ยื่นเรื่องเจ้าคณะอำเภอ เจ้าตัวแจงโกนแล้วป่วย
พศจ.ศรีสะเกษ ประสานเจ้าคณะอำเภอขุนหาญ เร่งตรวจสอบหลวงปู่เคราเงิน หลังเจ้าตัวยืนยันไม่โกนเครา เพราะได้ลั่นสัจวาจาไว้ อีกทั้งหากโกนออกจะไม่สบาย รับทราบเรื่องตั้งแต่ปี 2564 แจ้งให้ดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ระบุเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะปกครอง อาจถึงขั้นกล่าวตักเตือน หรือดำเนินการตามความเหมาะสม ขณะที่ ชาวบ้านระบุไม่พบพฤติกรรมเสียหายอื่น ยังคงเคารพศรัทธาเหมือนเดิม
วันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี หลวงพ่อพรชัย พุทธสาโร เจ้าสำนักสงฆ์น้ำย้อย ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ไว้เครายาวมากถึงตัก เคราจะเป็นสีเงิน และมัดม้วนรวมกันยาวลงมา และยังประกอบ ศาสนพิธีตามกิจของสงฆ์ตามปกติเช่นเดียวกับพระสงฆ์ทั่วไป โดยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานนี้ พากันมา กราบไหว้ด้วยความเคารพศรัทธา และพากันขนานนามท่านหลวงพ่อพรชัยว่า หลวงปู่เคราเงิน ซึ่งหลวงพ่อพรชัย พุทธสาโร บอกว่า การที่ไม่โกนเครานั้น เนื่องจากได้ให้สัจวาจากับครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือที่ได้ยินมา ซึ่งการไว้เครานี้ไม่ได้ทำอะไรให้พุทธศาสนาเสียหาย และก่อนหน้านี้เคยเอาเคราออกนิดหนึ่งปรากฏว่าทำให้ป่วยสามวัน จึงไม่แตะต้องเคราอีกเลย
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางวิมลพรรณ พงษ์ภา นักวิชาการศาสนา ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เรื่องนี้เมื่อประมาณปี 2564 มีสำนักข่าวไปลงคลิปของพระรูปนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษก็ได้ประสานงานไปทางคณะ ผู้ปกครองสงฆ์ แต่งตั้งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งในวันเวลา ดังกล่าวทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษก็ลงไปสังเกตการณ์ด้วย แต่ไม่พบตัวท่าน ทราบว่าท่านรับกิจนิมนต์ไปต่างจังหวัด เลยลงพื้นที่ไปที่สำนักงานคณะเจ้าคณะตำบลบักดอง ทางคณะสงฆ์ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้วว่า ให้ท่านปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ซึ่งเมื่อมีข่าวนี้ขึ้นมาอีก ตนก็ได้ประสานงานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์อีกครั้งหนึ่งแล้วเพื่อให้ขอให้ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้

เคราเงิน – พระพรชัย พุทธสาโร หรือหลวงปู่เคราเงิน เจ้าสำนักสงฆ์น้ำย้อย ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ไว้หนวดเครายาว ออกปฏิบัติศาสนกิจเหมือน พระสงฆ์ปกติ ล่าสุดสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ประสานเจ้าคณะปกครองสอบ พระธรรมวินัย
นางวิมลพรรณกล่าวต่อไปว่า ส่วนการที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สั่งการลงมาให้ตรวจสอบเรื่องนี้นั้น ตนจะต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่หน้าที่ ซึ่งเราไม่มีอำนาจหน้าที่ในการไปตรวจสอบ แต่ว่าจะต้องประสานงานไปทาง เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์เพื่อขอให้ดำเนินการในเรื่องนี้ โดยได้ประสานเจ้าคณะอำเภอขุนหาญคือพระครูศรีโพธาลังการ เพื่อขอให้ดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่ หากว่าท่านไม่ยอมโกนเคราโกนผม ก็คงจะต้องดำเนินการตามวินัยสงฆ์ ก็อาจจะเป็นการว่ากล่าวตักเตือนซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะสงฆ์
“ฝากขอความเมตตาไปถึงหลวงพ่อ พรชัยว่า ขอความเมตตาจากท่านขอให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ก็คงฝากได้เท่านี้ เนื่องจากว่าอำนาจหน้าที่เป็นของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบลตามลำดับ ซึ่งเรื่องนี้คณะสงฆ์ได้เคยว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ส่วนการที่ท่านอ้างว่า หากโกนผมแล้วจะทำให้ป่วยนั้น เราก็ยังไม่เห็นว่าท่านโกนผมโกนเคราแล้ว จะป่วยแต่อย่างใดหรือว่าไม่สบายแต่อย่างใด เพราะเรายังไม่ทราบว่าท่านเป็นตามที่ท่านกล่าวอ้างจริงหรือเปล่า เพราะว่าตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้วก็เหมือนกับว่าท่านยังไม่ยอมที่จะโกนผมโกนเครา ซึ่งเรื่องนี้ได้ประสานงานให้ คณะสงฆ์อำเภอขุนหาญและเจ้าคณะ ตำบลบักดองได้ดำเนินการต่อไปแล้ว” นางวิมลพรรณกล่าว