เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา พระพรหม จริยาจารย์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ
มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ สุวิธานศาสนกิจโกศล วิมลสีลาจารนิวิฐ วิจิตรธรรมปสาทกร สุนทรทักษิณคณมหานายก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี” สถิต ณ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จังหวัด ตรัง มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.2565 ประกาศ ณ วันที่ 14 พ.ย.2565
สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ (สงัด ปัญญาวุโธ) พระเถระอีกรูปที่สร้างคุณูปการต่อวงการสงฆ์แดนใต้ อย่างอเนกอนันต์
ปัจจุบัน สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74 ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะใหญ่หนใต้, ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาส วัดกะพังสุรินทร์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง
มีนามเดิมว่า สงัด ลิ่มไทย เกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2471 ที่บ้านหนองไทร ต.นาโยง เหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง บิดา-มารดา ชื่อ นายเปลี่ยน และนางทองอ่อน ลิ่มไทย
ช่วงวัยเยาว์ จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนเพาะปัญญา
พ.ศ.2483 บรรพชาที่วัดมงคลสถาน อ.นาโยง จ.ตรัง มีพระครูวิบูลย์ศีลวัตร (แดง) วัดนิคมประทีป อ.เมือง จ.ตรัง เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้น ย้ายมาอยู่ที่วัดจอมไตร อ.นาโยง จ.ตรัง เพื่อศึกษา พระปริยัติธรรม พ.ศ.2486 สอบได้นักธรรมชั้นตรี พ.ศ.2487 สอบนักธรรมชั้นโท-เอก ตามลำดับ ที่สำนักเรียนวัดควนวิเศษ อ.เมือง จ.ตรัง
ด้วยความมุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี จึงย้ายไปที่วัดคูหาสวรรค์ จ.พัทลุง จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค
พ.ศ.2491 เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดจอมไตร อ.นาโยง จ.ตรัง มีพระครูสังวรโกวิท เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพิบูลธรรมสาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระผุด มหาวีโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ.2492-2494 สอบได้เปรียญธรรม 4-5-6 ตามลำดับ ย้ายมาอยู่ที่วัดกะพังสุรินทร์ พ.ศ.2504 สอบเปรียญธรรม 7 ประโยค
ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ ในยุคนั้น มอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาส ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ พ.ศ.2514 ได้รับ แต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านโพธิ์ พ.ศ.2527 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดตรัง พ.ศ.2541 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค 18
พ.ศ.2549 เป็นเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง พ.ศ.2550 เป็นเจ้าคณะใหญ่หนใต้
พ.ศ.2562 เป็นที่ปรึกษามหาเถรสมาคม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระปิฎกคุณาภรณ์ พ.ศ.2527 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชปริยัติยาภรณ์ พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวิมลเมธี
พ.ศ.2541 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมรัตนากร
พ.ศ.2550 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมจริยาจารย์
ล่าสุด พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้น เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ในราชทินนามที่ สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์
เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดตรังและภาคใต้ ที่พุทธศาสนิกชน ให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง
ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาพระปริยัติธรรมยิ่งนัก สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีอย่างต่อเนื่องกันมาในทุกปีอีกด้วย รวมถึงการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในโอกาสต่างๆ เช่น เมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ก็ได้รวบรวมทุนทรัพย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
อบรมพระในปกครองอยู่เสมอว่า “ในการทำงานจะต้องไม่กลัวผิดพลาด แต่จะต้องตั้งใจทำงานนั้นให้ดีที่สุด และจะต้องไม่ตื่นเต้นเมื่อเกิดการผิดพลาด โดยพร้อมที่จะแก้ไขอยู่ตลอดเวลา” ชีวิต ประสบการณ์ และปฏิปทาที่ผ่านมายาวนาน ควรที่สาธุชนทั่วไป จะยึดถือเป็นทิฏฐานุคติเป็นแบบอย่าง