พท.ชี้เป็นไปได้ ยุบสภาต้นมีค.
เพื่อไทยโพสต์คลิป ‘8 ปีบาดใจ ไทยVSโลก’ เทียบ ผลงานตู่กับผู้นำนานาชาติ โหมโรงคิกออฟแคมเปญเลือกตั้ง 6 ธ.ค. ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำโชว์วิสัยทัศน์ หมอชลน่านมั่นใจเคลียร์ ‘จิรายุ’ ได้ ปมไม่พอใจพรรคเปิดตัวส่งอดีตอธิบดีกรมน้ำบาดาลลงสมัครชิงส.ส. ชี้เป็นไปได้ นายกฯ ยุบสภาต้นมี.ค.66 ปชป. ค้านยุบ-ส.ส.ลาออก อนุทินขนทัพใหญ่ลุยนครพนม ลั่นยกจังหวัด ‘ครูแก้ว’ ขยับนั่งรัฐมนตรี ก้าวไกลเชื่อปักธงส้มที่ขอนแก่น ปลุกประชาชนเชือดงูเห่า นิด้าโพลเปิดผลสำรวจผลงาน 6 เดือนผู้ว่าฯ ชัชชาติ คนกรุงให้สอบผ่าน มีแค่ 18% ที่ไม่พอใจ
พท.คิกออฟแคมเปญเลือกตั้ง6ธ.ค.
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมกำหนดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 พ.ศ.2565 ซึ่งจะจัดขึ้น วันที่ 6 ธ.ค.นี้ ซึ่งภายในงานจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน Think Big, Act Smart, For All Thais” โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และมีการประชุมตามระเบียบวาระ เลือก กก.บห. แทนตำแหน่งที่ว่าง
ส่วนคลิปวิดีโอ “8 ปีบาดใจ ไทย VS โลก” เปรียบเทียบระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กับผู้นำชาติต่างๆ ทั้งด้านการคมนาคม การจัดการน้ำ สาธารณสุข อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การศึกษา ที่ชาติต่างๆ ก้าวหน้ากว่าการดำเนินการของไทย เป็นช่วงเวลาที่หายไปตลอด 8 ปี ภายใต้ความล้มเหลวของรัฐบาลชวนให้คิดว่าคนไทยมีชีวิตเป็นอย่างไรดีขึ้นหรือไม่ และพลาดโอกาสอะไรไปบ้าง
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พท. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2565 ภายใต้ชื่องาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน Think big, Act smart, for all thais” 6 ธ.ค.นี้ ว่าไม่มีไฮไลต์พิเศษอะไร นอกจากการโชว์วิสัยทัศน์ของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท. และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย การปาฐกถาพิเศษของตน และการเลือกคณะ กก.บห. แทนตำแหน่งที่ว่างลงประมาณ 9-10 ตำแหน่ง โดยจะให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้เสนอชื่อ ไฮไลต์ วันนั้นมีเพียงแค่การคิกออฟแคมเปญเลือกตั้งพรรค ขอย้ำว่ายังไม่มีการเปิดตัวแคนดิเดต นายกฯ ของพรรค
เป็นไปได้ยุบสภา 3 มี.ค.66
เมื่อถามถึงการยุบสภาตามที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฟันธงว่าจะยุบ 3 มี.ค. 2566 และการย้ายพรรคของส.ส. นพ.ชลน่านกล่าวว่า จากที่ดูสถานการณ์การเมืองขณะนี้การยุบสภามีโอกาสเป็นไปได้สูง ด้วยเหตุที่ผู้มีอำนาจเห็นว่ายุบสภาแล้วเขาได้ประโยชน์สุด ตามข้อสันนิษฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหากเขาจะย้ายพรรคต้องมีส.ส.ปัจจุบันย้ายตามไป ฉะนั้น การยุบสภาจะเปิดช่องให้ส.ส.ปัจจุบันสังกัดพรรคได้ภายใน 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง หากยุบสภาจะมีเวลาเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วัน ก็สามารถสังกัดสมาชิกพรรคได้อยู่แล้ว จึงเป็นข้อดีที่เขาเห็นว่าได้ประโยชน์ รวมถึงเขาได้เตรียมแผนการเลือกตั้งไว้หมดแล้ว แต่จะยุบสภาเมื่อไหร่เขาคงดูโอกาสที่เหมาะสมและพยายามดึงไปให้ยาวที่สุด สิ่งที่นายวีระกรพูดก็คงน่าจะใกล้เคียง
เมื่อถามกรณีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุหลังการเลือกตั้งในปี 2566 หากนโยบายในกรอบหลักของพรรคเห็นตรงกันก็จับมือกับ พท. หรือฝ่ายค้านได้แน่นอน มองอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า การจะบอกว่าจับมือกับใครเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง ต้องดูว่าประชาชนมอบอำนาจให้ใคร ผลเลือกตั้งจะเป็นตัวบ่งชี้พอสมควร รวมถึงต้องมาดูทิศทางการทำงานว่าทำงานด้วยกันได้หรือไม่ นโยบายสอดรับกันหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการพูดคุยหลังเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ต้องดูประชาชนเป็นหลัก
เชื่อจิรายุยังอยู่กับพรรค
เมื่อถามกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พท. ระบุจะขอทบทวนเส้นทางการเมืองหลัง พท.จะส่งนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โจทก์เก่าของนายจิรายุ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลาง นพ.ชลน่านกล่าวว่า คงต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคว่าเราหาตัวผู้สมัครทำในนามระบบพรรค หากมีข้อขัดแย้งในลักษณะบุคคล ก็ต้องพยายามหาจุดร่วมกันให้ได้เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า ก็น่าจะพูดคุยกันได้ และไม่เสียหายอะไรที่นายจิรายุจะแสดงจุดยืนของเขาในมุมที่เขาทำหน้าที่มา ก็เป็นเรื่องธรรมดา พรรคเองก็ต้องรับฟัง หวังว่าจะเป็นจุดที่ไกล่เกลี่ยและเป็นจุดที่จะแสวงจุดร่วม ทำให้ข้อขัดแย้งของเขาหายไปให้ได้
ด้านนายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พท. กล่าวถึงกรณีนายจิรายุ เช่นกันว่า นายจิรายุเป็นนักการเมืองคุณภาพคนหนึ่งของพรรค และทำงานหนักในฐานะประธานกมธ.ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับนายจิรายุ แต่เชื่อมั่นว่า พท.ยังมีพื้นที่และมีโอกาสให้นายจิรายุได้ทำงานทางการเมืองสานต่อคุณภาพการเมืองที่ทำไว้ต่อ คงจะมีโอกาสได้หารือกัน ทั้งนี้ พรรคการเมืองก็เหมือนเรือที่อยู่ในทะเล ก็จะเจอคลื่นลมเป็นเรื่องปกติแต่เราต้องมีกระบวนการในการระงับความ ไม่พอใจหรือความขัดแย้งได้ มั่นใจว่านายจิรายุจะเห็นถึงผลประโยชน์ของพรรคและประเทศ เพราะขณะนี้ พท.ก็กำลังเดินหน้าสู่ชัยชนะแลนด์สไลด์เพื่อสร้างโอกาสการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน นายจิรายุก็เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งจึงอยากให้เขาอยู่ในพรรคต่อ ความไม่พอใจหรือความน้อยใจก็เกิดขึ้นได้บ้าง ส่วนตัวคิดว่าเคลียร์กันได้เพราะนายจิรายุก็เป็นคนที่รับฟังเหตุผล
ไม่หวั่นส.ส.ถูกยื่นสอบโยงยุบพท.
เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งหนังสือถึงสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบบัญชีเงินลงทุนของนายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พท. กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 25 พ.ค. 2562 ได้ยื่นบัญชีเงินลงทุนในบริษัท เอฟเวอร์ยูเนียน จำกัด ของนางนุดีพร เพชรพนมพร มูลค่า 7,500,000 บาท ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ว่า เป็นสิทธิของนายเรืองไกรที่จะยื่นตรวจสอบ และเป็นสิทธิ์ของนาย ศราวุธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งพรรคก็ถือว่าให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
ส่วนจะถึงขั้นเป็นเหตุให้กกต.ยุบพรรคหรือไม่นั้น ไม่สามารถโยงไปยุบพรรคได้ เพราะเป็นเรื่องความรับผิดชอบส่วนบุคคลของแต่ละบุคคลเนื่องจากเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินของส.ส.ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคซึ่งนายศราวุธอาจจะยื่นไปแล้ว แต่ตนไม่ทราบ
สุทินเชื่อตู่ยื้อยาวยุบมี.ค.66
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้า พท. และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงเงื่อนเวลาการยุบสภาว่า รัฐบาลชุดนี้จะครบวาระ 4 ปี 23 มี.ค.2566 เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่เกือบครบวาระ จะยุบสภาก่อนครบวาระประมาณ 5-10 วัน หรือประมาณ วันที่ 15 มี.ค. เป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะถือว่ายังทันเวลาการย้ายพรรค ที่ต้องเป็นสมาชิกพรรคใหม่ 30 วัน ก่อนเลือกตั้ง
ส่วนที่คาดการณ์ 24 ธ.ค.นี้ จะมีส.ส. ลาออกจำนวนมาก เพื่อกดดัน พล.อ. ประยุทธ์ยุบสภานั้น นายสุทิน กล่าวว่า ช่วงเวลา ดังกล่าวคงเริ่มมี ส.ส.ทยอยลาออกบ้าง แต่คงไม่มากนัก ช่วงที่ ส.ส.ลาออกล็อตใหญ่น่าจะอยู่ในเดือนก.พ.2566 อาจมีส.ส.ลาออกถึง 30-50 คน เพื่อย้ายพรรคไปอยู่สังกัดใหม่ คาดว่าแม้ส.ส.จะลาออกจำนวนมาก แต่น่าจะมีส.ส.เกินครึ่งหนึ่งของสภาหรือ 250 คน ยังพอถูๆ ไถๆ ทำงานต่อไปได้

ให้กำลังใจ – นายประสิทธิ์ รัตนพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 3 พรรคชาติพัฒนากล้า เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่ หมู่ 7 ซ.ในทุ่ง ต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา
มั่นใจกวาดเกิน 250 ที่นั่ง
ส่วนกติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ หารด้วย 100 จะทำให้ พท.มีจำนวนส.ส.ทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 จำนวนมากนั้น นายสุทินกล่าวว่า หากดูจากกติกาบัตร 2ใบ และผลสำรวจโพลต่างๆ แม้จะออกมาเป็นบวกกับพท. แต่ยัง ไม่กล้าพูดว่าจะทิ้งขาดลอย ขอให้ติดตามสถานการณ์อีกสักระยะถ้าคู่แข่งยังติดปัญหาขัดแย้ง จัดกระบวนทัพไม่ได้ เชื่อว่า พท. จะชนะห่างพอสมควร แต่ถ้าคู่แข่งกลับมา ตั้งลำได้ก็ต้องไม่ประมาท
ในส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ มั่นใจว่า พท.จะได้ 50 คน จากเดิมเคยทำคะแนนสูงสุด 18 ล้านเสียง แต่การเลือกตั้งปี 2562 ได้มา 8 ล้านเสียง จากการส่งส.ส.250 เขต แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งครบ 400 เขต บวกกับกระแสความนิยมพรรคขณะนี้ น่าจะได้ถึง 18 ล้านเสียง เอามาหาร 100 คิดส.ส.บัญชีรายชื่อน่าจะอยู่ที่ 45-50 เสียง บวกกับส.ส.เขตที่น่าจะได้ 220-230 คน รวมกันแล้ว พท.จะได้ส.ส.ทะลุ 250 เสียง เกินครึ่งของสภาแน่ เห็นโอกาสประตูแลนด์สไลด์เปิดกว้าง
แจงตั้งรัฐบาลฟังเสียงแฟนคลับ
เมื่อถามว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะแยกตัวออกจาก พปชร. ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โอกาสที่ พท.จะจับมือกับ พปชร.โดยไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ มาเกี่ยวข้องหลังเลือกตั้ง จะมีโอกาสเปิดกว้างขึ้นหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ยังไม่จำเป็นต้องไปจับมือใครไว้ก่อน หลังเลือกตั้งค่อยมองการจับขั้วตั้งรัฐบาล และต้องดูตัวเลขที่นั่งส.ส.ประกอบ แกนนำพรรคจะมาคุยกันเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ถ้า พท.ได้คะแนนมากจริงๆ ก็เล็งตั้งรัฐบาลกับฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าคะแนนไม่ได้มากอย่างที่หวังจะต้องมีพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ตอนนั้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องฟังเสียงประชาชนอยากให้อยู่กับใคร ไม่อยากให้อยู่กับใคร
เมื่อถามว่า ถ้าเสียงประชาชนไม่อยากให้จับมือกับพปชร. แต่ตอนนั้นเสียง พท.ไม่พอ ต้องจับมือ พปชร.จัดตั้งรัฐบาล จะทำอย่างไร นายสุทินกล่าวว่า ต้องฟังเสียงประชาชนว่าเราจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ถ้าประชาชนบอกไม่จำเป็นก็ต้องฟังเสียงประชาชนว่าไม่ต้องเป็นรัฐบาล แต่ถ้าประชาชนบอกว่าจำเป็นต้องเป็นรัฐบาลก็ต้องดูว่ารับเงื่อนไขอะไร ได้บ้าง พรรคการเมืองจะตัดสินใจอะไรนอกเหนือจากกองเชียร์ตัวเองไม่ได้โดยเฉพาะ พท.ที่มีกองเชียร์มาก เติบโตมาได้ด้วยกองเชียร์ก็ต้องฟังเอฟซี
เมื่อถามว่า ถ้ากองเชียร์บอกไม่ต้องเป็นรัฐบาล แม้ พท.จะได้ส.ส.มาเป็นที่ 1 ก็อาจไม่เป็นรัฐบาลหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่าใช่ ถ้าเป็นที่ 1 แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แล้วไปฝืนจุดยืน ไม่ฟังเสียงสมาชิกพรรค พท.คงไม่ทำ

ผู้สมัคร – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำคณะขอเสียงชาวบ้านร้านตลาดให้กับ นายวีรนันท์ ฮวดศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 ก่อนขึ้นเปิดตัว ที่ ลานสนามฟุตซอลบ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น
ก้าวไกลเปิดตัวผู้สมัครขอนแก่น
ที่ลานสนามฟุตซอลบ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค พร้อมนายอภิชาติ ศิริสุนทร กก.บห. ร่วมเวทีแนะนำตัวนายวีรนันท์ ฮวดศรีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1
นายพิธากล่าวว่า “สวัสดิการไทยก้าวหน้า” ที่ ก.ก.เสนอเพิ่มเงินผู้สูงวัยเป็น 3,000 บาทต่อเดือน เป็นอัตราเดียวแบบถ้วนหน้า ไม่เพียงช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่ยังช่วยประชากรวัยทำงานด้วย ตนเองเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเป็นคนหนึ่งในวัยทำงานที่มีทั้งลูกที่ต้องดูแล มีพ่อแม่ที่ต้องเป็นห่วง มั่นใจการเพิ่มเงินผู้สูงวัยจะช่วยแบ่งเบาภาระของประชากรวัยทำงาน ให้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
ลั่นปักธงส้ม-เชือดงูเห่า
นายพิธากล่าวว่า พรรคเสนอการปลดล็อกท้องถิ่น กระจายอำนาจให้แต่ละท้องถิ่นมีอำนาจเต็มที่ในการจัดทำบริการสาธารณะและมีงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาท้องถิ่นตัวเอง จะช่วยให้คนหนุ่มสาวมีงานทำที่ดีในท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่หรือกทม. เพียงอย่างเดียว
“ที่สำคัญ นี่คือการต่อสู้ว่าเราจะเอาอำนาจเลือกตั้งหรืออำนาจลากตั้ง อำนาจเลือกตั้งทำไม่ดีก็ด่าได้ เอาออกได้ เลือกตั้งใหม่ได้ทุก 4 ปี แต่อำนาจลากตั้งน้ำประปาที่บ้านท่าน ฟุตปาธตามบ้านท่าน การบริหารจัดการของบ้านท่าน ทำไมต้องให้คนอื่นมาตัดสินใจแทน กลายเป็นว่าคนทำไม่รู้ คนรู้ไม่ได้ทำ” นายพิธากล่าว
ด้านนายอภิชาติกล่าวว่า พรรคก้าวไกลหมายมั่นปั้นมือส่งผู้สมัครจ.ขอนแก่นทั้ง 11 เขต มีเป้าหมายจะปักธงส้มทั้งจังหวัด รักษาพื้นที่เขตเดิมและรุกเพิ่มเขตใหม่ที่สำคัญที่สุดคือการเชือดงูเห่า ล้างฟาร์มงูเห่าให้หมดสิ้นไปจากขอนแก่นให้จงได้

เร่งงาน – นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา เร่งติดตามงาน กรณีแขวงการทางทำหลังคาสะพานข้ามถนน หน้าโรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี ถ.มาลัยแมน ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมืองสุพรรณบุรี
ปชป.ค้านยุบ-ส.ส.ไม่ควรลาออก
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวกรณี นายวีระกร ระบุยุบสภ มี.ค.66 และส.ส.ก็เริ่มลาออกว่า เป็นความคิดของนายวีระกร ซึ่งยังไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่วนตัวเท่าที่ฟังจากเพื่อนส.ส. ส่วนใหญ่ประชาชนให้มาทำหน้าที่ผู้แทนฯ ไม่ใช่ให้มาลาออก เพราะฉะนั้นถือว่ายังมีเวลาอยู่ และคิดว่าส.ส.ต้องอยู่ออกกฎหมายให้ประชาชน ฝ่ายรัฐบาลก็อยู่เพื่อดำเนินการเรื่องงบประมาณปี 66 ซึ่งยังไม่ได้ออกมาใช้เลย จะใช้ได้ก็ไตรมาสแรกคือ ม.ค.66 ดังนั้น หากส.ส.จะลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวต้องระวังประชาชนจะลงโทษได้
ในส่วนของปชป. เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด คนที่พูดเรื่องลาออกก็เริ่มมีจิตสำนึกว่าการพูดเป็นสัญญาประชาคม ถ้าพูดแล้วไม่ลาออกก็เสียหาย แต่เมื่อเรามีเวลา 4 เดือนในการเป็นส.ส.ก็ควรทำหน้าที่ ตนก็เคยเป็นมาแล้ว ส.ส. 3 เดือน จึงอยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้สมบูรณ์ ส่วนฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ก็จะเป็นประโยชน์กว่าที่จะลาออกไปก่อน
เชื่อร่างพรบ.ถอดถอนฯฉลุย
นายชินวรณ์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมสภา 7 ธ.ค.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่ค้างมาหลายสัปดาห์แล้วว่า ในวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 09.30 น. เป็นการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญฯ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เสนอโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 76,591 คน ซึ่งการลงมติเป็นการขานชื่อเรียงตามตัวอักษร จะมีส.ส.มากันพร้อมเพรียง
และจะมีผลต่อเนื่องไปในภาคบ่ายซึ่งเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยพิจารณาวาระที่ค้างอยู่คือร่างพ.ร.บ.เข้าชื่อถอดถอนฯ ในมาตรา 9/1 ก็เชื่อว่าน่าจะผ่านไปได้ ส่วนมาตราที่เหลือไม่น่ามีปัญหาอะไร หลังจากนั้นเป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ขนส่งทางราง 165 มาตราส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยมีผู้แปรญัตติเพียง 13 มาตรา เมื่อเสร็จแล้วก็เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ.
เมื่อถามว่าเชื่อว่าร่างพ.ร.บ.เข้าชื่อถอดถอนฯ จะไม่มีปัญหาสภาล่มอีก นายชินวรณ์กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.เข้าชื่อถอดถอน มีประเด็นเรื่องความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่ แต่เชื่อว่าเมื่อทุกฝ่ายดูข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้นก็น่าจะผ่านได้ เพราะกฎหมายนี้ออกตามรัฐธรรมนูญก็ควรจะได้ผ่านเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในการใช้สิทธิ์เข้าชื่อถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นได้ และเชื่อว่าน่าจะได้รับความร่วมมือจากสมาชิก เพื่อความมั่นใจขอเรียกร้อง ส.ส.รัฐบาลมาร่วมประชุมสภาต้องมาเกิน 237 เสียง ส่วนฝ่ายค้านก็ต้องรับผิดชอบในฐานะองค์ประชุม
‘ศุภชัย’แจงปมที่ดินป่าดงพะทาย
เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จ.นครพนม นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ส.ส.นครพนม พรรค ภูมิใจไทย แถลงกรณี กมธ.จริยธรรมสภา ผู้แทนราษฎร เตรียมเสนอวาระเข้าสภาเพื่อพิจารณาเอาผิด หลังได้รับเรื่องร้องเรียน นายศุภชัย ครอบครองที่ดินป่าดงพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่า เป็นเรื่องเก่าที่มีการร้องไปที่กมธ.จริยธรรม ตนได้เข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการจริยธรรมไปแล้วว่าครอบครองที่ดินมาตั้งแต่ปี 2531 ถึง 2532 ทำการเกษตร ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่ร.ร.บ้านท่าหนามแก้ว มาเป็นส.ส.ปี 2544 แสดงว่าตนไม่ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ความเป็น ส.ส.เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินนั้น และขอร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เร่งให้กมธ.จริยธรรมเร่งตรวจสอบให้สิ้นสุดกระแสความในสภาชุดนี้ หากผลออกมาเป็นอย่างไรตนพร้อมน้อมรับ
การที่ผู้ว่าฯ นครพนม ลงนามเพิกถอนใบจอง เป็นการจำหน่ายใบจองของประชาชนที่มีชื่อครอบครองที่ดินแต่ไม่ได้เข้าทำประโยชน์ เพื่อให้ผู้ที่ครอบครองทำกินจริงๆ สามารถใช้ช่องทางตามกฎหมายที่ดินขอออกเอกสารสิทธิได้ต่อไป จึงไม่ใช่การประกาศยึดที่ของใครคนใดคนหนึ่งตามที่เป็นข่าว
ลั่นไม่มีใครยึดคืนได้
“ที่ของผมก็ไม่มีใครยึดได้ เพราะครอบครองมา 30 กว่าปีแล้ว การลงข่าวพาดหัวดังกล่าวน่าจะเป็นเจตนาที่ไม่เข้าใจเรื่องราวที่แท้จริง เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของนักการเมือง เรื่องของประธานสภา ถ้าเล่นข่าวก็โด่งดังขายข่าวได้ ควรเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาและแสวงหาข้อเท็จจริงให้มากกว่านี้ และพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ใช่พื้นที่ป่า เป็นเพียงชื่อเรียกเท่านั้นเพราะเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า” นายศุภชัยกล่าว
นายศุภชัยกล่าวว่า 28 ก.ย.ที่ผ่านมา นายบุญนาก ถิระสวัสดี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม มีหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อผู้ว่าฯ นครพนม กรณีได้รับแจ้งจากคณะอนุกรรมการจริยธรรมว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ประธานกมธ. ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมตรวจสอบการครอบครองที่ดินบริเวณป่าดงพะทายของตนว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งรายงานระบุว่าปี 2518 ถึง 2519 กรมที่ดินมีโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่ป่าดงพะทาย ประมาณ 21,500 ไร่ ตนครอบครอง 40 แปลงประมาณ 200ไร่ ซึ่งทั้ง 40 แปลง ผู้ว่าฯ มีคำสั่งให้ผู้มีชื่อตามใบจองออกจากที่ดินและขาดสิทธิ์ทั้งหมดแล้ว ตนก็สามารถเข้าครอบครองทำประโยชน์ได้และสามารถขอออกเอกสารสิทธิเพื่อออกโฉนดได้ด้วย โดยไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด สมัยตนเป็นรมช.เกษตรฯ ปี 2553 ก็เคยถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทางหนึ่งก็ส่ง ป.ป.ช. พิจารณา แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้มีการตัดสินอะไรออกมา ย่อมสันนิษฐานได้ว่าไม่มีความผิดอะไร

เปิดตัวคึก – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมผู้บริหารพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครพนม ใน 4 เขตเลือกตั้ง โดยมีชาวบ้านหลายพันคนมาร่วมฟัง การปราศรัยนโยบาย ประกาศกวาดส.ส.พื้นที่อีสานเหนือ ที่สนามโรงเรียนนครพนมวิทยาคม จ.นครพนม เมื่อ 4 ธ.ค.
ภท.ขนทัพเปิดตัวชิงส.ส.นครพม
เวลา 16.00 น. ที่สนามกีฬา ร.ร.นครพนมวิทยาคม พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค นำครม.ของพรรค ผู้บริหารพรรค แกนนำ และส.ส. อาทิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม 4 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นางพูนสุข โพธิ์สุ เขต 2 นายศุภชัย โพธิ์สุ เขต 3 นพ.อลงกต มณีกาศ และเขต 4 นายชูกัน กุลวงษา โดยมีชาวนครพนมกว่า 12,000 คน ร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่จัดงาน
บรรยากาศก่อนปราศรัยมีประชาชนแห่คล้องมาลัย ผูกผ้าขาวม้าคาดเอวนายอนุทินและคณะตลอดทางเดิน และประชาชนมากันจำนวนจนมองไม่เห็นนายอนุทิน ทำให้นายอนุทินต้องปีนเก้าอี้ขึ้นไปโบกมือทักทาย และมีคุณยายโน้มคอนายอนุทินมาหอมแก้มแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้นายอนุทินเขินอาย จังหวะหนึ่งโพสต์ท่าถ่ายรูปกับป้ายเชียร์ข้อความว่า “อนุทินต้องเป็นนายกฯ” “อนุทิน นายกฯ คนต่อไป” โดยการจัดเวทีปราศรัย ภท.ได้นำต้นกัญชา 4 ต้น ใส่กระถางมาประดับเวทีด้วย
ได้ยกจังหวัด-ครูแก้วนั่งรมต.
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า จ.นครพนม เราหวังทุกเขต หลังจากเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ 1 ที่นั่ง คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ ครั้งนี้เราเลือกคนที่ชำนาญพื้นที่ ทุ่มเท และเสียสละ เมื่อถามว่า ครั้งนี้ภท.คาดหวังจังหวัดริมโขงเป็นพิเศษ นายอนุทินระบุว่า คาดหวังทุกจังหวัด เพราะพรรคมีเวลาเตรียมตัวเลือกตั้งทั่วประเทศ
เวลา 16.45 น. นายอนุทินปราศรัย ตอนหนึ่งว่า ตนไม่เคยเห็นผู้คนมามากขนาดนี้ ตอนนี้หัวใจพองโต ฝันเป็นจริงแล้ว ครูแก้วดูแลพี่น้องคนเดียวไม่ไหว ต้องแถมอีก 3 ถ้ารวมเป็นปึกแผ่น นครพนมจะมีรัฐมนตรี ถ้าเลือก ภท.จะได้เปลี่ยนจากรองประธานสภา เป็นรัฐมนตรี ครูแก้ว 1 คน คอยติดตาม ผลประโยชน์ของชาวนครพนมอย่างใกล้ชิด ทำผลงานมากมาย คนเดียวยังทำได้ขนาดนี้ ปีหน้าถ้ามา 4 คน จะทำได้มากขนาดไหน อีก 3-4 เดือน ขอให้ทุกคนอย่าปันใจ
นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้อีสานเหนือเลือก ภท.ให้หมด อีสานใต้ไม่ต้องห่วงเป็นหน้าที่ของนายศักดิ์สยาม ไม่มีรมว.สาธารณสุข คนไหน อยู่ครบ 4 ปี แล้วเข้าใจอสม.ได้มากขนาดนี้ เรื่องอสม. ต้องให้อนุทินดูแลเท่านั้น
ชูพักหนี้ 1ล.-ปล่อยกู้ก่อนปลูก
“เรามีนโยบายพักหนี้ 1 ล้านบาท 3 ปี ราคาพืชผลการเกษตร เราไม่มีนโยบายแบบจำนำข้าว ไม่ประกันราคา เพราะเกิดความสงสัยเกิดคอร์รัปชั่น ภูมิใจไทยจะทำเป็นสัญญา พี่น้องเกษตรกรรู้ก่อนว่าจะขายได้เท่าไรแล้วค่อยปลูก เอาหนังสือสัญญาไปกู้เงินมาก่อนได้ ประกันราคาข้าวกว่าจะได้เงินส่วนต่างพี่น้องก็แห้งหมด” นายอนุทินกล่าว และว่า พรรคยึดสไตล์ตน กินกันฉันด้วยใครมีความสุขขอมีความสุขด้วย แต่ตีกันขอป่วยลูกเดียว ไม่ร่วมสังฆกรรมกับอะไรที่ก่อให้เกิดความรุนแรง เกลียดชัง แตกความสามัคคี
นายศุภชัย โพธิ์สุ ปราศรัยว่า ตนสงสาร ส.ส.สกลนคร ส.ส.อุดรธานี อภิปรายเรื่องงบทีไรก็ด่ารมว.คมนาคม เอางบไปพัฒนาแต่ จ.บุรีรัมย์ สุดท้ายมาลงที่ จ.นครพนม “ผมเป็นประธานบนบัลลังก์อยากบอกมันว่าก็นครพนมมี ส.ส.ภูมิใจไทยอยู่ที่นี่ไงไอ้โง่”
สำหรับ จ.นครพนม แข่งขันกันระหว่าง พปชร. พท. ภท. เพื่อชิง 4 เขต เลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ภท.ได้ 1 ที่นั่ง จากนายศุภชัย ที่เหลือเป็น ส.ส.พท. ซึ่งมีฐานที่มั่นมาตั้งแต่อดีตเป็นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึง พท.ในปัจจุบัน
คนกรุงพอใจผลงานชัชชาติ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ “6 เดือนผู้ว่าฯ ชัชชาติ” สำรวจระหว่าง 25-30 พ.ย. 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. 1,500 หน่วยตัวอย่าง ถึงการทำงานในรอบ 6 เดือนแรกของผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
เมื่อถามถึงความพึงพอใจของคนกรงเทพฯ ต่อการทำงานรอบ 6 เดือนแรกของนาย ชัชชาติ ร้อยละ 42.60 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะเป็นคนขยัน ตั้งใจในการทำงาน เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของ กทม. และการแก้ปัญหาได้ตรงจุด รองลงมา ร้อยละ 38.93 ระบุว่า พอใจมาก เพราะ มีผลงานชัดเจน มีความทุ่มเทให้กับการทำงาน และลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน มีเพียงร้อยละ 10.54 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ เพราะผลงานไม่ชัดเจน แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และร้อยละ 7.93 ระบุว่า ไม่พอใจเลย เพราะไม่สามารถทำตามนโยบายที่พูดไว้ได้ และยังไม่สามารถแก้ปัญหาเดิมๆ ได้ เช่น น้ำท่วม จราจร
ชื่นชอบแก้รถติด-จัดระเบียบทางเท้า
เมื่อแยกเป็นประเด็นต่างๆ ประเด็นที่ชาวกรุงชื่นชอบมากในเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าด้านอื่นๆ คือ การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด ร้อยละ 44.60 ระบุ ค่อนข้างดี ร้อยละ 21.00 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.40 ดีมาก ร้อยละ 14.13 ไม่ดีเลย, การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ร้อยละ 42.67 ค่อนข้างดี ร้อยละ 25.33 ดีมาก ร้อยละ 17.93 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.54 ไม่ดีเลย, การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเช่น รถไฟฟ้า เรือ ร้อยละ 42.13 ค่อนข้างดี ร้อยละ 21.87 ดีมาก ร้อยละ 18.07 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.60 ไม่ดีเลย, การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย ร้อยละ 41.33 ค่อนข้างดี ร้อยละ 29.20 ดีมาก ร้อยละ 18.07 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.27 ไม่ดีเลย, การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า ร้อยละ 41.13 ค่อนข้างดี ร้อยละ 29.27 ดีมาก ร้อยละ 16.07 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.53 ไม่ดีเลย, การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. ร้อยละ 40.54 ค่อนข้างดี ร้อยละ 38.13 ดีมาก ร้อยละ 11.33 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 7.53 ไม่ดีเลย, การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. ร้อยละ 40.40 ค่อนข้างดี ร้อยละ 29.53 ดีมาก ร้อยละ 16.00 ไม่ค่อยดี ร้อยละ 9.67 ไม่ดีเลย
ที่เหลือ อาทิ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ, การสนับสนุนการกีฬา, การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย, การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม, การจัดระเบียบการชุมนุม, การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด, การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทานเสียงส่วนใหญ่ระบุว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี และดีมาก