น้องชายมดดำ อดีตอธิบดี-ผู้ว่า วิษณุชี้ไทม์ไลน์กม.ลูกใช้มีค.66ตู่เจอดี-นร.เลวไล่

‘บิ๊กตู่’ โดนอีก กลุ่มนักเรียนเลวดักรอไล่กลางห้าง‘วิษณุ’ แจงไทม์ไลน์กฎหมายลูกเลือกตั้ง คาดประกาศใช้มี.ค.66 ยอมรับหวาดเสียวส.ส.แห่ลาออก ‘ธนกร’ ปัดนายกฯ ตกรางวัลเก้าอี้รมต. ลั่นบิ๊กตู่ไปไหนจะตามไปด้วย เพื่อไทยคึกคัก เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคกลาง-เหนือตอนล่าง 57 เขต มีทั้งอดีตอธิบดี-อดีตผู้ว่าฯ ‘มดเล็ก’ มาตามนัด ลงชิงแปดริ้ว ‘มดดำ’ แย้ม เดี๋ยวพา ‘พ่อสุชาติ ตันเจริญ’ มาส่งอีกคน ผู้ว่าฯ นครพนมชงมหาดไทยเพิกถอนสิทธิที่ดิน ‘ศุภชัย โพธิ์สุ’ เกือบ 200 ไร่ ป่าดงพะทาย สภานัดถกจริยธรรม สัปดาห์หน้า

‘บิ๊กตู่’ลั่นทำการเมืองให้ถูกต้อง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันคนพิการสากล ประจำปี 2565” จากนั้นแวะทักทายบูธผู้ให้บริการ แอพพลิเคชั่นติ๊กต็อก ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ ที่เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้พิการ สามารถสร้างรายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว พร้อมถ่ายรูปร่วมกับตัวแทนผู้ให้บริการ ที่ขอให้นายกฯ ถอดหน้ากากอนามัย ในการถ่ายรูปร่วมกัน แม้นายกฯ จะบอกว่า ต้องระวังโควิด-19 เพราะยังไม่เคยติดมาก่อน แต่ก็ยอมถอดออก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้กำลังใจผู้พิการเนื่องในวันคนพิการสากลประจำปี 2565 ผ่านแอพ พลิเคชั่นติ๊กต็อก ใจความสำคัญ คือ การที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และส่งเสริมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพราะถือเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต้องทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างเท่าเทียม มีโอกาสในการเข้าถึงบริการภาครัฐไม่ต่างจากคนทั่วไป

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่บอกทำการเมืองแต่ไม่เล่นการเมือง ความหมายคืออะไรว่า “ทำการเมืองให้ถูกต้อง สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ให้เป็นผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่มาทำเล่นๆ เข้าใจไหม เล่นเขาใช้ไปทำอย่างอื่น เขาเรียกว่าทำงานคือทำการเมือง ซึ่งวันนี้มี 3 อำนาจ คือฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ แล้วจะเล่นตรงไหนได้ล่ะ เมื่อถามว่านายกฯ จะทำการเมืองแบบใหม่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่แบบใหม่ แต่เป็นหลักการที่ต้องทำให้ได้อย่างนี้ แต่ไม่ทำกันเอง

เจอกลุ่มนร.เลวตะโกนไล่
เวลา 14.00 น. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กทม. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงานการประชุมสัมมนากรีฑาโลก ประจำปี 2565 หรือ WORLD ATHLETICS GLOBAL RUNNING CONFERENCE 2022 และพิธีแถลงความพร้อมการแข่งขันวิ่งมาราธอน ส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก รายการ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก 2022”

ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึงก่อนเข้าไปยังบริเวณงาน น.ส.อันนา อันนานนท์ กลุ่มนักเรียนเลวที่มาดักรอกับเพื่อนในกลุ่ม อีก 1 คน ได้ตะโกนว่า “ลุงตู่ 8 ปีรีบออกไปได้แล้วนะคะ ออกได้แล้วคะ” แต่นายกฯ ไม่ได้ยินได้ และคาดว่าคงจำไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มนักเรียนเลว จึงโบกมือทักทายกลับ

ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งทราบข่าว ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่หญิงจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กองร้อยน้ำหวาน) 6 นาย เข้ามาดูสถานการณ์บริเวณด้านหน้าทางเข้างาน เพื่อคอยกันไม่ให้กลุ่มนักเรียนเลวเข้าถึงตัวนายกฯ โดยไม่มีสถานการณ์รุนแรง แต่ภายหลังเดินชมนิทรรศการเสร็จสิ้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เปลี่ยนเส้นทางเดินทางกลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มมนักเรียนดังกล่าว

‘วิษณุ’แจงไทม์ไลน์กฎหมายลูก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. หรือกฎหมายลูกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัยไปให้สภา จากนั้นสภาจะส่งมาให้รัฐบาล ขณะนี้ยังไม่มีการส่งมา เมื่อสภาส่งมาแล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 25 วัน โดย 5 วันแรกเผื่อไว้หากมีผู้ร้องคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกหนหนึ่ง ส่วนอีก 20 วัน เป็นกำหนดเวลาในการให้รัฐบาลจัดพิมพ์ให้เรียบร้อย แต่โดยทั่วไปใช้เวลาไม่ถึง 20 วัน

เมื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วจากนั้นก็นับหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพระราชอำนาจ 90 วัน สุดแต่จะทรงลงพระปรมาภิไธย ลงมาเมื่อใดก็ประกาศ ลงราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลใช้บังคับในวันรุ่งขึ้น การนำร่างกฎหมายลูกขึ้นทูลเกล้าฯ คงเป็นช่วงเดือนธ.ค. หากนับไปอีก 90 วัน จะอยู่ประมาณเดือนมี.ค.2566 คงใกล้กับวันที่สภาจะครบวาระ ซึ่งไทม์ไลน์ยังอยู่ช่วงเดิมที่ตนเคยระบุไว้ไม่มีอะไรผิดพลาด

ผู้สื่อข่าวหากนำกฎหมายลูกขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วจะปิดประตูการยุบสภาได้เลยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเรื่อง ในอดีตมีการยุบสภาโดยที่มีกฎหมายค้างระหว่างทูลเกล้าฯ เป็นจำนวนมาก กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดว่ากฎหมายเหล่านั้นจะตกไป ยังคงลงพระปรมาภิไธยได้ เพราะเมื่อยุบสภา มีการลงพระปรมาภิไธย ก็นำกฎหมายเหล่านั้นไปใช้ในการเลือกตั้งอยู่แล้วไม่มีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาหรือใดๆ ไม่เกี่ยวกันเลย

สอนมวยการนับวันย้ายพรรค
ใครที่ไปนับกันว่าการเป็นสมาชิกพรรค การเมืองหากมีการยุบสภาต้องเป็นภายใน 30 วันนั้น หรือสภาครบวาระ ต้องเป็นสมาชิกภายใน 90 วันนั้นก็ถูก แต่การนับ 90 วันจะนับจนถึงวันเลือกตั้งไม่ได้นับจนถึงวันที่สภาหมดวาระ ดังนั้นที่มีการออกมาพูดกันเยอะว่าหลังวันที่ 24 ธ.ค. แล้วจะอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นเพราะไปนับ 90 วันถึงวันที่ 22 มี.ค.2566 ที่เป็นวันครบวาระของสภา แต่ในความเป็นจริงไม่เกี่ยวกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากจะให้ปลอดภัยสุดนักการเมืองควรย้ายพรรควันที่เท่าไหร่ นายวิษณุกล่าวว่า “ผมตอบไม่ถูก อยากย้ายกันเมื่อไหร่ก็ย้าย อยากอยู่ก็อยู่ แต่ถ้ายุบสภา ยังมีกำหนดเวลาเลือกตั้ง 45 วัน ถึงอย่างไรก็ ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งก่อน 45 วันได้ ดังนั้นหากมีการยุบสภาขึ้นมากะทันหัน พรุ่งนี้ยังย้ายพรรคกันได้ ก็เท่านั้น เพราะมีกรอบ 45 วัน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในการจัดการเลือกตั้งอยู่แล้ว ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นปัญหา เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”

หวาดเสียวส.ส.แห่ลาออก
เมื่อถามว่า หากส.ส.จำนวนมากใช้วิธีลาออกเพื่อกดดันให้ยุบสภา นายวิษณุกล่าวว่า เหตุการณ์เช่นนี้เคยมี แต่ไม่ถึงกับออกหมด ในอดีตสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกฯ เคยมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มาจากการแต่งตั้ง เขารู้สึกว่าให้นายกฯ คนใหม่ได้แต่งตั้งสนช.ใหม่ จึงทยอยลาออกครั้งละ 5-10 คน จนกระทั่งถึงครึ่งหนึ่ง นายกฯ หลังจากนั้นคือนายสัญญา ธรรมศักดิ์ จึงยุบสภา และแต่งตั้งสมาชิกใหม่โดยสภาสนามม้า ไม่มีกฎหมายใดบอกว่าหากลาออกกันเยอะแล้วจะต้องยุบสภา แต่โดยวิธีปฏิบัติแล้วก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม

“หากจะพูดไปแล้วสมาชิกร่อยหรอลง หรือลาออกไปจนเหลือแค่ 200 คนก็ประชุมได้ เพราะจะเลือกตั้งซ่อมก็ไม่ได้ เนื่องจากอายุสภาเหลือเวลาน้อย และถ้า 200 คนนั้นจะมาประชุมก็ประชุมได้ โดยยึดองค์ประชุมครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ ดีไม่ดีพวกที่คิดจะทยอยลาออกจะทำให้รัฐบาลทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ ผมไม่ได้หมายความว่าจะให้ทำอย่างนั้น แต่ทำให้เห็นว่ากลไกสภาไม่เวิร์กแล้ว ก็เป็นความชอบธรรมที่รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่มีปัญหาอะไร ผมเองยังเสียวอยู่เลยว่าลาออกกันเหลือแค่นี้ รัฐบาลอาจคิดว่าดีแล้ว เพราะต่อไปนี้กฎหมายอะไรที่ค้างกันก็เอาเข้าสภาช่วงนี้ เสียเลย” นายวิษณุกล่าว

‘ธนกร’ปัดนายกฯตกรางวัล
เมื่อเวลา 07.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะท้าวมหาพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าปฏิบัติงานวันแรก และให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้ถือฤกษ์การทำงานวันแรก ปกติเวลาทำงานที่ไหนหรือมีอะไรใหม่เข้ามาในชีวิตจะโทรศัพท์ถามแม่ และแม่ได้ให้คำแนะนำว่าวันดีที่สุดคือวันพฤหัสบดี และได้ให้พรให้ทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติและประชาชน

วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่เข้ามาทำงานวันแรก ต้องขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ให้โอกาสและเมตตาตนมาตลอด จะทำงานให้ดีที่สุด แม้ว่าเวลาที่เหลือของคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะครบวาระมี.ค.2566 จะใช้เวลาที่เหลือให้มีค่าที่สุดในการทำงานรับใช้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยกับนายกฯ อย่างไรก่อนได้รับตำแหน่ง เนื่องจากเก้าอี้นี้เป็นโควตาของนายกฯ นายธนกรกล่าวว่า ไม่เคยไปไหน และอยู่กับนายกฯ มาตลอดตั้งแต่เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ แม้เป็น ส.ส.ก็ยังมาแวะเวียนพูดคุยและหารือกับนายกฯ ซึ่งได้แนะนำการทำงานตลอด ฉะนั้นถือได้ว่าเป็นคนที่นายกฯ ให้ความเมตตา ให้มาทำหน้าที่ตรงนี้ โดยดูจากองค์ประกอบหลายๆ อย่าง

ต่อข้อถามว่าการทำงานใกล้ชิดและปกป้องนายกฯ จนมีข้อสังเกตว่าได้เป็นรัฐมนตรี เป็นการปูนบำเหน็จของนายกฯ นายธนกรกล่าวว่า ไม่ใช่ นายกฯ เป็นคนเก่งและดี คงไม่ได้ดูว่าจะแต่งตั้งใครมาปกป้องเท่านั้น ไม่เกี่ยวกัน แต่คงมองหลายมิติและเห็นว่าตนทำงานให้ประเทศได้

ไปไหนจะตามไปด้วย
ต่อข้อถามว่ามีข้อสังเกตว่าการทำหน้าที่ของนายธนกร เป็นการปูทางการเมืองให้นายกฯ ที่จะไปทำงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายธนกรกล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน เพราะนายกฯ บอกแล้วยังมีเวลา ไม่รีบตัดสินใจ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายกฯ ไปไหนจะตามไปด้วยใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่าแน่นอน ตรงไหนที่ทำงานแล้วมีความสุขก็ไป และ เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนรักชาติ บ้านเมือง ประชาชน และเทิดทูนสถาบัน สิ่งเหล่านี้ตนสัมผัสกับนายกฯ มา และได้เห็นถึงหัวใจที่จะทำงานให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เชื่อว่าประชาชนคาดหวังกับพล.อ.ประยุทธ์ ได้แน่นอน และต้องให้ความเป็นธรรมว่าตลอดเวลาที่นายกฯ ทำงานให้ประชาชน มีผลงานเกิดขึ้นมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นรัฐมนตรี แล้วยังทำหน้าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า เหมือนเดิม ยังไปสภาเหมือนเดิม ส่วนเรื่องการดูเสียงในสภา คงไม่เกี่ยวกัน เพราะนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับผิดชอบเรื่องนี้และทำหน้าที่ได้ดีมาก ส.ส.ทุกคนในพรรคพลังประชารัฐก็ให้เกียรติเพราะท่านเข้าได้กับทุกคน

เมื่อถามว่าหลังจากนี้ฝ่ายค้านจะเดินเกม ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม รัฐบาลจะทำหน้าที่นี้อย่างไร นายธนกรกล่าวว่า เรื่องนี้ประชาชนต้องรู้ว่าการที่องค์ประชุมล่มเกิดจากอะไร ตนไม่โทษฝ่ายไหน แต่ส.ส.มีหน้าที่ประชุมสภา เหมือนที่นายกฯ ว่าไม่ควรมีการเล่นเกมต่างๆ ในเวลานี้แล้ว และประชาชนเฝ้าจับตาการทำหน้าที่ส.ส.

4ส.ส.พปชร.แห่ให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายธนกรเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว มีส.ส. ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ 4 คน ที่มีชื่อจะย้ายไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แก่ นายพยม พรหมเพชร นายศาสตรา ศรีปาน ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา และนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช มาแสดงความยินดีกับนายธนกร ที่ห้องทำงาน ประมาณ 30 นาที

นายธนกรเผยว่า ส.ส.ที่มาพบวันนี้เป็นคนสนิทกัน โดยมาชวนให้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน เรื่องนี้ต้องรอให้ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายงานก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.ที่มาพบวันนี้ได้ไปพบและพูดคุยกับนายกฯ เมื่อ 24 พ.ย. นายธนกรกล่าวว่า ปกติตนก็ไปพบนายกฯ บ่อยอยู่แล้ว ถ้านายกฯ สะดวกให้ไป ก็พูดคุยกันตามปกติถึงเรื่องพื้นที่ สะท้อนปัญหาของประชาชนให้นายกฯ ทราบ เมื่อถามว่า ส.ส.ทั้ง 4 คนยืนยันว่าจะไปอยู่กับนายกฯ พร้อมนายธนกร ที่พรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง

อวย‘ประยุทธ์’ยังขายดีในภาคใต้
ด้านนายพยมกล่าวว่า ยืนยันว่าที่มาพบวันนี้เพื่อมาให้กำลังใจรัฐมนตรี ส่วนเรื่องทางการเมืองโดยเฉพาะเขตพื้นที่ของตนก็พยายามรักษาพื้นที่ ส่วนอนาคตทางการเมือง เวลานี้ยังไม่ได้ข้อสรุปต้องดูความชัดเจนของนายกฯ ก่อน ขอย้ำว่าในพื้นที่ภาคใต้ชื่อของนายกฯ ยังได้รับกระแสชื่นชม ยังขายได้และขายได้ดี คนภาคใต้เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ส่วนที่ไปคุยกับนายกฯ วันที่ 24 พ.ย. ไม่ได้คุยอะไรกันมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าในภาคใต้ยังต้องแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ทำพื้นที่การเมืองมานาน นายพยมกล่าวว่า เขาทำพื้นที่มานานแต่ทิ้งช่วงไป และผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคที่จะให้ลงสมัคร ส.ส.ใหม่ยังทำพื้นที่ได้ไม่นาน จึงเชื่อว่าประชาชนที่เฝ้าดูนักการเมืองอยู่จะตัดสินใจว่าอะไรที่เหมาะสมที่สุดและพรรคไหนเป็นอย่างไร

ต่อข้อถามถามว่า หากนายกฯ ประกาศท่าทีที่ชัดเจนจะตัดสินใจอย่างไร นายพยมกล่าวว่า เวลานี้บ้านเมืองผ่านวิกฤตไปแล้ว นายกฯ จะประกาศอย่างไรก็เชื่อว่าทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าชื่อของพรรคพลังประชารัฐมาก่อนพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ยังบอกอนาคตไม่ได้ว่าชื่อของพรรคไหนขายได้มากกว่ากัน ส่วนในใจของ ส.ส.มี คำตอบอยู่แล้ว

เด็กปชป.ฉะ‘พงศ์สินธุ์’เล่นใหญ่
นายยุทธการ รัตนมาศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณี นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อ้างจะมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตอีกเป็นจำนวนมาก ลาออกเพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ว่า ตนติดตามความเคลื่อนไหวของนายพงศ์สินธุ์ ภายหลังผลโพลสำรวจความนิยมประชาชนในพื้นที่ อ.หัวไทร และอ.ชะอวด ไม่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า

นายพงศ์สินธุ์มักชอบให้ข่าวและเล่นใหญ่จนสร้างความเข้าใจผิดต่อพรรคกับชาวบ้านมาตลอด มีพฤติกรรมอย่างที่ตนเคยวิจารณ์ นายไพร พัฒโน ที่ลาออกจากพรรคประชา ธิปัตย์ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) และล่าสุด จะลงสมัครส.ส.ในนามพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ‘ให้ร้ายบ้านเก่า เพื่อเอาใจบ้านใหม่’ การที่นายพงศ์สินธุ์เล่นใหญ่เพื่อให้เป็นข่าวตามหน้าสื่อ เจตนาเพื่อเล่นกับความรู้สึกประชาชนว่าตัวเองน่าสงสาร ถูกกลั่นแกล้ง จนต้องจำใจลา พอได้สังกัดพรรคใหม่อย่างเป็นทางการก็แสดงให้เห็นว่า มีเพาเวอร์ดึงดูดความนิยมให้พรรคใหม่ที่ไปสังกัดได้ อยากขอให้เลิกใช้วิธีสร้างความเข้าใจผิดและให้ร้ายต่ออดีตพรรคที่เคยสังกัด แล้วหันมาใช้วิธีตามวิถีประชาธิปไตย คือการเสนอว่าพรรคที่สังกัดอยู่มีนโยบายอย่างไรบ้าง จะชูบุคคลใดเป็นนายกฯ

ส่วนการปล่อยข่าวครั้งนี้ ได้รับการยืนยันมาแล้วว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ส่วนมากที่อยู่ในพื้นที่ ยังจะเดินหน้าตามอุดมการณ์ของพรรค และยังมีคนรุ่นใหม่ๆ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคจำนวนมาก หากนายพงศ์สินธุ์ ต้องการจะมีบทบาทหรือตัวตนในพรรคใหม่แล้ว ควรมุ่งมั่นตั้งใจทำงานกับพรรคที่สังกัดใหม่ มากกว่าคอยหาประเด็นทำลายพรรคที่เดินออกมาแล้ว การจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนต้องเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ไม่ใช่เป็นหนังตะลุงที่คอยมีคนกำกับและชักปากคอยสอนให้พูดเหมือนเด็กที่เริ่มฝึกพูด

เปิดตัว – พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ในจำนวนนี้มีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผู้สมัครจ.กาญจนบุรี และ ‘มดเล็ก’ ศักดิ์ชาย ตันเจริญ น้อง ‘มดดำ’ ลูกชายนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนฯ ผู้สมัครจ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.

พท.เปิดตัว 57 เขตชิงกลาง-เหนือ
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงข่าวเปิดตัวผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างรวม 57 เขต

นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันนี้เราเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยจากพื้นที่ภาคกลาง 32 คน และภาคเหนือตอนล่าง 25 คน ซึ่ง ไม่ครบทุกเขต ถือเป็นการแสดงความมุ่งมั่นเพื่อไปสู่เป้าหมายเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้ง แผ่นดิน ด้วย 3 กลไกหลัก คือตัวผู้สมัครที่สามารถนำนโยบายตอบสนองความต้องการประชาชนได้ รวมทั้งตัวนโยบายซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ซึ่งเรามุ่งมั่นเปิดให้ครบ 400 เขต ปักธงครบทุกพื้นที่

มีอดีตผู้ว่าฯ-อดีตอธิบดีด้วย
สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัครภาคเหนือ ตอนล่าง 25 คน ได้แก่ นครสวรรค์ 1.นายณรงค์ พนมวัน 2.นายทรงศักดิ์ ส่งเสริม อุดมชัย 3.นายสัญชัย วงษ์สุนทร 4.พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ 5.นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ 6.นาย วรภัทร ตั้งภากรณ์ 7.น.ส.ชุติมา เสรีรัฐ, เพชรบูรณ์ 1.นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี 2.นายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล 3.นายจำเนียร โฉมงาม 4.น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา 5.นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ 6.น.ส.รณิตา นาคะบุตร 7.นายเกรียงไกร ปานสีทอง, พิษณุโลก 1.น.ส. ณัฐทรัชต์ ชามพูนท 2.นายนพพล เหลืองทองนารา 3.นายจเด็ศ จันทรา 4.น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ 5.นายธนวิน โรจน์สุนทรกิตติ, พิจิตร 1.นายปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร 2.นาง ณริยา บุญเสรฐ 3.นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์, ตาก 1.นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ อดีตผู้ว่าฯตาก 2.นายดิฐชัย ฉันติกุล 3.นายสราวุธ หาญเมืองใจ

ภาคกลาง 32 คน ได้แก่ สุพรรณบุรี 1.นายไพโรจน์ ลีรัตนนุรัตน์ 2.นายสหรัฐ กุลศรี, ปราจีนบุรี 1.นายสมเกียรติ คำดำ, สระแก้ว 1.นายสุทธิรักษ์ วันเพ็ญ, กาญจนบุรี 1.นาย ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากร น้ำบาดาล ลงเขต 4 2.นายพนม โพธิ์แก้ว, ราชบุรี 1.นายนพพล ภู่แย้ม 2.นายไก่ ห้องริ้ว 3.น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร, ประจวบคีรีขันธ์ 1.นายวัชรพล ปลั่งศรีสกุล, สมุทรสาคร 1.นายนัธทวัฒน์ ม่วงเผือก 2.นายอุดม กันม่วง 3.นายบุญมี นิลถนอม 4.นายประยงค์ นอบน้อม

ฉะเชิงเทรา 1.นางฐิติมา ฉายแสง 2.นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ 3.นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง, จันทบุรี 1.นายวันทิต ตั้งรักษาสัตย์, สมุทรปราการ 1.นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ 2.นางนฤมล ธารดำรงค์ 3.นายประชา ประสพดี, นนทบุรี 1.นายนิยม ประสงค์ชัยกุล 2.นายนิทัศน์ ศรีนนท์ 3.น.ส.ปณรัศม์ วันชาญเวช 4.นายจำลอง ขำสา, ปทุมธานี 1.นาย สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล 2.นายศุภชัย นพขำ 3.นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ 4.นายสุทิน นพขำ 5.นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ 6.นายชนภัทร นันทกาวงศ์ 7.น.ส.ณัฐธิดา เกียรติพัฒนาชัย

‘มดดำ’แย้มจะพา‘สุชาติ’มาส่งเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อที่น่าสนใจอีกคนคือนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ หรือมดเล็ก ลูกชายนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ และรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่ 1 แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ที่มาเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา โดย มดดำ-นายคชาภา ตันเจริญ พี่ชาย มาให้กำลังใจน้องชายด้วย

นายคชาภา พิธีกรชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ จึงเดินมาส่งน้องชายที่ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากสนิทกับนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ส่วนเส้นทางทางการเมืองสำหรับตนนั้นคงจะเป็นศูนย์ เนื่องจากตอนนี้ยังมีความสุขกับงานปัจจุบันอยู่ เมื่อถามถึงโอกาสที่คุณพ่อจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย นายคชาภากล่าวว่า ถ้ามาเดี๋ยวจะพามาส่งเอง ตอนนี้ให้น้องมาก่อน

ด้านนายศักดิ์ชายเสริมว่า ต้องรอคุณพ่ออีกที คงจะมาพร้อมนายคชาภา ส่วนตนเป็นส.จ.มา 3 สมัยแล้ว ลงพื้นที่มาก็ได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเอง แต่คุณพ่อสอนอะไรบางอย่างด้วย เมื่อถามว่าที่ผ่านมาแปดริ้วเป็นของพรรคพลังประชารัฐมั่นใจว่าจะได้ส.ส.ในเขตแปดริ้วหรือไม่ นายศักดิ์ชายกล่าวว่า มีโอกาสอยู่

ผู้ว่าฯ สั่งเพิกถอนที่ดิน‘ครูแก้ว’
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองป่าดงพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ของนายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว หรือ สหายแสง ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังชาวบ้านร้องเรียนว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายบุญนาก ถิระสวัสดี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม เผยว่า ที่ดินป่าดงพะทาย เดิมเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลจัดสรรให้คนยากจนไร้ที่ดินทำกินมาตั้งแต่ปี 2517 กว่า 2,000 แปลง รวมกว่า 20,000 ไร่ ออกใบจองให้ชาวบ้านที่เข้าหลักเกณฑ์ไปแล้วบางส่วน สำหรับประเด็นปัญหาสำคัญที่เกิดข้อร้องเรียน ผู้ว่าฯนครพนมได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมที่ดินให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งพบปัญหาว่าพื้นที่ดังกล่าวที่เคยได้รับการจัดสรรมีบุคคลที่ได้รับใบจับจองนำไปจำหน่าย ถือว่าผิดเงื่อนไขตามระเบียบกฎหมายที่ดิน ไม่สามารถนำไปซื้อขายจำหน่ายได้ แต่สามารถรับมอบเป็นมรดกได้ จึงต้องมีการจำหน่ายเพิกถอน คืนสภาพ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปรามปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เคย แถลงเกี่ยวกับข้อร้องเรียน พร้อมสรุป ข้อมูลรวบรวมหลักฐานเสนอไปยัง ป.ป.ช. พิจารณา

นอกจากนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และกรรมการจริยธรรมสภา รับเป็นวาระการประชุมพิจารณา และนายศุภชัยเข้าชี้แจงกมธ.แล้ว ยืนยันครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย คาดกมธ.จะมีการพิจารณาสัปดาห์หน้า หากผิดจริงคณะกรรมการจริยธรรมฯ จะเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาเกี่ยวกับความผิดให้พ้นตำแหน่ง รวมถึงตัดสิทธิทางการเมือง และรอกระบวนการ ป.ป.ช.พิจารณาความผิดเกี่ยวกับการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จต่อไป

ฟอดใหญ่ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวเราะร่าระหว่างหญิงชาวบ้านดึงแก้มไปหอมฟอดใหญ่ ระหว่างไปตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำห้วยบังอี่ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.

‘ป้อม’ยาหอมเร่งพัฒนามุกดาหาร
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่จ.มุกดาหาร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ “ห้วยบังอี่” ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงานในปี 2566 จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 3,000 ไร่ ช่วยพร่องระบายน้ำช่วงต้นฤดูฝนและเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ประมงและอื่นๆ ในช่วงฤดูแล้ง และใช้ป้องกันน้ำจากแม่น้ำโขงหนุน และไหลย้อนกลับเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม

จากนั้นพล.อ.ประวิตรตรวจเยี่ยมโครงการขุดเจาะน้ำบาดาล และสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ของ อบจ.มุกดาหาร ณ บ้านนาดี ต.ดงมอน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตร และการเพาะปลูกพืช ได้ตลอดทั้งปี ทำให้เกษตรกรมี รายได้ในช่วงฤดูแล้ง แม้จะเกิดฝนทิ้งช่วงก็ตาม

พล.อ.ประวิตรได้พบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับทั้งสองจุดในการลงพื้นที่อย่างเป็นกันเอง และนำความปรารถนาดีและความห่วงใยจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาถึงประชาชน ชาวมุกดาหารทุกคน และพร้อมให้ความช่วยเหลือ ควบคู่การพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ครบ ทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีและมีความสุขทั่วหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน