รทสช.โวยคู่แข่งจับโยง‘เทือก’ดิสเครดิต‘บิ๊กตู่’-สนามสส.ใต้ พท.รุมฉะ‘ศุภชัย’-ขู่ฟ้องด่าโง่
‘บิ๊กป้อม’ แถลงเปิดตัว ‘มิ่งขวัญ’ วันนี้ ย้ายเข้าพลังประชารัฐ เสริมทีมเศรษฐกิจ เผยดีลโดยตรงกับ‘ประวิตร’ ด้านรวมไทยสร้างชาติ อ้างฝ่ายตรงข้าม จับโยงชื่อ ‘เทือก’หวังดิสเครดิต ‘บิ๊กตู่’ สกัดโกยเก้าอี้ส.ส. แดนสะตอ ขณะที่ ‘พิธา’ บุกร้อยเอ็ดเปิด 6 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. อ้อนคนอีสานโหวตก้าวไกลทั้งแผ่นดิน เพื่อไทย รุมฉะ ‘สหายแสง’ ปราศรัยด่าส.ส.โง่ ลั่นเอาผิดถึงที่สุด เย้ยพูดเหมือนรับสารภาพจัดงบประมาณลงเฉพาะพื้นที่ส.ส.รัฐบาล ‘อนุทิน’ ไม่ให้ราคาเด็ก ปชป. บอกคนละระดับ ย้ำไม่เคยปล่อยกัญชาเพื่อสันทนาการ
น.ร.เลวบุกเดี่ยวดักเจอ‘บิ๊กตู่’
เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่บริเวณพิธีท้องสนามหลวง น.ส.อันนา อันนานนท์ กลุ่มตัวแทนนักเรียนเลวเดินทางมาบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งตามกำหนดการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมาทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565
ทั้งนี้ น.ส.อันนาสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีดำ สะพายกระเป๋าผ้าสีขาว สกรีนคำว่า DICTATORSHIP NO MORE (ไม่เอาเผด็จการ) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชายและหญิงได้เข้ามาเจรจาและขอให้ออกจากพื้นที่ แต่น.ส.อันนาระบุจะมาร่วมงาน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงเข้าไปพูดคุย โดยน.ส.อันนายังยืนยันขออยู่ร่วมงานด้วย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม นำรถมารับออกจากพื้นที่ โดยก่อนขึ้นรถ น.ส.อันนาได้หันมามองกลุ่มสื่อมวลชนและชู 3 นิ้ว ก่อนขึ้นรถตำรวจออกไป ด้านนายจุติกล่าวว่า น้องเขามาทุกงาน เขาขยันมากและคุยเรียบร้อยแล้ว
อนุทินว้ากเด็กปชป.หิวแสง
ที่จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงส.ส.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังออกมาตอบโต้ปมกัญชาว่า ในส่วนของพรรค ปชป. ตนมีความแนบแน่นกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว. พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรค และ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเราต่างดูแลประชาชน อะไรที่ขัดแย้งกัน ตนก็โทร.ไปคุยกับท่าน
เมื่อถามว่าภาพที่ออกมาเหมือนพรรค ภท. กับพรรค ปชป. เหมือนไม่ลงรอยกัน เพราะ ส.ส.พรรค ปชป. ใช้คำพูดที่รุนแรงว่าใจไม่ต่ำพอที่จะจัดฉาก นายอนุทินสวนกลับทันทีว่า “เขาพูดแทนผมเลย ว่าใจไม่ต่ำพอที่จะจัดฉาก คนพาลก็แบบนี้ ภูมิใจไทยอยู่เฉยๆ หนีไปภูเก็ต หนีมานครพนมก็ยังตามมา คงจะหิวแสง ขึ้นแล้วหาทางลงไม่ได้”
ย้ำไม่เคยปล่อยกัญชาสันทนาการ
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ไหนๆ พูดแล้ว ขอพูดถึงประเด็นกัญชาเพื่อสันทนาการ ว่าคนที่ชอบออกมาพูดว่าขอสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น เฉิ่มหรือเปล่า เพราะในร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของพรรค ภท. ไม่มีเรื่องสันทนาการอยู่แล้ว แต่เป็นกัญชาทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ เราไม่มีเลยที่เป็นเรื่องสันทนาการ คนที่สนับสนุนสันทนาการคือ นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ในฐานะกมธ. ที่เสนอแต่ถูกตีตกไป ดังนั้น ถ้าจะทะเลาะ ให้ไปทะเลาะกับส.ส.ตัวเอง อย่าทะเลาะกับพรรคอื่น
“เราถูกไล่ทุบไล่ตีตลอด เราวิ่งหนีก็ยังวิ่งตามมาตลอด ผมไม่ได้คุยด้วยกับคนระดับ แบบนี้ เวลามีปัญหาผมคุยกับนายจุรินทร์ นายเฉลิมชัย นายจุติ และนายสาธิต ผมมีเพื่อนแท้ในพรรค ปชป.อยู่เท่านี้ ส่วนส.ส.ที่ออกมาพูดจะทำอะไรก็ทำ รับผิดชอบไป ผมอยู่นครพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ไม่ต้องห่วง ผมไม่พูดปด ไม่ไปตอแยกับท่าน เพราะผมมี ช่องทางที่จะสื่อสารกับพรรค ปชป. โดยที่ ผมจะหาคนระดับเดียวกันไปคุยกับเขา” นายอนุทินระบุ
โวคะแนนนิยมยังพุ่งแม้ถูกขัดขา
เมื่อถามว่าประเด็นกัญชาจะกระทบกับคะแนนนิยมของพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ให้ดูที่นครพนม ที่แตกต่างจาก 4 ปีก่อน ที่มาปราศรัยเก้าอี้มากกว่าคน แต่วันนี้คนมากกว่าเก้าอี้ ถ้าเป็นนโยบายที่ เดือดร้อนกับประชาชนจริง วันนี้มันไม่มีทางเป็นแบบนี้
“ร่างกฎหมายมันไม่ใช่ของพรรคแล้ว แต่เป็นร่างของสภา ถ้าห่วงจริงก็ผ่านกฎหมาย ไม่ต้องมาพูด เพราะกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้ปลดกัญชาออกจากยาเสพติด แต่เป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด (ป.ป.ส.) ที่มีมติให้ปลดกัญชาออกจากยาเสพติด” นายอนุทินกล่าว
มั่นใจจัดฉากเด็กสูบบ้องกัญชา
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรค ภท. กล่าวถึงนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. ให้พรรค ภท. หาหลักฐาน กรณีระบุมีการจัดฉากเด็ก 9 ขวบ สูบบ้องกัญชาว่า การตั้งข้อสังเกตเรื่องการ จัดฉาก ไม่เพียงภท.ที่เห็นเช่นนั้น สังคมก็ มองเห็น เพราะผู้มีประสบการณ์กับการใช้กัญชา ล้วนออกมาให้ข้อมูลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เนียน เนื่องจากการสูบกัญชาจากบ้อง มีกระบวนการที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และต้องเป็นคนมีประสบการณ์กับการสูบแบบมวนมาเป็นเวลานานแล้วเท่านั้นจึงจะทำได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เด็กเร่ร่อนวัย 9 ขวบ จะทำได้ แม้แต่กรรมาธิการ (กมธ.) ที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา คือ นายประสิทธิชัย หนูนวล ก็ให้ความเห็นไว้เช่นนั้น
ดังนั้น การโยนให้คนที่จับพิรุธได้ไปหาหลักฐาน จึงไม่สมเหตุสมผล เพราะหากจัดฉากจริง ย่อมรู้กันเฉพาะผู้ดำเนินการเท่านั้น ทั้งนี้ เราไม่ได้กล่าวหาว่าใครเป็นคนทำ แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ปกติอย่างแน่นอน ต้องให้สังคมเป็นผู้พิจารณา พรรค ปชป.ไม่ต้องร้อนตัว ซึ่งนพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรค ปชป. อาจจะเป็นหนึ่งในผู้รับข่าวสารที่ไร้เดียงสาจริงๆ ก็ได้
นายภราดรกล่าวด้วยว่า ส่วนที่สังคมจะ ตั้งข้อสงสัยว่า พรรค ปชป.จัดฉากปล่อยข่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องยากจะควบคุม เพราะจากพฤติกรรมในอดีต หลายคนอาจมีภาพจำที่ทำให้คิดได้ อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญกับปัญหาสังคมจริงๆ มากกว่าหยิบสถานการณ์มาใช้ในเกมการเมือง หากห่วงเด็กจริง ต้องจับประเด็นปัญหาให้ถูก ซึ่งพรรคได้ชี้แนะตั้งแต่แรกว่า เรื่องนี้ควรหารือกับ รมว.พม. ของพรรคปชป.เองด้วย
‘มิ่งขวัญ’จ่อเปิดตัวซบ‘พปชร.’
แหล่งข่าวระดับสูงในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวทาบทามนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และผู้ก่อตั้งพรรคโอกาสไทย มาร่วมงานกับพรรคว่า ยอมรับว่านายมิ่งขวัญจะมาอยู่กับพรรค โดยแกนนำพรรคได้พูดคุยกับนายมิ่งขวัญอยู่หลายครั้งก่อนจะได้ข้อสรุปตกลงมาร่วมงานกัน เบื้องต้นจะมาเสริมทีมเศรษฐกิจช่วยขับเคลื่อนงานในเรื่องดังกล่าวให้กับพรรค
ส่วนการเปิดตัวนายมิ่งขวัญ คงเป็นช่วงสัปดาห์หน้า รอให้นายมิ่งขวัญเตรียมความพร้อมให้เรียบร้อย ก่อนที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค จะมาเปิดตัวต้อนรับเข้าพรรคอย่างเป็นทางการต่อไป
ชูจุดขายช่วยทีมเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดตัวพรรคโอกาสไทยเมื่อ ต.ค.2565 นายมิ่งขวัญได้เงียบหายไป ก่อนมีรายงานข่าวว่าช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายมิ่งขวัญได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคโอกาสไทย เพื่อมาร่วมงานกับพรรค พปชร. โดยจะมาดูแลด้านเศรษฐกิจ ที่พรรคไม่มีบุคคลที่โดดเด่น จึงจะมาเป็นจุดขาย ด้านเศรษฐกิจ เตรียมสู้เลือกตั้งครั้งหน้า และก่อนหน้านี้ นายมิ่งขวัญเคยมีข่าวจะไปร่วมงานกับพรรคเศรษฐกิจไทย กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา แต่สุดท้ายกลับแถลงข่าวประกาศตัวในนามพรรคโอกาสไทย และเปิดรับผู้มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมงาน แต่ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร
บิ๊กป้อมนำทีมแถลงเปิดตัววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 6 ธ.ค. เวลา 15.30 น. พล.อ.ประวิตรจะแถลงเปิดตัว นายมิ่งขวัญ ที่จะมาร่วมงานกับพรรค ในฐานะทีมเศรษฐกิจ โดยมีแกนนำพรรคให้การต้อนรับ เนื่องจากนายมิ่งขวัญได้ติดต่อขอ ร่วมงานกับพล.อ.ประวิตร โดยตรง
เย้ยพท.แลนด์สไลด์แค่การตลาด
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มั่นใจจะชนะแบบแลนด์สไลด์ กวาดส.ส.มากกว่า 250 ที่นั่งว่า พท.พูดมาตั้งนานแล้วว่าจะแลนด์สไลด์ แต่มันคือมาร์เก็ตติ้ง และจะทำได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้น ส่วนตัวคิดว่ายาก เพราะ พท.ขายได้แค่ในภาคเหนือและภาคอีสาน ถ้าจะแลนด์สไลด์ ทำได้แค่ 2 ภาคนี้ แต่ก็ยังมีพรรคคู่แข่ง ทั้ง พปชร.และพรรค ภท. ส่วนในภาคใต้ พท.หมดสิทธิ์ เพราะงั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่ง่ายเหมือนยุคก่อน สังคมไทยได้รับบทเรียนแล้วว่า การเมืองแบบผูกขาดไม่มีอะไรดีกับประชาชนส่วนใหญ่ เพราะไม่มีการคานอำนาจ ไม่มีแข่งกันทำงาน ประชาชนคิดแล้ว ถ้าแลนด์สไลด์ตามกระแส สังคมไทยไม่ได้ประโยชน์
ชี้ต้องปรับทัพสร้างทีมอุ้ม‘ป้อม’
เมื่อถามว่าพปชร.จะปรับยุทธศาสตร์ เพื่อต่อกรกับ พท.อย่างไร นายสัณหพจน์กล่าวว่า ตนยังมั่นใจในพรรคและตัวของพล.อ.ประวิตร แม้ภาพในข่าวท่านดูเหมือน ไม่แข็งแรง แต่ตัวจริงยังแข็งแรง ตั้งใจทำงาน และเป็นคนใจกว้าง 3 ปีที่ผ่านมาถ้าไม่มีพล.อ.ประวิตร ก็ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนบริหารงานพรรคและตัว ส.ส. สร้างฐานให้พล.อ.ประยุทธ์
พปชร.ต้องปรับโครงสร้างพรรค ต้องมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่นทีมเศรษฐกิจมีใครบ้าง ใครจะเป็นแกนนำพลิกฟื้นเศรษฐกิจ รวมถึงภาพลักษณ์ว่า ใครจะอยู่ข้างพล.อ. ประวิตร เพื่อสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพรรค คนที่สังคมไม่ยอมรับก็ไม่จำเป็นต้องยืนข้างพล.อ.ประวิตร เพราะจะทำให้กระแสพรรคกระเตื้องขึ้นช้า หลังปรับโครงสร้างพรรคแล้ว เอาคนที่ตั้งใจทำงาน มีความรู้ความสามารถ และสังคมยอมรับ นี่คือการสร้างกระแสและภาพลักษณ์แก่พรรคในเบื้องต้น เชื่อว่าเมื่อปรับเสร็จแล้ว พปชร.จะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม

เปิดตัว – นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดระนอง เขตเลือกตั้งที่ 1 พร้อมเปิดตัวนายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ระนอง ที่ Heritage Grand Convention อำเภอเมือง จ.ระนอง
รทสช.เปิดตัวผู้สมัครเขต1ระนอง
ที่ Heritage Grand Convention อำเภอเมือง จ.ระนอง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประชุม แต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดระนอง เขตเลือกตั้งที่ 1 พร้อมเปิดตัวและสวม เสื้อพรรคให้กับ นายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ในฐานะผู้สมัครส.ส.เขต 1 ระนอง โดยมีสมาชิกพรรคและประชาชนผู้สนับสนุน มาร่วมประชุม
นายเอกนัฏกล่าวว่า พรรคต้องการสนับสนุนให้ จ.ระนอง มีผู้แทนของพรรคเป็นคนระนอง ขอให้คนระนองช่วยกันสนับสนุน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สายเลือดชาวระนองด้วย
การเมืองใต้แรง-แย่งเก้าอี้ส.ส.
รายงานข่าวจากพรรค รทสช. เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของส.ส.ที่เตรียมย้ายไป ร่วมงานกับพรรคในขณะนี้ว่า มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากพรรค พปชร. และพรรค ปชป. ที่เตรียมลาออกเพื่อมาสมทบอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม แม้จะสงวนท่าทีทางการเมือง แต่ภายในต่างรับรู้โดยทั่วกันแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมเข้ามามีบทบาทในพรรค รทสช.ในระยะต่อไป โดยพื้นที่เป้าหมาย ของพรรค จะเน้นหนักในพื้นที่ภาคใต้ ที่ หลายเขตวางตัวบุคคลที่จะลงสมัคร ส.ส. เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งคัดเลือกจากนักการเมืองท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งในพื้นที่ รวมถึงวางตัวส.ส.เดิม ลงเลือกตั้งในครั้งหน้า นอกจากนั้น กระแสความนิยมของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่ยังได้เสียงตอบรับจากคนใต้อย่างกว้างขวาง เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างโอกาสให้กับพรรคได้เป็นอย่างมาก
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากพรรค รทสช.แล้ว พรรค ปชป.และพรรคพปชร. ก็ตั้งเป้าแย่งชิงเก้าอี้ส.ส.ภาคใต้ ให้ได้มากที่สุดเช่นกัน เห็นได้จากความเคลื่อนไหวของบางพรรค ที่เริ่มแจกจ่ายปัจจัยและทรัพยากรเพื่อทำพื้นที่กันแล้ว และยังได้เห็นความพยายามออกมาให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความ เชื่อมั่นของพรรค รทสช.
แฉใช้ชื่อ‘สุเทพ’ดิสเครดิตรทสช.
รายงานข่าวแจ้งว่า บางกลุ่มการเมืองมุ่งเสนอข้อมูลผ่านหลายช่องทางว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกลุ่ม กปปส. เป็นผู้มีส่วนสำคัญอยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนพรรค รทสช. และจะตามมา โดยนำพรรครวมพลัง รวมเข้ากับพรรค รทสช.นั้น ทางแกนนำรทสช. รับรู้ถึงเป้าประสงค์ดังกล่าวเป็นอย่างดีว่า การเชื่อมโยงนายสุเทพกับพรรคนั้น เพื่อต้องการทำให้ภาพลักษณ์ของพรรค เสื่อมเสีย เนื่องจากในทางการเมือง ต้นทุนและความน่าเชื่อถือของนายสุเทพ เกือบจะหมดสิ้นไปแล้ว หลังเคยประกาศเลิกเล่นการเมือง แต่กลับคำ ลงมาร่วมผลักดันพรรครวมพลังประชาชาติไทย ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรครวมพลังในปัจจุบัน อีกทั้งโมเดลการควบรวมพรรคดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในแนวทางที่จะ ขับเคลื่อน เรื่องนี้ผู้บริหารพรรคหลายคนก็เคยออกมาชี้แจงแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า แกนนำพรรค รทสช. เข้าใจถึงเงื่อนไขเป็นอย่างดีว่า หากนายสุเทพเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรค เสียงตอบรับที่มี ต่อพรรคจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ตั้งแต่ช่วง ก่อตั้งพรรคเป็นต้นมา นายสุเทพถือว่าไม่ได้มี ส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่เช่นนั้น แกนนำบางจังหวัดทางภาคใต้ ที่อยู่คนละขั้วกับนายสุเทพ คงไม่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอย่างแน่นอน และตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นายสุเทพ ก็เลือกเก็บตัวเนื่องจากเข้าใจถึงข้อจำกัดของตัวเอง อีกทั้ง คนใกล้ชิดต่างก็ไม่เห็นด้วย หากนายสุเทพ จะเคลื่อนไหวหรือเข้ามามีบทบาทใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพรรค รทสช.
“บางพรรคพยายามผูกโยงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กับ นายสุเทพ แต่ในความเป็นจริง ผู้สมัคร ส.ส.หลายคนไว้ใจการทำงานของนายเอกนัฏ และเข้าร่วมงานกับพรรค รทสช. จากการเชิญชวนของนายเอกนัฏ ไม่เกี่ยวกับนายสุเทพ” แหล่งข่าวกล่าว
‘ภูมิธรรม-ชูศักดิ์’หวนนั่งกก.บห.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย (พท.) วันที่ 6 ธ.ค.นี้ เพื่อเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) ทดแทนชุดเดิมที่เป็น ส.ส.ที่ลาออก ป้องกันการร้องเรียนจากการเลือกตั้งแล้วอาจกระทบถึงพรรคนั้น กก.บห.ชุดใหม่จะนำคนรุ่นใหม่ที่เป็นสายวิชาการ ซึ่งไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.มาทำหน้าที่ กก.บห. รวมถึงจะให้แกนนำพรรครุ่นใหญ่กลับเข้ามาทำหน้าที่บริหารพรรคในช่วงการเลือกตั้ง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค จะเข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรค ขณะที่ นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช จะกลับมาเป็นผู้อำนวยการพรรค อีกครั้ง ส่วนหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคจะยังคงเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เหมือนเดิม
พท.ย้อนรัฐบาลคุมส.ส.ให้ได้ก่อน
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายรัฐบาลจี้ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือช่วยรักษาองค์ประชุมสภา ในการพิจารณากฎหมายที่เหลืออยู่ ทั้งร่างพ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปลดล็อกท้องถิ่น ของคณะก้าวหน้า เพื่อป้องกันประชุมสภาล่มว่า รัฐบาลไม่มีเหตุผลพอที่จะขอความร่วมมือจาก ฝ่ายค้าน ถ้าฝ่ายรัฐบาลเองยังขอความร่วมมือจากฝ่ายตัวเองไม่ได้ และในมาตรา 9/1 ของร่าง พ.ร.บ.ถอดถอนสมาชิกท้องถิ่นฯ ไม่แสดงองค์ประชุม เรามีเหตุผลที่ชัดเจนว่าการดำเนินการนั้นผิดข้อบังคับ เราไม่สามารถร่วมกระทำผิดข้อบังคับได้
ฉะนั้น ถ้าการประชุมจะเดินหน้าต่อไปได้ มี 2 แนวทาง คือ 1.การประชุมสภาจะต้องกลับไปใช้ข้อบังคับข้อนี้ให้เคร่งครัด คือเมื่อโหวตกันแล้วต้องจบ จะกลับมาโหวตอีก ไม่ได้ และ 2.ฝ่ายรัฐบาลต้องขอความร่วมมือฝ่ายรัฐบาลมาประชุมให้ครบ เพราะจำนวน ส.ส.เกินครึ่งเยอะอยู่แล้ว

ห่วงใย – นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เดินทางไปเยี่ยมเยียนและร่วมพบปะกับประธานชมรม Ukhuwah Mr.Johari Bin Ahmad และกลุ่มเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ คนไทย ที่ประเทศมาเลเซีย
ชี้คนแห่ย้ายพรรค-หวังผลเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ระบุ ยังไม่มีการยุบสภาเพราะฝ่ายรัฐบาลจะ อยู่เพื่อดำเนินการเรื่องงบประมาณปี 2566 เพราะจะได้ใช้ประมาณไตรมาสแรกใน เดือนม.ค.2566 ถือเป็นส่วนในการตัดสินใจยุบสภาหลังจากนี้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ตนมีความเชื่อเหมือนนายชินวรณ์ ว่ารัฐบาลไม่ยุบแน่ เพราะ 1.รัฐบาลความนิยมไม่มี ความนิยมตก และ 2.เขาอยากอยู่ใช้งบประมาณปี 2566 ให้หมด
เมื่อถามว่าถ้ายุบสภาก่อนกฎหมายลูก 2 ฉบับมีผลบังคับใช้จะมีปัญหาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า “เชื่อว่ารัฐบาลคงรอกฎหมายลูกออกมาก่อน จึงจะยุบ เพราะ หากไปยุบตอนที่กฎหมายลูกยังไม่ออกมา หรือยังไม่มีผลบังคับใช้ เจตนารัฐบาลคือ จะสร้างความยุ่งเหยิงให้กับบ้านเมือง เพราะไปยุบตอนที่ยังไม่มีกฎหมาย ทั้งที่รอได้ คุณไม่รอ รัฐบาลจะต้องตอบคำถามว่า มีเจตนาอะไร นอกจากสร้างความยุ่งเหยิงให้บ้านเมือง”
เมื่อถามย้ำว่าจากสถานการณ์ตอนนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีส.ส.ลาออกเพื่อกดดันให้ยุบสภา นายสุทินกล่าวว่า มีทยอยลาออก แต่ด้วยเหตุผลต่างกันคือ 1.เพื่ออยากย้ายที่อยู่ใหม่ ให้ชนะเลือกตั้ง และ 2.มีเจตนาย้ายเพื่อให้รัฐบาลยุบสภาอยู่บ้าง แต่ตนเชื่อว่าจะเป็นเหตุผลข้อที่ 1
ลั่นเอาเรื่อง‘ครูแก้ว’ถึงที่สุด
นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรค พท. ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรค ภท. และรองประธานสภา ปราศรัยโจมตี ส.ส.ที่อภิปรายการจัด งบประมาณของกระทรวงคมนาคม โดยระบุ มันโง่จริงหรือแกล้งโง่ ถ้าสกลนครอยากได้งบพัฒนาเยอะๆ ให้เลือกฝ่ายรัฐบาล เลือกพรรคภูมิใจไทยว่า การพูดเช่นนี้ เป็นการ ดูถูกดูแคลนเพื่อนสมาชิก อย่างน้อย ส.ส.ก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ที่บอกว่าโง่ ถือเป็นการดูแคลนประชาชน ที่นายศุภชัยพูด คงหมายถึงตนเพราะตนเป็นคนอภิปราย เรื่องงบกระทรวงคมนาคม วันที่อภิปราย ก็พูดไปชัดเจนว่าดีใจกับคนบุรีรัมย์ที่ได้งบพัฒนา แต่เสียใจแทนคนไทยที่งบประมาณ ไม่กระจาย
นายพัฒนากล่าวว่า นายศุภชัย อาจไม่ชอบใจ ถ้าเป็น ส.ส.ก็จะเฉยๆ แต่นี่เป็นถึง รองประธานสภา ต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ เรื่องนี้ตนจะแจ้งไปยังพรรค พท. ให้ดูข้อกฎหมายและดำเนินการถึงที่สุด ไม่ว่าเรื่องจริยธรรม เรื่องหมิ่นประมาท รวมถึงการ ก้าวล่วงงบประมาณของฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องดูกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน
รอดูจุดจบการด่าคนอื่นโง่
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค พท. กล่าวตอบโต้ นายศุภชัย ว่า ไม่รู้ว่านายศุภชัยด่าใครไอ้โง่ ถ้าย้อนไปถามนายศุภชัยใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะยังยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดอยู่หรือไม่ แต่ถ้า หมายถึงส.ส.พรรค พท. ที่อภิปรายรมว.คมนาคม ในการบริหารจัดการงบแต่ละโครงการ ที่ ไปกระจุกตัวอยู่แต่ในเฉพาะพื้นที่ของส.ส. พรรค ภท. น่าจะเป็นปัญหา เพราะการพูดของนายศุภชัย เท่ากับเป็นใบเสร็จหรือบันทึก คำรับสารภาพว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จัดทำงบลงเฉพาะพื้นที่ของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น
การพูดดังกล่าวถือว่าไม่ฉลาด เพราะพูดแล้วทำให้พรรคพวกเดือดร้อน ไม่รู้ว่าระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับนายอนุทิน ใครจะเรียกนายศุภชัยไปตบปากอบรมก่อนกัน ส.ส.คือภาพสะท้อนของประชาชน การด่าว่า ส.ส.โง่ จึงเท่ากับด่าประชาชนที่เลือกส.ส.มาว่าโง่ด้วย สงสัยการที่พรรค ภท. เปิดศึกรอบทิศ คง ไม่สาแก่ใจ นายศุภชัยจึงเปิดศึกเพิ่ม ถ้าว่างมาก ควรเอาเวลาไปเตรียมตัวสู้คดีสิทธิการ ครอบครองที่ดิน 200 ไร่ที่ จ.นครพนมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
“ส.ส.คนไหนโง่หรือประชาชนที่เลือก ส.ส.มาโง่ นายศุภชัยและพรรค ภท. จะได้เห็นคำพิพากษาของประชาชนในคูหาเลือกตั้ง ว่าคนที่ด่าคนอื่นโง่จะมีจุดจบอย่างไร” นายอนุสรณ์กล่าว

ลุยอีสาน – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ลงพื้นที่พบปะสมาชิกและผู้สนับสนุน และเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขต จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 6 คน ก่อนลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนและนำเสนอแนวนโยบายพรรคในหลายจุดทั่วจังหวัด ที่จ.ร้อยเอ็ด
ก้าวไกลอ้อนคนอีสาน
ที่ศูนย์ประสานงานพรรค จ.ร้อยเอ็ด นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ลงพื้นที่พบปะสมาชิกและผู้สนับสนุน และเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 6 คน ได้แก่ เขต 1 นายเกียรติศักดิ์ ไค่นุ่นกา, เขต 2 นายทินกร อ่อนประทุม, เขต 3 ส.ต.อ.ทักษิณ พลเยี่ยม, เขต 4 นายวัจน์คมกริช ศรีวะรมย์, เขต 5 นายประวิทย์ มานะดี และเขต 7 นายประทักษ์ พาโคกทม ก่อนลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนและนำเสนอแนวนโยบายพรรคในหลายจุดทั่วจังหวัด
นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า แม้การเลือกตั้งใหญ่ปี 2562 เราไม่ได้ ส.ส.ที่ร้อยเอ็ด แต่เราได้ฐานคะแนนเป็นกอบเป็นกำ มาครั้งนี้เรามั่นใจจากความสำเร็จในระดับท้องถิ่นของคณะก้าวหน้าที่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จะช่วยให้ประชาชนยิ่งมั่นใจพรรคก้าวไกลมากขึ้น เช่น ที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ เราทำให้สิ่งที่พื้นฐานที่สุดเกิดขึ้นและประชาชนจับต้องได้ เช่น ทำน้ำประปาให้ดื่มได้จริง ทำให้คนเข้าใจประโยค ที่ว่าประชาธิปไตยกินได้ มันมีความหมายแบบนี้
ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้ต้องการแค่ผลคะแนน ไม่ได้ต้องการแค่เป็นรัฐบาลและเป็นนายกฯ แต่เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ซึ่งจากโพลแต่ละสำนักบอกว่าคนกรุงเทพฯ เลือกนายพิธาเป็นนายกฯ แต่เท่านั้นไม่พอ เพราะใครจะได้เป็นนายกฯ จะต้องชนะใจคนอีสานและชนะใจคน ทั้งประเทศ วันนี้เราจึงมาขอให้คนอีสาน โหวตให้ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน ให้เราเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศ
เชื่อ‘บิ๊กตู่’ยังไม่ยุบสภาตอนนี้
เมื่อถามถึงนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ระบุยังไม่มีการยุบสภาเพราะฝ่ายรัฐบาลจะอยู่เพื่อดำเนินการเรื่องงบประมาณปี 2566 เพราะจะได้ใช้ประมาณไตรมาสแรกในเดือนม.ค.2566 ถือเป็นส่วนในการตัดสินใจยุบสภาหลังจากนี้หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า คิดว่าปัจจัยหลักที่สุดในการยุบสภาคือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่พร้อมเลือกตั้ง สภาพความเป็นจริง ตอนนี้คือ ใครๆ ก็ดูออกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยากเป็นนายกฯ แต่ยังไม่รู้ว่าจะลงเป็น แคนดิเดตนายกฯให้กับพรรคใด ดังนั้นเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่พร้อม การยุบสภาจึงไม่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมี ส.ส. ลาออกเพื่อกดดันให้เกิดการยุบสภา นาย รังสิมันต์กล่าวว่า คิดว่าคนแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ยุบสภา ต่อให้สภาไม่เหลือส.ส.สักคน พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ยุบ เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เขียนเอาไว้ว่า ส.ส.ลาออกกี่คนแล้ว จะต้องยุบสภา หากลาออกมาก สภาเดินต่อ ไม่ได้ก็ถือว่าเดินไม่ได้ แต่หาก ส.ส.ลาออกมาก พล.อ.ประยุทธ์อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องดี ที่สภาบริหารไม่ได้ เพราะจะยกเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนมาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในยามฉุกเฉิน แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยุบสภา เราจะทำหน้าที่ของ ส.ส.ต่อเพื่อตรวจสอบรัฐบาลให้มากที่สุด
หมอระวีชวน20พรรค-ควบรวม
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของพรรค หลังจากกติกาเลือกตั้งและสูตรคำนวณ ส.ส.มีความชัดเจนว่า พรรคจะเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง แต่จะปรับยุทธวิธีไปตามกติกาที่เหมาะสม ล่าสุดได้พูดคุยกับพรรคการเมือง ประมาณ 20 พรรค ทั้งพรรคที่มีส.ส.และไม่มีส.ส. ถึงการทำงานร่วมกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา เบื้องต้นหากมีพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน 4-5 พรรค ผนึกกำลังกันในรูปแบบที่เหมาะสม อาจ ให้พรรคใดพรรคหนึ่งเป็นแกนหลักแล้ว ย้ายสมาชิกพรรคไปรวมกัน จากนั้นจะใช้การปรับโครงสร้าง เปลี่ยนชื่อพรรคเป็นแนวร่วม คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะชัดเจนภายใน 7 วัน แต่หากไม่มีพรรคใดพร้อมควบรวม ตนจะทำพรรคพลังธรรมใหม่ต่อไป ซึ่งขณะนี้พรรค อยู่ระหว่างการยกร่างนโยบายสำคัญ 2-3 ข้อ หากมีพรรคใหญ่พร้อมรับนโยบายของ พรรค เราพร้อมเข้าร่วมโดยไม่มีเงื่อนไข ต่อรองใดๆ
“ผมประเมินว่าเลือกตั้งครั้งหน้า อาจได้ส.ส.เข้าสภา 1-2 คน ซึ่ส่วนเหตุผลที่ผม ไม่ยุบพรรคพลังธรรมใหม่ เพราะประเมินว่า การเมืองสมัยหน้าจะมีการตั้งสมาชิกสภา ร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หากเอื้อให้พรรคเล็กทำงาน เราจะอยู่พรรคนั้นสมัยเดียวแล้วจะกลับมาทำพรรคพลังธรรมใหม่ต่อ ทั้งนี้ ต้องดูทิศทาง และการปรับตัวการทำงานให้คล่องขึ้น” นพ.ระวีกล่าว

ลุยเชียงราย – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หน.พรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย แกนนำ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.เชียงราย รวม 4 เขต ซึ่งมีอดีตส.ส.หลายสมัยรวมอยู่ด้วย พร้อมชูนโยบายดูแลประชาชนทุกคนตั้งแต่เกิดจนแก่ เมื่อ 5 ธ.ค.
‘หน่อย’ตีปี๊บ‘หวยบำเหน็จ’
ที่จ.เชียงราย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อมนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองประธานคณะกรรมการคัดสรรผู้สมัคร ลงพื้นที่ร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย อาทิ นายรชฎ อึ้งอภินันท์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ เขต 3 นายอุดมเดช ดวงแก้ว เขต 7 และนายบัวสอน ประชามอญ เขต 8 เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจชาวเชียงราย พร้อมพบปะเครือข่ายผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคมีนโยบายดูแลประชาชนทุกคนตั้งแต่เกิดจนแก่ นอกจากบำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาทเพื่อแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัยแล้ว พรรคยังมีนโยบายสนับสนุนให้ทุกคนมีเงินออมไว้ใช้ใน ยามเกษียณ นั่นคือ นโยบายสลากการออมแห่งชาติ หรือหวยบำเหน็จ เปลี่ยนเงินหวย เป็นเงินออมให้ประชาชนไว้ใช้ยามเกษียณ โดยเงินต้นไม่เสียเปล่า ผู้ซื้อมีสิทธิได้รับคืนเงินต้น เมื่อซื้อหวยมาแล้วครบ 10 ปี และอายุครบ 60 ปี 70 ปี หรือ 80 ปี จะได้รับเงินต้นที่ซื้อสลากคืนทั้งหมด โดยเลือกเลขเด็ด หรือเลขนําโชคที่ชื่นชอบได้ และผู้ซื้อจะได้ ลุ้นโชคเงินล้านในทุกงวดอีกด้วย ถ้าไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรค ทสท. ให้มากที่สุด เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล จะได้บำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท และหวยบำเหน็จ ภายใน 3 เดือน