ชัยวุฒิยันทิ้งสส.พปชร.อ้างทุ่มเททำหน้าที่รมต. ก้าวไกลเปิดนโยบายกระจายอำนาจก้าวหน้า ลูกหมีโผล่เวที ‘รทสช.’
ปชป.ชักอึดอัด นายกฯ ยื้อปรับครม. ‘จุรินทร์’บ่นดังๆ ไม่คิดว่าจะยืดเยื้อขนาดนี้ ชี้เป็นรัฐบาลผสมต้องให้ความสำคัญทุกพรรคร่วม ชินวรณ์ฉะเอา การเมืองเป็นตัวตั้ง‘ชัยวุฒิ’แจงลาออกส.ส.พปชร. จะใช้เวลาทุ่มเททำหน้าที่รัฐมนตรี ‘ป้อม’เซอร์ไพรส์ วิดีโอคอลร่วมงานที่สารคาม อนุทินมอบนโยบาย อสม.เชียงราย ส.ส.เพื่อไทย ‘รังสรรค์-สามารถ’ โผล่แจม ‘พีระพันธุ์’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชุมพร ‘ลูกช้าง-ลูกหมี’ ร่วมเวที ก้าวไกลโชว์นโยบาย ‘กระจายอำนาจก้าวหน้า’ เติมงบท้องถิ่นปีละ 2 แสนล้าน เลือกตั้งนายกจังหวัดแทนผู้ว่าฯ แต่ยันไม่ยกเลิกข้าราชการท้องถิ่น
ธนาธรโชว์ผลงานท้องถิ่น
เวลา 09.40 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมกันแถลงนโยบายด้านท้องถิ่นของพรรค ก.ก.
นายธนาธรกล่าวว่า คณะก้าวหน้าขอนำเสนอผลงานที่ประสบความสำเร็จจากการทำงานด้านท้องถิ่น เราเห็นว่าการเมือง ท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติต้องทำร่วมกัน จึงทำโครงการต่างๆ ในระดับท้องถิ่น ที่ประสบความสำเร็จ อาทิ โครงการน้ำประปาดื่มได้ ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด คาดปี 2566 จะทำได้ในอีก 4 พื้นที่ โครงการนี้จะสำเร็จได้ต้องออกเป็นกฎหมาย ซึ่งพรรค ก.ก.จะอาสาทำโครงการนี้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า
ยังมี “โครงการอาจสามารถสะออน” มหกรรมงานศิลปะที่จัดขึ้นครั้งแรกปีนี้ เพื่อให้บรรยากาศกลับมาครึกครื้นหลังโควิด-19 จะจัดขึ้นวันที่ 10-11 ธ.ค.นี้ “โครงการอ่านปั้นฝัน” เราทำงานกับ 14 เทศบาลใน 6 จังหวัด ในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก 47 ศูนย์ มอบนิทานให้ศูนย์เด็กเล็กเพื่อส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ หลังทำโครงการนี้มาแล้วเด็กๆ มีสมาธิมากขึ้น ก้าวร้าวน้อยลง

ปลดท้องถิ่น – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดนโยบายกระจายอำนาจท้องถิ่น เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่มงบจังหวัด ปลดล็อกท้องถิ่นให้จัดทำบริการสาธารณะ เพิ่มอำนาจประชาชนตรวจสอบ ที่อาคารอนาคตใหม่ กทม. เมื่อ วันที่ 26 พ.ย.
กระจายอำนาจ-ยุติรัฐรวมศูนย์
“โครงการเบบี้บ็อกซ์” หรือกล่องรับขวัญ มี อปท. 3 แห่งร่วมโครงการนี้ เป็นกล่องที่มอบให้แม่ ภายในกล่องมีอุปกรณ์ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก เพื่อลดภาระครัวเรือนและให้อปท.เข้าไปดูแลเด็กๆ ได้ตั้งแต่แรกเกิด “โครงการห้องปลอดภัย” มาจากความตระหนักว่าศูนย์เด็กเล็กต้องมีความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำอีก โดยจะมีห้องกันภัยภายในศูนย์ คาดว่า ม.ค.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาล ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จะติดตั้งห้องปลอดภัยสำเร็จ
“การทำงานร่วมกันของคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ทำให้เราเข้าใจปัญหาหน้างาน เพื่อนำเครื่องมือมาแก้ปัญหาเชิงระบบและเชิงพื้นที่ เกิดเป็นนโยบายกระจายอำนาจยุติรัฐรวมศูนย์ หากทำได้ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ละตำบลจะแข่งกันพัฒนา จึงหวังว่าทุกท่านจะเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และสนับสนุนพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป” นายธนาธรกล่าว
เพิ่มงบท้องถิ่น2แสนล./ปี
ด้านนายพิธากล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ก.ก.มีบ้านนโยบายก้าวไกล ประเทศไทยก้าวหน้า โดยมี 9 เสาหลัก ก่อนหน้านี้แถลงแล้ว 2 เสาหลักคือ การเมืองก้าวหน้าและสวัสดิการก้าวหน้า วันนี้จะพูดถึงเสาหลักที่ 3 “การกระจาย อำนาจก้าวหน้า” ประเด็นการกระจาย อำนาจเรามองไปถึงเรื่องการเอาทหารออกจากการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ การกระจายอำนาจถือเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงแก้ปัญหาเมืองโตเดี่ยว
ที่ผ่านมา 87% ของงบประมาณประเทศกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง หากมีการกระจาย อำนาจจะทำให้เศรษฐกิจโตขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ลดโอกาสการคอร์รัปชั่น และทำให้การบริการสาธารณะรวดเร็ว ถูกและดีขึ้น หากพรรค ก.ก.เป็นรัฐบาล ภายใน 100 วัน จะยกเลิกคำสั่งคสช. คืนอำนาจการคัดเลือกบุคลากรให้ท้องถิ่น และช่วง 1 ปีแรกจะทำประชามติถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการกระจาย อำนาจหรือไม่ เทอมแรกของรัฐบาลพรรค ก.ก.จำเป็นต้องเติมทรัพยากรให้ผู้บริหารท้องถิ่น ที่ตั้งใจจะเปลี่ยนงบประมาณในประเทศ เสริมให้ท้องถิ่นปีละ 2 แสนล้านบาทต่อปี
เลือกนายกจังหวัด
นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. กล่าวว่า นโยบายทุกจังหวัดไทยก้าวหน้าประกอบด้วย 4 ข้อสำคัญ ได้แก่ 1.วางโรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้ง “นายกจังหวัด” เป็นผู้บริหารสูงสุดในจังหวัดแทนผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง 2.เพิ่มงบจังหวัดจัดการตนเอง 3.ปลดล็อกกฎระเบียบให้ท้องถิ่นจัดทำบริการสาธารณะ และแก้ปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทั้งหมด และ 4.เพิ่มอำนาจประชาชนตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่น แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
พรรคขอยืนยันกับข้าราชการทุกคนที่สังกัดส่วนภูมิภาคและสังกัดส่วนท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำแหน่งแห่งหนจะยังคงอยู่ ทุกสิทธิประโยชน์จะยังคงเดิม และทุกความก้าวหน้าจะยังคงมี การปฏิรูประบบราชการครั้งนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนการทำงานของข้าราชการบางส่วนในแต่ละพื้นที่ จากเดิมที่ทำงานแยกกันภายใต้อธิบดี หรือปลัดกระทรวงที่กทม.เปลี่ยนเป็นทำงานร่วมกันภายใต้ผู้บริหารท้องถิ่นที่ประชาชนเลือกโดยตรง เป็นการออกแบบระบบราชการที่ทำให้ศักดิ์และสิทธิของข้าราชการทุกสังกัดเท่าเทียมกัน มีกลไกรองรับการถ่ายโอนโยกย้ายระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น
“ผมเชื่ออย่างสุดใจว่าภารกิจนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ทุกจังหวัดก้าวหน้า ถ้าประชาชนเป็นคนเลือกนายกจังหวัด และหากเลือกแล้วจะไม่มีรัฐบาลไหนเปลี่ยนกลับมาให้มีผู้บริหารจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งได้อีก นี่จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ไม่มีวันย้อนกลับได้” นายวรภพกล่าว
พิธายันผลักดันแก้ม.112
นายพิธาให้สัมภาษณ์กรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ทวิตเตอร์ถามถึงการผลักดันของพรรค ก.ก.ต่อการการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยยืนยันว่ายังคงผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 เนื่องด้วยช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีการหยิบกฎหมายมาใช้ทำลายคนเห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาล ล่าสุดมี 19 คนที่พรรค ก.ก.ใช้สิทธิ์ ส.ส.ประกันตัว ยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ยังมีการปิดกั้นการยื่นแก้ไขมาตรา 112 โดยหลังจากนี้จะพิจารณาว่าจะสามารถผลักดันในสภาได้อย่างไรบ้าง หากสมัยนี้ทำไม่ได้ สภาชุดหน้าต้องทำให้ได้มากกว่าเดิม
จะยังคงผลักดันต่อเนื่องทั้งการผลักดันในสภา รวมถึงทำเป็นนโยบายหาเสียง โดยจะทำตามบริบทของสถานการณ์ เนื่องจากเป็นประเด็นละเอียดอ่อนต้องมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย ซึ่งในสภาเหมาะสมที่สุด เพราะมีประชาชนได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 จำนวนมาก ผลงานของพรรค ก.ก. คือการยื่นแก้ไขมาตรา 112 และการอภิปรายงบประมาณปี 2566 ที่อยู่ในงบนอกพระราชวัง รวมถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 ซึ่งเป็น 3 อย่างที่พยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาธิปไตยของไทยเป็นไปตามหลักสากล
เชื่อร่างแก้ท้องถิ่นผ่านวาระแรก
นายพิธายังกล่าวถึงวาระการประชุมสภา 29-30 พ.ย.นี้ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 หมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเชื่อว่ารัฐสภาจะให้ความเห็นชอบร่างฉบับนี้ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายค้านเห็นตรงกันที่จะให้ความเห็นชอบ ส่วนความเห็นของฝ่ายรัฐบาลก็ต้องกระทุ้งถาม เพราะเวลาที่มีการอภิปรายเรื่องการ กระจายอำนาจ ทุกคนต่างร่วมแสดงความเห็นอภิปราย
ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งเชื่อว่าหลายคนทำงานเรื่องนี้ จะเข้าใจความลำบากของข้าราชการในส่วนภูมิภาค ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่พิจารณาวาระนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมสัปดาห์นี้หรือไม่ เพราะการประสานงานของวิปทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ราบรื่น

ชำแหละ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จี้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งคสช.ที่เกี่ยวข้องกับส่วนต่อขยายเส้นทางนอกกทม. โอนการบริหารคืนรฟม. และเปิดประมูลตามพ.ร.บ.ร่วมทุน ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 26 พ.ย.
พท.ยันไม่กลับไปหาร500
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนิจฉัยว่าร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ข้อความ ม.25 และ ม.26 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ม.93 และ ม.94 หรือไม่ และตราขึ้นไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นที่สนใจ มีการวิพากษ์วิจารณ์คาดการณ์ถึงคำวินิจฉัยในแง่มุมต่างๆ นานา บางคนพูดถึงจะกลับไปหาร 500 ได้อีก ดูจากคำร้องแล้วศาลต้องวินิจฉัยว่า ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ และกระบวนการตราขึ้นไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น
จากคำชี้แจงของ กกต.ที่ส่งศาลไม่มีข้อความใดบ่งชี้ว่า มาตรา 25 มาตรา 26 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 ผู้ร้องไม่ได้ร้องขอให้วินิจฉัยว่าการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 ตาม มาตรา 23 ของร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเหตุมิให้ศาลพิจารณากรณีนี้ ดังนั้นศาลจะวินิจฉัยว่าการยกเลิกไม่คำนวณ ส.ส.พึงมี และส.ส.บัญชีรายชื่อพึงได้รับตาม ม.25 และ ม.26 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ม.93 และ ม.94 และวินิจฉัยกระบวนการตราร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น ถ้าวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งกรณีไม่ใช่สาระสำคัญ 2 มาตรานี้ก็ใช้บังคับไม่ได้ ร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ก็เข้าสู่ขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้าเป็นสาระสำคัญก็ตกทั้งฉบับ ต้องไปยกร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ใหม่ ส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาใหม่ ไม่มีกลับไปหาร 500 แน่นอน
ชินวรณ์มั่นใจตัดสินเป็นบวก
ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ประธานวิป ปชป. กล่าวกรณีเดียวกันว่า ค่อนข้างมั่นใจการพิจารณาของศาลจะเป็นทางออกให้การเมืองไทยครั้งสำคัญอีกครั้ง ในขั้นกมธ.เราใช้ร่างของกกต.พิจารณาเป็นร่างหลัก ประกอบกับการที่ศาลถามความเห็นก็ได้ถามไปยัง กกต.ในฐานะผู้เสนอร่าง ทราบว่ากตต.ยืนยันว่าร่างไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ทำให้มั่นใจว่าการวินิจฉัยของศาลจะเป็นทางออกให้การเมืองไทยต่อไป ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในคำวินิจฉัย เพื่อให้การเมืองผ่านไปได้
เมื่อถามว่าหากศาลวินิจฉัยการหาร 100 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ นายกฯจะยุบสภาเลยหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า การจะยุบสภาเป็นอำนาจนายกฯ แต่ทำให้ กกต.ได้เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ที่สำคัญหากนายกฯจะลงเล่นการเมืองก็ต้องมีเวลาเตรียมตัว เมื่อมีอำนาจใยุบสภาก็คงเลือกเวลาที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง แต่ก็อยากเห็นท่านเป็นรัฐบุรุษ เพราะถ้าจะเล่นการเมืองต่อก็ต้องเป็นนักการเมือง แต่ด้วยความห่วงใยเหมือนอดีตประธานาธิบดีสหรัฐเคยกล่าวว่านักการเมืองที่ไม่ดี ส่วนใหญ่มาจากการเป็นนักการเมืองที่นานเกินไป ดังนั้นนายกฯต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง
จี้นายกฯปรับครม.
นายชินวรณ์กล่าวว่า ที่นายกฯบอกว่าอยากอยู่ยาว ก็เห็นว่าสิ่งที่นายกฯต้องรับผิดชอบในการบริหาร โดยเฉพาะตำแหน่ง รมช.มหาดไทยที่ว่างลงเด็ดขาด และปชป.ในฐานะเป็นรัฐบาลผสมได้เสนอชื่อ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง ไปเป็นรมช.มหาดไทยแล้ว ผ่านกระบวนการของพรรคอย่างถูกต้อง นายกฯกรุณานำชื่อขึ้นโปรดเกล้าฯ ก็จะเป็นเรื่องของการเคารพกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และตำแหน่งรมช.มหาดไทย ก็เป็นประโยชน์ในการดูแลประชาชนทั้งน้ำท่วมและพายุ สามารถดูแลได้โดยตรง แต่นายกฯกลับเอาเรื่องของการเมืองมาเป็นตัวตั้ง

สะพานเชื่อม – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ร่วมเสวนา การสร้างสะพานเชื่อม “เกาะสมุย-แผ่นดินใหญ่” สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นักธุรกิจ ผู้ประกอบการโรงแรม ชาวเกาะสมุยกว่า 200 คนเข้าร่วม ที่จ.สุราษฎร์ธานี
จุรินทร์รับอึดอัดตู่ยื้อ
ที่ทำการ ปชป. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับครม. หลังเสนอชื่อ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง เป็นรมช.มหาดไทย แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ลาออก ว่า ต้องยอมรับว่าสมาชิกปชป.หลายคนเริ่มอึดอัดกับการที่พรรคนำชื่อนายนริศ กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โชา นายกฯ ไปแล้ว แต่การดำเนินการยังไม่เกิดขึ้น เกือบจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 เดือนกว่าแล้ว
“แต่เดิมไม่คาดคิดว่าจะยืดเยื้อขนาดนี้เพราะเราก็เคยอยู่ในรัฐบาลผสมมาหลายยุค ทั้งที่เป็นแกนนำเอง และเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การปรับครม.ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นรัฐบาลผสม ต้องให้ความสำคัญกับทุกพรรคที่มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ผมคิดว่านายกฯ ก็รับทราบแล้ว ความจริงผมกราบเรียนนายกฯ ตั้งแต่กลาง ต.ค. ขณะนี้ปลายพ.ย.แล้ว” นายจุริยนทร์กล่าว และว่า ปชป.เสนอชื่อนายนริศเพื่อแทนนายนิพนธ์ และกราบเรียนนายกฯ ชัดเจนไม่ประสงค์ให้กระทบพรรคอื่น แต่ ปชป.มีความจำเป็นและเป็นมติพรรคไปแล้ว และไม่กระทบพรรคร่วมหรือพรรคแกนนำ เพราะอยู่ในสัดส่วนของปชป. เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่านายกฯ จะไม่นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ นาย จุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอไปไกลขนาดนั้น แต่ปกติไม่เคยเจอความยืดเยื้อขนาดนี้ เพราะเข้าสัปดาห์ที่ 7 แล้วและคงไม่ถามย้ำเพราะ นายกฯ ทราบอยู่แล้ว
ชัยวุฒิแจงลาออก
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊ก “รมว.ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ชี้แจงกรณีลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า “วันนี้ผมได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกในพรรคที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับต่อไป ซึ่งก็คือ ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่ในสภา ผศ.ดร.วลัยพร ท่านเป็นอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถมากครับ
ส่วนผมเองก็จะใช้เวลาหลังจากนี้ของรัฐบาล ทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ อย่างเต็มที่ต่อไปครับ”
ป้อมวิดีโอคอลร่วมงานสารคาม
เวลา 10.00 น. จากการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร. ยกเลิกการลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม ที่มีต้องไปเปิดงาน “มรดกภูมิปัญญา พัฒนาสู่ความยั่งยืน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ” จัดแสดงผ้าไหมมัดหมี่ของดี 13 อำเภอ และผลิตภัณฑ์สินค้าโอท็อป ที่สวนสาธารณะ เกาะแก้วหนองบัว อ.กันทรวิชัย ในวันเดียวกันนี้นั้น เมื่อเวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นช่วงพิธีเปิดงาน พล.อ.ประวิตรเซอร์ไพรส์ด้วยการโทรศัพท์ วิดีโอคอลไปขึ้นจอแอลอีดีขนาดใหญ่หน้าเวทีในงาน ทักทายชาวมหาสารคามกว่า 5,000 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ ผู้จัดงานและประชาชน โดยขอให้กินดีอยู่ดี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา ท้องถิ่น
ยาหอมมาเยี่ยมแน่นอน
โดยระบุ “ขอบคุณชาวบ้านและหัวหน้าส่วนผู้จัดงานทุกท่าน ชื่นชมทุกท่านที่ร่วมกันจัดงานอย่างเข้มแข็งเป็นพลังให้ชุมชนและไม่ย่อท้อ แม้จะรู้ว่าผมไม่ได้มาครั้งนี้ และยืนยันว่าจะมาอีกในเร็วๆ นี้แน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และอวยพรให้ทุกคนปลอดภัย อยู่ดี กินดี ทางรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ชาวบ้านจังหวัดมหาสารคาม และจะยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไปแน่นอน”
หลังกล่าวจบ ประชาชนและผู้จัดงานต่างปรบมือ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากนั้นนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็นตัวแทนกลุ่มผ้าไหมมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มแม่บ้านโอท็อปและเกษตรจังหวัดที่เข้าร่วมงาน กล่าวขอบคุณพล.อ.ประวิตร

พบ‘อสม.’ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข มอบนโยบายให้อสม. โดยมี นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมงาน เมื่อ 26 พ.ย. ที่โรงพยาบาลเทิง อ.เทิง จ.เชียงราย
อนุทินพบอสม.-สส.เพื่อไทยแจม
วันเดียวกัน ที่ร.พ.เทิง อ.เทิง จ.เชียงราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม มอบนโยบายด้านการสาธารณสุขให้อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
น่าสังเกตว่ากิจกรรมดังกล่าว มีนักการเมืองชื่อดังร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย เขต 4 พท. ขึ้นไปอยู่บนเวทีด้วย เช่นเดียวกับ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองหัวหน้า พท. และอดีตรองประธานสภา ชุดที่ 23 บนเวทียังมี นายเอกภพ เพียรพิเศษ และนายพีระเดช คำสุมทร ส.ส.พรรค ก.ก. และนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย
ลูกช้าง-ลูกหมีร่วมงานรทสช.
ที่หอประชุมโรงเรียนครนพิทยาคม อ.สวี จ.ชุมพร นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรค ร่วมกันเปิดสาขาพรรค และประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำ จ.ชุมพร โดยมี นายสุพล จุลใส (ลูกช้าง) ส.ส.ชุมพร นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายจุมพล จุลใส (ลูกหมี) อดีต ส.ส.ชุมพร รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังจำนวนมากมาสังเกตการณ์
นายพีระพันธุ์ขึ้นเวทีกล่าวว่า วันนี้ต้องบอกว่าทั้ง ส.ส.สุพล และอดีต ส.ส.จุมพล เป็นบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตนทำพรรคนี้ขึ้นมา เพราะชื่นชอบในความเป็นนักสู้ของนายจุมพล และมีอุดมการณ์แนวคิดเดียวกัน ทำให้ตนตัดสินใจสร้างพรรคในฝันของทุกคน และวันนี้ได้ ส.จ.วิชัย สุดสวาทดิ์ อาสาเข้ามาทำงานเพื่อชาวชุมพร จุดเริ่มต้นการสร้างพรรคนี้มาจากคนเพียงไม่กี่คน แต่วันนี้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ ตอนนี้ภาคอีสานมีคนเสนอเป็นตัวแทนเกือบ 200 คนแล้ว

ท้าชิง – นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำคณะเปิดตัว นายวิชัย สุดสวาทดิ์ อดีตส.ส.ชุมพร เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชุมพร เขต 1 ที่หอประชุมโรงเรียนครนพิทยาคม อ.สวี จ.ชุมพร
เปิดตัว‘สจ.วิชัย’ชิงสส.ชุมพร
“ตอนนี้ถึงเวลาที่เราต้องเลิกแบ่งสี ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง แม้แนวทางการทำงานอาจต่างกันแต่ถ้ามีเป้าหมายเพื่อบ้านเมืองเหมือนกันและทำงานด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีแดง หมดเวลาที่ทะเลาะกันแล้ว ตอนนี้เรามีแค่สีเดียวคือสีแดง ขาว น้ำเงิน สีของธงไตรรงค์ สีของพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมกันทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง” นายพีระพันธุ์กล่าว
ด้านนายเอกนัฏกล่าวระหว่างพบปะสมาชิกพรรคว่า รทสช.ไม่ได้มาจากการจัดตั้งของใคร แต่เป็นการรวบรวมสมาชิกที่มีแนวคิดเดียวกัน ต้องการทำงานเพื่อประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงพี่น้องชาว จ.ชุมพร นายวิชัย สุดสวาทดิ์ ที่เป็นตัวแทนพรรคลงสมัคร เขต 1 มีประสบการณ์เป็น ส.จ.ชุมพร มีความตั้งใจอดทนพร้อมรับใช้ประชาชน
พีระพันธุ์ไม่กล้าชวน‘ตู่’เข้าพรรค
นายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ว่าประเด็นการร่วมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกับนายกฯ เรื่องนี้ ตนไม่กล้าถาม เพราะนายกฯ เหมือนผู้บังคับบัญชา ส่วนนายกฯ จะมาหรือไม่คงต้องไปถามนายกฯ เอง ตอนนี้ยังคงเป็นแค่ข่าวเท่านั้น
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการส่งผู้สมัคร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า มั่นใจตั้งแต่วันแรกที่ทำพรรคนี้ พรรคมีเป้าหมายส่ง ส.ส.ทั่วประเทศ และเชื่อมั่นจะได้ ส.ส.มากกว่า 25 คน
แรมโบ้หน.พรรคเทิดไท
ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสแวนด้า พรรคไทยรักชาติจัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ครั้งที่ 1 มีวาระเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นพรรคเทิดไท และเลือก นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นหัวหน้า นายสุชาติ บรรดาศักดิ์ เป็นเลขาฯ พรรค มี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ รวมถึงกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน ร่วมยินดี
นายเสกสกลกล่าวว่า จุดยืนพรรคเทิดไทปกป้องสถาบัน คงไว้ซึ่งมาตรา 112 สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไป
พล.อ.สกลถึงแก่อนิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สกล ชื่นตระกูล หรือบิ๊กแขก สมาชิกวุฒิ (ส.ว.) ถึงแก่อนิจกรรมด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากเมื่อช่วงค่ำ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา มีอาการหมดสติและเข้ารักษาที่ ร.พ. พระมงกุฎเกล้า ที่ห้องไอซียู จนเสียชีวิตเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.สกล เกิด 2 ก.พ. 2497 อายุ 68 ปี เคยเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 อดีตราชองครักษ์พิเศษ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ตท.13 จปร.24 และสมาชิก สนช.ในปี 2557 ปัจจุบันมีตำแหน่งในวุฒิสภา เป็นกมธ.การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ และกมธ.การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม การถึงแก่อนิจกรรมของ พล.อ.สกล ทำให้ ส.ว.คงเหลือ 248 คน กำหนดการบำเพ็ญกุศล และพระราชทานเพลิง ณ ศาลา 10 วัดโสมนัสราชวรวิหาร กทม.
รายชื่อบุคคลสำรองสำหรับการคัดเลือกให้เป็น ส.ว. ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 2/2565 เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ส.ว.แทนตำแหน่งที่ว่างในลำดับถัดไป ได้แก่ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน
‘จินนี่’นักกิจกรรมไม่ได้ประกัน
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวนสน.ยานนาวา ควบคุมตัวน.ส.จิรัชยา สกุลทอง หรือจินนี่ นักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วัน ในความผิดฐานดูหมิ่นศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยให้เหตุว่าคดีมีอัตราโทษสูง ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในความผิดเดียวกันมาก่อน เกรงจะหลบหนี และยุ่งเหยิงพยานบุคคลในคดี ศาลพิจารณาคำร้องเเล้ว อนุญาตฝากขังได้
จากนั้นผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าการที่ผู้ต้องหากล่าวข้อความดูหมิ่นเหยียดหยาม และใส่ร้ายผู้พิพากษา หรือศาลด้วยคำหยาบคายและไม่เป็นความจริง เพื่อประสงค์กดดันการทำงานของศาล ต้องการใช้กฎหมู่ให้อยู่เหนือกฎหมายในเรื่องการพิจารณาปล่อยชั่วคราว ทำให้เห็นว่าผู้ต้องหากระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ถือเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อศาลในการปฏิบัติหน้าที่ หากปล่อยตัวไปเกรงว่าจะไปก่อภัยอันตราย หรือสร้างความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยชั่วคราว อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูง การปล่อยตัวไปเกรงว่าจะหลบหนี จึงมีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาไปทัณฑสถานหญิงกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังน.ส.จิรัชยาทราบข่าวไม่ได้ประกันตัว ขณะถูกคุมตัวที่ห้องเวรชี้ ได้ตะโกนออกมาข้างนอกเพื่อส่งสารไปยังมวลชนที่มาให้กำลังใจว่าขอให้คนที่อยู่ทางบ้านเข้มแข็ง เราอยู่ข้างใน เราอยู่ข้างในได้ ฝากดูแลทานตะวัน น้องมายด์ ใบปอ หนอนบุ้ง น้องเก็ทด้วย ตอนนี้ช่วยน้องเขาด้วย เพราะว่าถูกกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองยื่นถอนการประกันตัว เราอยู่ข้างในได้เราเข้มแข็ง
ชี้แจงใช้บัตรทองกับหมอพร้อม
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่าขณะนี้สปสช. ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เชื่อมระบบยืนยันตัวตนก่อนเข้ารับบริการตามสิทธิบัตรทอง เข้ากับแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม เพื่อเป็นทางเลือกให้หน่วยบริการและประชาชนสามารถใช้วิธีการยืนยันตัวตนได้หลากหลายมากขึ้น ขั้นตอนการใช้สิทธิบัตรทองเข้ารักษา และสร้างเสริมสุขภาพ จะต้องยืนยันตัวตนก่อนเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ ขณะที่หน่วยบริการจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มความรวดเร็วการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการ และลดภาระการตรวจสอบหลังการจ่าย
ทพ.อรรถพรกล่าวว่า สปสช.พัฒนาระบบให้มีทางเลือกในการยืนยันตัวตนได้หลายวิธี เช่น ใช้ไลน์สปสช. สแกนคิวอาร์โค้ดที่หน่วยบริการจัดเตรียมไว้ให้ หรือหากไม่สะดวกก็ใช้บัตรประชาชนเสียบเข้าเครื่องการ์ดรีดเดอร์ก็ได้ ล่าสุดเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนผ่านแอพฯ หมอพร้อมเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ทำให้มีความหลากหลายในการยืนยันตัวตน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของประชาชน