สารภาพ-ไร้งาน ไม่มีเงินซื้อเสื้อ
จนมุมแล้วตีนแมวสาวทูพีซ ที่ฮือฮาในโลกโซเชี่ยลเชียงใหม่ หลังเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่สารภี โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดช่วงเกิดเหตุ ตร.ช้างเผือกบุกรวบ คาโรงแรม หลังพบรูปพรรณ-การแต่งกายตรงกับคนร้ายในพื้นที่ สอบสวนรับสารภาพอ้างตกงานต้องหาเงินใช้จ่าย ตระเวนไปเรื่อยไม่ได้เจาะจงเป้าหมาย สบโอกาสที่ไหนก็ลงมือทันที ส่วนเหตุที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นย่องเบา เพราะมีอยู่แค่นั้นไร้เงินซื้อเสื้อผ้าเพิ่ม ตร.เร่งสอบประวัติทางจิตเหตุขณะให้ปากคำมีอาการเลื่อนลอย แต่ตรวจแล้วไร้สารเสพติดในกระแสเลือด
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พร้อมพ.ต.ท.กรณ์ ศศิมณฑา รองผกก.สอบสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับน.ส.สุพรรณี อุประเสน อายุ 36 ปี ชาว อ.พาน จ.เชียงราย ผู้ต้องหาก่อเหตุสวมเสื้อ ชั้นในและกระโปรงสั้นสีแดงปีนรั้วเข้าไป ลักทรัพย์ร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งใน ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนพบรูปพรรณและการแต่งกายขณะก่อเหตุตรงกับคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์บ้านประชาชนริมถนนโชตนาซอย 8 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนหน้านี้ จึงสืบสวนตามหาเบาะแสก่อนบุกจับตัวที่ห้องพักไม่มีเลขที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในต.ช้างเผือก เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา
จากการสอบปากคำพบผู้ต้องหามีลักษณะเลื่อนลอย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาอีกครั้ง ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ ก่อเหตุลักทรัพย์ในท้องที่ สภ.ช้างเผือก เท่านั้น ทางเราก็จับกุมได้ในเขตท้องที่ สภ.ช้างเผือก ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยมาเป็นโทรศัพท์มือถือนำไปขายแล้ว ส่วนนำไปขายที่ไหนอย่างไร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะไปขยายผลติดตามทรัพย์สินมาคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป ส่วนที่ สภ.สารภี สารภาพว่าปีนรั้วประตูเข้าไป แต่ไม่ได้ทรัพย์สินแต่อย่างใด
พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เผยว่า ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือดี แต่การสอบปากคำการให้ปากคำดูแล้วยังไม่ปกติ ผู้ต้องหาอ้างว่าเนื่องจากช่วงนี้ยังไม่มีงานทำไม่มีเงินใช้จ่าย เดินผ่านไปประสบก็ก่อเหตุ เห็นช่องทางสะดวกก็บุกรุกเข้าไปลักทรัพย์ ผู้ต้องหาบอกว่าทรัพย์สินที่ได้ขโมยมาเอาไปขาย นำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนญาติพี่น้องเขาไม่ประสงค์แจ้งว่า ญาติพี่น้องเขามีใครอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่เจ้าหน้าที่จะพยายามติดต่อญาติพี่น้องของเรามาเพื่อรับทราบและมาดูแลกันต่อไป
ส่วนกรณีทำไมต้องใส่ทูพีซในการก่อเหตุ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้า ไม่มีเสื้อผ้า และใส่ชุดแบบนี้เป็นประจำ เท่าที่สอบปากคำ ผู้ต้องหาเพิ่งเริ่มมาก่อเหตุในช่วงนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งทั้งในเรื่องของการลักทรัพย์และในเรื่องของยาเสพติด การตรวจสอบสารเสพติดในตัวผู้ต้องหาไม่พบ

โจรทูพีซ – ตำรวจสภ.ช้างเผือกจับตัวน.ส.สุพรรณี อุประเสน อายุ 36 ปี ใส่ชุดทูพีซปีนเข้าไปลักทรัพย์ทั่วเมืองเชียงใหม่ มีภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน โดยผู้ต้องหาบอกใส่ชุดนี้เป็นประจำเพราะไม่มีเงินซื้อชุดใหม่ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.
สำหรับคดีดังกล่าวเป็นข่าวดังในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเจ้าของร้ายขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ในอ.สารภี นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านออกมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา บันทึกภาพคนร้ายคล้ายหญิงแต่งกายสวมชุดชั้นในทูพีซสีน้ำเงิน กางเกงลายสีน้ำตาล ปีนรั้วเข้าไปในร้านก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูบ้านชั้นล่างแต่ประตูล็อกเปิดไม่ได้ หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินสำรวจรอบบริเวณบ้านหาทรัพย์สิน ก่อนที่จะเดินมายังประตูอีกรอบหนึ่งแล้วเขย่าประตูไม้ได้แต่ติดประตูเหล็กดัดอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นเดินไปยังหน้าต่างด้านหน้าเพื่อหาทางเข้าบ้านเปิดเข้าไป แต่มีเหล็กดัดทำให้เข้าไม่ได้ ต้องเดินวนเวียนประมาณ 30 นาที จึงปีนรั้วหนีออกไป
เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่เกิดเหตุ เผยว่า เริ่มจากที่วันเสาร์ตอนเย็นมีคนร้ายปีนรั้วเข้ามาด้านหลังโกดังรื้อค้นทรัพย์สินแต่ไม่สามารถเอาทรัพย์สินอะไรออกไปได้ ช่วงเกิดเหตุไม่ทราบว่ามีคนร้ายมาปีนรั้วขโมยทรัพย์สิน โดยมาทราบในเช้าวันอาทิตย์ แต่สามารถเปิดกล้องดูได้ตอนเช้าวันจันทร์ หลังจากนั้นมาคุยกับลูกน้องในร้านเพื่อให้ชัดเจนก่อนซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไล่กล้องดูนั้นดูแต่ หลังเที่ยงคืนไม่เจอมาเจออีกที่ตกใจเป็นเวลา 18.00 น. ก็ตกใจเพราะคนร้ายปกติจะก่อเหตุในตอนกลางคืน แต่รายนี้ลงมือตั้งแต่ช่วงเย็น
ประกอบกับละแวกร้านเย็นวันที่คนร้าย ก่อเหตุ บริเวณหน้าร้านถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน มีการปิดถนนเป็นถนนคนเดินมีผู้คนพลุกพล่านไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้าลงมือ โชคดีไม่มีทรัพย์สินเสียหาย แต่ที่ตกใจไปกว่านั้นคือคนร้ายแต่งกายลักษณะทูพีซ ที่ผ่านมาย่านนี้ตั้งแต่ตนเปิดร้านมาไม่เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาก่อน และมองว่าคนที่มาก่อเหตุน่าจะเป็นคนร้ายปกติทั่วไป ไม่น่าจะใช่คนวิกลจริตเพราะดูจากกล้องแล้ว รื้อค้นมองหาช่องทางเข้าไปในบ้านเพื่อขโมยของเหมือนมืออาชีพมาดูลาดเลาไว้ก่อนแล้ว ทำให้เลือกช่วงเวลาที่ก่อเหตุตอนที่ไม่มีใครอยู่ในบ้าน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ครั้งนี้จะไม่มีทรัพย์สินภายในร้านและบ้านหายไป แต่นำคลิปมาโพสต์ลงโซเชี่ยลเพื่อเป็นการเตือนภัยให้ ชาวบ้านทั่วไปรับทราบ