แพ้ไม่ได้ทั้ง2ทีม‘จิงโจ้ ’ตัด‘โคนม’ซาอุลุ้นดับจังโก้‘แซมบ้า’เข้ารอบ‘โปรตุเกส’ก็ฉลุย

คืนนี้นัดสุดท้ายชี้ชะตา 4 คู่ แชมป์เก่า ‘ฝรั่งเศส’ผ่านเข้ารอบแล้ว โรเตชั่นนักเตะเจอ ‘ตูนิเซีย’ ที่ยังพอมีลุ้น ส่วน ‘จิงโจ้-ออสเตรเลีย’ ตัด ‘โคนม-เดนมาร์ก’ ขณะที่คู่ดึกตี 2 ‘เมสซี’ นำอาร์เจนตินาบู๊แข้ง ‘โปแลนด์’ และเศรษฐีน้ำมัน ‘ซาอุฯ’ ไม่หมดหวังเข้ารอบ หากชนะ ‘จังโก้-เม็กซิโก’ ที่ยังชนะไม่เป็น ส่วนเบื้องหลังคู่เมื่อคืน 28 พ.ย. ชู ‘คาเซมิโร’ ฮีโร่บราซิลยิงท้ายเกมเฉือนชนะ ‘สวิส’ ควงคู่ฉลุย รอบ 16 ทีม พร้อมกับ ‘โปรตุเกส’ นัดสุดท้ายเตรียมส่งสำรองลงสนาม

‘ฝรั่งเศส’โรเตชั่นพบ‘ตูนิเซีย’
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ประเทศกาตาร์ ประจำวันที่ 30 พ.ย. เป็นการเตะนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม มีทั้งหมด 4 คู่ และเตะพร้อมกัน 2 ช่วงเวลา เริ่ม 20.00 น. กลุ่มดี แชมเก่า “ตราไก่” ฝรั่งเศส พบตูนิเซีย ซึ่งฝรั่งเศสเข้ารอบ 16 ทีมไปแล้ว หลัง 2 นัดแรกชนะออสเตรเลีย 4-1 และเดนมาร์ก 2-1 ส่วนตูนิเซียยังไม่ชนะเลย เริ่มจากเสมอเดนมาร์ก 0-0 และแพ้ออสเตรเลีย 0-1 แต่ยังไม่หมดโอกาสเข้ารอบ หากโค่นแชมป์เก่าและคว้า 3 แต้มได้

สำหรับความพร้อมของฝรั่งเศสนั้น ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซืออาจโรเตชั่นนักเตะ เนื่องจากทีมเข้ารอบแล้ว ใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู อูโก โยริส, เธโอ แอร์กน็องเดซ, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, วิลเลียม ซาลิบา, ฌูลส์ คุนเด, เอดูอาร์โด กามาวินกา, อาเดรียง ราบิโอต์, คีลิยัน เอ็มบัปเป, อองตวน กรีซมันน์, คิงสเลย์ โกมัน และมาร์กกุส ตูราม

ด้านตูนิเซียไม่มีปัญหานักเตะติดโทษแบน น่าจะใช้แกนหลักจากเกมล่าสุดในระบบเล่น 3-4-2-1 ผู้รักษาประตู อัยเมน ดาห์เมน, ดีลัน บรอนน์, ยัสซีน เมริอาห์, มอนตัสซาร์ ตัลบี, โมฮาเหม็ด ดราเกอร์, เอลเลียส สคิรี, อาอิสซา ไลดูนี, อาลี อับดี, นาอิม สลิตี, ยุสเซฟ เอ็มซักนี และอิสซัม เชบาลี

‘จิงโจ้’ตัด‘โคนม’ชิงเข้ารอบ
อีกคู่กลุ่มเดียวกัน “จิงโจ้” ออสเตรเลีย ดวลแข้ง “โคนม” เดนมาร์ก ฝั่งออสเตรเลียผ่าน 2 นัด แพ้ฝรั่งเศส 1-4 ก่อนเฉือนชนะตูนิเซีย 1-0 ขณะที่เดนมาร์กนัดแรกเเสมอตูนิเซีย 0-0 และฝรั่งเศส 0-2 ทำให้ต้องทุ่มสุดตัวในเกมนัดนี้เพื่อลุ้นเข้ารอบ

สำหรับความพร้อมออสเตรเลียไม่มีใครเจ็บและติดโทษแบน คาดแกรม อาร์โนลด์ โค้ชใช้ระบบการเล่น 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู แมตธิว ไรอัน, ฟราน คาราชิช, แฮร์รี ซูตตาร์, คาย โรวล์ส, อาซิซ เบห์อิช, แจ๊กสัน เออร์ไวน์, อารอน มอย, แมตธิว เล็กกี, ไรลีย์ แม็กกรี, เคร็ก กูดวิน และมิตเชลล์ ดุก

ด้านเดนมาร์ก แคสเปอร์ ยูลมันด์ หัวหน้าโค้งจะไม่สามารถใช้งานโธมัส เดลานีย์ กองกลางที่บาดเจ็บ คาดใช้ระบบการเล่น 3-4-3 ผู้รักษาประตู แคสเปอร์ ชไมเคิล, โยอาคิม แอนเดอร์เซน, ซิมอน เคียร์, แอนเดรียส คริสเตนเซน, ราสมุส คริสเตนเซน, ปิแอร์- เอมิล ฮอยเบียร์ก, คริสเตียน อีริกเซน, โยอาคิม เมห์เล, เยสเปอร์ ลินด์สตรอม, แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก และมิกเคล ดามสการ์ด

‘เมสซี’นำฟ้าขาวบู๊โปแลนด์
ต่อมาเวลา 02.00 น. เช้าวันที่ 1 ธ.ค. เป็นการเตะนัดสุดท้ายของกลุ่มซี ลงสนาม 2 คู่พร้อมกัน เริ่มที่โปแลนด์ พบ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา โดยเส้นทางของทัพฟ้าขาว แชมป์โลก 2 สมัย เปิดเกมแรกแพ้ซาอุดีอาระเบีย 1-2 ก่อนแก้ตัวได้เอาชนะเม็กซิโก 2-0 ขณะที่โปแลนด์นัดแรกเสมอเม็กซิโก 0-0 นัดต่อมาชนะซาอุฯ 2-0

สำหรับความพร้อมนัดนี้ ลิโอเนล สกาโลนี กุนซืออาร์เจนตินาไม่มีปัญหานักเตะติดแบนและบาดเจ็บ พร้อมจัดทัพชุดใหญ่ เพื่อโอกาสเข้ารอบในระบบ 4-3-2-1 ผู้รักษาประตู เอมิเลียโน มาร์ติเนซ, มาร์กอส อกุนญา, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโกลัส โอตาเมนดี, นาฮูเอล โมลินา, โรดริโก เด ปอล, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ, อเล็กซิส แม็กอัลลิสเตอร์, ลิโอเนล เมสซี, อังเคล ดิ มาเรีย และเลาตาโร มาร์ติเนซ

ด้านโปแลนด์ กุนซือเชสลาฟ มิกเนียวิช ใช้ขุมกำลังได้เต็มที่เช่นกัน โดยจะมาในระบบการเล่น 4-4-1-1 ผู้รักษาประตู วอยเช็ก เชสนี, บาร์ตอส เบเรซินสกี, ยาคุบ คิวิออร์, คามิล กลิก, แมตตี แคช, เพอร์เซมีสลาฟ ฟรานคอฟสกี, คริสเตียน เบียลิก, เกอร์เซกอร์ซ ครีโคเวียก, พิโอเตอร์ เซียลินสกี, อาร์คาดิอุส มิลิก และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

‘ซาอุฯ’ยังมีลุ้น-หากดับ‘จังโก้’
อีกคู่เตะพร้อมกัน ซาอุดีอาระเบีย เศรษฐีน้ำมัน พบ “จังโก้” เม็กซิโก เริ่มที่ฝั่งซาอุฯ นัดแรกพลิกล็อกโค่นอาร์เจนตินา 2-1 แต่นัดสองแพ้โปแลนด์ 0-2 ด้านเม็กซิโกนัดแรกเสมอโปแลนด์ 0-0 ก่อนแพ้อาร์เจนตินา 0-2

สำหรับความพร้อมเกมนี้ ซาอุฯ ของกุนซือแอร์กเว เรอนาร์ มีปัญหานักบาดเจ็บ 3 ราย คาดใช้ระแบบการเล่น 4-3-3 ผู้รักษาประตู โมฮัมเหม็ด อัล-โอไวส์, ซาอุด อับดุลฮามิด, อับดูเลลาห์ อัล-อัมรี, อาลี อัล-บูไลฮี, โมฮัมเหม็ด อัล-ไบรก์, ซามี อัล-นาจี, อับดุลเอลลาห์ อัล-มาลกี, โมฮาเหม็ด คันโน, ฟิราส อัล-บูไรคาน, ซาเลห์ อัล-เชห์รี และซาเล็ม อัล-โดว์ซารี

ส่วนเม็กซิโก เคราร์โด มาร์ติโน กุนซือจะใช้ระบบการเล่น 5-3-2 ผู้รักษาประตู กิเยร์โม โอชัว, เคบิน อัลบาเรซ, เนสตอร์ อเราโฮ, เซซาร์ มอนเตส, เอ็กตอร์ โมเรโน, เฮซุส กายาร์โด, หลุยส์ ชาเบซ, เอ็กตอร์ เอร์เรรา, เอริก กูเตียร์เรซ, อเล็กซิส เบกา และอีร์บิง โลซาโน

‘โสมใต้’เซ็งเล่นดี-แต่แพ้กานา
สำหรับเบื้องหลังการแข่งขันเมื่อคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา “โสมขาว” เกาหลีใต้ แพ้ “ดาวดำ” กานาอย่างสนุก 2-3 ทำให้ทีมแกร่งเอเชียต้องลุ้นชนะโปรตุเกสในนัดสุดท้ายเพื่อแย่งเข้ารอบ หลังเกมกานา เซร์คิโอ คอสตา ผู้ช่วยโค้ชเกาหลีใต้ กล่าวแทนเปาโล เบนโต หัวโค้ชที่โดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังเกมว่า “เป็นผลการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม ใน 25 นาทีแรก เราครองเกมและผ่านบอลได้ดี แต่หลังจากประตูแรก สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนไปจนจบครึ่งแรก ครึ่งหลังแตกต่างไปจากเดิมสิ้นเชิง เราครองบอลและสร้างโอกาสทำประตูได้ แม้เสมอกันก็ไม่ยุติธรรม เราสมควรได้รับชัยชนะ”

ด้านออตโต อัดโด กุนซือกานา กล่าวว่า “เป็นอารมณ์ที่มีขึ้นและลง ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับทีมที่กลับมาชนะ และทำได้ 3 ประตู เกาหลีใต้สร้างความกดดันให้เราอย่างมาก หลังจากนั้นเราเล่นเกมรับอย่างกระตือรือร้น สุดท้ายเราโชคดีนิดหน่อย”

ประตูชัย – คาเซมิโร มิดฟิลด์เวิลด์คลาส ซัลโวประตูชัยสุดสวยให้แชมป์โลก 5 สมัย บราซิลเฉือนชนะสวิตเซอร์แลนด์ 1-0 เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย สมราคาทีมเต็ง 1 ศึกฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 เมื่อวันที่ 29 พ.ย.

‘คาเซมิโร’ฮีโร่บราซิล-ฉลุย 16 ทีม
คู่ต่อมาเวลา 23.00 น. เป็นการเตะนัดสอง กลุ่มจี ที่สนาม 974 กรุงโดฮา “แซมบ้า” บราซิล ที่นัดแรกอัดเซอร์เบีย 2-0 พบสวิตเซอร์แลนด์ ที่เกมแรกเฉือนแคเมอรูน 1-0 ทั้งสองทีมเล่นกันสนุกสูสี ทำท่าจะจบด้วยการเสมอกันอยู่แล้ว จนกระทั่งนาที 83 คาเซมิโร มิดฟิลด์แซมบ้ากลายเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยให้บราซิลเฉือนชนะ 1-0 คว้า 6 คะแนนเต็ม เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว

ติเต กุนซือทัพเซเลเซาให้สัมภาษณ์ว่า คาเซมิโรคือกองกลางที่ดีที่สุดในโลกมาอย่างยาวนาน พร้อมกล่าวถึงเนย์มาร์ที่บาดเจ็บจากนัดแรกว่า เนย์มาร์มีทักษะที่แตกต่างออกไป เป็นนักเตะที่มีช่วงเวลามหัศจรรย์ สามารถเลี้ยงบอลผ่านใครต่อใครได้ นักเตะคนอื่นๆ กำลังก้าวไปสู่ระดับเดียวกับเนย์มาร์

ด้านมูรัต ยาคิน เฮดโค้ชสวิสกล่าวว่า “โทษทีมไม่ได้จริงๆ วันนี้พวกเขาทำผลงานได้ดี เรามีโอกาสที่ดีมากมายสำหรับเกมหน้า นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้”

เหมา2 – บรูโน แฟร์นานเดส (เบอร์ 8) บรรจงสังหารจุดโทษให้โปรตุเกสชนะอุรุกวัย 2-0 โดยกองกลางเชิงสูงจากแมนฯยูโชว์ฟอร์มทำคนเดียวทั้ง 2 ประตู พาทัพฝอยทองผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.

‘โปรตุเกส’ส่งสำรองนัดสุดท้าย
จากนั้นคู่ดึกเวลา 02.00 น. เตะนัดสอง กลุ่มเอช ที่สนามลูเซล ไอโคนิก เมืองลูเซล “ฝอยทอง” โปรตุเกส นัดแรกเฉือนชนะกานา 3-2 พบ “จอมโหด” อุรุกวัย ที่นัดแรกเสมอเกาหลีใต้ 0-0 เกมนี้โปรตุเกสทำได้ดีกว่าในการจบสกอร์ และเป็นฝ่ายเอาชนะแบบไม่ยาก 2-0 จากการทำคนเดียว 2 ประตูของบรูโน แฟร์นานเดส นาที 54 และช่วงทดเจ็บนาที 90+3 โปรตุเกสเก็บ 6 คะแนนเต็มผ่านเข้ารอบ 16 ทีม ส่วนอุรุกวัยมีแต้มเดียว ต้องลุ้นเข้ารอบนัดสุดท้ายกับกานา

แฟร์นานโด ซานโตส กุนซือโปรตุเกส กล่าวว่า “เป็นชัยชนะที่สมควรได้รับ เราผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ตอนนี้เราต้องทำงานต่อไปเพื่อปรับปรุงสิ่งที่เราต้องปรับปรุง แต่สิ่งสำคัญคือเราชนะ และเราทำได้ดี”

เฮดโค้ชโปรตุเกสยังระบุว่าอาจจะหมุนเวียนผู้เล่นในเกมสุดท้ายกับเกาหลีใต้ “เกมจบแล้ว เราผ่านเข้ารอบแล้ว พรุ่งนี้ผมจะค่อยๆ คิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้อย่างใจเย็น” ซานโตสกล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน