สส.ย้ายตาม‘ลุง’ ‘หนู’ซัดจัดฉาก ดช.9ปีสูบบ้อง
รุ่นใหญ่พปชร. ‘วีระกร’ เชื่อนายกฯ ยุบสภามี.ค.66 คาดส.ส.กทม.พลังประชารัฐยกทีมตามประยุทธ์ไปซบ‘รทสช.’ ขณะที่ ‘อนุทิน’ นำทีมภูมิใจไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ภูเก็ต อ้อนขอโอกาสทำด้ามขวานไทยเป็นด้ามขวานทอง จวกปชป.จัดฉากเด็ก 9 ขวบพี้กัญชา ‘หมอบัญญัติ’ฉะกลับอย่าป้ายสีปชป. ลั่นไม่จิตต่ำขนาดนั้น ‘จิรายุ’เดือดเพื่อไทยคว้าคู่ปรับเก่า ‘ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์’ ลงชิงส.ส.เมืองกาญจน์ ขู่แยกทางกับพรรค ‘ส.ว.วันชัย’ฟันธงสมัยหน้า ‘บิ๊กป้อม’ นำพปชร.เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แม้เพื่อไทยแลนด์สไลด์ก็ต้องพึ่งมือประสานสิบทิศ ‘สุทิน’ลั่นถ้าพท.แลนด์สไลด์ก็ตั้งรัฐบาลเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร
ส.ว.ฟันธง‘ป้อม’ผู้ประสานสิบทิศ
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความเรื่อง “พล.อ.ประวิตร ผู้ประสานสิบทิศ” ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการสู้กันระหว่างกลุ่มอำนาจเดิม ประกอบด้วยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ภูมิใจไทย (ภท.) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และพรรคเล็กพรรคน้อย รวมทั้งพรรคเกิดใหม่ในสาขาเดียวกัน กับกลุ่มอำนาจใหม่ ประกอบด้วย เพื่อไทย (พท.) ก้าวไกล (ก.ก.) และพรรคเล็กพรรคน้อย ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล หลังเลือกตั้งกลุ่มอำนาจเก่าจะได้เปรียบตามรัฐธรรมนูญในการจัดตั้งรัฐบาล แต่กลุ่มอำนาจใหม่จะอ้างความ ชอบธรรมตามเสียงของประชาชน
เมื่อไม่มีใครยอมใคร จะเป็นความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง วิกฤตการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลก็อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยฝ่ายหนึ่งอ้างรัฐธรรมนูญ อีกฝ่ายหนึ่งอ้างประชาชน การจัดตั้งรัฐบาลคงไม่ง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมาแน่นอน ต่างฝ่ายต่างรู้จุดอ่อนจุดแข็งซึ่งกันและกัน และมีการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ในแต่ละจุดเหมือนกัน คงไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำซึ่งกันและกัน ถ้ายันกันอยู่อย่างนี้มีเรื่องแน่
นำพปชร.เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
มาไล่เรียงผู้นำแต่ละคนแต่ละพรรคแล้ว ใครจะเป็นผู้ประสานสิบทิศ แก้วิกฤตการเมือง ในภาวะที่แต่ละฝ่ายทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบทางการเมืองในสถานการณ์เช่นนั้นได้ ดูแล้วมีแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น เพราะ 1.ท่านเข้าได้กับทุกฝ่ายทุกพรรคการเมือง 2.เป็นที่ยอมรับของส.ส.ในกลุ่มอำนาจเดิมและกลุ่มอำนาจใหม่ อาจเว้นก้าวไกล 3.ท่านมีเสียงทั้งส.ส.และส.ว.สนับสนุน 4.ท่านมีความพร้อมทุกด้าน ใจถึงพึ่งได้ คำไหนคำนั้น นักเลงทางการเมือง 5.เคยเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว
“ดูจากคนอื่นพรรคอื่นแล้วไม่น่าจะมีใครที่จะมีบุคลิกลักษณะเท่ากับ พล.อ.ประวิตร เพราะบางคนบางพรรคจะอยู่ได้กับกลุ่มอำนาจเดิมเท่านั้น ไม่สามารถจะเข้ากับกลุ่มอำนาจใหม่ และกลุ่มอำนาจใหม่ก็ไม่สามารถจะเข้ากับเขาได้ ต่างจาก พล.อ.ประวิตร แม้แต่พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ ในที่สุดก็ต้องพึ่ง พล.อ.ประวิตร ดังนั้น พลังประชารัฐโดย พล.อ.ประวิตรคงจะเป็นผู้จัดการตั้งรัฐบาลและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแน่นอน และจะดึงพรรคไหนมาร่วมเป็นรัฐบาล ก็คอยดูหลังจากการเลือกตั้งก็แล้วกัน ยิ่งแต่ละคนแต่ละพรรคมากราบหลวงพ่อพระพุทธสัมฤทธิ์ประสิทธิโชค วัดไก่เตี้ยแล้วรับรองว่าได้เป็นรัฐบาลสมหวังดังปรารถนาทุกประการ” นายวันชัยระบุ
พท.ลั่นแลนด์สไลด์ไม่ต้องพึ่งใคร
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำความเห็นของนายวันชัย คงเป็นตรรกะคนละแบบกับเรา การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ถือเป็นมติมหาชนที่ทุกฝ่ายต้องเคารพและดำเนินการตามนั้น นี่คือความหมายและความจำเป็นที่ต้องมีการเลือกตั้ง หากพรรคเพื่อไทยชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้ส.ส.มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปพึ่งพาใครให้มาจัดตั้งรัฐบาลให้ พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียงจากประชาชนสูงที่สุด ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเอง
“ถ้าไปยกให้พรรคอื่นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถือเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งพรรคที่ได้คะแนนไม่มาก ได้ส.ส.น้อย จะมาทำตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ถ้าเป็นแบบนั้นการเมืองก็ไร้ประสิทธิภาพ ไร้คุณค่า และไม่สามารถขับเคลื่อนประเทศได้ หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ก็มีความชอบธรรมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่จำเป็นต้อง พึ่งใคร” นายสุทินกล่าว

ปักธงใต้ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกขบวนแกนนำไป เปิดตัวผู้สมัครส.ส. ภูเก็ต บรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.
‘เสี่ยหนู’เปิดตัวผู้สมัครส.ส.ภูเก็ต
เมื่อเวลา 09.40 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำคณะรัฐมนตรีของพรรค ผู้บริหารพรรค แกนนำ และส.ส.พรรค อาทิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รองหัวหน้าพรรค นางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรค ผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคใต้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายนิพนธ์ เอกวานิช เขต 1 นายวิวัฒน์ จินดาพล เขต 2 และนายวงศกร ชนะกิจ เขต 3 มีประชาชนชาวภูเก็ตเข้า ร่วมงานและรับฟังนโยบายกว่า 3,000 คน
นายอนุทินกล่าวปราศรัยว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ สิ่งที่เราให้สัญญากับประชาชน เราทำให้ทุกอย่าง แม้แต่สิ่งที่ ไม่ได้พูด ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็จะทำ วันที่พรรคเข้ามาเป็นคณะรัฐบาล พรรคได้รับมอบหมายให้ดูกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงคมนาคม เป็นหลัก ช่วงที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 เราเห็นว่าถ้าต้องการให้บ้านเมืองกลับมาปกติสุขเร็วขึ้น เราต้องมีตัวอย่างให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศเราทำได้ จึงเกิด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นใจในการพลิกฟื้นจากโควิด-19 ถ้าภูเก็ตเปิดได้ที่อื่นก็เปิดได้ ดังนั้น ภูเก็ตคือฮีโร่ในการพลิกฟื้นประเทศ
อ้อนโชว์ฝีมือทำด้ามขวานทอง
นายอนุทินกล่าวว่า จากสภาพการจราจรในภูเก็ต ต้องมีการลดขั้นตอนการเดินทาง จำเป็นต้องมีทางด่วนจากสนามบินเข้าเมืองเพื่อความรวดเร็ว นอกจากนี้ การคมนาคมขนส่งต่างๆ ระหว่างพื้นที่ฝั่งอันดามันกับ อ่าวไทย จะต้องสะดวกรวดเร็ว แม้จะขุดคลองไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว แต่เราจะสร้างเส้นทางขนส่งทางบก เชื่อมอันดามันกับอ่าวไทยจากระนอง-ชุมพร เป็นต้น พรรคภูมิใจไทยขอเอาทองมาติดด้ามขวานของไทย เราต้องการให้ด้ามขวานเป็นขวานทองโดยฝีมือของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งภาคใต้ต้องเจริญทั้งธุรกิจท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอุ้มชูเศรษฐกิจของประเทศ
ขอโอกาสพรรคภูมิใจไทย ผมพูดไม่เก่ง แต่เอาหัวใจมาพูด ขอให้เชื่อว่าเราจะทำแต่สิ่งดีๆ ให้พี่น้องชาวภูเก็ต ส.ส.ของพรรคทุกคนถูกปลูกฝังว่า ถ้าได้เป็นส.ส.แล้ว ต้องเป็นส.ส.ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ ส.ส.ที่ดูแลเฉพาะพื้นที่ตัวเอง พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคการเมืองที่ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันที ไม่รอให้สายเกินไป ขอยืนยันว่า 3 ผู้สมัครของ จ.ภูเก็ต อาจจะเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง แต่ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับคนภูเก็ตแน่นอน เพราะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายพรรคการเมืองประกาศจะคว้าเก้าอี้ส.ส.ภาคใต้ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าส.ส.เท่าไหร่จากจำนวนที่มีทั้งหมด 58 เขต นายอนุทินหัวเราะพร้อมบอกว่า “ทำเต็มที่ มีเท่าไหร่เอาเท่านั้น”
ฟาดปชป.จัดฉากเด็กพี้กัญชา
นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีที่มีภาพเด็กอายุ 9 และ 10 ขวบ นั่งพี้กัญชาริมชายหาดพัทยา ว่า เรื่องเด็กเร่ร่อนต้องให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแล เพราะไม่ใช่แค่สูบกัญชาอย่างเดียว ยังมีเด็กเร่ร่อนหลายคนดมกาว กินเหล้า และเสพยาเสพติด ซึ่งต้องดูประเภทของปัญหา ส่วนใหญ่เป็นเด็กเร่ร่อน ก็ต้องไปจัดการกับเด็กกลุ่มนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำหน้าที่หรือไม่ เพราะรมว.พม.อยู่พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ใน จ.ระยอง คุณหมออะไรนั่น (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง) เขาคงมีประเด็น เหมือนกับว่าไม่รู้จะทำอะไรก็เลยสร้างเรื่องขึ้นมามั้ง
“เด็ก 9 ขวบที่ไหนจะมีปัญญาไปซื้อบ้องกัญชา ซื้อใบยาสูบกัญชาแล้วก็มาแอ๊กท่าให้คนถ่ายรูป ก็จัดฉากกันมาทั้งนั้น รู้กันอยู่ แต่ไม่เป็นไร เพราะกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกที่กำกับดูแลการควบคุมการใช้กัญชา ผมได้มอบให้นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ไปกำกับดูแล ซึ่งการควบคุม และการใช้กฎหมาย เป็นหน้าที่ของเขาโดยตรง ผมก็จะกำชับไปที่รัฐมนตรีที่กำกับ แต่ก็ดีที่ ส.ส.คนที่เป็นหมอมาจาก จ.ระยอง อยู่จังหวัดเดียวกับนายสาธิตก็ให้ไปประสานงานกันเอง” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นกัญชาทำให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่อยๆ นายอนุทินกล่าวว่า เพราะเรามีมาตรการควบคุมเท่าที่จะทำได้ ถ้าส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ปัญหาหมดไป ก็ช่วยกันผ่านร่างพ.ร.บ.กัญชง-กัญชา คนที่ทำให้เกิดปัญหา คือคนที่มาบอกว่า วันนี้กัญชาไม่มีการควบคุม แต่ในเมื่อสิ่งที่ควบคุมได้คือกฎหมาย คนคนเดียวกันกลับบอกว่าจะคว่ำกฎหมาย ต้องดูว่าใครเหลาะแหละไม่อยู่กับร่องกับรอย ซึ่งไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย เพราะเราได้ปลดกัญชาออกจากยาเสพติด และฟังประชาชน เมื่อถามว่า 2 พรรคนี้จะสู้กันแรงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทินบอกว่า ไม่เป็นไรๆ สู้กัน
เย้ยทำเหมือนไส้เดือนถูกขี้เถ้า
ด้านนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนงงว่าพรรคประชาธิปัตย์ตอนแรกเริ่มต้นดี เห็นด้วยมาตลอด และเป็นนโยบายรัฐบาล ซึ่งหลายเรื่องที่เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเอามาเป็นประเด็นการเมือง แต่วันนี้พอใกล้เลือกตั้ง ก็ดิ้นทำตัวเหมือนไส้เดือนถูกขี้เถ้า เพราะถ้าเป็นห่วงเรื่องกัญชาอย่างที่พูดจริง ควรให้มีการรีบเร่งออกกฎหมาย แต่กลับไปดึงกฎหมายออกเพื่อให้เกิดสุญญากาศ แบบนี้ไม่มีมารยาททาง การเมือง
กัญชา กัญชง เป็นเรื่องที่ดี มีประชาชนใช้ประโยชน์จากกัญชาจำนวนมาก ตอนที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีงานใหญ่ประชาชนสนใจร่วมงานกว่า 3 แสนคน ช่วงแรกๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้สนใจเข้าร่วม แต่พอเห็นคนมาร่วมจำนวนมาก กระทรวงเกษตรฯ ก็มาขอร่วมปิดด้วย ซึ่งไม่ทันแล้ว และตนไม่เชื่อว่าเด็กเร่ร่อนจะเอาบ้องกัญชามาสูบ ตนดูแล้วเด็กสูบไม่เป็น เลยไม่แน่ใจว่าเป็นการสร้างข้อเท็จจริงทางการเมืองขึ้นมาหรือไม่
เมื่อถามว่า นโยบายกัญชาจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคในภาคใต้หรือไม่ นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะอิหม่ามหรือผู้นำมุสลิม เข้าใจดีว่ากัญชาไม่ได้ผิดหลักศาสนาในการใช้ทางการแพทย์ แต่ฝ่ายการเมืองเอามาพูดแบบล้อเล่น และบอกผิดหลักศาสนา การที่นักการเมืองเอากัญชามาเล่าเรื่องเท็จแบบนี้ต่างหากที่ผิดหลักศาสนา และผิดจริยธรรมวันนี้ถ้าพรรคภูมิใจไทยเสียคะแนนจากนโยบายกัญชาจริง พรรคคู่แข่งคงนิ่งแล้ว แต่วันนี้เขายังเหมือนไส้เดือนถูกขี้เถ้า เพราะเขาเสียคะแนนจากนโยบายดอกเบี้ยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และพรรคภูมิใจไทยยังได้คะแนนเรื่องกัญชามาอีก
‘หมอบัญญัติ’จวกกลับอย่าป้ายสี
นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ นายอนุทิน ที่กล่าวหามีการจัดฉากเด็ก 9 ขวบสูบกัญชาที่พัทยาว่า ส่งที่ตนแถลงไปนั้นสอบถามว่า รัฐมนตรีมีความรู้สึกอย่างไร จะแก้ปัญหาการระบาดของกัญชาที่มีทั่วไปในแหล่งท่องเที่ยวอย่างไร และรู้สึกอย่างไรที่เห็นเด็กสูบกัญชาเช่นนั้น ในฐานะเป็นผู้ออกนโยบาย แต่รัฐมนตรีไม่ได้ตอบให้ตรงคำถามว่าสะท้อนใจหรือรู้สึกเสียใจ ไม่สบายใจ ต่อภาพที่เกิดขึ้น ตรงกันข้ามกลับมองว่ามีคนจัดฉาก ประชาธิปัตย์จัดฉาก หรือตนจัดฉาก ตนไม่ จิตต่ำขนาดนั้นที่จะเอาเด็กจัดฉากสูบกัญชา เพื่อมาเสนอข่าวแล้วให้รัฐมนตรีแสดงความรู้สึก แสดงวิสัยทัศน์ว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร ท่านสร้างมโนภาพขึ้นมาว่า มีคน จัดฉากแล้วสบายใจก็เป็นเรื่องของท่าน
“ผมไม่มีจิตใจที่จะไปทำร้ายเด็กขนาดนั้น แต่เป็นข่าวที่หนังสือพิมพ์ ทีวี เอาไปกระจายข่าวให้ประชาชนได้เห็นปัญหานี้ ผมก็หยิบข่าวนั้นมาถาม เกรงว่าข่าวนี้จะลอยไปโดยไม่มีใครสนใจ เกรงว่ารัฐมนตรี ผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข จะไม่ได้อ่านข่าวนี้ ผมจึงเอามาถาม ท่านกรุณาตอบมาสิ ผมก็อยากฟัง ว่าท่านรู้สึกอย่างไร จะแก้อย่างไร เพราะท่านเป็นคนจุดประกายนโยบายนี้ เป็นคนจุดไฟนี้ แลวท่านก็สุมขอนไปว่ากัญชาดีอย่างนั้นอย่างนี้ ให้คนใช้กันเยอะให้แพร่หลาย ท่านบอกว่าเป็นกัญชาทางการแพทย์ ผมก็บอกว่าเป็นกัญชาทางการแพทย์แผนอนุทิน แล้วกัญชาอยู่ในชุมชนเยอะ เด็กเห็นเขาสูบก็ทำตาม” นพ.บัญญัติกล่าว
นอกจากนี้ ท่านไม่ต้องป้ายไปให้นายสาธิต ท่านเป็นผู้กำหนดนโยบาย รำไม่ดี ไม่ต้องโทษปี่โทษกลอง ท่านต้องกล้าๆ ที่จะตอบวิสัยทัศน์ของท่านมาว่ารู้สึกอย่างไร มีแนวทางแก้ไขอย่างไร ต้องตอบสังคม ไม่ต้องมาตอบตน เพราะตนถามก็เพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่การเมือง

เยี่ยมเยียน – นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมทีมยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร ชายแดนใต้ เยี่ยมเยียนและประสานการแก้ไขปัญหาจากการทำงานในต่างประเทศของเครือข่ายต้มยำกุ้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พร้อมหนุนชายแดนใต้เป็นศูนย์ฮาลาลของเอเชีย เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.
ปชป.กำชับสมาชิกยึดหลักสุจริต
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.หรือกฎหมายลูก ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ขัดรัฐธรรมนูญและอยู่ระหว่างส่งให้ประธานรัฐสภา แล้วส่งนายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า กฎหมายทั้งสองฉบับเปลี่ยนแปลงหลักในการเลือกตั้งอยู่พอสมควร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และที่ต้องดำเนินการคือร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จำเป็นต้องแก้ไขหลักเกณฑ์ ระเบียบต่างๆ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายที่แก้ไขใหม่
ในส่วนของตัวแทนพรรคประจำจังหวัดของพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมเกือบทั้งหมด เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับคาดว่ากระบวนการในการสรรหาผู้สมัครส.ส. ซึ่งมีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นประธาน จะมีการดำเนินการในจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน ซึ่งประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ประชุมฝ่ายเลขานุการเตรียมความพร้อมในกระบวนการสรรหาทั้งระบบเขตเลือกตั้ง 400 คน รวมถึงระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ ลิสต์) อีก 100 คน ซึ่งพรรคย้ำกับสมาชิกตลอดเวลาให้ยึดหลักสุจริตในการรณรงค์หาเสียง
ลั่นพร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา
ส่วนกรณีที่มีการตอบโต้กันไปมาระหว่างสมาชิกพรรคกับอดีตสมาชิกที่ได้ลาออกไปแล้วนั้น ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง การเข้าออกของบุคคลเป็นเรื่องธรรมดาในการตัดสินใจในทางการเมืองของแต่ละคน เพียงแต่ไม่อยากให้ออกมาพูดที่จะทำให้พรรคเกิดความเสียหาย ต้องมีวุฒิภาวะ ต้องแยกให้ออกถึงตัวบุคคลกับพรรค ในทุกช่วงสถานการณ์ของพรรคที่ผ่านมา 77 ปี แน่นอนว่ามีขึ้นมีลงเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์มาอย่างยาวนานคือทุกคนร่วมจับมือกันสู้เพื่อให้พรรคก้าวเดินไป ข้างหน้า
“ขณะนี้พรรคมีเอกภาพและกำลังจัดทัพเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ที่เป็นกำลังสำคัญ ร่วมกับผู้บริหารพรรค สมาชิกพรรค ทุ่มเทเต็มที่ พรรคมุ่งหวังชัยชนะเพื่อทำงานให้กับประชาชนและประเทศ และไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเวลาใด พรรคประชาธิปัตย์พร้อมตลอดเวลา” นายราเมศกล่าว
‘วีระกร’นั่งรองผอ.พปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ ลงนามคำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 145/2565 เรื่องแต่งตั้งรองผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้การบริหารงานของพรรค และหัวหน้าพรรค เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามอุดมการณ์ วัตถุประสงค์และนโยบายของพรรค อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.2561 และแก้ไข เพิ่มเติม ข้อ 17 จึงแต่งตั้ง นายวีระกรคำประกอบ เป็นรองผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะนี้ยังไม่มีชื่อบุคคลที่จะมาเป็นผู้อำนวยพรรค แทนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ยื่นลาออกจากกรรมการบริหารพรรค และผู้อำนวยการพรรค ไปก่อนหน้านี้
เชื่อกทม.แห่ซบรทสช.
นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ รองผู้อำนวยการ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ ตอนนี้ต้องเลิกคิดเรื่องอยู่ครบวาระ เพราะไม่มีทาง เวลานี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มี ส.ส.สักคน เขารอให้ส.ส.ย้ายไปสังกัดพรรค หากรัฐบาลอยู่จนครบวาระ การย้ายพรรคตอนนี้ไม่ทันแล้ว ฉะนั้นต้องมีการยุบสภาล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่น เพียงแต่ยุบวันไหน ไม่ทราบ แต่คาดว่าเขาคงทำงานไปจนถึงเดือนมี.ค.2566 ค่อยคิด ยุบสภา
ผู้สื่อถามว่า ส.ส.จะลาออกกันในช่วงเดือนธ.ค.นี้ใช่หรือไม่ นายวีระกรกล่าวว่า อาจมีบ้าง แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะลาออก หากมีการยุบสภาในเดือนมี.ค.2566 การเลือกตั้งคงมีขึ้นช่วงปลายเดือนพ.ค.-ต้นเดือนมิ.ย.2566 ฉะนั้นถ้าจะลาออกให้ครบ 90 วันก่อนเลือกตั้ง ยังพอมีเวลาเหลืออีกตั้ง 2 เดือน คงลาออกกันประมาณต้นเดือนก.พ.2566 ก็ยังทัน
เมื่อถามว่าหากนายกฯ ประกาศชัดเจนว่าจะย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมี ส.ส.กลุ่มใดบ้างที่ยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ นายวีระกรกล่าวว่า ตอบไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ชัดเจน แต่ได้ยินเสียงซุบซิบกันเหมือนจะไปพรรครวมไทยสร้างชาติกันเยอะ ในกรุงเทพฯ แทบไม่เหลือเลย
‘นิโรธ’ฉะฝ่ายค้านทำสภาล่ม
ด้านนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีสภาล่มเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ว่า วันประชุมดังกล่าวมีกรรมาธิการ (กมธ.) หลายคณะประชุมอยู่ แต่ไม่รู้จะพูดยังไง และฝ่ายรัฐบาลขาดเพียง 10 กว่าเสียง แต่ฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่ผู้แทนในสภา ฝ่ายรัฐบาลมา 200 กว่าเสียงอยู่แล้ว เพียงแต่บางท่านเป็นรัฐมนตรีจึงติดภารกิจ ทำให้ขาดไปไม่กี่เสียง ถ้าฝ่ายค้านคิดจะสร้างสรรค์งานในสภา ควรให้ความร่วมมือกันบ้าง แต่ยืนยันว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทำงานเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายใดๆ ก็มาเป็นองค์ประชุมให้ตลอด ขอให้ประชาชนพิจารณาก็แล้วกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุหาก ส.ส.เหลือน้อย รัฐบาลอาจทำอะไรคล่องตัวมากขึ้น นายนิโรธกล่าวว่า จะเป็นเช่นนั้นก็ต่อเมื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านลาออก แต่ถ้า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลลาออกเยอะ ก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะสุดท้ายต้องใช้องค์ประชุมกึ่งหนึ่งเหมือนกัน ต่อข้อถามว่า กังวลว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะลาออกกันเยอะหรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ดูแล้วยังไม่น่าลาออก เพราะยังมีเวลาเหลือ แต่อยู่ที่ตัวส.ส.ว่าจะ เดาใจนายกฯ อย่างไร
เมื่อถามว่า ส.ส.พลังประชารัฐ กำลังรอดูสัญญาณจากนายกฯ ใช่หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ต้องสังเกตว่านายกฯ จะอยู่ครบวาระหรือยุบสภา ส่วนที่มองว่าหากนายกฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ จะส่งผลให้ ส.ส.พลังประชารัฐ ลาออกหรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า อยู่ที่เงื่อนไขนายกฯ จะอยู่ครบวาระหรือยุบสภาก่อน เพราะเงื่อนเวลาต่างกัน ถ้าอยู่ครบวาระก็ควรลาออกตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.นี้ เชื่อว่าส.ส.คงอ่านเกมกันได้
‘สุทิน’เตือนระวังล่มอีก
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เรื่องสภาล่มเป็นโจทย์ง่ายๆ ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลย รัฐบาลเองต่างหากที่คุมเสียงตัวเองไม่ได้ ที่การประชุมสภาล่ม 2 สัปดาห์ติดนั้น ฝ่ายค้านพูดชัดเจนว่าถ้ามาถึงจุดนี้ มาตรานี้ เราจะไม่เป็นองค์ประชุมให้ ซึ่งเราเฉลยข้อสอบให้ขนาดนี้แล้ว แต่พวกคุณกลับไม่ทำการบ้านกันเอง ไม่ทำการบ้านไม่พอ พรรคร่วมรัฐบาลกลับมีปัญหากันเองอีกด้วย สัปดาห์หน้าหากมีการโหวตมาตรา 9/1 ร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นใหม่อีกครั้ง ฝ่ายค้านจะไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม บอกขนาดนี้แล้วรัฐบาลต้องหาคนประชุมให้พอ จะมาโทษฝ่ายค้านไม่ได้
ส่วนที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ฝ่ายค้านเล่นเกมสภาล่มเพราะอยากให้ยุบสภานั้น เราไม่ได้เล่นเกม หากคุณพูดว่าเราเล่นเกมก็แก้เกมมาสิ แก้ง่ายนิดเดียว นี่ไม่แก้เกม แถมพวกคุณกลับเล่นเกมกันเองอีกต่างหาก เชื่อว่าการประชุมสภาสัปดาห์หน้า โอกาสสภาล่มอีกสูงมาก” นายสุทินกล่าว
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การรักษาองค์ประชุมสภา เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล เพราะการตั้งรัฐบาลมาจากเสียงข้างมากของส.ส.ในสภา และนายชวน หลีกภัย ประธานสภา พูดแล้วว่า ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่การรักษาองค์ประชุม การพูดของนายชินวรณ์ ถือว่าไม่ตรงกับเหตุผลที่แท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุระบุว่าหากมี ส.ส.แห่ลาออก จนทำให้เหลือส.ส.ในสภาแค่ 200 คน อาจเป็นเงื่อนไขต้องยุบสภา นายประเสริฐกล่าวว่า การที่ส.ส.ลาออกอาจจะเป็นเงื่อนไขหนึ่ง ยิ่งเมื่อสภาล่มบ่อยและเดินหน้าต่อไม่ได้ก็จะเป็นประเด็น กระทบต่อการพิจารณากฎหมายสำคัญ รวมถึงการแก้ปัญหาของประชาชน ตนได้ยินกระแสข่าวที่ส.ส.จะลาออก เป็นส.ส.จากทั้งสองฝั่งคือ ฝั่งรัฐบาล และฝั่งฝ่ายค้าน เป็นส.ส.ที่จะย้ายพรรคอยู่แล้ว เมื่อสภาเดินหน้าไม่ได้ก็จะเป็นเหตุให้เกิดการยุบสภา
‘ชลน่าน’อุบพ่อมดดำเข้าซบ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเปิดตัวนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ หรือมดเล็ก บุตรชายนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย แล้วนายสุชาติจะย้ายจากพรรคพลังประชารัฐมาพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของอนาคต ขณะนี้เรื่องที่เกิดขึ้นคือนายศักดิ์ชายมาเป็นผู้สมัครเราแล้ว เรื่องของนายสุชาติต้องรอว่าเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เราไม่ควรพูด ตอนนี้นายสุชาติมีหน้าที่เป็นรองประธานสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญอยู่ หากพูดไปอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ คงต้องรอความชัดเจน หลังจากนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เพื่อย้ำกระแสแลนด์สไลด์ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักคือการย้ำกระแสแลนด์สไลด์ เพราะถ้าเราไม่แลนด์สไลด์ ต่อให้ได้ ส.ส.มากที่สุดก็ไม่การันตีว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นมีเงื่อนไขเดียว ถ้าประชาชนอยากให้ได้รัฐบาลที่มาจากฝ่ายประชาธิปไตยก็ต้อง ช่วยกัน
เมื่อถามว่าหากได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ นายกฯ ต้องมาจากแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเท่านั้นใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ใช่ ถือเป็นความชอบธรรมที่ประชาชนให้มา เมื่อถามว่าหากพรรคที่จะ มาร่วมกับพรรคเพื่อไทยขอเก้าอี้นายกฯ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรต่อรองเพราะพรรคเพื่อไทยได้รับมอบอำนาจจากประชาชนที่เป็นเสียงส่วนใหญ่แล้ว และ พี่น้องประชาชนคงไม่ยอม พรรคเพื่อไทยก็ ไม่ยอมที่จะให้มีการต่อรองลักษณะอย่างนี้
‘จิรายุ’เดือดโดนจัดเต็มคาราเบล
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรค เพื่อไทย กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยเปิดตัวนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 ว่า ตนทำงานรับใช้และต่อสู้พวกเผด็จการให้กับพรรคเพื่อไทยมา 10 กว่าปี ไม่คิดว่าพรรคจะจัดได้เต็มคาราเบลกับตนเช่นนี้ ทำให้ตนต้องคิดมากขึ้นในเรื่องแนวทางการเมืองนับจากนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือของพรรค เรียกให้ตนไปพูดคุยแล้วยืนยันแล้ว แต่ผลออกมาเป็นเช่นนี้ตีความได้อย่างเดียวว่าตนไม่มีคุณค่ากับพรรคเพื่อไทยอีกต่อไป อย่าคิดว่าคนที่เคยด่าร้ายผู้ใหญ่ของพรรค เป็นปรปักษ์ของพรรคมาตลอดจะทำอะไรกับพรรคเพื่อไทยก็ได้ อยากจะไป ก็ด่าพรรคเอาใจ 3 ป. อยากจะกลับมาก็เชลียร์
ปัจจุบันมีคดีความของนายศักดิ์ดาที่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร และตนได้ยื่นฟ้องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการทุจริตของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแล้ว ซึ่งมีอีก 3 สำนวนในการตรวจสอบทุจริตของกรม และการใช้เงินกองทุนพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาลในปีที่ผ่านมา ซึ่งยกร่างเสร็จแล้ว มีทั้งเอกชนและข้าราชการระดับสูงและรองอธิบดีจนถึง ผู้อำนวยการกองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ฉะนั้นเอฟซีจิรายุมั่นใจได้ว่าใครจะเข้ามาบ้านนี้ด้วยวิธีการแบบใดตนไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ตนเคารพนับถือต้องอธิบายให้ได้ ไม่เช่นนั้นหลักการที่ตนศรัทธามาตลอด 10 กว่าปีจะ สิ้นไป
ฉุนคว้า‘ศักดิ์ดา’ชิงส.ส.-ขู่แยกทาง
นายศักดิ์ดากลั่นแกล้งตนโดยใช้ตำแหน่งอธิบดี ยื่นร้องจริยธรรมตนต่อรัฐสภา จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและลงมติว่าการร้องของนายศักดิ์ดาไม่มีมูลความจริง ให้ยกคำร้อง และยังมีการร้องผมในเรื่องเดียวกันไปที่ ป.ป.ช. โดยมีเจตนาพิเศษให้ผมติดคุกติดตะราง หมดอนาคตทางการเมือง ทั้งที่ตนประกอบคุณงามความดีมาตลอดชีวิตการเมืองจนเป็นที่ประจักษ์ในสังคม ตนไม่เคยรู้จักกับนายศักดิ์ดาหรือมีเรื่องโกรธแค้นใดกันมาก่อนแม้แต่น้อย ตนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ในฐานะประธานกมธ. ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเขามีข้อพิพาทกับส.ส.พรรคเพื่อไทยและด่าพรรคมาตลอด 2-3 ปีมานี้ แล้วจะให้ตนยืนให้ตบหัวเล่นเฉยๆ หรือ
“นับจากนี้ผมจะเข้มข้นตรวจสอบประวัติของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะทุกคนที่เคยอยู่พรรคตรงข้าม วันนี้พอจะแลนด์สไลด์แห่กันเข้ามา คนอยู่บ้านเป็นหมาเฝ้าบ้านแบบพวกผมควรปฏิบัติตนแบบไหนดี สำหรับผมถ้าไม่อยู่พรรคเพื่อไทยจะไปเป็นภาคประชาชนเพื่อติดตามตรวจสอบไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล” นายจิรายุกล่าว
ก.ก.แนะอย่าด่วนยุบสภา
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า โอกาสของการยุบสภาเกิดได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น 24 ธ.ค. หรือ 6 ก.พ.2566 แต่ในมุมมองของฝ่ายค้านคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ชื่อว่าชอบทำสถิติ ฉะนั้น ถ้าไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองจริงๆ หรือไม่ได้มีแรงบีบคั้นอย่างสุดๆ เชื่อว่าไม่ยุบสภา
ประกอบกับสิ่งที่เราได้ข้อมูลมาคือ ในการที่จะเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองต้องมีตัวแทนประจำจังหวัด (ตทจ.) ซึ่งพรรคที่มีแนวโน้มว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ มีการตั้งตทจ.ได้แค่ 10 กว่าจังหวัด เหลืออีกหลายจังหวัดที่เขาต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายที่คิดว่าอาจจะยังไม่ไปสู่การยุบสภาโดยเร็ว เว้นแต่เขาจะมีความพร้อม
สำหรับพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้ห่วงประเด็นเรื่องยุบสภา สิ่งที่เราทำต่อคือกฎหมายที่เป็นประโยชน์ และสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะเปิดให้อภิปรายในเดือนม.ค.2566 และในกรณีแบบนี้ท่านอย่าชิงยุบสภาไปก่อน รอฟังข้ออภิปรายและข้อเสนอของฝ่ายค้านสักนิดก่อนที่จะยุบสภา แต่ตนเชื่อว่าสุดท้ายพล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว ไม่มีความคิดและความตั้งใจที่จะยุบสภา ส่วนในอนาคต เรา จับมือทำงานกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคฝ่ายค้านได้แน่นอน แต่พรรคเพื่อไทยจะเลือกเราหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบแทนได้ ขณะเดียวกันจุดยืนของเราชัดเจนว่า จะไม่จับมือกับพรรคที่ถือว่าเป็นพรรคนั่งร้านของระบบคสช. หรือระบบเผด็จการแน่ๆ

เปิดศูนย์ – นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคกรุงเทพ ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย เขตดอนเมือง โดยมีพล.ต.หญิง ดาวใจ เจิมเจิดพล เป็นผู้ประสานงาน เขตดอนเมือง กทม. เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.
‘อุตตม’ประกาศนำสอท.ปักธงกทม.
วันเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคกรุงเทพ และทีมงานสร้างอนาคตไทย ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย เขตดอนเมือง โดยมีพล.ต.หญิง ดาวใจ เจิมเจิดพล เป็นผู้ประสานงานเขตดอนเมือง
นายอุตตมกล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคสร้างอนาคตไทยมีผู้ประสานงานครบทุกเขตแล้ว เราได้เริ่มทำงานและพร้อมที่จะดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่ ทีมงานของพรรคทุกคนมีความตั้งใจและมุ่งมั่น ที่จะสร้างพรรคสร้างอนาคตไทยให้เป็นพรรคการเมืองที่ดี และพร้อมเข้าไปรับใช้ประชาชนอย่างสุดความสามารถ
ด้านนายสุรนันทน์กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการยุติธรรมของไทยบิดเบี้ยว เราต้องช่วยแก้ไข พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ที่มีชุดความคิดใหม่ ไม่ใช่แค่คนที่มีอายุน้อยเท่านั้นคือคนรุ่นใหม่ แต่เป็นคนทุกรุ่นที่พร้อมจะยอมรับความคิดใหม่ๆ ที่สำคัญคือต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น ขอยืนยันว่าพรรคจะไม่ทิ้งประชาชนโดยเด็ดขาด
โปรดเกล้าฯ‘ประพันธุ์’เป็นส.ว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งส.ว. แทนตำแหน่งที่ว่าง ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า
ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ส.ว.จำนวน 250 คน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.2562 เนื่องด้วยนายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ส.ว. ได้ถึงแก่อนิจกรรม จึงเป็นเหตุให้ตำแหน่งส.ว.ว่างลง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นาย ประพันธุ์ คูณมี เป็นส.ว. แทนตำแหน่งที่ว่าง
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 2 ธ.ค.2565 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา
สำหรับนายประพันธุ์ มีกำหนดเข้ารายงานตัวเป็นส.ว. ต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ เวลา 08.00 น. อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในการ เข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาในวันเดียวกัน

ตรวจสอบ – นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ประธานกมธ. ติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการของเทศบาลนากลาง จ.หนองบัวลำภู หลังนายภาณุเมศวร์ วาสโสหา วิศวกรโยธาสังกัดกองช่าง เทศบาล ต.นากลาง ฆ่าตัวตาย พร้อมทิ้งจดหมายว่าถูกกดดันจากที่ทำงานที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.
กมธ.ตรวจถนนหนองบัวลำภู
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ทรงคุณวุฒิและอดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะกมธ.ติดตามงบประมาณ ลงพื้นที่ตรวจสอบเกี่ยวกับโครงการของเทศบาลนากลาง จ.หนองบัวลำภู หลังนายภาณุเมศวร์ วาสโสหา อายุ 27 ปี วิศวกรโยธาสังกัดกองช่าง เทศบาล ต.นากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ฆ่าตัวตาย พร้อมทิ้งจดหมายระบายถึงพ่อแม่ว่าถูกกดดันจากที่ทำงานที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น
“การจบชีวิตของวิศวกรหนุ่มครั้งนี้เป็นการสังเวยกับระบบการทุจริตในระบบราชการที่กระจายไปทั่วประเทศ ตลอดจนสะท้อนถึงความล้มเหลวในการปราบการทุจริตของรัฐบาล น้องวิศวกรต้องไม่ตายฟรี ผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะส.ส.หนองบัวลำภู และประธานคณะกรรมาธิการฯ” นายไชยากล่าว
วันเดียวกัน นายพรหมมา รัตนพลที อายุ 52 ปี เปิดเผยว่าตนเป็นคนในพื้นที่ ต.นากลาง โดยสื่อมวลชนได้มาขอร้องให้พาไปดูถนนชื่อซอยเพชรสุวรรณ 6 ซึ่งเป็นจุดที่นายภาณุเมศวร์ ระบุในจดหมายเท่านั้น ทำให้มีภาพของตนเผยแพร่ออกไป หลังจากนั้น พบว่ามีบุคคลแปลกหน้ามาถ่ายภาพเซลฟี่กับรถของตนที่หน้าบ้านพัก จากนั้นก็มีผู้นำชุมชนมาเตือน ให้ระวังตัว ทำให้รู้สึกกังวลต่อความปลอดภัย ยืนยันไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
สธ.ยื่น‘ช้อปปี้’ระงับขายกัญชา
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ทำหนังสือลงวันที่ 2 ธ.ค.2565 เรื่องให้ระงับการโฆษณาขายสินค้าสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ส่งถึงกรรมการผู้จัดการบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด มีใจความโดยสรุปว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกประกาศ สธ. เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ที่ควบคุมเฉพาะช่อดอกไม่ให้นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ในฐานะ ผู้บังคับใช้กฎหมายได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กรณีตรวจพบว่ามีการประกาศโฆษณาขายกัญชาในส่วนที่เป็นช่อดอกผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มของ Shopee
ทั้งนี้ ตามประกาศดังกล่าวกำหนดให้ผู้ที่จะศึกษาวิจัย ส่งออกจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 และผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข หากฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย จึงขอให้ท่านดำเนินการระงับการจำหน่ายสมุนไพรควบคุมหรือสินค้าที่แปรรูปจากสมุนไพรควบคุม เพื่อการค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์แล้วระงับการโฆษณาสมุนไพรควบคุมบนแพลตฟอร์มของช้อปปี้โดยเร็ว
โดย นพ.ธงชัยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตรวจสอบพบการจำหน่ายช่อดอกกัญชาผ่านแพลตฟอร์มนี้จริง ส่วนแพลตฟอร์มอื่นๆ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ในฐานะอธิบดีจึงได้ทำหนังสือส่งถึงแพลตฟอร์มดังกล่าว ขอให้ระงับการโฆษณาขายสินค้าสมุนไพรควบคุม (กัญชา) หรือช่อดอกกัญชาโดยเร็ว เพราะผิดกฎหมายตามประกาศสธ. กรมไม่มีทางให้จำหน่ายผ่านออนไลน์แน่นอน และไม่ให้มีการโฆษณาอยู่แล้ว