จ่อชงให้อสส.ชี้ เป็นคดีข้ามชาติ
ยืนยันหนักแน่น ‘บิ๊กเด่น’ผบ.ตร. ย้ำคดีตู้ห่าว-ทุนจีนสีเทา ไม่มีมวยล้มแน่นอน เผยมีความคืบหน้ารายงานเข้ามาตลอด แย้มคณะทำงาน บช.น.พิจารณาแล้วเห็นว่าอาจเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เตรียมเสนออัยการสูงสุดขอความเห็นชอบ แจงกรณีดำเนินคดีรปภ.ผับจินหลิงเป็นเจ้าของชี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า เมื่อมีการแสดงตัวก็ต้องแจ้งข้อหาไว้ก่อน แต่สอบสวนภายหลังพบผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงก็สั่งไม่ฟ้อง ไม่ใช่การจับแพะแต่อย่างใด ด้าน ‘ชูวิทย์’รุดให้ปากคำคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจเรตำรวจกรณีตำรวจตม.เอี่ยวคดีนี้ เผยเบื้องต้นพบมีกว่า 50 นาย
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. แถลงกรณีผับจินหลิง ท้องที่สน.ยานนาวา ที่แจ้งข้อกล่าวหากับรปภ. จะมีความเห็นต่างระหว่างพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. หรือไม่นั้นว่า ไม่ได้มีความเห็นแตกต่าง ต้องเข้าใจว่าทุกคนปรารถนาดี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ปรารถนาดี ทางคณะทำงานที่มีพล.ต.ท. ธิติเป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน และมีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นหัวหน้ากำกับดูแลและรายงานตน
ผบ.ตร.กล่าวว่า สาเหตุที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหัวหน้ารปภ.สถานบริการเป็นเจ้าของกิจการนั้น จริงๆ แล้ว ในวันนั้นที่ผบช.น.เข้าไปตอนแรก ส่วนใหญ่จะพบคนจีน แต่มีหัวหน้ารปภ.มาแสดงตนว่าเป็นผู้ดูแลสถานที่นี้ จึงต้องแจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน ต่อมาขอประกันตัวในชั้นศาล หลังจากการสอบสวนและมีพยานหลักฐานพบว่าไม่ใช่ผู้ดูแลแท้จริง เมื่อสอบลึกไปก็ทราบว่าใครเป็นเจ้าของจริง ซึ่งจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ไม่ได้มีเจตนาจับแพะ เพียงแต่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงแต่ละขณะไม่เหมือนกัน ต้องมองภาพก่อนว่าคดีจินหลิงเกิดเหตุในพื้นที่กองบัญชาการนครบาล พล.ต.ท.ธิติเข้าไปด้วยตัวเอง ตนได้ยกระดับให้เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน
ส่วนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มทุนจีน สีเทาที่มีการไปตรวจค้นนอกพื้นที่นครบาล หรือในพื้นที่นครบาล พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งจะมีพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามไปช่วยขยายผลกับทางสอท. ส่วนภาพรวมในการสืบสวนในที่ต่างๆ มีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุม นำจิ๊กซอว์มารวมกันส่วนไหนที่เป็นคดีเกี่ยวเนื่องกับคดีจินหลิง ก็จะเป็นทางผบช.น. หากเกี่ยวเนื่องกับคดี อื่นต่างๆ อาจจะมีการเพิ่มเติมในคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนต่อไป
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า คดีนี้จะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในช่วง 1-2 วันนี้ มีหลักฐานเพิ่มเติมว่าอาจจะมีการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเป็นคณะบุคคลที่มาจากต่างประเทศ ทางคณะทำงานของนครบาลได้พิจารณาแล้วอาจจะเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ หากมีการพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายก็จะเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหากมีความเห็นชอบตรงกัน แต่ขณะนี้ยังมีการสอบปากคำไปเรื่อยๆ จากการที่ได้รับรายงานจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และพล.ต.ท.ธิติ ตนมั่นใจในพยานหลักฐาน ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องมวยล้มต้มคนดูมั่นใจว่าไม่มีมวยล้มแน่นอน
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า เมื่อเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ก็จะเป็นคดีนอกราชอาณาจักรไปโดยปริยาย เพราะมีคณะบุคคลกระทำความผิด อาจจะมีการวางแผน ตระเตรียมเชิญชวนให้มาเที่ยวเมืองไทย มาทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่อยากลงไปในรายละเอียด เพราะเป็นการตีความ ใช้ดุลพินิจ ทั้งนี้ถ้ามีความเห็นว่าเข้าข่ายดังกล่าวก็จะเสนออัยการสูงสุดต่อไป กระแสขณะนี้ก็อยากติดตามความคืบหน้า ตำรวจกำลังเร่งทำงานโดยเร็วที่สุด มีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ ตนได้ลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง ภายในสัปดาห์นี้ก็จะนัดประชุมติดตามความคืบหน้ากับทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พล.ต.ท.ธิติ และคณะทำงานที่ได้แต่งตั้งไว้ เพื่อจะเร่งรัดทั้งฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวยืนยันว่าการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายได้ทำงานเข้าขากันอยู่แล้ว เพราะตนได้ลงมากำกับดูแลด้วยตัวเอง และชี้แจงถึงการตั้งข้อหากับหัวหน้ารปภ.ว่าเป็นข้อเท็จจริงในแต่ละช่วง และไม่เคยเกิดคดีลักษณะนี้ขึ้นที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนไทย เมื่อมีคนไทยมาแสดงตนก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาไปก่อน ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง
เมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จเรตำรวจแห่งชาติ ในกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเอี่ยวคดีตู้ห่าว
นายชูวิทย์เปิดเผยว่า เดินทางมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 และ 5 ที่อาจจะมีความเชื่อมโยงกับมูลนิธิและสมาคมเถื่อนในการออกวีซ่านักศึกษาชาวจีนกว่า 7,000 คน โดยเฉพาะในจ.ขอนแก่น จากข้อมูลมีมากถึง 3,000 คน และยังเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้อีกหลายพื้นที่ โดยพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2563-2564
นายชูวิทย์ยังเผยว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรายหนึ่งที่ขับรถหรูปอร์เช่ และมีคอนโดฯ อยู่ย่านหลังสวน ตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีทรัพย์สินเหล่านี้ อีกทั้งก่อนมาพบจเรตำรวจแห่งชาติ มีบุคคลติดต่อมาเพื่อขอละเว้นส่งรายชื่อในการตรวจสอบ เรื่องนี้ตนมองว่าไม่สามารถละเว้นได้ พร้อมเดินหน้าเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยไม่ละเว้น ถึงจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.ยิ่งต้องให้ตรวจสอบ เพราะเคยให้สัมภาษณ์มาก่อนหน้านี้ว่าจะเอาผิดโดยไม่ละเว้น
ส่วนการสอบปากคำในวันนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีพล.ต.ท. วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ผบ.ตร.แต่งตั้งพร้อมคณะทำงานจำนวน 10 นาย เป็นผู้ตรวจสอบ โดยผบ.ตร.กำชับให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
มีรายงานกรณีนี้พบตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกี่ยวข้องจำนวนมากถึง 50 นาย เคยปฏิบัติงานในสังกัดตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 และ 5 นอกจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่เห็นพยานหลักฐาน ส่วนกระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงินหากพบว่ามีความเกี่ยวข้องจริงจะมีโทษทางวินัยร้ายแรงสุดคือไล่ออกจากราชการตำรวจ
ที่สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ. วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นายเพิ่มเกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ปลัดอำเภอเชียงดาว เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วหลังตำรวจออกหมายเรียก กรณีสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับชาวจีน จากคดีที่บุคคลสัญชาติจีน ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ และทำร้ายร่างกาย และตัดนิ้วก้อยมือข้างขวา เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
สำหรับคดีดังกล่าว ตำรวจขยายผลจาก กรณีน.ส.อลิศราหรือ หย่ง ศุภสิริบัณฑิตย์ แฟนสาวของเหยื่อเข้าแจ้งความ ซึ่งจากการตรวจสอบ น.ส.อลิศรา เป็นบุคคลสัญชาติไทย ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงแต่กลับพูดภาษาไทย ไม่ชัด และพบพิรุธว่า อาจจะสวมบัตรประจำตัวประชาชน ตำรวจฝ่ายสืบสวน จึงนำภาพถ่าย นายวาเซ คล่องดารณี และนางผุดี คล่องดารณี บิดามารดาตามทะเบียนราษฎร์ของ น.ส.อลิศราดู แต่ น.ส.อลิศรากลับแจ้งว่า ไม่รู้จักบุคคลทั้งสอง จนยอมรับสารภาพว่า บัตรประชาชนที่ได้มา ได้ว่าจ้างให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวดำเนินการโดยจ่ายเงินให้หัวละ 8 แสนบาท
ตำรวจจึงได้ออกหมายเรียก และหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายเพิ่มเกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ปลัดอำเภอ, นายอาเบ แซ่ลี่ กำนัน, นายอมรเทพ ปุกคำ ผู้ใหญ่บ้าน และนายวาเซ คล่องดารณี พ่อของบุคคลที่ถูกสวมบัตร เป็นผู้รับรองให้ น.ส.อริศรา ให้มารับทราบข้อกล่าวที่ สภ.เชียงดาว ด้านนายเพิ่มเกียรติเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และให้การปฏิเสธ โดยขอไปให้การในชั้นศาล