคอปปส.ถมน้ำลายรดฟ้า
นายอนุทินกล่าวว่า รายชื่อผู้สนับสนุนทำให้เห็นว่ากัญชามีประโยชน์ ถ้าใช้ในทาง การแพทย์ สุขภาพและส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้วยชื่อเสียงและเกียรติภูมิของสมาคมนักวิจัยฯ ถ้าทำในสิ่งที่เสียหายคงไม่มีใครมาสนับสนุน เมื่อถามว่ารายชื่อผู้สนับสนุนจะสะท้อนไปถึงการประชุมกับ ป.ป.ส. 22 พ.ย.หรือไม่ หลังมีกระแสข่าวจะดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด สิ่งที่เป็นยาเสพติดคือสารสกัดจากกัญชาที่มีค่า THC มากกว่า 0.2 % ประกาศ สธ.ที่ออกมาให้อำนาจ รมว.ในฐานะผู้รักษากฎหมาย จึงเหลือขั้นตอนประกาศในราช กิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นหน้าที่สำนักเลขาธิการครม. จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับป.ป.ส. และครม.

เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มีหน่วยงานใดจะขวาง ไม่ให้ประกาศในราชกิจจาฯ แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย รัฐมนตรีลงนามประกาศแล้วก็ถือว่าได้ใช้อำนาจ ไปเรียบร้อยแล้ว ตัดตอนไปแล้ว

เมื่อถามว่า ป.ป.ส.สามารถดึงกัญชากลับมา เป็นยาเสพติดได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส.ที่มีนายกฯ เป็นประธาน มอบหมายนายวิษณุ เป็นประธาน กรรมการชุดนี้ประกาศให้กัญชาไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นที่มีสาร THC 0.2% จะไปถ่มน้ำลายรดฟ้า ได้อย่างไร และเรื่องนี้ตนไม่ต้องคุยกับนายวิษณุ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ใครที่อ้างนักหนาว่า ห่วงใยเยาวชนก็ออก พ.ร.บ.กัญชาให้เรียบร้อย เพิ่มเติมตัดต่อเสนอแนะทำได้หมด เป็นห่วง ก็ต้องออกกฎหมายไม่มีทางเลือกอื่น

ยันไม่ทบทวนประกาศสธ.
นายอนุทินกล่าวช่วงเช้าว่า วาระบอร์ด ป.ป.ส. 22 พ.ย. คือกรณีมีคนไปฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่ง ซึ่งต้องรายงานที่ประชุม ส่วนประกาศสธ. ไม่น่าเกี่ยวกับ ป.ป.ส. เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด และถ้าถามตนกัญชาไม่มีทางกลับมาเป็นยาเสพติด ประกาศ สธ.ชัดเจนในตัวกฎหมายว่าเป็นประกาศของ สธ. มีคนไปคิดว่าเป็นกฎกระทรวงหรือไม่ ถึงเข้าไปใน ครม. ประกาศกระทรวงเป็นอำนาจเต็มของรัฐมนตรี ถือว่าจบกระบวนการแล้ว ไม่น่าไปเกี่ยวผูกพันกับคนอื่นและ ขั้นตอนก็ชัดเจนว่าเมื่อรัฐมนตรีลงนามก็ส่งสำนักงานเลขาฯ ครม.ประกาศในราชกิจจาฯ ไม่มีข้อความตรงไหนบอกว่าจะให้ยับยั้ง หรือทักท้วงได้ รัฐมนตรีใหญ่กว่าเลขาฯ ครม. จึงท้วงไม่ได้ เมื่อถามว่าเมื่อยังไม่ได้ลงในราชกิจจาฯ จะทบทวนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องทบทวน รัฐมนตรีลงนามเรียบร้อยแล้วต้องไปตามขั้นตอน

เมื่อถามว่าจะมีการนำม็อบกัญชาไปรอผลประชุม ป.ป.ส. วันที่ 22 พ.ย. นายอนุทินกล่าวว่า อย่าไปกดดันกันเลย ตนก็ฟังทั้งที่กดดัน และสนับสนุนแล้วดูว่าอะไรเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุด เราควบคุมการใช้ผิดประเภท ได้หมด

กลุ่มเยาวชนยื่นจี้ปิดสุญญากาศ
เวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบ กลุ่มเครือข่ายเยาวชน “ไม่นะกัญชาและยาเสพติด” (YNAC) ยื่นหนังสือถึงวิปรัฐบาล ผ่านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล เพื่อขอให้ยกเลิกประกาศสธ. ฉบับปลดกัญชาเสรี และคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด สธ. เพื่อให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 ภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด

นายยศกร ขุนภักดี ผู้ประสาน YNAC กล่าวว่า ทางกลุ่มห่วงว่าจะสามารถเข้าถึงกัญชา ได้มากเกินไป จึงอยากฝากวิปรัฐบาลช่วยพิจารณา เอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติดตามเดิม และใช้ ทางการแพทย์เท่านั้น เนื่องจากการพิจารณากฎหมายให้รัดกุมและไม่มีช่องว่างนั้นใช้เวลานานเกินไป จึงอยากให้ปิดสุญญากาศตรงนี้ทันทีจนกว่าจะมีกฎหมายออกมา

คาดถกพรบ.กัญชาสัปดาห์นี้
ด้านนายชินวรณ์เผยผลการประชุมวิป รัฐบาลว่า จะประชุมสภา 23-25 พ.ย. วันที่ 23 พ.ย. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ…. ที่พิจารณาไปแล้ว 5 มาตรา จาก 23 มาตรา คงใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ…. ทั้งหมด 165 มาตรา โดยมี กมธ.ขอแก้ไข 13 มาตรา น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง

สำหรับร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ หากไม่มีปัญหาอุปสรรคอะไรจะเข้าพิจารณาในสัปดาห์นี้ และยืนยันว่าวิปรัฐบาลยังมีมติเช่นเดิมคือให้เป็นความคิดเห็นของแต่ละพรรค เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. เมื่อถามว่า แสดงว่าให้สมาชิกฟรีโหวต นายชินวรณ์กล่าวว่า ส.ส.ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและในสภาต้องเอาเสียงข้างมาก เป็นหลัก

วุฒิสภายื้อประชามติแก้รธน.
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนฯ พิจารณาเสนอต่อครม. ดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชน ต่อการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ

ในช่วงการอภิปรายแสดงความเห็น ส.ว. ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการทำประชามติ เพื่อลดแรงกดดันและความขัดแย้งทางการเมือง แต่มีเหตุผล และรายละเอียดแตกต่างกัน ออกไป ว่าจะทำประชามติช่วงใด และการทำประชามติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง บางส่วนกังวล กับรายละเอียดการแก้ไขที่อาจกระทบกับประเด็นอ่อนไหว กระทั่ง นายสมชาย แสวงการ เสนอญัตติให้ที่ประชุมตั้ง กมธ.สามัญคณะหนึ่ง ที่ประกอบด้วยผู้แทนจาก กมธ.26 คณะ ทำหน้าที่ศึกษาเรื่องนี้ก่อนลงมติ โดยที่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อภิปรายสนับสนุน แต่นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน คัดค้านเพราะมองว่า 3 ปีกว่าที่เป็นส.ว. ทุกคนรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 ทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว เพราะศึกษาก็คือยื้อรัฐธรรมนูญ ยื้อประชามติ ให้เสียเวลาเปล่าๆ

จากนั้น พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธาน วุฒิสภา ประธานในที่ประชุม ให้สมาชิกลงมติ ที่ประชุมเห็นชอบกับญัตติดังกล่าวด้วยคะแนน 151 ต่อ 26 คะแนน และงดออกเสียง 15 เสียง ตั้งกมธ. 26 คน ใช้เวลาพิจารณา 30 วัน

ศาลออกหมายจับปูคดีย้ายถวิล
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง สนามหลวง ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งเเรก (สอบคำให้การ) ในคดี หมายเลขดำที่ อม.11/2565 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีครั้งเป็นนายกฯ ใช้อำนาจโอนนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.ในขณะนั้น มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ โดยมิชอบ โดยฟ้องเมื่อ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาศาลประทับรับฟ้อง ตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 27 เมื่อ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา และส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดย วิธีปิดหมาย กับประกาศที่หน้าศาล

วันนี้ศาลฯนัดพิจารณาครั้งแรก ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยไม่มาแต่ตั้งนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายวิญญัติ ชาติมนตรี เป็นทนายจำเลย โจทก์แถลงว่า จำเลยมิได้มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดี จึงออกหมายจับจำเลย ตาม พ.ร.ป. วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มาตรา 28 วรรคหนึ่ง

จำเลยมิได้มาศาลให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ตามพ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มาตรา 33 วรรคสาม ตอนท้าย ทนายจำเลยแถลงขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่วันนี้ อนุญาตตามขอและนัดตรวจพยาน หลักฐาน 14 มี.ค. 2566 เวลา 13.30 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน