คลิปฉาว-ว่อนโซเชี่ยล สั่งคนดื่มวิดพื้น-ล็อกคอ โวยว่าไม่ทำความเคารพ ตร.รับแจ้ง-นัดไกล่เกลี่ย
‘ธำรงวินัย’พ.อ.กร่างแล้ว จากเหตุเมาหนักอ้างเป็นพล.ต. สั่งคนในร้านเหล้าวิดพื้น จนบานปลาย กลายเป็นเหตุทำร้าย-ขู่อาฆาต เหยื่อโพสต์คลิปหลักฐานชัด ล่าสุดแจ้งสภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดี ขณะตร.ชี้ผิดข้อหาทำร้ายร่างกาย-จิตใจ พร้อมเชิญทั้งสองฝ่ายมาปรับความเข้าใจ
จากกรณีคลิปเหตุการณ์ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง บริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะลูกค้ากลุ่มหนึ่งประมาณ 10 คน นั่งรับประทานอาหารกัน แล้วถูกชายวัยกลางคนสวมเสื้อแดงพร้อมลูกน้องคนติดตาม เมาสุราเข้ามาหาเรื่อง โดยอ้างตัวว่าเป็นทหารยศพลตรี พร้อมชี้นิ้วสั่งให้คนในโต๊ะวิดพื้น ฐานไม่ให้ความเคารพนายทหาร แต่กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นไม่ยอมทำตามคำสั่ง จนเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนชายที่อ้างตัวเป็นนายทหารจะเข้ามาตบหัวชายคนหนึ่งในโต๊ะและล็อกคอพาออกไปเคลียร์นอกร้าน จนทำให้สร้อยคอทองคำขาด เจ้าของร้านและพนักงานร้านที่เห็นเหตุการณ์จึงเข้าห้ามปราม แต่ชายที่อ้างเป็นทหารยังได้ขู่อาฆาตเอาชีวิตด้วย กลุ่มผู้เสียหายได้โทรศัพท์แจ้งสภ. รัตนาธิเบศร์ มาช่วยระงับเหตุ และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 3 ธ.ค.

พ.อ.กร่าง – กลุ่มผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดี พ.อ.พิเศษ วงศ์วริศ สังขสัพพันธ์ (ภาพเล็ก) นายทหารสังกัด มทบ.18 ชายเสื้อแดงในคลิปเมากร่าง เข้าไปตบหัวและสั่งวิดพื้น ในร้านเหล้าย่านนนทบุรี ล่าสุด ทบ.สั่งธำรงวินัยและตั้งกก.สอบแล้ว เมื่อ 5 ธ.ค.
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี น.ส. ธัชสุภา วณิชยกุลวงศ์ หรือแพท อายุ 33 ปี และนายเอกไท จีระตระกูล หรือเอก อายุ 33 ปี น.ส.ปภัสสรา สระภักดิ์ หรือเอิ้น อายุ 31 ปี นายคณัสนันท์ ศรีแสงอ่อน อายุ 30 ปี หรือนนท์ พร้อมด้วยนายคีตา วังขจรวุฒิศักดิ์ หรืออุณ อายุ 34 ปี ผู้เสียหายทั้ง 5 คนเดินทางเข้าชี้ภาพผู้ก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน โดยกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 5 คนให้การยืนยันชี้ภาพบุคคลดังกล่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุในร้านคืนวันที่เกิดเหตุจริง โดยภาพจากทะเบียนประวัติที่ผู้เสียหายชี้ระบุชื่อคือ นายวงศ์วริช สังขสัพพันธ์ อายุ 50 ปี พร้อมสอบปากคำในเหตุการณ์เพิ่มเติม
น.ส.ธัชสุภากล่าวว่า วันนี้ตนและกลุ่มเพื่อนที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์เดินทางมายืนยันตัวผู้ก่อเหตุตามทะเบียนราษฎรที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบมาให้ ซึ่งตนและเพื่อนจำได้และยืนยันว่าคนในรูปเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ก่อเหตุข่มขู่และทำร้ายร่างกายเพื่อนในกลุ่มของตนตามคลิปที่โพสต์ไปในเบื้องต้นตนและเพื่อนๆ ได้พูดคุยกันแล้วว่าถ้าทางฝ่ายผู้ก่อเหตุต้องการเจรจาไกล่เกลี่ยตนกับเพื่อนๆ ยินดีที่จะเจรจา แต่ขอให้ไปไกล่เกลี่ยที่กระทรวงยุติธรรมเพียงเท่านั้น หากสะดวกก็ขอให้ติดต่อผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ พวกตนพร้อมเดินทางไปด้วยกันทั้งหมด
นายคณัสนันท์กล่าวว่า ในคืนเกิดเหตุตนถูกชายที่อ้างเป็นทหารกระชากคอเสื้ออย่างแรงจนไปกระแทกกับเสา ทำให้ที่คอของตนมีบาดแผลเกิดขึ้น โดยไม่แน่ใจว่ามาจากถูกเล็บเขาหรือสายแมสก์บาดคอ ยอมรับว่าตนกับคู่กรณีเคยรู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเขาเป็นลูกค้าเก่าที่ร้านตน แต่ก็ไม่ได้สนิทมาก ซึ่งในคืนเกิดเหตุเขาโวยวายว่าเรียกตนให้เดินไป แต่ไม่ไปเพราะเห็นว่าเขาอยู่ในสภาพเมาสุรามากแล้ว จึงเลือกที่จะไม่เดินไปหาเขา จนกระทั่งทำให้เขาเดินมาหาเรื่องตนกับเพื่อนถึงที่โต๊ะตามคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้ว่าเขาเป็นทหารแต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากมาย ถึงกับที่เขาจะเดินมาตบหัวหรือหาเรื่องคนในโต๊ะได้แบบนี้
ในเบื้องต้นหลังจากกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 5 คนชี้รูประบุตัวตนได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเตรียมส่งหมายเรียกตัวบุคคลในรูปให้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบแล้วพบว่าชายดังกล่าวเป็นนายทหารจริง และมีการติดต่อมาทางพนักงานสอบสวนแล้ว จึงได้ทำเรื่องไปยังต้นสังกัดอยู่ระหว่างรอหนังสือตอบกลับมาเพราะเนื่องจากยังเป็นวันหยุดราชการ ในส่วนคดีความรอให้ผู้เสียหายทั้งหมด 7 รายที่เข้าแจ้งความในวันที่เกิดเหตุมาให้ปากคำ ซึ่งใน วันนี้เดินทางมา 5 คน ส่วนอีก 2 คนยังติดธุระอยู่ต่างจังหวัด ในเบื้องต้นพบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดข้อหาทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หากพบว่าผิดในข้อหาใด จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ซึ่งคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย พร้อมจะเชิญทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยปรับความเข้าใจ ส่วนคดีก็ดำเนินการไปตามความผิดที่ปรากฏ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ก่อเหตุตามทะเบียนประวัติที่กลุ่มผู้เสียหายชี้ตัวเป็นนายทหารจริง คือ พ.อ.พิเศษ วงศ์วริศ สังขสัพพันธ์ อายุ 50 ปี นร.ตท. รุ่น 32 จปร. รุ่นที่ 43 สังกัด มทบ.18 ตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการประจำ โดยมีรายงานว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการธำรงวินัย และเขียนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาต่อไป