ประเทศวานูอาตูยึด 8 ธุรกิจ ‘ตู้ห่าว’

แฉแก็งจีนเทาถือพาสปอร์ต ‘วานูอาตู’ เป็นสัญชาติที่สองสำรองไว้ใช้หลบหนีคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ เชื่อหลังระดมกวาดล้างใหญ่พวกที่อยู่แบบผิดกฎหมายเผ่นหนีออกไปมากแล้ว ส่วนทรัพย์สินตู้ห่าวเพียงแค่รายเดียวที่ยึดมากว่า 5 พันล้าน เร่งโยงเส้นทางเงินไล่ล่าต่อว่ามีซุกไว้ที่ไหนอีก ลั่นคดีคืบหน้าไปกว่า 90% หลังจบเรื่องไล่บี้เอาผิดตำรวจที่ช่วยผู้ต้องหาต่อไป เผยปฏิบัติการปูพรมค้น 34 จุด ใน 9 จว. เฉพาะภูเก็ตที่เดียวกวาดล้าง 8 บริษัทของตู้ห่าวทั้งร้านจิวเวลรี่ ยาสมุนไพร สวนงู ธุรกิจอสังหาฯ ยึดทรัพย์นับ 100 ล.

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มทุนจีนผิดกฎหมาย ว่า เรื่องดังกล่าวรายงานพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.แล้ว โดยผบ.ตร.จะเป็นผู้รายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ กำชับครั้งล่าสุดในที่ประชุม ก.ตร. ว่าให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันเราทำงานยึดหลักกฎหมายตรงไปตรงมา สาวถึงใครว่าไปตามนั้น ถ้าไม่ถึงก็ต้องให้ความเป็นธรรม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การดำเนินคดีนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะเราใช้กำลังเยอะมาก ทำให้ต้องใช้เวลาเยอะ เช่น กรณีวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลาทั้งวัน ค้น 34 จุด ยึดทรัพย์ 4,000 กว่าล้านบาท ทั้งบ้าน รถ เครื่องบิน และต้องนำทรัพย์ที่ยึดมาได้โยงเส้นทางการเงิน และต้องไล่ต่อว่ายังมีเงินสดอีกหรือไม่ อยู่ที่ไหน สำหรับกลุ่มทุนผิดกฎหมายคาดว่าหนีออกไปมากแล้ว กลุ่มเหล่านี้หลบหนีจากจีนมาอยู่กัมพูชา เมื่อถูกกวาดล้างหนักก็หนีมาอยู่ไทยและสปป.ลาว

วันนี้กลุ่มคนที่อยู่แบบผิดกฎหมายที่ไม่ใช่กลุ่มทุนจีนที่มีปัญหาหนีไปเป็นร้อยคนแล้ว เพราะเขากลัวจึงออกไปก่อนดีกว่า แต่หลังจากนี้ต้องเข้มงวดตั้งแต่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และการให้วีซ่า อย่างกรณีการจับกุม นายโทนี่ หรือนายเฉิน จ้าวฮุ้ย ที่ถือวีซ่าธุรกิจต้องตรวจสอบว่าออกได้อย่างไร ถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกก็ต้องเพิกถอน หากใครเกี่ยวข้องกับการให้วีซ่าที่ไม่ถูกกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีหมด เช่นวีซ่านักเรียนที่ให้กับคนอายุ 57 ปี ออกมาได้อย่างไร ต้องถูกดำเนินคดีแน่ไม่ปล่อยไว้ เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อลงทุน แต่มาก่ออาชญากรรม

เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีการเชื่อมโยงนักการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวว่า ยังไม่พบการเชื่อมโยง ตอนนี้รวบรวมพยานหลักฐานและมาวิเคราะห์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หากถึงใครว่าไปตามนั้น ปัจจุบันสืบสวนได้ประมาณ 90% แล้ว แต่ต้องทำอย่างรอบคอบเพราะบุคคลเหล่านี้มีทนายความ มีนักกฎหมายที่เก่ง มีเงินเยอะเรากำลังสู้กับคนมีฐานะการเงินที่สูงต้องทำอย่างรอบคอบ แต่ไม่ได้หมายความเราจะกลัว วันนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า การตรวจค้นเครื่องบินของนายชัยณัฐร์ หรือ ตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา พบพยานหลักฐานซึ่งจะส่งให้สำนักนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันผล เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีให้ศาลพิจารณาต่อไป ที่ผ่านมาตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดอายัดทรัพย์สินนายตู้ห่าวคนเดียวได้กว่า 5,000 ล้านบาท ไม่รวมเครือข่ายอื่นๆ เช่น น.ส. พัชรินทร์ และนายหลินหลง ตำรวจจะออกหมายเรียกให้มาชี้แจงที่มาของทรัพย์ต่อไป โดยทั้งคู่ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังต้องขยายผลตามเส้นทางการเงิน จากข้อมูลที่ว่ายังมีเงินสดอยู่อีกจำนวนมากที่ตำรวจต้องตามอายัดให้ได้

ส่วนบุคคลที่เป็นนอมินีต้องมีการดำเนินคดีนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนใหญ่คนเหล่านี้เป็นคนจีนที่มีการสวมบัตรประชาชนคนไทย โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้การสืบสวนและสอบสวนดำเนินไปมากกว่า 90% สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนเครือข่ายได้แล้ว 102 ราย รวมถึงผู้ต้องหารายใหญ่ 5 ราย ยกเว้นนายหมิงที่อยู่ระหว่างการหลบหนีไปยังต่างประเทศ ขณะนี้ออกหมายจับสากลแล้ว คาดว่าภายใน 3 สัปดาห์จะแล้วเสร็จ แต่ยังไม่สามารถส่งสำนวนไปยังอัยการได้ หลังจากดำเนินการเรื่องตู้ห่าวเรียบร้อยแล้วจะดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ตม., ตำรวจ สน.ลาดพร้าว และสน.ยานนาวา เพราะเป็นด่านหน้าในการเปิดช่องทางให้คนจีนเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย “ขณะนี้สังคมอาจตั้งคำถามว่าทำไมโทนี่ (เฉินเจ้าฮุ้ย) เจ้าของร้าน Spaceplus Bangkok ได้รับประกันตัว เพราะความผิดฐานดังกล่าวเป็นอัตราโทษไม่สูง ผู้ต้องหาสามารถยื่นขอประกันตัวได้ ทางทนายของโทนี่ได้ยื่นขอประกันตัวทุกอย่างเป็นไปตามสิทธิ์ตามหลักสากล” รองผบ.ตร. กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ในระหว่างที่ค้นห้องชุดคอนโดหรูย่านเจริญนคร หนึ่งในเซฟเฮาส์ของกลุ่มทุนจีนสีเทา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพบชายชาวจีนคนหนึ่งมีหนังสือเดินทางจีนและยังพบบัตรประจำตัวของวานูอาตู ประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ลักษณะคล้ายบัตรประชาชนของไทย สอดรับกับชุดสืบสวนที่พบข้อมูลว่า ปัจจุบันมีคนจีนจำนวนมากที่ถือสองสัญชาติ ทั้งสัญชาติจีนและสัญชาติวานูอาตูเข้ามาในประเทศไทย นอกจากนั้นยังพบว่าในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนจีนถือสัญชาติวานูอาตูเข้ามาในไทยและถือครองทรัพย์สินคอนโดฯหรือบ้านผ่านการโอนกรรมสิทธิ์ และใช้ช่องว่างจากการที่มีการเปิดช่องให้ถือครองสัญชาติที่สอง เพื่อหากเกิดกรณีที่กระทำความผิดจะหลบหนีโดยใช้หนังสือเดินทางสัญชาติที่สองดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในการระดมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 34 จุด ในพื้นที่ 9 จังหวัด เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา จ.ภูเก็ตเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในปฏิบัติการดังกล่าว โดย เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานสนธิกำลังนับ 100 นาย เข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายเชื่อมโยงนายตู้ห่าว 8 เป้าหมาย ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประกอบด้วย บริษัท เอฟเวอร์ ยูเนียน จำกัด, บริษัท เดอะ ซิตี้ เซ็นเตอร์ จำกัด, บริษัท คิงส์ เบิร์ดส์ เนสท์ ภูเก็ต จำกัด, บริษัท ควีน เลเจนด์ จำกัด, บริษัท โมเดิร์น ลาเท็กซ์ จำกัด, บริษัท โมเดิร์น เจมส์ ภูเก็ต จำกัด, บริษัท โรยัล ปาร์ค ภูเก็ต จำกัด และบริษัท รอยัลอินเทอร์เน็ต จำกัด

ทั้งหมดเป็นบริษัทหลายแห่งของนายตู้ห่าว ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ยาสมุนไพร มีทุนจดทะเบียนล่าสุดรวมเกือบ 170 ล้านบาท จุดสำคัญ คือตรวจค้นบริษัทใน ต.วิชิต อ.เมือง ซึ่งเป็นสวนงู และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงู, โชว์รูม จิวเวลรี่ขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง พร้อมยึดและอายัดทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบ แต่ละสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจะใหญ่โตมีเนื้อที่นับ 10 ไร่ ตัวอาคารสร้างอย่างสวยงาม มูลค่านับ 100 ล้านบาท

ในส่วนของรายละเอียดทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึด และอายัดในแต่ละสถานที่ที่ได้ตรวจค้นนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่มีสามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เนื่องจากต้องใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาในการกระทำความผิดและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิดแห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน