1.4ล.ครัวเรือน!จ่าย66จว.-กทม.

เทงบกว่า 6,258 ล้านบาท ครม.ไฟเขียวเยียวยาน้ำท่วมจ่าย 1.4 ล้านครัวเรือน ให้ 66 จังหวัดและกทม. เปิดเกณฑ์ผู้เข้าข่ายได้รับเงิน ที่อยู่อาศัยประจำต้องถูกท่วมขังติดต่อกันตั้งแต่ 24 ชั่วโมงแต่ไม่เกิน 7 วัน หรือเกินกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน 30 วันได้ครัวเรือนละ 5 พันบาท เกิน 30 วัน แต่ ไม่เกิน 60 วัน ได้ครัวเรือนละ 7 พันบาท และกรณีถูกท่วมขังติดต่อกันเกิน 60 วัน ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9 พันบาท หากเป็นพื้นที่ท่วมซ้ำให้จ่ายเพียงครั้งเดียว

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในช่วงฤดูฝน 2565 ระหว่างวันที่ 13 พ.ค.- 28 ต.ค. ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินในกรณีใดรวม 66 จังหวัดและกทม. แบ่งเป็นภาคเหนือ 15 จังหวัด อีสาน 15 จังหวัด กลาง 18 จังหวัด ตะวันออก 8 จังหวัด และภาคใต้ 10 จังหวัด รวมกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน วงเงิน 6,258 ล้านบาท โดยมอบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานรับงบประมาณ ในลักษณะเงินอุดหนุน โดยจ่ายผ่านธนาคารออมสิน โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้มีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาโดยตรง

นายอนุชากล่าวว่า สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย จะพิจารณาตามระดับความเสียหายของที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน โดยต้องเป็นที่อยู่อาศัยประจำ มีทะเบียนบ้าน บ้านเช่าที่มีสัญญาเช่า และที่อยู่อาศัยอื่น แต่ไม่รวมบ้านพักที่หน่วยงานราชการจัดให้ ดังนี้ 1.ที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 1 วัน (24 ชั่วโมง) แต่ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ช่วยเหลือครัวเรือนละ 5 พันบาท 2.กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง เกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ช่วยเหลือครัวเรือนละ 7 พันบาท 3.กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 60 วัน ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9 พันบาท ทั้งนี้หากเป็นพื้นที่ท่วมซ้ำให้จ่ายเพียงครั้งเดียว

สำหรับหลักฐานการขอรับเงินเยียวยา ได้แก่ บัตรประชาชน และหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ สําเนาทะเบียนบ้าน กรณีเป็นบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน, สัญญาเช่าบ้าน หรือหนังสือรับรองการเช่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีเป็นบ้านเช่า, กรณีเป็นที่อยู่อาศัยอื่นๆ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมลงนามรับรอง 2 ใน 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีมาตรการของขวัญปีใหม่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญคือ “มาตรการช้อปดีมีคืน” ยังไม่มีการพิจารณาในที่ประชุมครม.

หลังจากเมื่อวันที่ 28 พ.ย. มีกระแสข่าวยืนยันว่ากระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการของขวัญปีใหม่ในวันเดียวกันนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ มาตรการทางภาษีกับมาตรการหน่วยงานรัฐ และมาตรการจากสถาบันการเงินรัฐ

โดยมาตรการสำคัญที่เป็นตัวชูคือมาตรการช้อปดีมีคืน ที่จะเปิดให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง วงเงินสูงสุดไม่เกิน 4 หมื่นบาท แบ่งเป็นวงเงินซื้อสินค้าและบริการ ไม่เกิน 3 หมื่นบาท และเพิ่มเติมสำหรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์อีก 1 หมื่นบาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.2566

รวมถึงการขยายเวลาลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นที่ใช้ในประเทศเหลือลิตรละ 0.20 บาท เพื่อกระตุ้นการ ท่องเที่ยว และขยายเวลามาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยที่จะสิ้นสุดปลายปีนี้ออกไปอีก 1 ปี เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายของวันนี้ ทีมประชาสัมพันธ์ของกระทรวงการคลังแจ้งว่าจะแถลงข่าวเรื่องมาตรการของขวัญปีใหม่ ตามมติ ครม.เห็นชอบ โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง แต่เมื่อเวลา 12.30 น. กระทรวงการคลังก็ได้แจ้งยกเลิกหมายดังกล่าว โดยระบุว่าในที่ประชุม ครม.วันนี้ไม่มีวาระของกระทรวงการคลังนำเสนอ จึงขอยกเลิกการแถลงข่าว

วันเดียวกัน นางปิยะดา วงษ์ประยูร สมาชิกสภาจังหวัดสระบุรี เขต อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พร้อมด้วย นางดวงพร รุ่งเรือง นายกเทศบาลตำบลธารเกษม เป็นตัวแทนของชาวบ้านเกษตรกร 4 ตำบล มี ต.ธารเกษม ต.นายาว ต.พระพุทธบาท และ ต.ขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จำนวนกว่า 50 คน เดินทางไปที่ ที่ว่าการอำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี เพื่อยื่นหนังสือเรื่องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนพืชไร่เสียหาย ยังไม่ได้รับเงินชดเชย ต่อ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี นายอำเภอพระพุทธบาท

นางปิยะดากล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน สืบเนื่องมาจาก ช่วงเดือนก.ย. เกิดฝนตกติดต่อกัน ทำให้เกิดน้ำท่วม มีน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เช่น มีข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ และถั่วเขียวที่ชาวบ้านเกษตรกรปลูกไว้ ได้รับความเสียหายจำนวนมากเป็นวงกว้าง เรียกได้ว่าเสียหายทั้งหมด แต่ไม่ได้รับเงินชดเชยค่าพืชไร่ที่ได้รับความ เสียหาย ประกอบกับช่วงระยะดังกล่าวเป็นช่วงโควิด-19 ยังคงระบาด

ทั้งนี้ เกษตรกรทั้งหมดได้ขึ้นทะเบียนไว้กับเกษตรอำเภอพระพุทธบาทแล้ว และผู้นำหมู่บ้านชุมชนได้สำรวจความเสียหาย และถ่ายภาพพื้นที่ได้รับความเสียหายไว้ประกอบเป็นหลักฐาน จึงได้ยื่นหลักฐานให้กับสำนักงานเกษตรอำเภอพระพุทธบาทไปเมื่อเดือนต.ค. แต่เรื่องก็เงียบ ทำให้เกษตรกรยัง ไม่ได้รับความช่วยเป็นค่าชดเชยที่พืชไร่เสียหายทั้ง 4 ตำบล มาถึงทุกวันนี้

นายเรืองลักษณ์ได้รับเรื่องราวเกษตรกรเดือดร้อน เกิดอุทกภัยน้ำท่วมพืชไร่เสียหาย ไม่ได้รับเงินชดเชย แล้วพร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป พร้อมจะแจ้งให้เกษตรกรได้รับทราบภายในระยะ 15 วันต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน