‘ตู่’ไม่สนโพลคะแนนนิยมร่วง พท.ถล่มงูเห่าซบภูมิใจไทย มั่นใจไม่กระทบแลนด์สไลด์
‘บิ๊กตู่’เมินผลโพล ไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อ ‘ชลน่าน’มั่นใจเพื่อไทยได้ตั้งรัฐบาล ยันฟังเสียงประชาชนไม่จับมือพปชร. ‘บิ๊กป้อม’วางตัว ‘นฤมล’ คุมสนามเลือกตั้งกทม. เผย 12 ส.ส.กรุงทิ้งพปชร. วันนี้เปิดตัว ‘นิพิฏฐ์-อันวาร์’ เสริมทีมภาคใต้ ภูมิใจไทยรีโนเวตที่ทำการพรรคเสร็จแล้ว พร้อมโชว์ตัวส.ส.ย้ายพรรค ด้าน 10 ส.ส.เพื่อไทยคอนเฟิร์มเข้าซบภท. เพื่อไทยย้ำไม่กระทบแลนด์สไลด์ จวกคนย้ายพรรคขายตัว เชื่อสอบตกแน่ ปชป.คุยคนรุ่นใหม่ให้มั่นใจพร้อมสู้เลือกตั้ง
‘บิ๊กตู่’ไปเบลเยียม-ห่วงขัดแย้ง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และภริยา พร้อม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ และคณะ ออกเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Commemorative Summit) ระหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค.2565

ไปเบลเยียม – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และภริยา พร้อมนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ เดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป ที่ บน.6 ดอนเมือง เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อน เดินทางถึงความเป็นห่วงบ้านเมืองหรือไม่ระหว่างที่เดินทางไปเบลเยียมว่า ไม่เป็นห่วงอะไรทั้งนั้น มีคนทำงานอยู่แล้ว เป็นการทำงานไปตามระบบ นายกฯ ไม่อยู่ก็มีรักษาการแทน ส่วนงานเขาก็ทำกันอยู่ทุกวัน เพราะระดับนโยบายนายกฯ ได้สั่งการไปหมดแล้ว กรรมการแต่ละระดับก็ทำงานไป ผลสำเร็จก็ตามมา
เป็นห่วงอย่างเดียวคือเรื่องปัญหาความขัดแย้ง ลดๆ กันเสียบ้าง เสนอข่าวอะไรก็เบาๆ หน่อย สิทธิที่เขาจะพูดอะไรก็พูดได้ ไม่อย่างนั้นจะมีผลกับการทำงาน ในเวลานี้หลายอย่างต้องดำเนินการต่อ หนึ่ง สอง สาม ผ่านระยะที่ 1 ก็ต้องมีระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ไปทำต่อ ถ้าพูดกันแล้วขัดแย้งกันไปทุกเรื่องจะไปได้อย่างไร วันเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญก็มีเวลาไม่มากนัก ทุกอย่างว่าไปตามนั้นหมด
เมินผลโพลไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อ
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “6 พรรคกับโอกาส ได้เป็นรัฐบาล” พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ทั้งนายกฯ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า จะไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ โพลใครทำก็ไม่รู้ ใครทำใครตอบก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่มีผลอะไร
ต่อข้อถามว่าผลโพลจะส่งผลต่อ การตัดสินใจทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่ากลับมาจะแสดงท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจนได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กลับมาค่อยว่ากัน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ผลสำรวจนี้เป็นการประเมินวิเคราะห์ แต่ในความเป็นจริงการเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านขึ้นอยู่กับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อ ภูมิทัศน์ทางการเมืองก่อนเลือกตั้ง
เราจะสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาให้กับประชาชนและพัฒนาประเทศ ดังนั้นจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราต้องการ มีส.ส.เพื่อรับฟังและบรรเทาปัญหาให้ประชาชน ที่สำคัญเข้าไปในสภาเพื่อ ผลักดันการแก้ไข ปรับปรุง รวมถึงการออกกฎหมายสำคัญๆ ที่จะแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้กับประชาชน สร้างโอกาส ส่งเสริมการพัฒนาประเทศ และสร้างสังคมที่เป็นธรรม
สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติยังเป็นพรรคใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่จังหวะการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ทั้งเรื่องการคัดสรร จัดวางตัวผู้นำ ผู้สมัคร การนำเสนอจุดยืน แนวคิด และแนวนโยบาย มั่นใจว่าจะเป็นพรรคหนึ่งที่มีศักยภาพแข่งขันในสนามเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งมีจำนวนส.ส.มากเพียงพอที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน
รมต.ธนกรอวยนายกฯอุ้มแรงงาน
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แรงงานตลอดระยะเวลา 8 ปีภายใต้การบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าพี่น้องแรงงานไทยเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงวางเป้าหมายสร้างการเติบโตรายได้ของพี่น้องแรงงานอย่างยั่งยืน ด้วยการยกระดับและเน้นการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้แก่แรงงานทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย แม้ในช่วงโควิด-19 ก็ยัง เดินหน้ามาตรการรักษาการจ้างงาน เสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ และให้กระทรวงแรงงานเปิดช่องการจ้างงานใหม่ๆ ผ่านระบบออนไลน์ เช่น Smart Job Center
ขณะเดียวกันยังกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ออกมาตรการ Upskill Reskill และ New Skill เพื่อพัฒนาแรงงานให้มีทักษะตรงตามความต้องการของนายจ้าง ส่งเสริมการเรียนรู้ทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มของภาครัฐ เช่น “ไทยมีงานทำ” และ Futureskill-newcareer ของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้ง โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่งของ กทม. หน่วยงานฝึกอาชีพของกระทรวงมหาดไทย การศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำของ กศน. สถาบันยานยนต์และสถาบันพัฒนา ผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพให้สอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economy) และอุตสาหกรรมใหม่ ที่เน้นการเพิ่มมูลค่าเพิ่ม (Value added) แม้ว่าตลาดแรงงานจะถูกท้าทายจากเทคโนโลยีดิสรัปชั่นและโควิด-19 แต่ยังทำให้แรงงานไทยเป็นที่ต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
ชี้ขึ้นค่าแรงต้องเป็นมติไตรภาคี
ที่ผ่านมา รัฐบาลยังสนับสนุนให้มีโครงการฝึกอบรมความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อพัฒนาแรงงานหรือพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้และทักษะฝีมือสอดคล้องกับอุตสาหกรรม 6 กลุ่มเป้าหมาย (ดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์) โดยมีผู้ได้รับการฝึกอบรม 5,671 คน โครงการยกระดับเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือและสมรรถนะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรม บริการ มีผู้ได้รับการฝึกอบรม 28,304 คน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ ได้จัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบ SME กลุ่ม OTOP กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ 17,407 คน รวมถึงมีการสำรวจข้อมูลความต้องการแรงงานของสถานประกอบการที่มีแรงงานต่ำกว่า 50 คนลงมา และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลอุปสงค์และอุปทานกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 17,359 แห่งด้วย
“การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น ต้องคำนึงถึงภาพรวมที่ให้พี่น้องแรงงานมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่นายจ้างด้วย ควบคู่ไปกับการ ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ผ่านมา จึงเป็นฉันทามติร่วมกันของคณะกรรมการไตรภาคี คือ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องแรงงานเติบโต เคียงข้างไปกับเศรษฐกิจของประเทศได้ ไม่ใช่ประกาศว่าจะให้ค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้นเท่านี้แบบไม่ปรึกษาหารือกับใคร แล้วค่อยไปหาวิธีเอาในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ซึ่งมีแต่จะทำให้สังคมสับสนเปล่าๆ” นายธนกรกล่าว
‘ชลน่าน’ลั่นฟังปชช.-ไม่จับมือพปชร.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลนิด้าโพลที่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่าพรรคอื่น มั่นใจจะทำให้เป็นจริงได้หรือไม่ว่า มั่นใจเพราะเสียงตอบรับของประชาชนมั่นใจในตัวเรา เราก็ต้องยิ่งทำงานหนักเพิ่มความเข้มข้นในการเข้าหาประชาชนให้ได้รับความไว้วางใจในแต่ละเขต และบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ให้มากที่สุด พูดง่ายๆ เราต้องทำงานหนัก และโอกาสที่เขามอบมา เราต้องไขว่คว้าให้ได้ ถ้าเราชนะอย่างถล่มทลายได้มากกว่า 250 ขึ้นไป เราเชื่อว่าส.ว.เคารพเสียงประชาชน จะยอมให้กลไกรัฐสภาเป็นไปตามเสียงของประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีที่ผลโพลระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะรวมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งรัฐบาล แต่มีบางส่วนที่ลังเล หากพรรคพลังประชารัฐไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ จะรวมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าสองพรรคนี้ไม่สามารถรวมกันได้ด้วยอุดมการณ์ที่ต่างกัน และความเชื่อที่ประชาชนตอบมานั้นเป็นเพราะเขาไม่อยากให้เราไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ เราต้องฟังเสียงประชาชนให้มากที่สุด ถ้าประชาชนไม่เอาด้วย เราต้องคำนึงเพราะเรามาจากประชาชน ไม่สามารถไปฝืนประชาชนได้ เมื่อประชาชนไม่เอาเผด็จการเราต้องรับฟัง เมื่อฟังเสียงประชาชนแล้วจึงเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ
ขอบคุณเสียงหนุนแต่ไม่ชะล่าใจ
ด้านนายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ประกาศวิสัยทัศน์การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทย 10 ด้านที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะประกาศนโยบายใดออกมา ได้ศึกษาว่าสามารถทำได้จริง ไม่ขายฝัน เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก โดยเฉพาะปัญหาปากท้องหนี้สินในขณะนี้
สำหรับ 10 นโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศไว้ เป็นนโยบายเบื้องต้นที่สามารถตอบโจทย์ประเทศ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ และยังมีอีกหลายนโยบายที่จะทยอยเปิดเพิ่มเติม เพราะหลังจากนี้ไปการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การต่อสู้ทางการเมืองจะเป็นการสู้กันทั้งในเชิงนโยบาย และการได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ว่าพรรคนั้นจะทำตามสัญญาหาเสียงได้หรือไม่ ดังนั้นพรรคการเมืองใดก็ตามที่เคยหาเสียงและสัญญากับประชาชนไว้ หากไม่สามารถทำได้ ก็เป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ใคร่ครวญพิจารณาในการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง
พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณการสนับสนุนของพี่น้องประชาชนจากการสำรวจความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยพรรคมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศต่อไป พรรคเพื่อไทยจะไม่ชะล่าใจต่อเสียงสนับสนุน เราจะมุ่งมั่นทำงานหนักต่อไป เปลี่ยนความคาดหวังของประชาชนในสถานการณ์เศรษฐกิจที่หลายคนสิ้นหวังให้เป็นความสมหวังให้ได้
12ส.ส.กรุงทิ้งพปชร.-‘นฤมล’คุมทัพ
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของ ส.ส.ที่จะย้ายพรรค ในส่วนพรรคพลังประชารัฐ พบว่าส.ส.กทม. มีความชัดเจนแล้วว่า ส.ส.ทั้ง 12 คน อาจจะไม่มีใครอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยแยกย้ายไปตามพรรคต่างๆ อาทิ ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ กับพล.อ.ประยุทธ์ 4 คน ได้แก่ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ และนายประสิทธิ์ มะหะหมัด
ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 3 คน โดย 2 คนแรก ได้รับการทาบทามจากนาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) คือนายจักรพันธ์ พรนิมิตร และนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ขณะที่ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ไปในสายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย 1 คน คือ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ โดยมีการประสานเข้าพบนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. พรรคเพื่อไทย เรียบร้อยแล้ว
ย้ายไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ กับมาดามเดียร์-น.ส.วทันยา บุนนาค 1 คน คือ นายศิริพงษ์ รัสมี ขณะที่ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. อาจจะขอเว้นวรรคทางการเมืองไม่ลงเลือกตั้งในครั้งหน้า
ในสนามเลือกตั้งส.ส.กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้วางตัว นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เป็นผู้คุมสนามเลือกตั้งส.ส.กทม. และ ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดตัวบรรดาว่าที่ ผู้สมัครส.ส.กทม. พร้อมร่างนโยบาย ยุทธศาสตร์ของพรรคสำหรับชาวกทม.
‘นิพิฏฐ์-อันวาร์’เสริมทีมใต้
ขณะที่ในส่วน ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เตรียมจะกลับมาพรรคพลังประชารัฐในเร็วๆ นี้ สำหรับส.ส.ในกลุ่มอื่น ยังมีท่าทีไม่นิ่งว่าจะย้ายออกไปจากพรรคอีกหรือไม่ โดยจะรอดูความชัดเจนของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะไปลงเอยกับพรรคการเมืองใด ซึ่งในเดือนม.ค.2566 จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตร ที่มีส.ส.จำนวนหนึ่ง ได้ติดต่อไปยังพรรคเพื่อไทยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 13 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค จะร่วมแถลงข่าวเปิดตัว นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงบุคคลที่กว้างขวางในภาคใต้เข้ามาร่วมงานกับพรรคพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเสริมทีมงานภาคใต้ของพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
ภท.พร้อมโชว์กว่า300ผู้สมัครส.ส.
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธ.ค. จะมีการเปิดตัวที่ทำการพรรคที่ได้ปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะมีส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงาน กว่า 300 คน ในวันดังกล่าวจะมี ส.ส.ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันเป็นครั้งแรก ในที่ทำการพรรคที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน 300 กว่าคน บริเวณลานด้านหน้าพรรค
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุด ในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีทั้งนโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท, เพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็นเดือนละ 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกัน, เกษตรร่ำรวย Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน, รถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 ค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสายตลอดวัน, ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ฟรีหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ต่อเดือน, มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด, เครื่องฉายรังสี ฟรีทุกจังหวัดรักษามะเร็ง ศูนย์ฟอกไตฟรี ทุกอำเภอ
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าผลงานของพรรคภูมิใจไทย เป็นที่ประจักษ์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องกัญชาเสรี เพื่อการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ, การแบน 3 สารเคมีพิษภาคเกษตร, ค่าโง่โฮปเวลล์, ฟอกไตฟรี, 30 บาทรักษาทุกที่, ผ้าอ้อมฟรี วันละ 3 ผืน คนป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ, แก้ปัญหาโควิด-19 จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ, แอพพลิเคชั่นเรียกรถ ถูกกฎหมาย, MR-MAP โครงข่ายด้านคมนาคม ให้เกิดความสะดวก สบาย ปลอดภัย รวดเร็ว โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา, โครงการสะพานข้ามเกาะลันตา, พลิกฟื้นการท่องเที่ยว ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เป็นต้น
‘จักรพรรดิ-9พท.’คอนเฟิร์มไปแน่
นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า จะลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อไปเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 16 ธ.ค. เตรียมพร้อมการเลือกตั้ง พร้อมกับส.ส.อีก 9 คน ของพรรค เพื่อไทยตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส. ศรีสะเกษ 2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 7.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 8.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และ 9.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
ส่วนตัวที่เลือกไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคเพื่อไทยเกิดความหวาดระแวงว่าตนจะย้ายไปพร้อมกับ น้องชาย คือ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ที่ย้ายไปอยู่กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ก่อนหน้านี้ ทางพรรคเพื่อไทยจึงจะไม่ส่งตนลงส.ส.ครั้งหน้า ประกอบกับไม่เคยเรียกตนไปชี้แจงข้อเท็จจริงว่าจะย้ายไปกับคุณหญิงสุดารัตน์หรือไม่ ทำให้ตนต้องตัดสินใจไปพรรคภูมิใจไทย รวมถึงตนมีความสัมพันธ์ที่ดีตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ คือ นายประจวบ ไชยสาส์น อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง กับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผูกพันกันเรื่อยมาอยู่แล้ว รวมทั้งการบริหารงานในพรรคมีการดูแลแบบพี่แบบน้อง และมีแนวคิดทางการเมืองเหมือนกัน
เพื่อไทยย้ำไม่ทุบแลนด์สไลด์
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดตัว 43 ส.ส.จาก 9 พรรคที่จะย้ายมาอยู่กับพรรค จะกระทบกับการแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ไม่กระทบแน่นอน ในส่วนของส.ส.ของพรรคที่ย้ายไป เราได้เตรียมผู้สมัครรองรับไว้ครบทุกเขตแล้ว รวมทั้งนำชื่อ ส.ส. ทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการวินัยของพรรคไปแล้ว
ลักษณะการย้ายพรรคของ ส.ส.ยุคนี้ภาพไม่เป็นบวกกับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะประชาชนจะมองว่าเป็นพวก ส.ส.งูเห่า ขายตัวเพื่อเอาผลประโยชน์ พอมีเงินก็ไป ไร้อุดมการณ์ และชอบเอาประชาชนมาอ้างว่าย้ายไปแล้วจะได้งบประมาณมาลงพื้นที่ ถือเป็นการเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน
เชื่อว่า ส.ส.เหล่านี้มีแค่หนึ่งในสามเท่านั้นที่มีโอกาสจะได้กลับมา ซึ่งพรรคจะระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อช่วงชิงโอกาส โดยลงพื้นที่อย่างเข้มข้น เข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะเขตที่ ส.ส.ย้ายพรรคให้กลับมาเป็นของเราให้ได้ทั้งหมด ตนเชื่อว่าประชาชนยังเป็นพวกกับพรรคเพื่อไทยอยู่
“จากผลโพลที่ออกมาหลายสำนักชี้ชัดว่าพรรคการเมืองเหล่านี้ ได้โอกาสจัดตั้งรัฐบาลน้อยมาก เพราะจากผลงานและแผนงานการจัดงบประมาณที่ผ่านมา เป็นการฉกฉวยโอกาสให้กับพวกพ้องตัวเองมากกว่าทำเพื่อประชาชน ส่วน ส.ส.ที่ย้ายพรรคโดยอ้างว่าเพื่อให้งบประมาณมาลงพื้นที่นั้น ผมมองว่าไม่ใช่คำตอบ ประชาชนรู้ดี” นพ.ชลน่านกล่าว
จวกงูเห่าขายตัว-สอบตกแน่
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดตัว 43 ส.ส.จาก 9 พรรคที่จะย้ายมาอยู่กับพรรคไม่มีผลกระทบในพื้นที่อย่างแน่นอน เพราะฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยเป็นคนละกลุ่มกัน และการ เปิดตัวคนที่ย้ายไป ประชาชนมักมองว่าคนเหล่านั้นไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง การย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยทั้งๆ ที่พรรคกำลังได้รับความนิยม ถือเป็นเรื่องแปลก รู้ๆ กันอยู่ว่าสาเหตุที่ย้ายไปเพราะอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าคนที่เลือกเข้ามาเป็นผู้สมัครแทนจะสู้คนที่ย้ายไปได้ นายประเสริฐกล่าวว่า มั่นใจ เพราะประชาชนมองว่านักการเมืองที่ย้ายไปขายตัว ขายอุดมการณ์ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป คิดว่าประชาชนจะลงโทษให้สอบตก เพราะถือว่าทรยศต่อพี่น้องประชาชน มั่นใจว่าเรายังสามารถแลนด์สไลด์ได้เหมือนเดิม เพราะประชาชนให้ความมั่นใจพรรคเพื่อไทยเรื่องการทำงาน และอยากให้เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนจึงศรัทธาและเชื่อว่าผู้ใดก็ตามที่ลงสมัครในนามพรรค จะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่ามองว่าการย้ายพรรคของ ส.ส.ช่วงนี้เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าขณะนี้ใกล้การเลือกตั้งแล้วและสภาอาจจะไม่อยู่ครบวาระ อาจจะมีการ ยุบสภาก่อนกำหนด
วิปฝ่ายค้านเชื่อสัปดาห์นี้สภาไม่ล่ม
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า การที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดตัว 43 ส.ส.ที่ย้ายมาจาก 9 พรรค เชื่อว่าไม่กระทบกับแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ในส่วนของ ส.ส.เพื่อไทยที่ย้ายไป 10 คนนั้นก็เป็นกลุ่มคนที่รู้กันอยู่แล้วว่าจะย้ายไป ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ เผยตัวตนมานาน สังคมรับทราบดี ซึ่งเราได้จัดสรรคนลงสมัครแทนจนครบทุกเขตแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นผลบวกกับเรา เพราะประชาชนจะไม่เอาคนพวกนี้ ที่ใจเขาไม่อยู่กับพรรค เพื่อไทยแล้ว เชื่อว่าประชาชนจะยังเลือก จิตวิญญาณของพรรค อุดมการณ์ รวมทั้งนโยบายของพรรคมากกว่าที่จะมองเรื่องตัวบุคคล
ส่วนการประชุมสภาสัปดาห์นี้จะ เข้มข้นเป็นพิเศษ องค์ประชุมน่าจะสมบูรณ์กว่าทุกสัปดาห์ เพราะฝ่ายรัฐบาลขอเลื่อนนำร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. …ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่ฝ่ายค้านขอเลื่อนร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ขึ้นมาพิจารณา เช่นกัน ดังนั้นรัฐบาลควรต้องดำเนินการให้องค์ประชุมครบ
สำหรับท่าทีของฝ่ายค้านต่อร่างพ.ร.บ. กัญชาฯ นั้น เท่าที่ดู ตอนนี้ทุกคนยังมีจุดยืนของตัวเอง หากร่างที่เสนอมายังไม่มีการแก้ไข ฝ่ายค้านคงโหวตไม่รับร่าง ทราบว่าฝ่ายรัฐบาลบางพรรคก็รับไม่ได้เช่นกัน แต่ถ้าในระหว่างการพิจารณามีการแก้ไขปรับปรุง จนแน่ใจว่าเป็นกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ฝ่ายค้านพร้อมจะให้ผ่าน เราไม่ค้านหัวชนฝา
‘เหลิม’ลั่นกัญชาคือยาเสพติด
ทางด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัจจุบันพรรคการเมืองคึกคัก ออกนโยบายไม่เว้นแต่ละชั่วโมง บางพรรคต้องการคะแนนนิยม คิดได้แม้กระทั่งให้กัญชาพ้นจากวงจรยาเสพติด ตนไม่ใช่นักเรียนนอก แต่ปราบยาเสพติดมาตั้งแต่เป็นนายตำรวจกองปราบ ตนยังยืนยันว่ากัญชายังต้องเป็นยาเสพติด ไม่ใช่ตนคนเดียว สมาชิกกลุ่มอาเซียนทุกประเทศด้วย ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีความขัดแย้งทางความคิด ส่วนตัวตนขอขีดเส้นใต้ว่าตนไม่เห็นด้วย การเมืองเล่นนอกระบบมากเกินไป นักการเมืองอย่าหลงระเริงว่า 8 ปีจะไม่มีการกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนตัวคิดว่าหากมีโอกาสทำงานให้บ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง ตนมีภารกิจที่จะต้องปฏิบัติโดยเร่งด่วน ดังนี้ 1.การแก้ไขปัญหายาเสพติด 2.การลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ 3.การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในระบบราชการ 4.การรับมือต่อโรคติดต่ออุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ 5.การรับมือต่อสังคมสูงวัย และ 6.การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เรียนมาทั้งหมด 6 ประการ ส่วนหนึ่งขอเก็บเอาไว้เพื่อที่จะได้แสดงความเห็นให้ท่านได้รับทราบในโอกาสต่อไป
‘สาธิต’รับหย่าศึก 2 ฝ่ายยาก
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังหารือกับอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อหาแนวทางบังคับใช้ประกาศสมุนไพรควบคุม ป้องกันการใช้กัญชาในทางที่ผิดว่า ระหว่างที่ พ.ร.บ.กัญชาฯยังไม่ออก ก็กำชับให้เคร่งครัดเรื่องปฏิบัติตามกฎหมายเท่าที่มีอยู่ ซึ่งกฎหมายแต่ละอัน ผู้ปฏิบัติอาจยังไม่กล้า จึงให้อธิบดีทำเป็นตัวอย่างลงพื้นที่ตรวจ เช่น ถนนข้าวสาร ในกรณีช่อดอกอย่างน้อยต้องป้องปราม ใครทำผิดต้องจับ เพราะฝ่ายตำรวจอาจจะยังไม่บังคับใช้ เราก็ไปทำให้เขาดูว่าสามารถทำได้จริงๆ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติ
“อย่างน้อยที่สุดคือระหว่างรอกฎหมาย หรือรอความชัดเจนในการแก้ไขว่าจะเป็นยาเสพติดหรือไม่ ต้องลดช่องว่างในการเข้าถึงในส่วนของ THC ที่มีโทษต่อ ผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ ต้องพยายามป้องกันให้ดีที่สุดก่อน จะได้ไม่ให้มันเสรีเกินไป” นายสาธิตกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากฎหมายกัญชาที่ผลักดันโดยพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย ในฐานะคนกลางจะเคลียร์หรือทำความเข้าใจอย่างไร นายสาธิตกล่าวว่า ตอนนี้จุดยืนต่างกันมาก ตนเป็นคนกลาง ในฐานะผู้ปฏิบัติจะบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ตอนนี้ให้เข้มที่สุด กำลังจะร่างหนังสือเชิญผู้แทนฝ่ายกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ทั้งตำรวจ อัยการ มาหารือทำความเข้าใจ เพื่อใช้ประกาศที่มีอยู่ในช่วงที่ยังมีช่องว่างทางสุญญากาศและตีความนำสู่การบังคับใช้ให้มากที่สุด วันนี้จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจุดยืนในฐานะสมาชิกพรรคตนไม่อาจจะปฏิเสธได้
เมื่อถามว่าในฐานะคนกลางได้สะท้อนให้เกิดความเข้าใจกันระหว่าง 2 พรรคหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า มันยาก เพราะจุดยืนต่างกันมาก ในเรื่องนโยบายทางการเมืองเป็นความต่างกันคนละมิติ หากต่างกันเล็กน้อยยังพอเป็นคนกลางได้บ้าง แต่พอต่างกันเยอะจะมีความยากอยู่ แต่พยายามไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และไม่ได้มีปัญหาในการทำงานร่วมกันด้านอื่นๆ พยายามสงวน จุดต่าง และแสวงหาจุดร่วมกัน
วิปรัฐบาลวอนร่วมมือในสภา
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการคุมเสียงส.ส.ฝ่ายรัฐบาล หลังมีส.ส.จากหลายพรรคจะลาออกไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เกือบ 40 คนว่า เบื้องต้นตนได้ประสานไปทุกพรรคว่าตอนนี้มีอะไรเราต้องช่วยกัน และขอความร่วมมือกับฝ่ายค้าน เนื่องด้วยสถานการณ์เช่นนี้หากจะให้สภาเดินต่อก็ต้องช่วยกัน
รวมถึงเห็นว่าช่วงหลังมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีมาตรการว่าถ้าใครไม่มาจะเปิดชื่อ สภาไม่ใช่ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของทั้งสองฝ่าย ประชาชนเลือกเราให้เข้ามาทำงาน แต่เผอิญรัฐบาลรวมเสียงได้มากกว่าเท่านั้นจึงได้เป็นรัฐบาล แต่ความตั้งใจหลักคือเข้ามาดูกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
เมื่อถามถึงสถานการณ์ ส.ส.พรรค พลังประชารัฐล่าสุด นายอรรถกรกล่าวว่า ตนตอบแทนไม่ได้ แต่ถามว่า ณ วันนี้ต้องดูบริบทว่าเรายังเป็นส.ส.อยู่ มีหน้าที่ต้องทำอะไรก็ควรทำ แต่ตนได้อัพเดตตลอดว่าในสภาจะมีอะไรบ้างและย้ำไปทุกอาทิตย์

คนรุ่นใหม่ – พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้อำนวยการเตรียมการเลือกตั้งพรรค ประชุมรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์จากทั่วประเทศ เพื่อการ จัดทำนโยบายพรรคที่ครอบคลุมกลุ่มคนทุกรุ่นทุกวัย ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.
‘จุรินทร์’เปิดใจคุยคนรุ่นใหม่
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้อำนวยการเตรียมการ เลือกตั้งพรรค นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคในกทม. ประชุมรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์จาก ทั่วประเทศ อาทิ นายเมธี อรุณ หรือเมธี ลาบานูน ผู้สมัครส.ส.เขต 2 นราธิวาส นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัครส.ส.เขต 1 สงขลา น.ส.ธนชาภา จันทวารา จ.อำนาจเจริญ น.ส.ปานราศรี ครุฑขุนทด ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา ดร.ปิยกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี ผู้สมัครส.ส.พัทลุง อดีตอาจารย์ประจำม.สงขลานครินทร์ น.ส.ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นต้น เพื่อการจัดทำนโยบายพรรคที่ครอบคลุมกลุ่มคนทุกรุ่นทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต่อไปจะเป็นกำลังสำคัญในการนำพาพรรคและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง
นายนิพนธ์กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากคนรุ่นใหม่หรือคนหนุ่มสาวของพรรค หลังจากที่พรรคได้รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายทั้งสภาพัฒน์ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ฯลฯ มาใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ในเรื่องนโยบายแล้ว วันนี้จึงเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะจากคนรุ่นใหม่ของพรรคที่ได้ลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง และมีความต้องการเห็นการพัฒนาประเทศไปในทิศทางไหน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญเหตุการณ์สำคัญทั้งเรื่องปัญหาโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งด้านสุขภาพ และปัญหาปากท้อง รวมทั้งปัญหาต่างๆ ที่ล้วนแต่ซับซ้อนและท้าทาย การแก้ไขจึงต้องอาศัยมุมมองที่มาจากคนทุกกลุ่ม
ให้มั่นใจปชป.พร้อมสู้เลือกตั้ง
นายนิพนธ์กล่าวว่า วันนี้จึงมีการมารับฟังและสิ่งที่หัวหน้าพรรคมอบหมายให้ทำนโยบายโดยมีนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ เป็นผู้รวบรวมจัดทำนโยบายพรรคมาตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา นโยบายของเราส่วนหนึ่งจะนำมาเสนอในช่วงเลือกตั้งและอีกส่วนหนึ่งจะนำเสนอเป็นแผนรวมทั้งหมดไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันข้างหน้าถ้าเรามีโอกาสที่จะได้นำไปปฏิบัติเราจะได้ดำเนินการได้ครอบคลุมทุกมิติ และประเด็นไหนที่น่าสนใจที่จะกระทบต่อคนส่วนใหญ่ จะหยิบยกขึ้นมาทำป้ายหาเสียงเสนอต่อ พี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง
“ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนทุกกลุ่ม และพรรคให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ที่จะมีส่วนสำคัญในการนำพาพรรคและประเทศชาติไปสู่แนวทาง ที่ถูกต้อง พร้อมทำการเมืองแบบสุจริต ที่พี่น้องประชาชนและส่วนรวมได้ประโยชน์ อีกทั้งจะเป็นการเติมเต็มด้านการพัฒนาทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” นายนิพนธ์กล่าว
จากนั้นเวลา 13.30 น. นายจุรินทร์ได้เปิดใจคุยกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรค โดยให้ความเชื่อมั่นว่า บุคคลที่จะเป็นตัวแทนในการลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคได้เลือกสรรมาเป็นอย่างดี และมีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นกำลังหลักของพรรค ขณะเดียวกันพรรคมีความพร้อมในเรื่องนโยบายอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาได้รับฟังจากทุกฝ่ายจนตกผลึกเตรียมประกาศนโยบาย ซึ่งนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ จะครอบคลุมในทุกๆ เรื่องทั้งเรื่องประชาธิปไตย เศรษฐกิจปากท้อง ที่ต่อไปประชาชนทุกกลุ่มจะได้ประโยชน์ และต้องสร้างคนให้เป็นคนดีมีคุณภาพ ขอให้เชื่อมั่นว่าเป็นนโยบายที่ดีที่สุดในข้อจำกัดที่ผ่านการหล่อหลอมจากอดีต เพื่อแก้ปัญหาปัจจุบัน เชื่อมโยงสู่อนาคต
ชพก.เตรียมลุยสงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เตรียมระดมขุนพลของพรรค อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นาย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อ.หาดใหญ่ ในวันที่ 17 ธ.ค.
โดยจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา 3 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ เขต 2 นายตรัย นุ่มแก้ว หรือ จุรี แหลงเล่า ดาวติ๊กต็อก ชื่อดัง จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เขต 3 นายประสิทธิ์ รัตนพันธ์ และ เขต 6 นายพงศธร สุวรรณรักษา อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 พรรคกล้า
สำหรับในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สงขลา เป็นพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ว่าที่ ผู้สมัครที่ประกาศตัวมีทั้ง นายนิพัฒน์ อุดมอักษร จากพรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขานุการนายก อบจ.สงขลา มีศักดิ์เป็นหลานนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนพรรคภูมิใจไทย เดิมประกาศตัว นายฉัตรชัย ชูแก้ว หรือ ทนายหมู แต่ด้วยปัญหาสุขภาพ จึงอาจเปลี่ยนเป็น นายเจษฎาพงศ์ ชูแก้ว น้องชาย ซึ่งปัจจุบันเป็นรองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่
นอกจากนั้น ยังมี พ.อ.สุชาติ จันทร โชติกุล จากพรรคสร้างอนาคตไทย ส่วนเจ้าของพื้นที่คือ นายศาสตรา ศรีปาน พรรคพลังประชารัฐ ที่อาจย้ายไปลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ
‘พี่ศรี’ร้องกกต.‘โทนี่’ครอบงำพท.
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 13 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ศูนย์ราชการ อาคาร B เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายโทนี่ วู้ดซัม ออกมาไลฟ์พูดคุยในกลุ่ม CARE ชี้แจงนโยบายขึ้นค่าแรง 600 บาทของพรรคเพื่อไทยว่า กรณีเช่นนี้อาจเข้าข่ายเป็นการชี้นำ ครอบงำกิจกรรมหรือนโยบายของพรรคการเมือง ตามมาตรา 28-29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่
ส่วนพรรคการเมืองที่ปล่อยให้บุคคลอื่นที่มิใช่สมาชิกครอบงำ ชี้นำ อาจมีความผิดตาม มาตรา 92(3) ถึงขั้น กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้นๆ ได้