‘บิ๊กเด่น’ที่ปรึกษา รองโจ๊กชี้ยังไม่ชัด ความผิดข้ามชาติ

‘อัยการสูงสุด’ คุมเอง ตั้งคณะสอบสวนอาชญากรรมข้ามชาติ ‘แก๊งตู้ห่าว’ ให้ ‘บิ๊กเด่น’ เป็นที่ปรึกษา รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทํางาน ด้าน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยันผลสอบสวนไม่เข้าข่าย ย้ำต้องชัดเจนว่าเตรียมวางแผนจากต่างประเทศแต่ไม่พบ ชงเรื่องไปอัยการก็ไม่สั่งฟ้อง ชี้ผบ.ตร.อาจได้ข้อมูลจากผบช.น.ที่เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน ‘ชูวิทย์’ แฉอีก ‘อุ้มท้องซื้อพ่อ’ ขบวนการจีนเทา วางแผนระยะยาวถือกรรมสิทธิ์ลงทุน-เปิดบริษัท เชื่ออีกเดี๋ยวเรื่องก็เงียบ เพราะชาวแก๊งระดมทุนไว้ 500 ล้าน สำหรับปฏิบัติการเรื่องคดีความ

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ลงนามคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 2167/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานกำกับการสอบสวนและการดำเนินคดีสำคัญ ด้วยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีอาญากับ นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ กับพวก ผู้ต้องหา ในสำนวนคดีอาญา ที่ 794/2565 และ ที่ 824/2565ของ สน.ยานนาวา

ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาอี, เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและยินยอมหรือปล่อยปละให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดภายในสถานบริการ และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพลที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และมีการตรวจยึดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาได้จำนวนมาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 ประกอบพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มาตรา 12 และข้อตกลงการปฏิบัติหน้าที่ในคดีระหว่างหน่วยงานของรัฐ ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่ง แต่งตั้งพนักงานอัยการและเจ้าพนักงานตำรวจเป็นคณะทำงานและมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้

ประกอบด้วย 1.อัยการสูงสุด เป็นที่ปรึกษาคณะทํางาน 2.ผบ.ตร. เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน 3.นายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทํางาน 4.ร.ต.ท.อุทัย อาทิเวช รองอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน 5.นายศุภชัย นิพิธกุล ที่ปรึกษาอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน 6.เลขานุการอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน 7.อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอัยการสูงสุด เป็นคณะทํางาน 8.ผบช.น.เป็นคณะทำงาน และ 9.อธิบดีอัยการ สํานักงานการสอบสวนเป็นคณะทำงานและเลขานุการ

โดยมีอำนาจหน้าที่ 1.กำกับและติดตามการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ในคดีนี้ให้เป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ, 2.เร่งรัดการสอบสวนและการส่งสำนวนการสอบสวนคดีนี้ให้ทันภายในกรอบระยะเวลาในการควบคุมฝากขังผู้ต้องหาตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้มีระยะเวลาพอสมควรเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี, 3.แต่งตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้

โดยให้เลขานุการคณะทำงานรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้ ให้อัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่งวันที่ 14 ธ.ค.65

รายงานข่าวแจ้งว่า หนังสือคำสั่งดังกล่าวมาจากกรณีที่เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.มีหนังสือรายงานข้อมูล ผู้ต้องหากระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ถึงอัยการสูงสุด พร้อมเเนบ 1.สำเนาบันทึกการตรวจค้น-จับกุม เอกสาร 57 แผ่น 2.รายงานการสืบสวน บก.สส.บช.น. เอกสาร 141 แผ่น 3.การสืบค้นข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร เอกสาร 26 แผ่น 4.แผ่น QR CODE รับชำระเงิน 1 แผ่น 5. เอกสารสรุปการแจ้งข้อกล่าวหา 1 แผ่น

โดยเอกสารระบุพฤติการณ์ผู้ต้องหาว่า ร่วมกันกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร (ชักชวนลูกค้าต่างชาติ) อันถือว่าเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การกระทำของผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปที่รวมตัวกันช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินและทรัพย์สิน โดยกระทำผิดในเขตแดนมากกว่าหนึ่งรัฐ เป็นองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในราชอาณาจักรไทย

แต่มีการตระเตรียม วางแผน สั่งการ สนับสนุน หรือ ควบคุมการกระทำผิดในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีส่วนร่วมกระทำการใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยรู้ถึงวัตถุประสงค์และการดำเนินกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556

พบการกระทำความผิดบางส่วนในราชอาณาจักรไทย และบางส่วนนอกราชอาณาจักรไทย (ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศกัมพูชา) เข้าเงื่อนไขตามความผิดตามกฎหมายที่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 20 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาราชการแทนเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบหรือจะมอบหมายหน้าที่นั้น ให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนแทนได้

อนึ่ง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่สำคัญและมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย จึงขอให้พนักงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจในการสอบสวนคดีไปพลางก่อนตามกฎหมายต่อไปจึงเรียนมายังอัยการสูงสุดเพื่อโปรดพิจารณา หรือเห็นควรประการใดขอได้โปรดพิจารณาสั่งการ

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เผยว่า ขณะนี้ทางทีมสืบสวนที่รับผิดชอบได้สืบสวนแล้วยังไม่พบความผิดนอกราชอาณาจักรของกลุ่มนายตู้ห่าว และได้สรุปส่งไปให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. แล้ว หากจะดำเนินคดีนอกราชอาณาจักรได้นั้นต้องสืบสวนให้ได้แน่ชัดก่อนว่าขบวนการนี้ต้องเตรียมการวางแผนมาจากต่างประเทศ และเข้ามาก่อเหตุในไทย รวมทั้ง ยาเสพติดที่ชื่อแฮปปี้วอเตอร์ที่พบในจินหลิงผับ พบว่าผสมเองในไทยไม่ได้นำเข้า ไม่พบการโอนเงินไปยังต่างประเทศ จึงยังไม่พบความผิดในส่วนนี้ และไม่สามารถแจ้งข้อหาอาชญากรข้ามชาติได้ เช่นเดียวกับคดียาเสพติดทั่วไปที่จับได้หากจะดำเนินคดีความผิดอาชญากรข้ามชาติ ก็จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการวางแผนนำเข้าประเทศอย่างชัดเจนหรือไม่ เพราะหากนำเสนออัยการแล้วก็จะสั่งไม่ฟ้อง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.ให้ข้อมูลว่าพบข้อมูลว่าเข้าข่ายความผิดอาชญากรข้ามชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า น่าจะได้รับข้อมูลการสืบสวนมาจากผบช.น. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน และเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามกฎหมาย ส่วนในชุดสืบสวนของตัวเองนั้น เป็นการตั้งขึ้นมาจาก ผบ.ตร. เพื่อกำกับดูแลและร่วมสืบสวนเพื่อนำความเห็นส่งไปให้ ผบช.น. เท่านั้น การแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของสถานบริการกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของจินหลิงผับ เป็นการแจ้งข้อหาของชุดสืบสวนนครบาลที่พบหลักฐานในขณะนั้น และที่ผ่านมาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนจึงไม่ทราบรายละเอียด แต่ทราบว่าได้สั่งไม่ฟ้องในข้อหานี้แล้ว และเพิ่งมาทราบว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยคนนี้ถูกแจ้งข้อหาก่อนที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาให้ข้อมูลก่อน 1 วัน

รอง ผบ.ตร.กล่าวเพิ่มเติมว่า การสืบสวนดำเนินการไปแล้วร้อยละ 90 และกำลังดำเนินคดีกับตำรวจทั้งนายพลและชั้นประทวนที่เกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ ไม่เว้นแต่เพื่อนร่วมรุ่นของตัวเอง ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และยอมรับว่าข้อมูลของนายชูวิทย์ที่ได้นำมาให้ตำรวจก็ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ ต่อการสืบสวน ซึ่งก็ได้รวบรวมส่งไปให้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลต่อ พร้อมยืนยันไม่น้อยใจที่ภาคประชาชนจะมีข้อมูลเชิงลึกกว่าตำรวจ เพราะที่ผ่านมาก็รับข้อมูลของทุกฝ่ายมาสืบสวนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.จะเรียกคณะทำงานทั้งหมดมาประชุมสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 16 ธ.ค.นี้ เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่โรงแรมเดอะเดวิส คอนเนอร์วิง สุขุมวิท 24 นายชูวิทย์แถลงการเปิดโปงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความเชื่อมโยงกับตู้ห่าว นายทุนจีนที่ทำธุรกิจสีเทาในไทย ระบุว่า นายตู้ห่าวมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับความผิดทั้งในและนอกราชอาณาจักร กลุ่มจีนเทาเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งในรูปแบบมูลนิธิเถื่อนและการขนส่งยาเสพติดรวมถึงผับจินหลิง คดีนี้ตำรวจดำเนินคดีตู้ห่าวไปแล้ว 3 ข้อหา เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เว้นแต่คดีฟอกเงินซึ่งจะทำให้ทราบเส้นทางการเงิน แต่สอบถามตำรวจแล้วระบุว่า สาเหตุที่ไม่แจ้งข้อหาฟอกเงิน เพราะคดียาเสพติดมีโทษหนักกว่า จึงมั่นใจว่านายตู้ห่าวจะหลุดคดีแน่นอน เพราะมีการทำลายพยานหลักฐานต่างๆ ไปแล้ว

วันเกิดเหตุตำรวจเข้าไปตรวจสอบผับจินหลิงพบชาวจีนกว่า 265 คน พร้อมยาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงพนักงานเสิร์ฟและรปภ.ชาวไทย แต่เหตุใดไม่เรียกสอบปากคำผู้ใด ทั้งที่พบผู้มีปัสสาวะสีม่วง และยังจับกุมผู้ดูแลสถานบริการดังกล่าว ซึ่งแท้จริงเป็นเพียงรปภ.เท่านั้น ก่อนจะปล่อยตัวภายหลังทำให้พยานแปดเปื้อนและคำให้การต่อศาลไม่อาจเชื่อถือได้ นอกจากนี้ เหตุใดไม่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งอาจมีหลักฐานการแช็ตพูดคุย ทั้งนี้เพราะยาเสพติดที่ประเทศจีนมีราคาแพงและมีอัตราโทษสูง หากใครต้องการเสพยาจึงจะมุ่งมาที่ประเทศไทย

นายชูวิทย์กล่าวอีกว่า รองผกก.สน.ยานนาวา ยังขี่จักรยานยนต์พานายเดวิด ฮอว์ ตัวการคนสำคัญในการนำยาเสพติดมาขายไปส่งศาลฝากขังก่อนนายเดวิดยื่นขอประกันตัว แทนที่ รอง ผกก.นายนี้จะพาไปส่งที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อฝากขังตามขั้นตอน กลับพาไปปล่อยกลางทางทำให้นายเดวิดขึ้นเครื่องบินหลบหนีออกนอกประเทศพร้อมหลานนายตู้ห่าว ขณะที่รองผกก.จราจร สน.ลาดพร้าว และ ลูกน้องให้การช่วยเหลือครั้งนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากบันทึกการจับกุมที่ปรากฏชื่อ รอง ผบก.น.6 นายหนึ่ง อ้างว่าไม่สามารถเปิดรถยนต์ตรวจยึดจากการขยายผลจับกุมเครือข่ายผับจินหลิง อ้างว่าไม่มีกุญแจรถ ภายในรถทั้งหมด 4 คัน มีทั้งยาเสพติดและเงินสดอยู่ เช่นเดียวกับเครื่องบินส่วนตัวที่ใช้ขนยาเสพติดที่ตรวจสอบล่าช้าจนไม่เหลืออะไรบนเครื่องบิน การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยการฟอกเงินของจีนเทาและยังใช้วิธีการถือหุ้นไทย ซื้อรถหรู นาฬิกา ซื้อบ้าน และคอนโดมิเนียม ที่สามารถนำไปขายต่อได้ และยังมอบรถฉุกเฉินสำหรับศูนย์ส่งกลับ ร.พ.ตำรวจ มูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ด้วย

“นอกจากนี้ยังมีขบวนการอุ้มท้องซื้อพ่อ กรณีสามีภรรยาเป็นชาวจีนจะซื้อสัญชาติจากพ่อชาวไทยที่เป็นนอมินีเพื่อฝากครรภ์ที่ ร.พ.เอกชน ให้เด็กเกิดมาได้สัญชาติไทย เมื่ออายุครบ 7 ปี เด็กทำบัตรประชาชนเพื่อพ่อแม่ชาวจีนจะซื้อบ้านและทรัพย์สินต่างๆ โดยอ้างเป็นการซื้อให้ลูกได้ จากนั้นเมื่ออายุ 13 ปี สามารถจัดตั้งบริษัทถือหุ้นบริษัทได้ 51% ซื้อที่ดินและได้กรรมสิทธิ์อื่นๆ ที่บริษัทต่างชาติทำไม่ได้ ถือเป็นการวางแผนระยะยาวยิ่งกว่าการซื้อหุ้นไทย จากนี้ผมจะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือขบวนการจีนสีเทา พร้อมจะขอเสนอตัวเอง ต่อ ผบ.ตร.เพื่อเป็นพยานชี้เบาะแสในคดีนี้ทั้งหมด” นายชูวิทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะมีการตั้งค่าหัวสั่งเก็บ หลังออกมาเปิดโปงขบวนการจีนเทา นายชูวิทย์เปิดแช็ตจากโทรศัพท์มือถือ พร้อมระบุว่า สั่งเก็บกันเรียบร้อย เดี๋ยวข่าวก็เงียบ เตรียมงบสำหรับปฏิบัติการเรื่องนี้ไว้ 500 ล้าน ยืนยันว่ามีจริงแน่นอนทุกอย่าง แต่ไม่ใช่เงินที่สั่งมายิง แต่เป็นเงินสำหรับปฏิบัติการเรื่องคดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน