ลุงเครียดถูกยึดที่ กระบะขนน้ำมัน จุดไฟ-ขับตะลุย! บุรีรัมย์หนีระทึก

ระทึก! ลุงวัย 58 ขับกระบะขนแกลลอนน้ำมันจุดไฟ พุ่งชนสนง.บังคับคดีกลางเมืองบุรีรัมย์ เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวคล้ายระเบิด ก่อนไฟลุกไหม้รถ รปภ.-จนท.สนง.ช่วยกันดับโกลาหล ฝ่าเปลวเพลิงเข้าช่วยผู้ก่อเหตุที่หมดสติคารถออกมานำส่งร.พ. ผกก.เมืองบุรีรัมย์รุดนำชุดสืบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในรถพบเหล้าขาว 1 ขวดเปิดแล้ว น้ำมัน 2 แกลลอน เปิดใช้แล้ว 1 พลุไฟ 3 แท่ง ใช้แล้ว 1 และประทัดอีก 1 กล่อง ที่หลังรถพบน้ำมันอีก 3 แกลลอน สอบสวนเบื้องต้นคาดผู้ก่อเหตุเกิดความเครียดถูกฟ้องยึดที่ดินขายทอดตลาด เคยมาร้องขอความเป็นธรรมแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ย. พ.ต.ท.ธนัช นครไธสง สารวัตรเวร สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับ แจ้งเหตุ รถยนต์กระบะพุ่งชนประตูเหล็ก ด้านหน้าสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ แล้ว ตัวรถพุ่งเข้าไปใต้อาคาร ก่อนไฟลุกไหม้รถ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนขับ 1 ราย จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยเข้าดับไฟ และให้การช่วยเหลือ นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สี่ประตู สีขาว ทะเบียน กต-9273 บุรีรัมย์ ด้านหน้าอยู่ใต้อาคาร ส่วนตัวรถอยู่บริเวณลานปูนหน้าอาคาร กันชนหน้าฝั่งขวาได้รับความเสียหาย บริเวณเบาะรถด้านหลังคนขับมีไฟลุกไหม้ พบคนขับติดอยู่กับเบาะนั่ง ทราบชื่อภายหลัง นายมานพ มาลี อายุ 58 ปี เป็นชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ได้รีบ ช่วยเหลือนำตัวคนขับออกจากรถในสภาพ ที่หมดสติ อาการโคม่า คาดว่าน่าจะสูดดม กลิ่นควันเข้าไป ก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะนำตัวส่ง ร.พ.บุรีรัมย์ ล่าสุดอาการยังโคม่า ขณะที่ รปภ. และเจ้าหน้าที่บังคับคดีได้นำถังเคมีดับเพลิงฉีดพ่นดับไฟที่ลุกไหม้รถยนต์หมดไป 6-7 ถัง

ต่อมา พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับพนักงานสอบสวน

พิษบังคับคดี – พลเมืองดีช่วยเหลือนายมานพ มาลี อายุ 58 ปี ที่อยู่ในอาการโคม่าจากการสำลักควัน หลังขับรถกระบะบรรทุกแกลลอนน้ำมันจุดไฟ วิ่งชนสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เบื้องต้นสันนิษฐานคับแค้นใจที่ถูกบังคับคดีขายที่ดินทอดตลาด

จากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบขวดเหล้าขาวที่เปิดดื่มไปแล้ว 1 ขวด ตั้งอยู่ช่องเก็บของข้างคนขับ พร้อมเงินจำนวนหนึ่ง ส่วนบนเบาะด้านหลังฝั่งคนขับ พบผ้าขนหนู 2 ผืน กระเป๋าใส่เอกสารสีดำ 1 ใบ และพบแกลลอนน้ำมัน 2 แกลลอน วางอยู่ เปิดใช้แล้ว 1 แกลลอน, พลุไฟ 3 แท่ง ใช้แล้ว 1 แท่ง และประทัดอีก 1 กล่อง ส่วนด้านหลังกระบะยังพบแกลลอนบรรจุน้ำมันอีก 3 แกลลอนเปิดฝาทิ้งไว้ 2 แกลลอน ยังมีน้ำมันเต็มทุกแกลลอน ส่วนสำนักงานบังคับคดี มีเพียงประตูเหล็กด้านหน้าที่ถูกรถพุ่งชนได้รับ ความเสียหายเล็กน้อย

สอบถามเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำสำนักงานบังคับคดี เล่าว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกให้กับคนที่เข้าไปติดต่อราชการตามปกติ ซึ่งจะเปิดประตูเหล็กด้านหน้าให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ พอเดินเข้าออก ได้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไปจอดด้านใน แต่จู่ๆ รถคันดังกล่าวก็ขับพุ่งชนประตูเหล็กสำนักงานเข้าไปอยู่ใต้อาคาร แล้วเกิดไฟลุกไหม้ภายในรถ สร้างความตื่นตกใจ ให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อราชการมาก จากนั้นจึงรีบนำถังดับเพลิงที่อยู่ในสำนักงานมาฉีดดับไฟ และมีเจ้าหน้าที่พากัน ช่วยคนขับที่ติดภายในรถออกมา แล้วรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมารีบตัวคนเจ็บส่ง ร.พ. เพราะหมดสติ

ด้านนายสมเกียรติ ที่รัก อายุ 55 ปี ชาวอ.ลำปลายมาศ ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะนั่งรอพี่สาวอยู่ที่หน้าสำนักงาน ก็เห็นรถกระบะคันดังกล่าวขับพุ่งชนประตูเหล็กแล้วได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 2 ครั้ง ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ที่เบาะด้านหลังคนขับ ตนตกใจ รีบพากัน วิ่งออกไปข้างนอกรั้วสำนักงาน เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากที่เห็นมีทั้งแกลลอนน้ำมันด้านในรถและกระบะท้าย รวมถึงพลุประทัดในรถ ก็คิดว่าน่าจะตั้งใจมาก่อเหตุอะไรสักอย่าง ไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดา

รายงานข่าวระบุว่า จาการสอบสวนเบื้องต้น คาดว่า นายมานพ ผู้ก่อเหตุ มีเจตนาขับขี่รถยนต์ พุ่งชนประตูรั้วของสำนักงานบังคับคดี โดยสาเหตุ น่าจะเกิดจากความเครียดจากการถูกบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินของตนเองและภรรยา รู้สึก ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะก่อนหน้านี้ เคยทำเรื่องร้องขอความเป็นธรรมแล้ว น่าจะเป็น เหตุจูงใจที่ตัดสินใจก่อเหตุขึ้น ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำนายมานพโดยละเอียด รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน