ค่าแรงขั้นต่ำ600บาท เงินเดือนป.ตรี 2หมื่น5 พปชร.เปิดตัว‘มิ่งขวัญ’ จ่อนั่ง1ใน2แคนดิเดต สส.อีสานฉะยับ‘ศุภชัย’
เพื่อไทยจัดเต็ม แคมเปญ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ อุ๊งอิ๊งชู 10 นโยบายพลิกฟื้นประเทศ ชูค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 2.5 หมื่น ขึ้นราคาสินค้าเกษตร ลดราคาพลังงาน เลือกตั้งผู้ว่าฯ จังหวัดที่พร้อม ‘ตู่’ เย้ยทันควัน เอาเงินจากไหน ทำได้จริงหรือเปล่า ยอมรับแล้วเตรียมย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เล่นการเมืองต่ออีก 2 ปี พลังประชารัฐเปิดตัว ‘มิ่งขวัญ’ เติมเต็มทีมเศรษฐกิจ เจ้าตัวเผยเอง บิ๊กป้อมไฟเขียวให้เป็น 1 ในแคนดิเดตนายกฯ นิพิฏฐ์ยอมรับอยู่ระหว่างเจรจา ย้ายจาก สอท. ไปอยู่กับพปชร. กลุ่มปากน้ำยันไม่ย้าย ส.ส.อีสาน เพื่อไทย ดาหน้าถล่ม ‘ศุภชัย’ ปราศรัยด่าโง่ ฮึ่มฟ้องหมิ่น อนุทินชี้ใครพูด รับผิดชอบเอง
ครม.เคาะของขวัญกลางธ.ค.
เวลา 12.30 น. วันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. ถึงการพิจารณาของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนว่า ทยอยพิจารณายังมีเวลาอยู่ หลายอย่างเป็นมาตรการของหน่วยงานต้องดูให้รอบคอบ ไม่ใช่ทำเพื่อการเมือง เป็นสิ่งที่ทำทุกปีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าแพ็กเกจช้อปดีมีคืนและเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ยังไม่ออกมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูงบประมาณมีเพียงพอหรือเปล่า อันไหนทำได้ ทำไม่ได้ อันไหนที่ทำแล้ว จะเป็นปัญหาในวันข้างหน้า ต้องดูให้ดี
เมื่อถามว่าต้องรออีกนานแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เดือนธ.ค.ยังมีเวลา หลังกลับจากประชุมที่เบลเยียม จะรวบรวมทั้งหมดออกมาอีกที จริงๆ ทยอยมาแล้ว แต่ต้องรอหน่วยงานอื่นที่ยังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมายด้วย รวมถึงการเตรียมงบประมาณ ต้องมาดูและตัดสินใจกันอีกครั้งประมาณกลางธ.ค.
ตู่พูดชัดขอเป็นนายกฯ อีก 2 ปี
เมื่อถามว่า นายกฯ ตั้งเป้าหมายการทำงานปีหน้าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมก็อยู่ ถ้าสมมติผมยังต้องอยู่ก็อยู่ได้แค่ปี 68 เท่านั้นแหละ” เมื่อถามว่าแสดงว่าความตั้งใจของ นายกฯ คือการเดินหน้าต่อทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เมื่อถึงวันนี้ก็น่าจะพอรู้แล้วมั้ง” เมื่อถามว่าไปต่อได้อีกแค่ 2 ปีก็จะไปต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ 2 ปี ก็จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด จากนั้น ก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสม ประชาชนยอมรับและทำต่อเท่านั้นเอง”
เมื่อถามว่าข่าวที่จะไปอยู่ รทสช.ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “อือๆ ก็เดี๋ยวผมยังไม่ได้พูดเท่านั้นเอง เดี๋ยวค่อยพูด” เมื่อถามว่ารอเรื่องกฎหมายให้เรียบร้อยก่อน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อถามว่าสรุปนายกฯ จะเข้าสังกัดพรรคหรือไม่ และมีความชัดเจนขนาดนี้แล้วขอให้พูดมาเถอะ นายกฯ พยักหน้าและตอบว่า “อือๆ”
เย้ยขั้นต่ำ 600-ป.ตรี 2.5 หมื่น
เมื่อถามกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องไปดูว่าทำได้จริงหรือเปล่า หลายเรื่องมีการเปิดเผยมาตลอด การจะทำโน้น ทำนี่มันไม่ง่ายที่จะทำ การจะเพิ่มค่าแรง ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ต้องดูว่านักลงทุน ผู้ประกอบการรับไหวหรือไม่ วันนี้มีความแตกต่างอยู่แล้วเรื่องของค่าแรง แรงงานที่มีฝีมือค่าแรงก็สูง ซึ่งสูงมากกว่า 600 บาทต่อวันเสียอีก ราคาเฉลี่ยแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ซึ่งมีผู้มีรายได้มากกว่าที่กำหนดไว้มากพอสมควร
เมื่อถามว่าผู้จบปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือน 25,000 บาท เป็นไปได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องถามว่าเอาเงินมาจากที่ไหน ถ้ามีเงินก็โอเคเท่าไรก็ได้ วันนี้เราอยู่ในขั้นตอน การพัฒนาทุกอย่างเพื่อเพิ่มจีดีพีให้ประเทศ ต้องมีค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแล กลุ่มเปราะบาง คนพิการ ซึ่งมากพอสมควร ถ้าจะทำตรงนี้ให้มากขึ้นก็ต้องทยอยดำเนินการ ไปพร้อมๆ กับการหารายได้
บินเบลเยียม 12-15 ธ.ค.
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ระหว่าง 13-14 ธ.ค. โดยจะเดินทางก่อนหน้านั้นและเดินทางกลับหลังการประชุม ถือเป็นการเดินทางไปประชุมร่วมกับสหภาพยุโรปในนามประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ นายกฯ มอบหมาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมครม. อังคารที่ 13 ธ.ค.แทน โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางไปร่วมประชุมดังกล่าว ระหว่าง 12-15 ธ.ค.
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนัก นายกฯ แถลงว่า ครม.มีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกฯ มอบหมายและมอบอำนาจ รมต.สำนักนายกฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ ให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ และมอบหมายให้กำกับรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นรองประธานและกรรมการอีกหลายชุด รวมทั้งรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรรมการในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
3ป.ทยอยคุยรมต.พรรคร่วม
รายงานข่าวเผยว่า ก่อนเริ่มประชุมครม. นายกฯ ได้พูดคุยนอกรอบกับ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล เดินเวียนเข้าไปพูดคุย เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เดินเข้าห้องประชุมครม. ชี้แจงอย่างอารมณ์ดีว่า “ไม่ได้คุยกันเรื่องการเมืองนะ เห็นชอบไปพูดกันว่าเข้าห้องคุยเรื่องการเมือง ไม่มีๆ”
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้พักเบรก ซึ่งผิดกับ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “วันนี้ให้เบรกการประชุม เพราะได้ยินว่าขอให้พักบ้าง จะได้คุยกันบ้าง แสดงว่าอยู่นอกห้องประชุมไม่เคยคุยกันเลยหรืออย่างไร” ระหว่างพักเบรก นายกฯ เดินทักทายบรรดารัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่รอบห้อง เหมือนเช่นเคย
สำหรับความคืบหน้า ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และ ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว มีการสอบถามไปยังสำนักเลขาธิการครม.ว่าทางรัฐสภาได้ส่งมาหรือยัง ได้รับคำตอบว่า ยังไม่ส่งมาถึงทำเนียบ
ป้อมถามสื่อ-ใครตั้งมิ่งขวัญ
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เวลา 09.15 น. มาร่วมประชุมครม. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เพราะนอกจากคณะทำงานและนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. มารอต้อนรับ นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ คนใหม่ ยังมารอต้อนรับด้วย โดยนายสันติแนะนำนายสุนทรกับ พล.อ.ประวิตร
เมื่อสื่อมวลชนถามว่าวันนี้จะเปิดตัว นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เข้าสังกัดพปชร. จะให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ยิ้มหวานแทนคำตอบ
หลังประชุมครม. พล.อ.ประวิตร ตอบคำถาม ถึงเหตุผลที่เลือกนายมิ่งขวัญ มาร่วมงานกับ พปชร.ว่า มาถามตนจะรู้ได้อย่างไร เมื่อถามว่า เหตุใดจึงให้นายมิ่งขวัญนั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า “ใครบอก ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย” เมื่อถามว่าแสดงว่ายังไม่ได้ ข้อเท็จจริงว่าจะได้นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ
ปากนํ้ายันวันนี้ยังอยู่พปชร.
นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์กรณีถูกมองว่าเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนกลุ่มปากน้ำว่า การทำงานของกลุ่มปากน้ำงานเป็นทีม ตั้งแต่ระดับ ท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ถ้าถามว่ากลุ่มปากนํ้าหรือกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าจะไปทางไหน ก็ต้องบอกว่า ณ ขณะนี้เราเป็น พปชร. ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร อนาคตคืออนาคต
เมื่อถามว่าอนาคตมีคำตอบในใจหรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่า ต้องตอบตรงๆ ว่า เราคือ พปชร. เมื่อถามว่าเลือกตั้งครั้งหน้ายังไปต่อกับ พปชร.หรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่า “ก็น่าจะ” เมื่อถามว่าต้องดูสถานการณ์ขณะนั้นก่อนหรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่า การเมืองต้องประเมินกันทุกเวลา
เมื่อถามว่าได้เข้าไปกราบ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่า เข้าไปกราบขอบคุณแล้ว ท่านไม่ได้ว่าอะไรมากก็ขอให้ทำงานให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรบอกหรือไม่ว่าขอให้อยู่ด้วยกัน นายสุนทรกล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ครั้งนี้ได้วัดใจกับการได้เป็นรัฐมนตรีที่ผู้ใหญ่รับปากไว้กับกลุ่มหรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่า อย่าไปพูดว่าสัญญาหรือวัดใจ มันไม่ใช่ ทีมงาน ส.ส.พปชร.ในสมุทรปราการ น่าจะทราบดีว่าเราอยู่ในกรอบมาตลอด ไม่มีใครคิดนอกกรอบ ทํางานก็ทํางานเป็นทีม เมื่อถามว่า นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ฝากอะไรหรือไม่ นายสุนทรกล่าวว่า ฝากมาสั้นๆ ให้ทํางานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทําตามนโยบายที่รัฐบาลอย่างดีที่สุด
อ้อนขอดูแลประมงปากน้ำ
ทั้งนี้ ก่อนเข้าประชุมครม. เวลา 07.00 น. นายสุนทรเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรฯ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า นำโดย นายชนม์สวัสดิ์ ที่สนับสนุนการทำงานและผลักดันให้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนจะได้ดูแลกรมไหน เป็น 4 กรมเดิมที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดูแลอยู่เดิมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ส่วนตัวอยากทำงานให้เกษตรกร อยากดูแลเกษตรกรในพื้นที่สมุทรปราการ จึงขอไปยังรมว.เกษตรฯ ขอดูแลชาวประมงในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพราะเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนกลุ่มตนให้มี ส.ส. 6 คน และหลังจากนี้จะลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เป็นจังหวัดแรก ทั้งนี้ หลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้ว จะเข้าทำงานอย่างเป็นทางการศุกร์ที่ 9 ธ.ค.นี้
วีรศักดิ์ปัดชิ่งภท.ซบ‘รทสช.’
ที่ทำเนียบ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า ข้อเท็จจริงขณะนี้ยังอยู่กับ ภท. เมื่อถามถึงอนาคต นายวีรศักดิ์กล่าวย้ำว่า “ก็อยู่พรรคภูมิใจไทยล่ะครับ”
เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าอนาคตก็ยังอยู่ ภท. หรือไม่ นายวีรศักดิ์ยิ้มแต่ไม่ตอบ เมื่อถามว่า รทสช.มาเชิญหรือไม่ นายวีรศักดิ์ยิ้มก่อนเดินเข้าประชุมครม.
พท.ลั่นสงครามครั้งสุดท้าย
เวลา 10.00 น. ที่ทำการ พท. มีการประชุมใหญ่ วิสามัญประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” แกนนำพรรคร่วมประชุมพร้อมเพรียง ก่อนประชุม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า พท.ประกาศเป้าหมายชนะแลนด์สไลด์ถล่มทลาย ได้ส.ส. 250 เสียงขึ้นไปเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่ของง่าย แม้พท.มีกระแส ความนิยม แต่เขามีกระสุน อำนาจรัฐ อำนาจเงิน แต่พท.ไม่หวั่นไหวเพราะชัยชนะที่แท้จริงอยู่ที่ประชาชน จึงขอประกาศปักธงทุกพื้นที่ ให้ผู้สมัครทุกคนวิ่งเข้าหาประชาชนทุกวินาที
3 ยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่แลนด์สไลด์ คือ 1.นโยบายที่เป็นประชาธิปไตย กินได้ ทำได้จริง 2.แคนดิเดตนายกฯ มีความรู้ ความสามารถ 3.ผู้สมัครส.ส.เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน “การรบครั้งนี้เป็นสงครามครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย เราแพ้ไม่ได้ ถ้าแพ้ทุกคนแพ้ พรรคแพ้ ประชาชนแพ้ จะตกอยู่ใต้อำนาจรัฐ อำนาจเงินอย่างโงหัวไม่ขึ้น ทำลายประชาธิปไตย สิ้นเชิง เราต้องชนะ เพราะเราคือโอกาสและความหวังของประชาชน เราพูดจริง พูดได้ ทำเป็น”

ไทย2570 – ‘อุ๊งอิ๊ง’ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แถลงเปิดนโยบายหลัก 10 ข้อพลิกฟื้นประเทศไทยภายในปี 2570 ประกาศเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค ระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรค ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.
อิ๊งเปิด 10 นโยบาย-ขั้นต่ำ 600 บ.
ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธาน ที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท.และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทย ทุกคน” ว่า สิ่งที่พท.จะทำภายในปี 2570 หากได้เป็นรัฐบาล 1.นโยบายเศรษฐกิจ ปี 2566-2570 จีดีพีโตขึ้น 5% ต่อปี ปี 2570 คนไทยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน เงินเดือนจบปริญญาตรี 25,000 บาทขึ้นไป 2.การเกษตร ราคาสินค้าการเกษตรต้องขึ้นยกแผง 3.การท่องเที่ยว ปี 2570 มีรายได้ การท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาทต่อปี 4.นโยบายด้านนวัตกรรม เป็นรัฐบาลดิจิตอลเต็มรูปแบบ
5.สาธารณสุข ปี 2570 หลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ถูกอัพเกรดให้ใช้บัตรประชาชน ใบเดียวรักษาฟรีทั่วไทย 6.การศึกษา มีโรงเรียน 2 ภาษาทุกท้องถิ่น สอนอังกฤษ-จีนตั้งแต่ ป.1 7.ยาเสพติดต้องหมดไป 8.โครงสร้างพื้นฐาน แก้น้ำท่วม-น้ำแล้งทั้งระบบ 9.คมนาคมและขนส่งมวลชน ในปี 2570 ไทยจะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค มีการลงทุนระบบรางครั้งใหญ่ มีรถไฟความเร็วสูงจากจีนมาไทย ต่อยาวถึงสิงคโปร์ รถไฟฟ้าใช้ระบบตั๋วร่วม 20 บาทตลอดสายได้ก่อนปี 2570 และ 10.รื้อโครงสร้างราคาพลังงาน น้ำมัน แก๊ส ค่าไฟ จะลดลงทันที
เลือกตั้งผวจ.จังหวัดที่พร้อม
“ส่วนนโยบายการเมืองปี 2570 กติการัฐธรรมนูญจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ นายกฯ ถูกเลือกในสภา กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมากขึ้น มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในจังหวัดที่มีความพร้อม ยืนยันนโยบายทั้งหมดทำได้จริง ไม่ต้องย้ายประเทศ แค่พร้อมใจเปลี่ยนผู้นำง่ายกว่า ช่วง 4 ปีจากนี้เป็นช่วงพลิกฟื้นประเทศให้กลับมา มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีเสถียรภาพการเมือง มาร่วม คิดใหญ่ ทำให้เป็นจริงด้วยการเลือกเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค เพื่อคนไทยทุกคน” น.ส.แพทองธารกล่าว (อ่านรายละเอียด น.7)
จากนั้น นพ.ชลน่านมอบธงแลนด์สไลด์ให้แก่ตัวแทนผู้นำ 5 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ และกทม. เพื่อปักหมุดสู่แลนด์สไลด์
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อม นโยบายหาเสียงของพท.ว่า เรามีหลายนโยบาย เพื่อใช้หาเสียง แต่จะยังไม่เปิดตอนนี้ ซึ่งจะเป็น เวิร์ดดิ้งที่จำง่ายและละเอียดชัดเจนกว่าที่ตนแสดงวิสัยทัศน์ไป
ยังกั๊กเศรษฐาแคนดิเดตนายกฯ
เมื่อถามว่าจะมีชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดต นายกฯ พท.หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตอบแทนนายเศรษฐาไม่ได้ แต่นายเศรษฐา ให้ข่าวเองว่าสนับสนุน พท. ต้องขอขอบคุณมาก นายเศรษฐาเป็นคนเก่ง ไม่ว่าจะมาหรือไม่มา แต่เมื่อสนับสนุนแนวทางของพท.ก็เป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ แคนดิเดตนายกฯ ของพท.เมื่อถึงเวลาเราเปิดแน่ จะเป็นบุคคลที่ตอบโจทย์ปัญหาประชาชนแน่นอน
เมื่อถามว่าการตั้งครรภ์จะเป็นอุปสรรค ต่อการลงพื้นที่หาเสียงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การมีลูกคือพลังบวก เป็นเรื่องที่ดี ไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่ถือเป็นกำลังใจมากกว่า
ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวถึงการเปิดตัว แคนดิเดตนายกฯ ของพท.ว่า ต้องมี 3 คน เป็นลำดับชัดเจน ประชาชนไม่สับสน
ภูมิธรรม-ชูศักดิ์นั่งรองหน.พรรค
จากนั้นช่วงบ่ายมีการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 เพื่อเลือกตั้งกก.บห.ชุดใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างลง และเลือกคณะกรรมการ สรรหาผู้สมัคร พร้อมเปลี่ยนแปลงร่าง ข้อบังคับพรรค พ.ศ.2561 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ… โดยนพ.ชลน่าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมแถลงผล การเลือกตั้งกก.บห. 10 คน ดังนี้
รองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายภูมิธรรม เวชยชัย นายกิตติ ลิ่มสกุล นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์, รองเลขาฯ พรรค ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ นายชุมสาย ศรียาภัย ส่วนนายสุรเกียรติ เทียนทอง นายพลนชชา จักรเพ็ชร และ 10.นายยุ้ง จักรไพศาล เป็นกก.บห. เมื่อรวมกับกก.บห.ชุดที่คงเหลือปัจจุบัน 13 คน จะมีกก.บห.ทั้งสิ้น 23 คน
ยำเละศุภชัยหลุดปาก‘ไอ้โง่’
เวลา 12.30 น. ที่ทำการพท. บรรดา ส.ส. สกลนครและอุดรธานี พท.ร่วมแถลงกรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ส.ส.นครพนม ภท. ปราศรัยที่ จ.นครพนม โจมตี ส.ส.ที่อภิปรายการจัดงบประมาณกระทรวงคมนาคม โดยระบุ “มันโง่จริงหรือแกล้งโง่ ถ้าสกลนครอยากได้งบพัฒนาเยอะๆ ให้เลือกฝ่ายรัฐบาล เลือกพรรคภูมิใจไทย”
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขาฯ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. กล่าวว่า การปราศรัยวันดังกล่าวมีความผิด หลายอย่าง ทั้งประมวลกฎหมายจริยธรรม การหมิ่นประมาท และเข้าข่ายการแทรกแซงการจัดงบภาครัฐ และบางส่วนอาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้กรณีระบุว่าหากเลือก ภท.แล้ว จังหวัดจะได้รับการพัฒนา
นายพัฒนา สัพโพ ส.ส.สกลนคร พท.กล่าวว่า ประเด็นจะไม่เกิดถ้าคนที่เป็นถึง ส.ส. เป็นถึงรองประธานสภา มีวุฒิภาวะ ไม่ใช่อยากพูดอะไรเพียงเพื่อหาเสียง แล้วปรามาส ส.ส.ด้วยคำว่าไอ้โง่ สร้างความเสียหายไปถึงครอบครัวตนด้วย ยอมไม่ได้จะดำเนินการให้ถึงที่สุด ทั้งในสภา และคดีความข้อหาหมิ่นประมาท ขอให้เอาตัวเองให้รอดเพราะมีคดีอีกเยอะ เช่น ที่ดิน ส.ป.ก.และในการอภิปราย มาตรา 152 ตนมีคลิปอะไรดีๆ จะได้เห็นคนดีเป็นอย่างไร คนโง่เป็นอย่างไร ในสภามีประธานอยู่ 3 คน ขอถอดสรรพนามประธานและ คำว่าครูสำหรับนายศุภชัย โพธิ์สุ เมื่อถามว่าจะไปแจ้งความเมื่อไร นายพัฒนากล่าวว่า คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ขอดูรายละเอียด ข้อกฎหมายก่อน
นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคพท. กล่าวว่า รองประธานสภาเป็นตำแหน่งที่ได้รับ การโปรดเกล้าฯ จะมาขอโทษอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแสดงสปิริตด้วยการลาออก
‘โรม’สอนเป็นรัฐบาลของทั้งปท.
นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวกรณีนายศุภชัย ใช้คำ “ไอ้โง่” กล่าวถึง ส.ส.ที่อภิปรายงบ ว่า ตกใจมาก ที่นายศุภชัย ซึ่งเป็นถึงรองประธานสภาพูดคำดังกล่าวกับคนที่ตั้งคำถามเรื่องการบริหารงบให้เกิดความเป็นธรรมกับจังหวัดต่างๆ การเลือกตั้งมีแพ้ชนะ แต่เมื่อเป็น ส.ส.ก็ต้องเป็นผู้แทนของประชาชนทุกคน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน นายศุภชัย ในฐานะผู้อาวุโส ทางการเมือง และเป็นถึงรองประธานสภา จะเรียนรู้ว่าไม่ควรมีวิธีคิดและพูดออกมา แบบนี้อีก ที่นายศุภชัยบอกว่ามีศักยภาพดึงงบลงจังหวัดของตนได้ ทำผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็น เรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
“การที่จะทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ครูแก้ว ต้องคิดถึงจังหวัดอื่นเหมือนกัน ผมไม่อยากเห็นการพัฒนาที่กระจุกตัว อยากเห็นการพัฒนา ที่เป็นธรรมไม่ว่าคนคนนั้นจะเลือกพรรครัฐบาล หรือไม่ก็ตาม” นายรังสิมันต์กล่าว
อนุทินยันภท.ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
ทำเนียบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้า ภท. ให้สัมภาษณ์ ถึงเสียงวิจารณ์นายศุภชัย ที่ปราศรัยว่า ตอนนายศุภชัยพูด ตนไม่อยู่ ต้องถามนายศุภชัย ว่าตอนนั้นคิดอย่างไร นายศุภชัยเป็นผู้ใหญ่ น่าจะอธิบายจะดีกว่า ส่วน ภท.กำกับดูแลงาน 3 กระทวง มาเกือบ 4 ปี เราเข้าใจต้องรับใช้ประชาชนอย่างไร ไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง ดังนั้นจะบอกว่าจะดูแลแค่คนที่เลือก ภท.เป็นไป ไม่ได้ ไม่เคยอยู่ในหัว ไม่เคยคิด ส่วนที่จะมีการร้องเรียนจริยธรรมเป็นเรื่องของคู่กรณี ไปห้ามอะไรไม่ได้อยู่แล้ว กฎหมายว่าอย่างไรก็ทำตามกฎหมาย ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคจะตักเตือน ลูกพรรคให้ระวังการใช้ถ้อยคำอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่เป็นส.ส. เป็นรัฐมนตรี มีวุฒิภาวะ ใครพูด ใครทำ ใครประพฤติอย่างไรต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

สมาชิกใหม่ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงเปิดตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นสมาชิกใหม่เข้ามาทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค และอาจได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ด้วย ที่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.
พปชร.เปิดตัวมิ่งขวัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการ พปชร. ซึ่งจะมีการเปิดตัวนายมิ่งขวัญ บรรยากาศคึกคัก แกนนำทยอยเข้ามาร่วมเปิดตัว อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายอภิชัย เตชะอุบล แกนนำพรรค
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค มาถึงเวลา 14.50 น. แกนนำต่างทยอยขึ้นไปพบที่ห้องทำงาน ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร และแกนนำพรรค จะลงมาพร้อมนายมิ่งขวัญ โดยนายมิ่งขวัญสวมเสื้อพปชร.
เวลา 15.30 น. พล.อ.ประวิตร แถลงว่า วันนี้เป็นโอกาสที่พรรคได้ต้อนรับนายมิ่งขวัญ เข้ามาอยู่ในพรรค และขอแสดงความยินดีกับนายมิ่งขวัญ และแสดงความยินดีกับตัวเองด้วย ที่จะเข้ามาช่วยกันทำงานให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น สมาชิกพรรคทุกคนขอต้อนรับนายมิ่งขวัญด้วยความยินดียิ่ง
ป้อมดันแคนดิเดตนายกฯ
ด้านนายมิ่งขวัญกล่าวว่า ต้องให้เครดิต พล.อ.ประวิตร และขอบคุณที่ให้เกียรติเชิญตนมาช่วยกันแก้เศรษฐกิจ จึงเปิดใจคุยกันว่าถ้าหากมา พปชร.ที่มีคนอยู่มาก จะเอาตนไว้ตรงไหน พล.อ.ประวิตร บอกให้มาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ตนเข้ามาเติมเต็ม เหตุผลที่สองคือ ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่พรรคนี้แล้ว ยืนยันหลังคุยกับพล.อ.ประวิตร และมายืนอยู่ตรงนี้ ได้สวมเสื้อ พปชร. ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีการเจรจาเรื่องเงินทองแม้แต่บาทเดียว เหตุผลที่ตัดสินใจมาอยู่ พปชร. ประการแรก ต้องการมาช่วยประชาชนที่เดือดร้อน ประการสอง การเข้ามาครั้งนี้จะไม่ขอเป็น กก.บห. แต่ที่เข้ามาเพราะถนัดเศรษฐกิจทั้งในและ ต่างประเทศ ประการที่สามสำคัญที่สุดคือ ตนต้องได้ออกดีเบตในสงครามเลือกตั้งที่จะมาถึงอีกไม่นาน
“ผมได้ปรึกษากับพล.อ.ประวิตร บอกว่าถ้ามิ่งขวัญจะออกดีเบตก็ต้องมีตำแหน่งคือ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์ จึงเป็นประโยคสำคัญ พล.อ.ประวิตร บอกว่าจะพิจารณาและนำเข้าวาระ กก.บห. ให้มิ่งขวัญ เป็น 1 ในแคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐ” จากนั้นนายมิ่งขวัญ ยกมือไหว้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าขอบคุณท่าน พร้อมกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่พล.อ.ประวิตรพูดกับตน ขอย้ำว่าตนเป็น 1 ในแคนดิเดต นายกฯ โดย พล.อ.ประวิตรจะนำเข้าในที่ประชุม พรรคเพื่อตนจะเป็นตัวแทนมาดูแลปากท้องประชาชนและด้านเศรษฐกิจ
ป้อมช่วยยัน-ตู่ไม่อยู่พปชร.
เมื่อถามว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาพปชร. เพราะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่พรรคนี้ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า “ต้องฝากไปบอก พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยว่าผมไม่สามารถร่วมอุดมการณ์กับท่านด้วยได้” เมื่อถามว่าที่ระบุว่าที่มาเพราะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ แต่ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ พปชร.อยู่ นายมิ่งขวัญ จึงหันไปถาม พล.อ.ประวิตร ซึ่งพล.อ.ประวิตร ตอบแทนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้ว ออกไปแล้ว
เมื่อถามว่า หมายถึงชื่อของนายมิ่งขวัญ จะมาแทน พล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ อยู่ระหว่างพิจารณา อย่าเพิ่งถ้า เพราะยังไม่เกิด ตนคนเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ พปชร.เหมือนกัน ต้องรอ กก.บห.พรรคพิจารณา
ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวพยายาม สอบถาม พล.อ.ประวิตร ว่าจะเป็นแคนดิเดต นายกฯ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ๆ แล้วแต่สมาชิกพรรค เมื่อถามว่า จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯครบ 3 คนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็น เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร พร้อมเป็นเบอร์หนึ่ง หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ แล้วแต่เขา เมื่อถามว่าแล้วแต่ที่ประชุมพรรค พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบแต่เดินขึ้นลิฟต์ไปห้องทำงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายมิ่งขวัญประกาศ กลางวงแถลงข่าวว่าจะเป็น 1 ในเแคนดิเดต นายกฯ สร้างความแปลกใจให้กก.บห.และสมาชิกพรรคจำนวนมาก เนื่องจากไม่รู้มาก่อน รู้เพียงว่าจะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และมีความพยายามขอเป็นแคนดิเดตนายกฯ กับ พล.อ.ประวิตร เท่านั้น และ พล.อ.ประวิตร เคยระบุว่า การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นหน้าที่ของ กก.บห.พรรค ไม่ใช่การตัดสินใจ ของตนเพียงคนเดียว
ทั้งนี้ ก่อนการแถลงเปิดตัว นายมิ่งขวัญ ได้ขอเข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร เป็นการส่วนตัว และพูดคุยประมาณ 15 นาที จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดเผยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ พล.อ.ประวิตร ทราบเรื่องมาก่อนการแถลงข่าว หรือไม่
นิพิฏฐ์รับซบพปชร.-คุยกันอยู่
ส่วนสัปดาห์หน้าพรรคเตรียมเปิดตัว นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ที่มีกระแสข่าว จะย้ายมาอยู่พปชร. ในวันที่ 13 ธ.ค. แต่มีรายงานว่า เมื่อ 6 ธ.ค. นายนิพิฏฐ์ยังคงเข้าร่วมประชุม กก.บห.สอท.อยู่ ขณะที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีข่าวจะย้ายมาอยู่พปชร.ปรากฏว่า ในการแถลงข่าวเปิดตัวนายมิ่งขวัญครั้งนี้ นายอันวาร์มาสังเกตการณ์ด้วย
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้า สอท. และประธานภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าจะเปิดตัวกับพปชร. 13 ธ.ค.นี้ว่า ยังๆ ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่
มีรายงานว่า นายนิพิฏฐ์มีแนวโน้มจะไปร่วมงานกับพปชร. เนื่องจากที่ผ่านมาในสอท.เกิดปัญหา มีหลายวาระที่ไม่สามารถเจรจากันลงตัวได้
เชื่อมีพรรคเล็กย้ายตามมาอีก
ที่ทำเนียบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์ พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณี พปชร. เปิดตัวนายมิ่งขวัญ ว่า วิวัฒนาการทางการเมืองหลังกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งออกมาแล้ว สูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อหาร 100 ทำให้พรรคเล็กต้องควบรวมกัน หากมี 40 พรรค คงไม่มีใครอยากได้เบอร์ 39 หรือเบอร์ 40 เพราะเลือกยากมาก ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีพัฒนาการทางการเมือง มีการ ย้ายพรรค นายมิ่งขวัญเป็นคนหนึ่งที่มองดูแล้วว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องอนุวัติ ไปตามการเมือง ถึงได้ต้องมารวมกัน
เมื่อถามว่า จะทำให้กลุ่มสามมิตรตัดสินใจอยู่กับพปชร.ได้ง่ายขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า “มีอะไรดีขึ้นนั่นแหละ และเชื่อว่าจะมี พรรคเล็กอีกหลายๆ พรรคเข้ามาอยู่กับ พลังประชารัฐ จะทำให้พรรคใหญ่เข้มแข็งขึ้น เพราะถ้ามีบุคลากรที่มีศักยภาพจะทำให้เป็นการเติมเต็ม” เมื่อถามว่า กฎหมายเลือกตั้งชัดเจนแล้วได้เวลาที่กลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจหรือยัง นายสมศักดิ์กล่าวว่า มันก็ดีขึ้น เมื่อถามว่า ประเมิน หรือไม่ว่า พปชร.จะมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ครับ”
ศาลยกฟ้อง‘ลูกเกด-หมอทศ’
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศูนย์ราชการ ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลนัดฟัง คำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีศาลเเขวง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายธัชพงศ์ หรือ ชาติชาย แกดำ และนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ในความผิดฐาน ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง,ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, กีดขวางทางเท้า ตามพ.ร.บ.จราจร, กีดขวางทางสาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 และ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการชุมนุมที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2563 โดยวันนี้จำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาล
ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่าเมื่อพิจารณาจากข้อความไม่ปรากฏข้อความใด อันมีลักษณะเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย กิจกรรมดังกล่าวมีเพียงการติดป้ายหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีนักศึกษา 20 คน ร่วมกันกินลาบ และมีสื่อมวลชน 40 คน ไม่ปรากฏกรณีที่มีการกระทำรุนแรง เป็นเพียงการนัดกันให้กำลังใจผู้ต้องขังและจัดกิจกรรมเท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 ลงข้อความและภาพดังกล่าวในเฟซบุ๊ก จึงมิใช่การเชิญชวนให้ประชาชนมาชุมนุมหรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษฯ แต่อย่างใด ทั้งโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2,3 มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมกินลาบก้อยที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จึงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันจัดการชุมนุมบริเวณดังกล่าว
แม้ต่อมาจะได้ความจากพยานโจทก์ว่า หลังจากกิจกรรมกินลาบก้อยเสร็จแล้ว มีประชาชนบางส่วนเดินทางไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมเนื่องจากได้ทราบข่าวว่าจะมีการปล่อยตัว ผู้ต้องขังทั้ง 19 คน จึงพากันมารับ ประกอบกับมีประชาชนมาสมทบอีกบางส่วนจนมี ผู้เข้าร่วมบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมประมาณ 300 คน ก็ตาม แต่พยานโจทก์ปากตำรวจรายหนึ่งเบิกความว่าพบจำเลยที่ 1 กำลังพูดคุยกับผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หน้าเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วหันมาพูดผ่านเครื่องขยายเสียงว่าจะมีการปล่อยตัวผู้ต้องขัง 19 คน เวลา 21.00 น. จำเลยทั้งสามไม่ได้ปราศรัย พยานไม่เห็นป้ายหรือข้อความเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมแต่อย่างใด ผู้ชุมนุมแต่ละคนจะทำกิจกรรมหรือแสดงสัญลักษณ์อะไรก็เป็นเรื่องของแต่ละคนทำขึ้นเอง
เห็นว่า พยานโจทก์ต่างเบิกความตรงกันว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง ย่อมเป็นบุคคลที่มีผู้รู้จักจำนวนมาก การที่มีประชาชนมารวมตัวกันถึง 300 คน เพื่อต้อนรับบุคคลดังกล่าวหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมซึ่งเป็นสถานที่ปล่อยตัว นับเป็นเรื่องปกติ มิใช่เป็นการชุมนุมหรือกระทำการใดอันทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณเรือนจำกลางคลองเปรม
กรณีที่ถูกฟ้องดังกล่าว จึงมีเหตุให้สงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำ ความผิดฐานนี้หรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยพิพากษายกฟ้อง