แจงทุกข้อสงสัย ทำตรงไปตรงมา สืบสอบจับรัดกุม ไม่หวั่นอิทธิพล
‘บิ๊กเด่น’ โต้กลับชูวิทย์ ยืนยันตำรวจทำคดี ‘จีนเทา- ตู้ห่าว’ ตรงไปตรงมา ทุกอย่างรัดกุมหนักแน่นด้วยพยานหลักฐาน ระบุชูวิทย์คงเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนหลายเรื่อง ยินดีเข้าไปดูแลกำกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง ขอให้ เชื่อมั่นไม่มีมวยล้ม และไม่ได้เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แฉกลุ่มคนจีนสีเทาทำธุรกิจผิดกฎหมาย และข้องใจตำรวจทำคดี “ตู้ห่าว” นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ตั้งข้อหายาเสพติด แต่ไร้ข้อหาฟอกเงิน พร้อมตั้งคำถามถึงผบ.ตร. ว่าอาจกลัวอิทธิพล “ตู้ห่าว” ว่า นายชูวิทย์อาจจะมีการเข้าใจผิดในหลายเรื่อง ที่อาจจะทำให้ไม่มั่นใจในตำรวจขึ้นมา เริ่มต้นคดีผับจินหลิงเกิดจากพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ต้องให้เครดิตท่าน เนื่องจากมีการสืบทางลึกมาและได้ใช้กำลังที่ไม่เกี่ยวกับท้องที่ เพื่อไม่ให้มีการข่าวรั่ว โดยได้เข้าไปดำเนินการเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2565 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก ที่นายชูวิทย์บอกว่าตรวจปัสสาวะเหลือ 6 คน ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเข้าใจกันผิด ทั้งนี้ได้ตรวจสารเสพติด เบื้องต้นเป็นผลบวก 104 คน ซึ่งได้ส่งทั้งหมดไปที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์เพื่อตรวจยืนยัน ผล เพราะตามกฎหมายต้องยืนยันผล ทาง โรงพยาบาลได้ยืนยันผลมา 77 ราย รับสารภาพ 66 ราย ก็ได้ส่งฟ้องศาล ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ 11 ราย โดยมีหนึ่งรายได้ประกันตัวและ หลบหนี 1 ซึ่งทั้งหมด 76 รายอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของทางการ ส่วนใหญ่ที่เป็นคนจีนต้องรอส่งกลับเมื่อคดีเสร็จสิ้น เป็นความ คืบหน้าว่าได้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ทันทีที่ คดีเกิดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. 2565 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6. ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ไปร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งท่านพึ่งมาใหม่ได้เพียงไม่กี่วันก็ได้ แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน โดยให้รองผบก.ที่ดูแลด้านสืบสวนสอบสวนนครบาล 6 เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ทางผบก.น.6 ไม่ได้ให้สน.ยานนาวา ทำโดยลำพัง ต่อมาตนเห็นว่าคดีนี้เป็นที่ น่าสนใจและเป็นคดีที่อาจจะมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับคดีต่างๆ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงาน โดยมีผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวน โดยตนได้เซ็นคำสั่งเอง
“นอกจากนั้นได้มอบหมายให้พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้ากำกับดูแลงานสืบสวนสอบสวนด้วย ซึ่งท่านสามารถมีอำนาจเต็มแทนผมได้อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถ้า คุณชูวิทย์ไปพูดแล้วทำให้คนอื่นเข้าใจ คลาดเคลื่อน ผมจะมากำกับดูแลใกล้ชิดด้วยตนเอง เพื่อจะได้ตัดปัญหาความคลางแคลงใจในเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งผมมั่นใจว่าคดีนี้ไม่ใช่เป็นคดีมวยล้มต้มคนดู” ผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รายงานความคืบหน้ากับผมเป็นระยะๆ เบื้องต้นอย่างที่ทุกท่านทราบว่าคดีนี้ สามารถจับกุมขยายจากคดีเสพมาเป็นคดีครอบครองได้หลายคน ต่อมาได้ดำเนินคดีผู้ต้องหาที่เปิดสถานบริการด้วย จากนั้นได้ขยายผลต่อจนเป็นคดีสมคบ เรื่องยาเสพติด ออกหมายจับ และอยู่ในความควบคุมตัวของตำรวจ 9 ราย รวมนายตู้ห่าว ซึ่งพยานหลักฐานในตอนนี้ เป็นเจ้าของกิจการ ทุกคนยังอยู่ในเรือนจำ ศาลได้พิจารณาหลักฐานของตำรวจ โดยทางผบช.น.ไปขออนุมัติ หมายจับ ซึ่งศาลก็ได้อนุมัติ เป็นผลการปฏิบัติเบื้องต้นที่มั่นใจได้
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า หากถามว่าทำไมยังไม่ดำเนินคดีฟอกเงิน ต้องชี้แจงว่าคดียาเสพติดข้อหาสมคบตามพ.ร.บ. มาตรการ เจ้าพนักงานป.ป.ส.สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินได้ครอบคลุมอยู่แล้ว ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ครอบคลุม เมื่อยึดอายัดทรัพย์สินแล้ว ภาระการพิสูจน์ทรัพย์สินของนายตู้ห่าวทั้งหมด นายตู้ห่าวจะต้องมาแสดงว่าได้ทรัพย์สินมาได้อย่างไร ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ส่วนปปง.ก็ไม่ได้ทิ้งจะตรวจสอบเรื่อง เส้นทางการเงินที่ถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่นอย่างไร โดยได้ทำงานคู่ขนานกันไป พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่ปปง.มาร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้กรณีที่มีผู้จัดหาผลประโยชน์รับเงิน โอนเงิน หรือฟอกเงิน ไม่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิด เรามีการแจ้งแน่นอน แต่จะใช้กฎหมายเน้นปราบปราม ตัดวงจร ขอระยะเวลาในการรวบรวม
ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนทำไมถึงไม่ใช่คดีนอกราชอาณาจักร และอัยการสูงสุดยังไม่เข้ามาควบคุมการสอบสวน คดีนี้จากพยานหลักฐานยังเป็นคดีในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นคดีที่ตำรวจต้องเป็นผู้ดำเนินการ แต่เราไม่ได้ละเลยความสำคัญของท่านอัยการ เพราะเป็นคดีสำคัญ เป็นคดีที่จะทำอย่างตรงไปตรงมาที่สุด เราได้ขอความร่วมมือไปยังสำนักงานอัยการคดียาเสพติดเป็นการประสานงานให้ส่วนราชการ ต้องหารืออยู่แล้ว เพราะต้องส่งสำนวนคดีทั้งหมดให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดี ทั้งหมดเป็นความคืบหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วคดี ยาเสพติดทั้งหมด หรือคดีที่เกี่ยวข้องต่างๆ เป็นไปตามนโยบายที่ตนได้มีนโยบายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 แล้ว ทั้งเรื่องยาเสพติดต่างๆ ไม่ใช่จะดูที่รายนี้เพียงรายเดียวจะดูทุกมิติ ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด
“นายกรัฐมนตรีได้กำชับคดีจินหลิง ทุนจีน ให้ทำงานตรงไปตรงมา และให้นำเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภูเป็นจุดที่จะต้อง มีการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อให้ ชาวบ้านในทุกพื้นที่เกิดความสบายใจมั่นใจ ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งตำรวจได้ร่วมมือกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และฝ่ายท้องถิ่น ได้ทำหนองบัวลำภูโมเดล โดยทำไปพร้อมๆ กันทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ซึ่งเดือนหน้าจะสำรวจความพึงพอใจของประชาชนจำนวน 1 ล้านกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพว่า ขณะนี้ชาวบ้านมองปัญหา ยาเสพติดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐแก้ไขปัญหา เป็นอย่างไร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ” ผบ.ตร.กล่าว และว่า เราทำอย่างตรงไปตรงมา ขอยืนยันให้มั่นใจได้ และขอบอกนายชูวิทย์ว่า ถ้าท่านต้องการที่จะให้ข้อมูล ตนยินดี ท่านจะนำมาให้ตนโดยตรง หรือจะไปคุย หารือกับผบช.น.ก็ได้ ถ้าท่านสบายใจ หรือจะ รองผบ.ตร. ทั้งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ก็ได้ แต่ตนยินดีท่านติดต่อได้โดยตรงได้ ยินดีรับข้อมูล ตอนนี้ตนได้ดูแลอย่างใกล้ชิด
เมื่อถามถึงกระบวนการแจ้งข้อหาฟอกเงินจะล่าช้าหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า คดีนี้เริ่มต้นจากคดีเสพ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2565 โดยได้ขอออกหมายจับช่วงประมาณวันที่ 22-23 พ.ย. 2565 ใช้เวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ ในเรื่องนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องเส้นทางการเงินและอะไรต่างๆ อีกเยอะ รวมถึงการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งได้มีการสอบพยานไปจำนวนมากแล้ว ผมเรียนตรงๆ ว่าผบช.น. ท่านนี้ มีบุคลิกเงียบ ท่านอาจไม่ชอบให้ข่าว แต่ตนได้สั่งการแล้วว่าต่อไปขอให้รายงานความคืบหน้าทางคดีให้กับสื่อมวลชนได้ รับทราบผ่านไปยังพี่น้องประชาชนให้มีความ คืบหน้าเป็นระยะๆ เพื่อจะได้ให้เกิดความสบายใจว่า ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมาและมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประเด็นใดที่มีความสงสัยฝากแนะนำมาก็จะไปสอบปากคำให้ครบจนเสร็จสิ้นกระบวนข้อสงสัยต่างๆ จริงๆ แล้วตำรวจพยายามทำอย่างเต็มที่
“ผมในฐานะผบ.ตร.ต้องดูในภาพรวม ผมไม่ได้มีเพียงคดีเดียว ตอนนี้ได้โฟกัสไปที่ภาพรวมของการแก้ไขปัญหายาเสพติดใน มิติของการป้องกันปราบปรามและบำบัดที่จะเข้าไปดูแลในภาพรวมของแต่ละชุมชน และอยู่ระหว่างร่วมกับอัยการแก้ปัญหา เรื่องปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ ซึ่งทุกคนคงทราบว่าตัวการใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ เราก็แก้ไป ส่วนในประเทศอยู่ระหว่างการร่างพ.ร.ก.ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ เพื่อเข้าสู่ครม. ให้ได้โดยเร็วตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาบัญชีม้า ซิมม้า เพื่อทำให้การโอนเงินที่อาจจะถูกหลอกลวงจากคนร้ายทำได้ยากขึ้น รวมถึงมีการยกระดับการทำงานของตำรวจในการบริการบนสถานีตำรวจและนอกสถานีตำรวจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งนี้มีการดำเนินการในหลายเรื่อง รวมถึงคดีนี้ ไม่ใช่ไม่ให้ความสำคัญ ทางพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ และพล.ต.ท.ธิติ ได้รายงานความคืบหน้ากับผมมาโดยตลอด แต่ต่อไปนี้ เพื่อความสบายใจผมจะเข้ามากำกับดูแล ให้ใกล้ชิดและหากมีข่าวก็อาจจะพูดเอง หรือมอบให้คนอื่นพูดบ้าง” ผบ.ตร.กล่าว
ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ตั้งคำถามถึงผบ.ตร.ว่าเกรงกลัวอิทธิพลของนายตู้ห่าว หรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ตนเห็นทางนายชูวิทย์ไว้ใจรองผบ.ตร.ทั้ง 2 ท่าน ตนก็คิดว่าเพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้ท่านต้องการให้ตนลงมา ท่านเรียกร้อง ตนก็จะลงมาเพื่อให้เกิดความสบายใจ จริงๆ ตนก็ดูอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้รายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ โดยที่ไม่ได้เป็นข่าว แต่ตอนนี้อาจต้องออกข่าวบ้าง ซึ่งเน้นย้ำให้ผบช.น.ให้ข่าวเป็นระยะๆ ตามความคืบหน้า ส่วนตัวของตนมั่นใจคดีและหลักฐาน ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ระบุว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่มีอำนาจ เปรียบเหมือนยักษ์ไม่มีกระบองนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริงตามที่นายชูวิทย์เข้าใจ ทุกคดีที่ทำคดีทั่วประเทศ รองผบ.ตร.ที่รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนทำแทนผบ.ตร.ได้อยู่แล้ว รองผบ.ตร.ทุกท่านได้มอบอำนาจไปแล้ว ท่านทำได้อยู่แล้วทุกคดี คดีนี้ถือเป็นคดีแรกด้วยซ้ำของบช.น.ที่ตนยกระดับให้ผบช.น.เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ปกติคดีสำคัญใหญ่ๆ จะเป็นแค่ รองผู้การ หรือรองผู้บัญชาการ ซึ่งตนมองว่าผบช.น.ทราบปัญหาตั้งแต่ต้น ได้เข้าไปตรวจค้นจับกุมด้วยตนเอง ท่านรู้มากที่สุด ท่านแสดงให้เห็นแล้วว่าทราบข้อมูลเชิงลึกจึงไปจับกุมโดยที่ไม่บอกท้องที่ ท่านไม่มั่นใจใคร ท่านไปทำเอง เพราะฉะนั้นตนจึงต้องให้ ความไว้วางใจผบช.น. อย่างไรก็ตามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับสั่งการมาให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และรอบคอบ รวดเร็ว ซึ่งคงไม่มีอิทธิพลใดๆ ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวได้อยู่แล้ว ผมขอยืนยัน