ดับสยองห้างกรุง แค้นเป็นกิ๊กแฟน
สาวจีนจ้วงแทงรุ่นน้องพรุน 27 แผล ดับสยองคาห้องน้ำศูนย์การค้าที่ทุ่งสองห้อง รปภ.จับตัวส่งตำรวจได้ทันควัน มือมีดสารภาพเป็นแม่ค้าออนไลน์นัดมาเคลียร์รักสามเส้า หลังว่าจ้าง ผู้ตายมาเป็นล่ามพูดคุยกับแฟนหนุ่มชาวรัสเซีย ต่อมาจับได้ว่าแอบมีสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มจึงขอร้องให้เลิก แต่กลับข่มขู่จะนำภาพเปลือยมาโพสต์ประจานให้อับอาย จึงนัดมากินข้าวเคลียร์ปัญหาและขอให้ลบภาพแต่ถูกปฏิเสธ ด้วยความโมโหจึงใช้มีดปอกผลไม้แทงจนตายคาที่ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกอาวุธไปในที่สาธารณะ และเป็นคนต่างด้าวลักลอบอยู่ในราชอาณาจักร ส่งตัวดำเนินคดีต่อไป
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 พ.ย. พ.ต.ต.อนุชิต ชาติชูเหลี่ยม สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุหญิงชาวจีนใช้มีดแทงหญิงชาวจีนด้วยกันเสียชีวิต ภายในห้องน้ำศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ที่ซอยประชาชื่น 12 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2
จุดเกิดเหตุอยู่หน้าห้องน้ำหญิงชั้นล่าง พบรองเท้าสีดำ 1 คู่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เสื้อคลุมสีดำ 1 ตัว เปื้อนเลือดกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางคราบเลือดจำนวนมากยาวเข้าไปในห้องน้ำ พบศพ น.ส.ฉุง ซือ ยี่ อายุ 24 ปี สภาพนอนตะแคงซ้าย สวมเสื้อแขนยาวไหมพรมสีฟ้า กางเกงยีนส์ขายาวสีฟ้า มีเลือดท่วมตัว ใกล้กันพบมีดปอกผลไม้ยาว 15 ซ.ม. เปื้อนเลือดตกอยู่ จากการตรวจสอบพบว่าตามร่างกายถูกแทงด้วยอาวุธมีด 27 แผล เจ้าหน้าที่ส่งนิติเวชฯ ร.พ.ภูมิพล กรมแพทย์ทหารอากาศ
ส่วนผู้ก่อเหตุนั่งรอมอบตัวด้วยมือเปื้อนเลือด ทราบชื่อภายหลัง น.ส.ถัง จุน อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนยัง สน.ทุ่งสองห้อง
สอบถามแม่บ้านที่เห็นเหตุการณ์เผยว่า เห็นทั้งคู่มาด้วยกัน เข้าไปกินอาหาร พอเดินมาบริเวณห้องน้ำได้ยินเสียงทะเลาะกัน แล้วผู้ก่อเหตุใช้มีดปอกผลไม้ที่นำมาเอง ไม่ใช่มีดของร้านอาหาร แทงเข้าที่หน้าท้อง 1 ครั้ง แล้วฉุดกระชากเข้าไปในห้องน้ำ กระหน่ำแทงอีกหลายครั้ง ตนตกใจก้าวขาร้องให้คนช่วยยังไม่ได้ ช็อกมากๆ พอตั้งสติได้รีบวิ่งไปเรียกรปภ.มาที่เกิดเหตุ
นายภัทราวุธ แสงทวี อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเผยว่า ตนเข้ามาหลังจากที่เกิดการแทงไปแล้ว แทงกันบริเวณหน้าห้องน้ำแล้วไปแทงข้างในอีก โดยตนควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้เกรงว่าจะหนีไป รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุมตัวต่อไป
นายอัครวิทย์ สมรอด 28 ปี กล่าวว่า ตนอยู่ในกลุ่มแอพพลิเคชั่นวีแช็ตแบบโอเพ่นแช็ตที่ส่วนใหญ่คนจีนจะตั้งกลุ่มขึ้นมาแลกเปลี่ยนกัน อาทิ กลุ่มนักศึกษาจีนในไทย และกลุ่มนักธุรกิจในไทย ตนมีเพื่อนคนจีนอยู่บ้างพอทราบว่าผู้ก่อเหตุอาจมีปัญหาทางสมอง เนื่องจากเวลามีปัญหาอะไรจะพิมพ์ข้อความระบายไปในกลุ่มหรือประจานสิ่งนั้นๆ ลงกลุ่ม ด้วยข้อความที่หยาบคาย พร้อมกับส่งถ่ายภาพไปพร้อมกัน เชื่อว่าน่าจะนัดเจอแล้วเคลียร์กัน
ด้าน พ.ต.อ.มารุตกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการถ่ายภาพแล้ว แบล็กเมล์กัน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ส่วนผู้ก่อเหตุขณะนี้นำตัวไปรักษาแผลที่มือขวา ที่ร.พ.ใกล้เคียงเนื่องจากมีแผลที่เส้นเลือดใหญ่
จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ฉุง ซือ ยี่ ผู้ตาย เป็นนักศึกษาชั้นปี 4 สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยใช้วีซ่านักศึกษาเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งพบว่าหมดอายุ โอเวอร์สเตย์ หรืออยู่เกินกำหนด ส่วน น.ส.ถัง จุน ผู้ก่อเหตุ อาชีพเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยและหมดอายุเช่นกัน
น.ส.ถัง จุน ให้การผ่านล่ามว่า ก่อนหน้านี้ว่าจ้างให้ น.ส.ฉุง ซือ ยี่ ผู้ตาย มาเป็นล่ามให้พูดคุยกับแฟนหนุ่มชาวรัสเซีย ซึ่งทั้งหมดรู้จักกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นวีแช็ต ที่นิยมใช้ในประเทศจีน ต่อมาตนจับได้ว่าผู้ตายมีความสนิทสนม และแอบคบหากับแฟนหนุ่มตน จึงเกิดความโมโห ทักแช็ตไปต่อว่าผู้ตายเรื่องที่แอบคุยกัน ต่อมาตนได้สั่งให้ผู้ตายเลิกยุ่งกับแฟนหนุ่ม แต่ก็ไม่ยอมเลิก และขู่ว่าหากมายุ่งสร้างความวุ่นวาย จะนำภาพและคลิปตนเปลือยกายออกมาเผยแพร่ประจานผ่านทางวีแช็ต ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นภาพที่ผู้ตายกล่าวอ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะมี เพราะที่ผ่านมาเคยเห็นผู้ตายและแฟนหนุ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน และถ้ามีภาพเหล่านั้นจริงก็อาจจะเป็นแฟนหนุ่มที่ส่งให้
น.ส.ถัง จุน ให้การต่อว่า วันนี้จึงได้นัด ผู้ตายมาเคลียร์ปัญหา และขอให้ลบภาพและคลิป กันที่ร้านอาหารในห้างนี้ แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เมื่อทานข้าวเสร็จได้เดินออกมาจากร้านพร้อมกัน ด้วยอารมณ์โมโห จึงนำอาวุธมีดที่เตรียมมาแทงไปที่ตัวผู้ตาย 1 ครั้ง จากนั้น ผู้ตายพยายามวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ จึงได้วิ่งตามไปกระหน่ำแทงซ้ำไปหลายครั้ง
ภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว น.ส.ถัง จุน เข้าไปในห้องควบคุม พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธมีดไปในเมือง ชุมชน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเกินเวลา ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป