เพื่อไทยบุกเมืองคอน อ้อน-ขอแลนด์สไลด์ ภท.ดีล43สส.9พรรค ย้ายซบ-เปิดตัว16ธค.
โพลการเมืองคึกคัก ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจคนไทยชู ‘อนุทิน’แคนดิเดตนายกฯ เหนือ ‘อิ๊ง-พิธา’ ขณะที่บิ๊กตู่ร่วงรั้งอันดับ 4 เผยเหตุร่วงแรง แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องไม่ได้ ประชาชนต้องการผู้นำคนใหม่ที่มีความหวัง ด้านนิด้าโพลเชื่อ ‘เพื่อไทย’ มีโอกาสได้ตั้งรัฐบาลสูง ส่วน‘พปชร.-รทสช.’ ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำครอบครัวเพื่อไทยเยือนนครศรีธรรมราช อ้อนขอแลนด์สไลด์ให้สะใภ้เมืองคอน แหลงใต้ “อย่าทิ้งนุ้ยนะ” ณัฐวุฒิแย้ม ‘แพทองธาร’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย พร้อมเปิดตัว 45 ผู้สมัครชิงสนามใต้ ภูมิใจไทยดีล 43 ส.ส.จาก 9 พรรคย้ายซบ จ่อเปิดตัว 16 ธ.ค.นี้ จุรินทร์โวคะแนนปชป.ภาคใต้ยังดี คนแย่งกันลงสมัคร ‘พิธา’ ลั่นก้าวไกลเป็นรัฐบาล ดันค่าแรง 450 บาททันที บิ๊กตู่เตรียมถกทวิภาคีผู้นำยุโรป
‘บิ๊กตู่’จ่อถกทวิภาคีผู้นำยุโรป
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมมีกำหนดการหารือทวิภาคีที่สำคัญกับคณะ ผู้บริหารสหภาพยุโรป และผู้นำจากหลายประเทศของยุโรป ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป ระหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค. ที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ซึ่งส่วนใหญ่ทาบทามขอพบปะหารือกับนายกฯ อาทิ ผู้นำสาธารณรัฐเช็ก กรีซ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ฮังการี และเยอรมนี ตามช่วงเวลาที่ทั้ง 2 ฝ่ายเอื้ออำนวย
นายอนุชากล่าวว่า การหารือทวิภาคีระหว่างนายกฯ กับคณะผู้บริหารสหภาพยุโรป และผู้นำจากหลายประเทศของยุโรป สะท้อนว่า นายกฯ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ในฐานะหนึ่งในผู้นำที่สำคัญของอาเซียน ซึ่งนายกฯ มุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์กับทุกประเทศ เพื่อโอกาสในการพัฒนาของประเทศไทย ส่งเสริมความร่วมมือและความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืนระหว่างไทยกับมิตรประเทศ ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญในยุโรป รวมทั้งจะเป็นการคงบทบาทของไทยในเวทีโลก
ภูมิใจไทยจ่อเปิดตัว 37 ส.ส.ย้ายซบ
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นประธานในพิธีเปิดที่ทำการพรรคที่ปรับปรุงใหม่ โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันดังกล่าว จะมีการประกาศตัวและแสดงพลังของว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. จากทุกพรรคที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรค ภท. จำนวน 37 คน เข้าร่วมงานด้วย หลังจากส.ส.เหล่านั้น ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค และส.ส.ของพรรคเดิมที่สังกัดในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ก่อนจะเริ่มประกาศตัวหาเสียงในนามพรรค ภท. และชูนายอนุทินเป็นนายกฯ คนที่ 30 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
จากการตรวจสอบพบว่า มีส.ส.ที่จะเข้าพรรค ภท. เบื้องต้น 37 คน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 14 คน ได้แก่ 1.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. 2.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. 3.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. 4.นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท 5.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 6.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม 7.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 8.นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี 9.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 10.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี 11.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี 12.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 13.นาย อัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 14.พล.อ. สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี
มาจาก 9 พรรคทั้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน
พรรคเพื่อไทย (พท.) 10 คน ได้แก่ 1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ 2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 7.นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี 8.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 9.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา 10.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
พรรคก้าวไกล (ก.ก.) 5 คน ได้แก่ 1.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี 2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 3.นายพีรเดช คําสมุทร ส.ส.เชียงราย 4.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) 3 คน ได้แก่ 1.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 2.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี 3.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 1 คน ได้แก่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบล ราชธานี พรรคเพื่อชาติ (พช.) 1 คน ได้แก่ นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน ได้แก่ น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 1 คน ได้แก่ นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร และพรรครวมพลัง 1 คน ได้แก่ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
เผยส.ส.ยื้อลาออก-ขอตุนคะแนน
แหล่งข่าวจากพรรค ภท. เผยว่า วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พรรคต่อสายโทรศัพท์หาส.ส.พรรค พปชร. ที่ตัดสินใจจะย้ายมาอยู่กับพรรคเป็นรายบุคคล โดยขอสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมแจ้งว่าจะให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคช่วยทำเรื่องลาออกจาก ส.ส.ในวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อจะได้เปิดตัวกับพรรค ภท. ร่วมกับส.ส.ที่จะย้ายมาจากพรรคอื่นๆ ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ แต่ปรากฏว่า ส.ส.พรรคพปชร.หลายคนยังไม่ต้องการลาออกในตอนนี้ แต่ต้องการลาออกในช่วงปลายเดือน ม.ค.2566 เพราะเห็นว่ายังพอมีเวลา เพื่อสังกัดเป็นสมาชิกใหม่ 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ไม่ต้องเร่งรีบลาออก อีกทั้งเวลาหาเสียงในสถานะส.ส.กับอดีตส.ส.นั้นต่างกัน ถ้าเป็น ส.ส.จะหาเสียงง่ายกว่า โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ที่ผ่านมามักเชิญ ส.ส.เป็นประธานหรือร่วมกิจกรรม ทำให้ได้พบปะประชาชน ทั้งนี้ อาจมี ส.ส.พรรคพปชร. บางกลุ่มนัดกันเพื่อเป็นตัวแทนไปพบผู้มีอำนาจของพรรค ภท. เพื่อขอผัดผ่อนการ ลาออกในครั้งนี้ออกไปก่อน
ขณะที่ ส.ส.บางคน จากพรรคอื่นๆ ก็มีปัจจัยแตกต่างกันไป ยังไม่ต้องการลาออกในช่วงนี้เช่นกัน เป็นส.ส.ให้นานที่สุด และเป็นเสียงในสภาให้พรรค ภท. เพราะไม่มั่นใจว่าเมื่อลาออกไปแล้ว จะกลับมาชนะเลือกตั้งได้อีกหรือไม่ เนื่องจากเข้ามาได้ด้วยกระแสจากพรรคเก่า ซึ่งแตกต่างจาก นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ได้แจ้งลาออกจาก ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ไปแล้ว เพื่อใช้เวลาแนะนำตัวกับชาวบ้านใหม่ ว่าย้ายมาเป็นสมาชิกพรรค ภท.แล้ว ส่วนนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคพท.จะลาออกจาก ส.ส.ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
แย้มมีดีลลับ-ขีดเส้นถึง 7 กพ. 66
“เชื่อว่าผู้ใหญ่ในพรรคภท. อาจให้บางคนลาออกตามความสมัครใจ คำนึงถึงความจำเป็น และสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ของแต่ละคน ส่วนคนที่ยังเห็นว่าไม่ต้องลาออก อาจเปิดช่องให้ลาออกส.ส. ก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 7 ก.พ.66 เพื่อเป็นสมาชิกพรรค 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยกำหนดไว้ในวันที่ 7 พ.ค.66 ในกรณีรัฐบาลอยู่ครบวาระในวันที่ 23 มี.ค.66” แหล่งข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ขอให้จับตาวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีส.ส.ที่ชัดเจนมาร่วมเปิดตัว 37 คน และยังมี ส.ส. ที่อยู่ระหว่างการเจรจาในทางลับอีก 5-6 คน จะมาร่วมสังเกตการณ์ในงานด้วย และบางคนอยู่ระหว่างการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะย้ายมาหรือไม่ โดยเฉพาะ ส.ส.กทม. และส.ส.จังหวัดปริมณฑล บางคน ที่ช่วงแรกได้รับการทาบทามให้ย้ายไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แต่ตอนนี้เกิดอาการลังเลกับท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังไม่ชัดเจน ขณะที่แกนนำพรรค ภท. ต้องการความชัดเจน เพื่อวางตัวผู้สมัคร ส.ส.
อย่างไรก็ตาม หากในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ 4-5 วันหลังจากนี้ ยังอยู่ในการดีลลับ หากตกลงกันได้ จะมีส.ส.ลาออกเพิ่มขึ้นอีก และคาดว่าเบื้องต้นวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีส.ส.จากพรรคอื่นๆ ที่จะย้ายมาพรรค ภท.ไม่ต่ำกว่า 43 คน เข้าร่วมในงานด้วยเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะทยอยเปิดตัวว่าที้ผู้สมัครส.ส. ในนามพรรค ภท.ต่อไป รวมถึงการเปิดดีลลับอีกเป็นระยะๆ ในช่วงเดือน ม.ค.66 เนื่องจากสถานการณ์ภายในของแต่ละพรรคยังไม่นิ่ง ยังมีแนวโน้มที่ส.ส.จะย้ายพรรคอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน
ซูเปอร์โพลชี้คนไทยชู‘อนุทิน’
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง เปิดใจคนไทย อนาคตการเมือง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,028 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 7-10 ธ.ค. ถึงแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีที่ประชาชนเชื่อมั่นช่วยแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ และหนี้สินของประชาชนได้ พบว่า ร้อยละ 50.7 เชื่อมั่นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 47.2 เชื่อมั่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 46.4 เชื่อมั่นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 19.8 เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และร้อยละ 17.6 เชื่อมั่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล
ที่น่าพิจารณาคือ อะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ร้อยละ 59.8 ระบุปัญหาเดือดร้อนที่เจอ ร้อยละ 56.9 ระบุพรรคการเมือง ร้อยละ 52.0 ระบุแคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรค ร้อยละ 51.8 ระบุนโยบายพรรคที่บอกประชาชน และร้อยละ 46.7 ระบุผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ผู้นำพรรคที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด ร้อยละ 47.8 ระบุ นายอนุทิน ร้อยละ 44.9 ระบุ น.ส.แพทองธาร ร้อยละ 44.4 ระบุ นายจุรินทร์ ขณะที่ร้อยละ 17.2 ระบุพล.อ.ประยุทธ์ และร้อยละ14.5 ระบุ นายพิธา
เผยเหตุ‘บิ๊กตู่’ร่วงแรง-หล่นที่ 4
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่นต่อนายอนุทินสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง รองลงไปคือ น.ส.แพทองธาร นายจุรินทร์ มีสัดส่วนฐานสนับสนุนสูงทิ้งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายพิธา ที่ถูกทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ผู้นำพรรคที่มีโอกาสจะเป็นรัฐบาลและทำได้จริงตามที่พูด พบว่า อันดับแรกคือ นายอนุทิน รองลงไปคือ น.ส.แพทองธาร และนายจุรินทร์ มีสัดส่วนฐานสนับสนุนทิ้งห่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนายพิธา ที่ถูกทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
นายนพดลกล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีคะแนนนิยมลดลง ตกไปอยู่อันดับท้ายๆ น่าจะมาจากปัจจัยสำคัญคือ ความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนเรื่องปัญหาปากท้อง รายได้ค่าครองชีพ อาชีพการงาน ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้อาจมีจุดอ่อนด้านทีมเศรษฐกิจ และปัญหาขัดแย้งแยกทางกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำให้แฟนคลับผิดหวังพลังสนับสนุนอ่อนลง บวกกับภาพลักษณ์ของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ และกระแสต่อต้านของคนไทยที่แรงต่อทุนจีนสีเทากับอดีตรัฐมนตรีที่ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะความไม่ชัดเจนและความไม่เข้มแข็งเพียงพอของ 3 ป.ปล่อยปละละเลยไม่สะสางปัญหาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในห้วงเวลาที่ยาวนาน ผลที่ตามมาคือ ประชาชนส่วนใหญ่กำลังมองหาผู้นำประเทศคนใหม่ที่เป็นความหวังและเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาปากท้องและอื่นๆ ที่สำคัญต่อชีวิตของประชาชนแทนคนเดิมที่อยู่มาช้านานก็เป็นไปได้
นิด้าโพลเชื่อ‘พท.’ได้เป็นรัฐบาล
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “6 พรรคกับโอกาส ได้เป็นรัฐบาล” สำรวจระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาครวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับ 6 พรรคกับโอกาสได้เป็นรัฐบาล ในการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 40.38 ระบุว่า โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 32.44 ระบุได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ร้อยละ 16.88 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 8.24 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และร้อยละ 2.06 ระบุไม่ทราบ
พรรคก้าวไกล ร้อยละ 31.45 ระบุโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 30.23 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก ร้อยละ 23.66 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ร้อยละ 11.00 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และร้อยละ 3.66 ไม่ทราบ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 39.16 ระบุโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 30.84 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ร้อยละ 21.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก ร้อยละ 4.96 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และร้อยละ 3.44 ไม่ทราบ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 40.69 ระบุโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 38.93 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ร้อยละ 13.20 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก ร้อยละ 4.58 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอนและ ร้อยละ 2.60 ระบุไม่ทราบ
เห็นพ้อง‘พปชร.-รทสช.’วืดชัวร์
พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 33.51 ระบุว่า ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ร้อยละ 32.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 20.38 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก ร้อยละ 10.76 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และร้อยละ 2.75 ระบุไม่ทราบ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 43.12 ระบุไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย ร้อยละ 15.73 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก ร้อยละ 5.73 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และร้อยละ 3.97 ระบุไม่ทราบ
ส่วนข้อตกลงการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันระหว่างพรรค พปชร.กับพรรค พท.ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ร้อยละ 45.65 ระบุว่าไม่เชื่อเลย เพราะเป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ โอกาสเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน ร้อยละ 29.24 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อ เพราะทั้งสองพรรคต่างต้องการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของตนเองจึงไม่น่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ ร้อยละ 16.64 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์ จึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองพรรคจะตกลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ร้อยละ 5.19 ระบุว่าเชื่อมาก เพราะหัวหน้าพรรคทั้งสอง เคยมีความสัมพันธ์กันในอดีตจึงอาจหารือเพื่อตกลงเรื่องผลประโยชน์หากได้เป็นรัฐบาลร่วมกัน และร้อยละ 3.28 ระบุไม่แน่ใจ

เยือนนครฯ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไหว้ทักทายชาวบ้าน ขณะเข้าสักการะวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระหว่างยกคณะใหญ่ไปทำกิจกรรม ‘ครอบครัว เพื่อไทยแหลงจริงทำได้ คนใต้หรอยแรง’ ที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.
‘อิ๊งค์’นำทัพเพื่อไทยบุกเมืองคอน
เมื่อเวลา 08.20 น. ที่สนามบินจ.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง” นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค โดยมี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรค พร้อมประชาชนในพื้นที่รอต้อนรับ พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ น.ส.แพทองธารและ คณะอย่างเป็นกันเอง
จากนั้นน.ส.แพทองธารและคณะได้เดินทางไปวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุฯ มอบพระพุทธสิหิงค์ให้กับ น.ส.แพทองธารและ คณะ พร้อมกล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้พรว่า ทุกท่านที่มา มียศมีตำแหน่งจะอยู่ในช่วงการทำงาน แต่ตำนานจะอยู่ในจิตใจประชาชน การจะเป็นตำนานได้ ต้องสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ ปรารถนาสิ่งใดขอให้สมพรทุกประการ

เยือนนครฯ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ถ่ายเซลฟี่กับชาวนครศรีธรรมราช ที่รอต้อนรับอย่างคับคั่ง ระหว่างยกคณะใหญ่ไปทำกิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทยแหลงจริงทำได้ คนใต้หรอยแรง’ ที่หอประชุม เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.
เอฟซี 5พันแห่รับ-ชวนแลนด์สไลด์
ต่อมาเวลา 09.30 น. น.ส.แพทองธารและคณะเดินทางไปยังหอประชุมเมืองนครศรี ธรรมราช (ทุ่งท่าลาด) เพื่อพบปะประชาชนที่รอต้อนรับจนล้นหอประชุม กว่า 5 พันคน
โดยนพ.ชลน่านกล่าวปราศรัยว่าเป็นครั้งแรกที่ตนขึ้นเวทีแล้วมีสั่นที่สุด เพราะดีใจที่พรรคกำลังมาสู่หัวใจของพี่น้องชาวใต้ การมาวันนี้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก ปรากฏการณ์นี้ส่งสัญญาณว่าวิกฤตที่เราเจอมา 8 ปี วันนี้เป็นต้นไปพี่น้องชาวใต้และพรรคจะจับมือสู้ไปด้วยกัน เราจะไม่ยอมเสียโอกาส มาขอแรงใจร่วมกับพรรค ก้าวไปด้วยกันในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขอเพียงพี่น้องชาวใต้มอบคะแนนเสียงให้พรรคแลนด์สไลด์ในภาคใต้ จะแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน หากภาคใต้แลนด์สไลด์ จะถล่มทลายทั้งแผ่นดิน ความฝันเราจะเป็นจริง ถ้าพี่น้องชาวใต้ไม่ให้ แค่ภาคเหนือ ภาคอีสานให้เท่าไหร่ เพื่อไทยก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เราต้องแลนด์สไลด์ 250 ขึ้นไป ไม่อย่างนั้น ส.ว.ไปอยู่กับพวกเขาเหมือนที่เคยทำมาแบบนั้นเราจะยอมหรือไม่
นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันนี้พรรคมีของดีมาให้กับพี่น้องชาวใต้ อย่างแรกคือแคนดิเดต นายกฯ ที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เข้าใจเพื่อนมนุษย์โดยเฉพาะพี่น้องชาวใต้ เชื่อว่าแคนดิเดตนายกฯ ของเราไปอยู่ในหัวใจพี่น้องชาวใต้แล้ว ตนมั่นใจในผู้สมัครของพรรคมีความเหมาะสม ทำงานให้ประชาชนได้ พรรคต้องการเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เลือกตั้งครั้งหน้าเข้าคูหากาเพื่อไทยทั้งสองใบเพื่อแลนด์สไลด์
เปิดชื่อ‘แพทองธาร’แคนดิเดต
ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนมาบอกว่า ถ้ารัฐบาลทำดี พรรค พท.ไม่มีที่ยืนในพื้นที่ภาคใต้ไปแล้ว แต่เพราะทำไม่ดี พรรค พท. จึงมีที่ยืนในภาคใต้ ตนชวนให้ทุกพรรคมาสู้กันทางนโยบาย พรรคพท.มีนโยบายที่ดี ทำให้ลูกหลานเราอยู่สบาย วันนี้เรามี น.ส.แพทองธาร เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.อย่างแน่นอน ส่วนอีก 2 คน อยู่ที่การคัดเลือกของกรรมการบริหารพรรค ส่วนการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขอบอกว่า รอบนี้พรรคพท.ตั้งใจจริง คิดใหญ่ ทำเป็น และไม่ได้มาครั้งนี้ครั้งเดียว เราจะไปทั่วทุกพื้นที่ที่เป็นภาคใต้ เลือกตั้งครั้งนี้หากพี่น้องชาวใต้ต้องการเปลี่ยนรัฐบาลต้องเลือกพรรค พท.แลนด์สไลด์ เพราะถ้าเลือกพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ก็จะได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเหมือนเดิม
ขณะที่น.ส.แพทองธารกล่าวปราศรัยว่า ดีใจที่ได้มาเจอพี่น้องชาวใต้ นโยบายดีๆ ที่มาพื้นที่ภาคใต้ มีมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เช่น ผลักดันราคายางให้ถึง 60 กว่าบาท เพื่อไทยรุ่นใหม่จะทำให้เรื่องเช่นนั้นกลับมาอีกครั้ง เราทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยประชาชนทั่วประเทศให้มีความกินดีอยู่ดี ที่ตนบอกค่าแรง 600 บาทในปี 2570 จะทำไม่ได้เลยหรือ เพราะสิงคโปร์อยู่ที่ 1,400-1,500 บาทไปแล้ว เราคิดใหญ่ ทำเป็น ตอนเป็นรัฐบาลไทยรักไทยทำให้ราคาสินค้าการเกษตรขึ้นมาแล้ว วันนี้เราตั้งใจจริงอยากให้พี่น้องลืมตา อ้าปากได้ มีเงินเหลือเก็บตอนบั้นปลายชีวิต อนาคตของเราจะต้องดีขึ้น ยาเสพติดที่ทำให้พี่น้องเสียลูกหลานคนเดิมไป เมื่อเพื่อไทยมายาเสพติดต้องหมดไป ส่วนค่าน้ำค่าไฟไม่ต้องรอปี 70 ปี 66 ถ้าพรรคพท.ได้เป็นรัฐบาลค่าไฟลดทันที
อิ๊งค์แหลงใต้‘อย่าทิ้งนุ้ยนะ’
น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการประมงที่พี่น้องหนักใจ ไม่มีใครเข้าใจปัญหาได้ดีเท่าตัวประชาชนเอง พรรคเล็งเห็นตรงนี้ จะเจรจากับสหภาพอียู เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จะเป็นส่วนแรกๆ ที่เราจะแก้ปัญหา รวมถึงการท่องเที่ยวเราจะส่งเสริมทุกภาค รถไฟเราจะเปลี่ยนเป็นรางคู่ และรถไฟความเร็วสูงจากจีนไปถึงสิงคโปร์ พรรคพท.มีความตั้งใจให้ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตที่ดีขึ้น
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้ในฐานะสะใภ้คนคอน ขอให้พี่น้องชาวใต้เปิดใจรับเพื่อไทย พร้อมพูดเป็นภาษาใต้ว่า “นุ้ยตั้งใจจริง อย่าทิ้งนุ้ยนะ เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”
เชื่อพรรคหาคนที่ดีที่สุด
จากนั้นนายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์กรณีปราศรัยระบุน.ส.แพทองธาร จะเป็นแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคว่า แคนดิเดตนายกฯ มีได้ 3 คน ซึ่งหัวหน้าพรรค พท.พูดมาตลอดว่าจะส่งครบทั้ง 3 คน 1 ในนั้นน่าจะเป็น น.ส.แพทองธาร ตนใช้สิทธิส่วนบุคคลในฐานะกองเชียร์ก็เชียร์ แต่เมื่อประกาศทั้ง 3 คน ตนต้องเชียร์ทั้ง 3 คน ซึ่งพี่น้องชาวใต้ขานรับขนาดนี้ หัวหน้าพรรคน่าจะรับไว้พิจารณา แต่ต้องเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะประกาศในภายหลัง
ด้านน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจน เชื่อว่าพรรคจะหาแคนดิเดตนายกฯ ได้เหมาะสมมากที่สุด ถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่าตนก็น้อมรับ ส่วนตัวพร้อมทำงานกับพรรค ซึ่งต้องรอดูว่าประชาชนจะเมตตากับเรามากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็พร้อมทำงานกับพรรค และพร้อมทำงานให้กับประชาชนสุดความสามารถ
มั่นใจนโยบายพท.โดนใจคนใต้
เมื่อถามว่าเมื่อประกาศตัวชัดเจน คะแนนในภาคใต้จะตีตื้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า พรรคขายนโยบาย เราพูดและทำได้จริง เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสมในการประกาศแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในช่วงเวลาใด น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราพยายามหาตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน ตนไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นก็ยังทำเต็มที่เหมือนเดิม ถ้าไม่เป็น ก็ไม่โกรธเคือง ถ้าจะเป็นก็เป็นด้วยความเต็มใจ มุ่งมั่นทำนโยบายเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา
เมื่อถามว่าพื้นที่ภาคใต้พรรค พท.จะได้ส.ส.หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า แล้วแต่ประชาชนชาวภาคใต้จะกรุณา ตนยืนยันว่าพรรค พท. ตั้งใจอย่างมาก ที่มาไม่รู้ว่าจะเลือกหรือไม่แต่ตนก็ดีใจ เมื่อถามว่ากระแสพล.อ.ประยุทธ์ในพื้นที่ภาคใต้ยังแรงอยู่นโยบายของพรรค พท.จะสู้ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ถ้าคนใต้เห็นว่า นโยบายที่พรรค พท. เสนอโดนใจคนใต้พี่น้องลำบากมานานแล้ว เรานำเสนอความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพราะประชาชนทุกข์มานานแล้ว
เปิดตัว 45 ผู้สมัครชิงส.ส.ใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกิจกรรมปราศรัยครั้งนี้ มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ ภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช นายอนุชา ขวัญคาวิน นายสมพงศ์ เสียงดี นายนิติ จิตรัตน์ นายวิชิตร โมสิกานนท์ นายจรัญ ศรีสุข น.ส.บุณฑริกา ยอดสุรางค์ จ.ตรัง นายปกิต ยอดสนิท น.ส.สไบทิพย์ ลิประพันธ์ จ.กระบี่ นายยุทธนา อ่าวลึกน้อย นายสุริยา บุญทอง นายกุศล วะเจดีย์
จ.ภูเก็ต นายวัชรพงษ์ อนันตกูล นายสนธยา หลาวหล้าง นายอาวุธ หนูเชต จ.ชุมพร นายเสือภูสิณ สุขปาน นายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายอัชฌา แดงกนิษฐ์ จ.นราธิวาส นายสหรัฐ มุณีรัตน์ นายสมพร จันทร์ชู นาย มูหามัดรอซากี เจ๊ะอุเซ็ง จ.ปัตตานี นาย อภิศักดิ์ หะยีมะ นายอาหมัดบูรฮัน ติพอง จ.สตูล นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ นายกัณภพ คงสุวัฒนะ จ.ระนอง พล.ต.รังสรรค์ ศิริรังษี จ.ยะลา นายจิรายุ เบ็ญจวงศ์ จ.พังงา นายกฤษ ศรีฟ้า นายธะเนต นาวาล่อง
จ.สุราษฎร์ธานี นายณัฐดนัย หิมทอง น.ส.ลีลาวัลย์ นุ้ยบุตร นายสิทธิกร เกษมณี นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี นายสถาพร กล่อมเจริญ นายโกเมท เกิดสมบัติ จ.สงขลา นายอรรถชาญ เชาวน์วานิชย์ นายสามารถ เหมมัน นายเกษม ทองด้วง นายสะหาก หมุดตะเหล็บ นายเปรม สันติชานนท์ นายดัยลามี เบ็ญบาเห็ม นายฮานาฟี หมีนเส็น นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณบุบผา ร.ต.ท.ชนาธิป สันติภราภพ นายสวัสดิ์ หลงอะหลี และนายอับดุลเล๊าะ หลงหนิ
ธนกรโวคนใต้รัก‘ประยุทธ์’
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่นครศรี ธรรมราช พบว่ากระแสชื่นชอบพล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐบาลนั้นดีมาก คนใต้รักพล.อ. ประยุทธ์อย่างมาก เนื่องจากการบริหารประเทศที่ผ่านมามีผลงานจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมมากมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เป็นนักบริหาร ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่คนใต้ยึดหลักมาตลอดว่าไม่เอาคนโกงมา ปกครองประเทศ
นายธนกรกล่าวว่า เชื่อว่าหากพี่น้องคนใต้อยากมีอนาคตที่ดี เตรียมพร้อมไว้สำหรับ ลูกหลาน คงไม่ตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับพรรคเพื่อไทย ตามที่นพ.ชลน่าน ร้องขอ แต่จะฝากไว้กับพล.อ.ประยุทธ์ ที่เน้นทำมากกว่าพูด เน้นแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนมากกว่าเล่นเกมการเมืองรายวัน การอ้างว่าวิกฤตที่ประชาชนต้องพบเจอมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เป็นความทุกข์ทรมาน ไร้สิทธิเสรีภาพนั้น ถ้าจะจริงอยู่บ้างก็ตรงที่ 8 ปีที่ผ่านมาเป็นวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกประเทศทั่วโลกพบเจอเหมือนกัน แต่ไม่จริงตรงที่ไม่ใช่ความทุกข์ทรมาน แต่เป็นความภาคภูมิใจที่มีรัฐบาล ซื่อสัตย์ จริงใจ กับประชาชน และประชาชนไม่ได้ไร้สิทธิเสรีภาพ แต่เป็นข้ออ้างของคนที่พยายามใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต จนกระทบสิทธิของคนส่วนใหญ่
พปชร.ยังไม่คุย‘มิ่งขวัญ’แคนดิเดต
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาห่วงเรื่ององค์ประชุมสภาล่มบ่อย และจี้พล.อ. ประยุทธ์ ให้เรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ส่งคนมาร่วมเป็นองค์ประชุมเพื่อให้กฎหมายผ่านว่า นายชวนพูดหลายครั้งแล้วว่าเอาชื่อมาเปิดเผยว่าใครอยู่หรือไม่อยู่ในสภาบ้าง แต่ก็ไม่ยอมทำ ซึ่งหน้าที่หลักของส.ส.คืองานในสภา ต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าเอาเวลางานในสภาไปหาเสียง แล้วไม่มีความรับผิดชอบในสภา คนที่ไม่รับผิดชอบก็เป็นกลุ่มเดิมๆ มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกของความเป็นผู้แทน
เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่ล่าสุดนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ประกาศตัวจะเป็นแคนดิเดต พรรคได้พูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายสัณหพจน์กล่าวว่า ไม่มี ยังไม่มีใครพูดถึงเลย และยังไม่มีการประชุมพรรคเลยตั้งแต่วันนั้น ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และตนไม่ทราบว่านายมิ่งขวัญ จะมีบทบาทและกลไกหลักสำคัญในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

เจาะทุนจีน – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกิจกรรม “ฟัง-คิด-ทำ” ของพรรค พร้อมเปิดเสวนาพิเศษ “เบื้องลึกทุนจีนสีเทา ตู้ห่าว” โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ น.ส.วทันยา บุนนาค พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ที่พรรคประชาธิปัตย์
‘อู๊ดด้า’ยันไร้สัญญาณยุบสภา
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงนายชวน ห่วงเรื่ององค์ประชุมสภาว่า ต้องรับฟัง เพราะนายชวน เป็นผู้มีประสบการณ์ และมีความปรารถนาดีต่อระบอบประชาธิปไตย ตนได้หารือกับประธานวิปของพรรคมาตลอด สมาชิกพรรคไม่มีปัญหาและให้ความร่วมมือเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ส่วนที่นายชวนเรียกร้องให้นายกฯ ไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาสภาล่มนั้น ก็เป็นหน้าที่ของนายกฯ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ถ้าช่วยกำชับอีกแรงก็เป็นเรื่องดี
เมื่อถามว่ากระแสยุบสภาค่อนข้างแรง ได้รับสัญญาณอะไรจากนายกฯ หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ แต่การเมืองมันไม่มีแน่นอน ไม่มีหลักประกันว่า อุบัติเหตุจะเกิดหรือไม่เกิด ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะใกล้ครบวาระ ซึ่งนอกจากเรื่ององค์ประชุมในสภา ตนยังมีเรื่องที่น่าห่วงคือ ธนกิจการเมืองที่มีการ ประมูลตัวส.ส.และผู้สมัคร สุดท้ายก็เป็นที่มาของการถอนทุน และนำไปสู่การทุจริต จึงไม่ควรเลือกนักการเมืองที่มีคนมาประมูลตัว ซึ่งตนอยากฝากและให้ทุกคนตระหนักไว้
โวคะแนนภาคใต้ดี-คนแย่งกันลง
เมื่อถามถึงความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย เพราะมีเรื่องกฎหมายกัญชามาเกี่ยวข้อง นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคทราบหน้าที่ดี เรื่องนี้จึงไม่มีปัญหา แต่กฎหมายกัญชา ไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล แต่เป็นกฎหมายของพรรคการเมือง และเป็นนโยบายเฉพาะของบางพรรค ซึ่งเราต้องเคารพในนโยบายของเขา แต่เรื่องกัญชา นโยบายของรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้วว่าสนับสนุนเพื่อทางการแพทย์และเพื่อเศรษฐกิจทางการแพทย์ ไม่ได้มีเรื่องของเสรี หรือสันทนาการเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าอะไรที่นอกขอบเขตจากเรื่องพวกนี้ เราก็มีสิทธิ์ไม่เห็นด้วย พรรคเรามีหลักเกณฑ์พิจารณาอยู่แล้ว
ส่วนที่มีสมาชิกพรรคลาออกเพราะพรรคไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องคนเข้าออก มีกันทุกพรรค และต่างคนต่างมีเหตุผล อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคน แต่ขอสะท้อนเรื่องของปักษ์ใต้ว่าคะแนนความนิยมของพรรคยังดีอยู่ และดีขึ้นเป็นลำดับ ถึงได้มีคนแย่งกันลงสมัคร ฉะนั้น เมื่อแย่งกันลง ปัญหาใหม่ก็ตามมา แต่พรรคไม่กังวลเพราะเรารู้ชัดเจนว่าเขตไหนเป็นเขต เป้าหมาย ฉะนั้น ทั้งหมดยังไม่มีผลกระทบอะไร
นิกรชี้สภาน่าห่วง-เสี่ยงยุบ
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงนายชวนห่วงบรรยากาศสภาไม่แน่นอน เกรงอุบัติเหตุยุบสภา ให้ส.ส.เร่งทำงานว่า ตนเห็นตรงกัน น่าห่วงจริง ขณะที่ส.ส.ก็ห่วงเรื่องการเมืองด้วยเพราะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้ว เขาต้องเตรียมเลือกตั้ง จึงต้องอยู่ในพื้นที่ ส่วนการลาออกของส.ส.ก็มีผลทำให้สภามีปัญหาเรื่ององค์ประชุมเช่นกัน
นายนิกรกล่าวว่า ถ้าสภายังล่มอยู่แบบนี้ การพูดถึงการยุบสภามันก็มี ฉะนั้น ต้องทำใจ ซึ่งตนเป็นห่วงมากว่าสถานการณ์มันพร้อมจะยุบสภา แต่จะยุบเมื่อไหร่ อาจไม่ได้อยู่ที่ นายกฯ คนเดียวแล้ว อยู่ที่สถานการณ์ในสภาด้วย แม้ไม่อยากยุบก็ต้องยุบ ถ้าย้ายพรรค 2 ข้างพอๆ กัน เสียงของส.ส.ที่เอามานับก็ลดลงทั้งคู่ อันนี้เสมอกัน แต่กลัวว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลย้ายมากกว่า เสียงฝ่ายค้านที่เคยอยู่แต่จะย้ายออกเหมือนพวกงูเห่า เมื่อไม่อยู่แล้วแกนเสียงก็จะเปลี่ยนไปทันที ถ้าฝ่ายรัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อยแล้วสภาจะไปต่ออย่างไร สถานการณ์จึงคับขัน น่าห่วง อยากให้ทนๆ กันไป

ดันค่าแรง – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวระหว่างการประชุมใหญ่ เครือข่ายผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ย้ำก้าวไกลให้ความสำคัญแรงงาน ถ้าได้เป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นทันที 450 บาทในปี 2566 ที่ศูนย์การเรียนรู้สหภาพโตโยต้าประเทศไทย กทม.
ก้าวไกลโชว์นโยบายค่าแรง 450
ที่ศูนย์การเรียนรู้สหภาพโตโยต้าประเทศ ไทย พรรคก้าวไกล จัดการประชุมใหญ่เครือข่ายผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายแรงงาน นำโดยนายสุนทร บุญยอด อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่
นายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงานอย่างมาก และได้ออกแบบนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานทุกคนอย่างยั่งยืน เช่น ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นทันที 450 บาท โดยคำนวณให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและดัชนีค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งต้นจากปี 2554 ที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน
“พรรคเสนอว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทันที 450 บาทในปี 2566 ส่วนพรรคอื่นได้เสนอตัวเลขและระยะเวลาเป้าหมายที่ต่างออกไป ผมคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคเห็นตรงกันว่าต้องเพิ่มรายได้ของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้น ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน” นายพิธากล่าวและว่า นอกจากขึ้นค่าแรง ต้องเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สิทธิวันหยุด สิทธิลาคลอดที่เพิ่มขึ้น สิทธิการรวมตัวกันของแรงงานตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และรัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาทักษะของแรงงานเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานด้วย