ภท.ปลื้มวันชัยอวย‘หนู’ พท.ขู่สส.เก่าสอบตกอื้อ ปชป.เชื่อเลือดหยุดแล้ว ‘สนธิรัตน์’โต้สอท.ร้าว

นิด้าโพลชี้ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ ‘บิ๊กตู่’ ยุบสภา ภายในเดือนธ.ค. ไม่ปลื้มผลงานสภา ทะเลาะกันบ่อย องค์ประชุมล่มถี่ยิบ โฆษกภูมิใจไทย โวมีส.ส.ล็อตใหม่จ่อย้ายซบ ขออุบตัวเลขไว้ก่อน ปลื้มส.ว. วันชัย อวย ‘อนุทิน’ นายกฯ ด้านจุรินทร์ตีกันสูตรตั้งรัฐบาลของ พปชร. ชี้คนจะเป็นนายกฯ ต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ด้วย ไม่เช่นนั้นตั้งรัฐบาลทำงานไม่ได้ มั่นใจปชป.เลือดหยุดไหลแล้ว เพื่อไทยแซะ ‘เสี่ยหนู’ ดูดไปเยอะ แต่คะแนนอาจไม่พอตั้งรัฐบาล ‘พิธา’ นำทัพก้าวไกลบุกชายแดนใต้ เปิดนโยบายสันติภาพก้าวหน้า ‘สนธิรัตน์’ ฟุ้งพรรคสร้างอนาคตไทยมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุด ลุยปักธงอีสาน ‘บิ๊กป้อม’ ส่ง ‘ธรรมนัส’ ตัวแทนพบเครือข่ายอีสาน แก้ที่ดินทำกิน

ภท.กั๊กจำนวนส.ส.ล็อตใหม่ย้ายซบ
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะมีส.ส.อีกหนึ่งล็อตลาออกจากพรรคอื่นมาอยู่กับพรรค ภท.ว่า ขณะนี้น่าจะอยู่ในกระบวนการการ เตรียมการ คิดว่าคงมีอีกจำนวนหนึ่ง แต่อย่าเพิ่งบอกตัวเลขเลยดีกว่า ซึ่งเป็นส.ส.ที่มาจากหลากหลายพรรค ทั้งนี้ หากถามว่าเรามีความพร้อมในการเลือกตั้งมากน้อยแค่นั้นไหน เราตั้งเป้าว่าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต แต่ล่าสุดเรามีผู้สมัครยังไม่ครบทั้ง 400 เขต ฉะนั้น ความพร้อมในด้านนี้ยังไม่สมบูรณ์ เต็มที่แต่เราจะพยายามให้ครบทั้ง 400 เขต

อวย‘อนุทิน’มีสิทธิ์นั่งนายกฯ
ส่วนความพร้อมด้านนโยบาย เราจะพยายามทยอยออกมาและคิดว่าจะเป็นนโยบายที่โดนใจประชาชน สำหรับตัว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น เราจะเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคเพียงชื่อเดียว

เมื่อถามถึงนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะฟันธงพรรค ภท.ได้เป็นรัฐบาลแน่ พร้อมบอกว่านายอนุทินมีสิทธิ์ นั่งนายกฯ เพราะรู้จักประนอมอำนาจ มองอย่างไร นายภราดรกล่าวว่า ต้องขอบคุณในความปรารถนาดี นายอนุทินก็มีความพร้อมที่จะดำรงตำแหน่ง แต่สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนว่าจะให้โอกาสพรรค ภท.มากน้อยแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเลข

อู๊ดด้าชี้สส.แห่ออก-ไม่ต้องยุบสภา
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่จ.เชียงใหม่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีส.ส.ทยอยลาออกจำนวนมากจะเป็นแรงกดดันให้นายกฯ ยุบสภาว่า การยุบสภาขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสมมากกว่า เพราะการที่มีส.ส.จำนวนหนึ่งลาออกยังไม่เคยปรากฏชัดว่าจะมีผลกดดันให้ยุบสภา แม้บางยุคเคยมีการลาออกเหมือนกัน แต่รัฐบาลก็ทำหน้าที่ทั้ง ในการบริหารและในสภาต่อไปได้ เรียกว่าเกือบจะครบเทอม เหลือเพียงสัปดาห์นิดๆ ก็ยุบสภา ซึ่งไม่ได้ยุบเพราะเหตุนี้ แต่ยุบเพราะนายชวน หลีกภัย นายกฯ ขณะนั้นได้สัญญาว่าจะไม่อยู่ครบเทอม ฉะนั้น ไม่ได้หมายความว่าถ้าจะมีส.ส.กดดันด้วยการลาออกเพื่อให้ ยุบสภาต้องมีการยุบสภาเสมอไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเหมาะสมของแต่ละกรณีมากกว่า

ยันลูกพรรคยังมั่นคงเหนียวแน่น
เมื่อถามว่าพรรค ปชป.ได้ประเมินเสียงส.ส.ในสภาหรือไม่ว่ายังมีเสียงข้างมาก สามารถทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติไปได้ นาย จุรินทร์กล่าวว่า เวลานี้รัฐบาลยังมีเสียงมากกว่า

ต่อข้อถามว่ามีสัญญาณภายในพรรค หรือไม่ว่าจะมีส.ส.ของพรรคย้ายออกไปอีก นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณ มีแต่มาเล่าให้ฟังว่ามีคนนั้นคนนี้จะมาดูด แต่ตอนนี้ส.ส.ทั้งหมดก็ยังมั่นคง เหนียวแน่นอยู่กับพรรค

ชี้นายกฯ ต้องมีเสียงข้างมากในสภา
ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พูดถึงสูตรการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะรวบรวมเสียงส.ส.กับส.ว.ให้ได้เกิน 375 เสียง เพื่อผลักดันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นนายกฯ นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ประชาชนให้คำตอบก่อน ต้องมีผลเลือกตั้งปรากฏออกมาก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าประชาชนให้การสนับสนุนพรรคไหนเป็นจำนวนเท่าไหร่ และพรรคต่างๆ รวมกันแล้วใครได้เสียงข้างมากจึงจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล กรณีที่จะรวมเสียงทั้งส.ส.และส.ว.ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ หากมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภารวมกันสำหรับการเลือกนายกฯ

“ในการบริหารราชการแผ่นดินตามความเป็นจริงนั้น อย่างน้อยที่สุดคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องได้เสียงจาก ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยการบริหารจะไปต่อไม่ได้ จึงไม่ได้อยู่ที่เงื่อนไขเดียวว่าได้เสียงส.ส.-ส.ว.เกินครึ่งหรือไม่ แต่จะต้องมีเสียงในสภาเกินครึ่งด้วย ไม่อย่างนั้นก็บริหารไม่ได้ เป็นนายกฯ ได้อย่างเดียว รัฐบาลก็ไปต่อไม่ได้” นาย จุรินทร์กล่าว

ชทพ.เฟ้นผู้สมัคร-เข็ดปัญหามุ้ง
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรค พร้อมผู้บริหารพรรค จะร่วมเปิดตัวสมาชิกใหม่ ที่ตัดสินใจย้ายมาร่วมงานทางการเมืองกับพรรค ในวันที่ 19 ธ.ค. เวลา 11.00 น. โดยเป้าหมายในการเลือกตั้งที่กำหนดว่าต้องได้ส.ส.เกิน 25 ที่นั่งขึ้นไปนั้น ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างการหาตัว ผู้สมัครที่มีดีเอ็นเอตรงกันกับพรรค ทั้งด้านการทำงานเพื่อประชาชนและแก้ปัญหา

“ที่ผ่านมาพรรคเคยมีประสบการณ์ต่อการระดมนักการเมืองเข้ามาในพรรคให้ได้มากที่สุด แต่กลับพบว่าการสร้างมุ้งภายในพรรรค ทำให้พรรคแตกในท้ายที่สุด ดังนั้น การทำงานของพรรคต่อจากนี้คือ การหาสมาชิกพรรคที่มีคุณภาพ ทำงานร่วมกันได้ และการส่งผู้สมัครนั้น จะพิจารณาถึงคนที่มีความพร้อม” นายนิกรกล่าว

นายนิกรกล่าวว่า ส่วนการขับเคลื่อนนโยบาย ต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านต่างๆ ร่วมทำงาน โดยจะวางตัวให้เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย ส่วนนโยบายสำคัญของพรรคที่จะผลักดันในการเลือกตั้งคือนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านการเมืองคือ การแก้รัฐธรรมนูญโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม นโยบายด้านเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก ทั้งนี้ วันที่ 20 ธ.ค. จะมีข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับนโยบายของพรรค

‘นิกร’หนุนร่างแก้รธน.เพื่อไทย
นายนิกรกล่าวถึงพรรคเพื่อไทย เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นการเสนอชื่อ บุคคลให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกเป็น นายกฯ และตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ว่า หากเสนอให้รัฐสภาพิจารณาทัน ตนพร้อมจะลงมติสนับสนุน แต่กังวลว่าจะทำได้เพียงเสนอ แต่ไม่สำเร็จ ส่วนหนึ่งเพราะเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญทำให้แก้ไขได้ยาก ต้องมีเสียงส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงร่วมเห็นชอบด้วย

นายนิกรกล่าวว่า ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคกำหนดไว้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งกับประชาชน เพื่อให้เป็น พลังสนับสนุนให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้สำเร็จ โดยประเด็นที่พรรคจะขับเคลื่อนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนมีส่วนร่วมยกร่าง และประเด็นที่พรรคเพื่อไทยเสนอนั้น ถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องแก้ไขด้วย เช่นกัน

“ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยเสนอ เพื่อบอกกับประชาชนไว้ในช่วงเลือกตั้ง แต่อาจหวังผลไม่ได้ สู้ประกาศแล้วให้ประชาชนสนับ สนุน เพื่อเป็นพลังที่นำไปสู่การแก้ไขทั้งฉบับ” นายนิกรกล่าว

ลุยแปดริ้ว – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ชี้แจงนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้าพร้อมรับฟังปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการเช่าพื้นที่เพื่อค้าขาย ที่ตลาดนัดเคหะบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

ก.ก.บุกยะลาชู‘สันติภาพก้าวหน้า’
เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ลานไดโนเสาร์ สนามช้างเผือก เทศบาลนครยะลา จ.ยะลา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมด้วยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายรอมฎอน ปันจอร์ คณะทำงานยุทธศาสตร์และนโยบายชายแดนใต้/ปาตานี เปิดเวทีปราศรัย เปิดนโยบายสันติภาพก้าวหน้า และนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้า เช่น เงินผู้สูงอายุ 3,000 บาทถ้วนหน้า เบี้ยเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน รวมถึงนโยบายด้านค่าแรงและการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ค่าแรง 450 บาททันทีในปี 2566 ให้ SMEs นำค่าแรงมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า เป็นต้น พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. ได้แก่ นายอันวาร์ อุเซ็ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ยะลา นายณรงค์ อาแว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ยะลา และนายอารีฟีน โสะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ปัตตานี

พท.เย้ย‘หนู’แต้มไม่พอตั้งรบ.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคไม่ได้หวั่นไหวที่พรรคภูมิใจไทย กวาดส.ส.พรรคต่างๆ เข้าสังกัดได้จำนวนมาก ไม่กระทบกับการทำแลนด์สไลด์ของพรรค เพราะประชาชนรู้ดีว่า คนที่ย้ายไปพรรค ภท.ด้วยสาเหตุใด ทั้งนี้ ตนยังมั่นใจนโยบายของพรรค พท.จะโดนใจ ตอบโจทย์การแก้ปัญหาประชาชนได้มากกว่า จึงขอให้ไปวัดกันในสนามเลือกตั้ง เพราะคนที่ย้ายไปอาจสอบตกก็ได้ ไม่ได้หมายความว่า เข้าไป 100 จะได้ยกร้อย เพราะสถิติการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะมีส.ส.เก่าสอบตก 30-35% จึงไม่ได้การันตีคนที่ย้ายมาจะชนะเลือกตั้งทุกคน คำตอบอยู่คูหาเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. มีดีพอจะได้เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ถึงจะมีส.ส.ย้ายเข้าพรรค ภท.จำนวนมาก แต่เชื่อว่าคงได้คะแนนจากประชาชนไม่มากพอได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คงทำได้แค่ประกาศศักดาว่ามีส.ส.ย้ายไปอยู่ด้วยมากเท่านั้น และไม่ได้หมายความจะชนะเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม พรรค พท.ก็ต้องทำงานหนักขึ้น

สนธิรัตน์นำสอท.ลุยปักธงอีสาน
ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ประชุมร่วมกับผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในภาคอีสาน และแกนนำในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวเกี่ยวกับพรรคมาก แต่ยืนยันว่าข่าวลือไม่เป็นความจริง เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ต้องยอมรับว่าการเมืองครั้งนี้ดุเดือด ลุยกันหนักมาก ใช้ทุกวิธี ทั้งบนดินและใต้ดิน และภาพรวมการเมืองทั้งประเทศเลวร้าย แต่ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าพรรคมีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน ต้องการเห็นทุกคนได้เป็นส.ส. และย้ำว่าพรรคมุ่งมั่นทำงาน และจะเดินตามเป้าหมายต่อ เพราะเชื่อว่าพรรคมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแรงที่สุดที่คนอื่นไม่มี นี่คือหัวใจของพรรค และจะลงลึกเรื่องการทำงานในรายเขต ตั้งคณะทำงานส่วนกลาง และคณะทำงานในพื้นที่ เพื่อร่วมวิเคราะห์รายเขตร่วมกัน เราจะปรับการทำงานใหม่หมด ขออย่าหวั่นไหว เพราะเป้าหมายคือสนับสนุนทุกคนที่มีโอกาสให้ได้เป็น ส.ส.ได้มากที่สุด

ขอเป็นทางเลือกของประชาชน
จากนั้นนายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องกฎหมายเลือกตั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองค่อนข้างมาก จึงมาพบผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครส.ส. เพื่อชี้แจงแนวทางการทำงานในพื้นที่ และพรรคจะเป็นความหวังของคนภาคอีสาน โดยปรับยุทธศาสตร์ให้ลึกลงไป ส่วนกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ไม่ใช่แค่พรรคสอท.พรรคเดียว แต่มีกระแสเกือบทุกพรรค เวลานี้การเมืองมีความวุ่นวายและเปลี่ยนแปลงสูงมาก แต่คิดว่าเป็นโอกาสดีของพรรคที่จะเป็นพรรคทางเลือก เป็นความหวังให้ประชาชน เรามีตัวบุคคลที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะแก้ปัญหาได้ มีผู้บริหารของพรรคที่มีความสามารถ แก้ปัญหาเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ และจะเป็นพรรคน้ำดี ที่มีประชาชนเป็นตัวตั้งและจะช่วยประชาชน แก้ปัญหา ไม่ใช่การเมืองเพื่ออำนาจ หรือเพื่อตำแหน่งอย่างเดียวเท่านั้น

โพลชี้พอใจผลงานชวน-ไม่ปลื้มสภา
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “ผลงานสภาผู้แทนราษฎร” สำรวจระหว่างวันที่ 14-16 ธ.ค. จากประชาชนจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของ ส.ส.ในรอบเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 31.98 ไม่ค่อยพอใจ เพราะการประชุมส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการทะเลาะกัน และส.ส.เข้าร่วมประชุมน้อย ร้อยละ 30.46 ค่อนข้างพอใจ เพราะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน นำเสนอปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือ ร้อยละ 25.96 ไม่พอใจเลย เพราะสภาล่มบ่อยครั้ง และการทำงานยังไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 9.77 พอใจมากเพราะตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน และการพิจารณากฎหมายสำคัญๆ สำเร็จลุล่วง และร้อยละ 1.83 ไม่ทราบ

ความพึงพอใจต่อการทำงานของนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ร้อยละ 41.98 ค่อนข้างพอใจ เพราะเป็นคนมีเหตุผล สุขุม รอบคอบ และมีความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ร้อยละ 24.05 พอใจมาก เพราะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา

มีความยุติธรรม มีความรู้ความสามารถ และทำหน้าที่ได้ดี ร้อยละ 20.38 ไม่ค่อยพอใจ เพราะไม่ค่อยเป็นกลาง และขาดความเด็ดขาด ร้อยละ 11.76 ไม่พอใจเลย เพราะไม่เป็นกลาง และไม่สามารถควบคุมให้การประชุมสภาดำเนินไปอย่างเรียบร้อยได้ และร้อยละ 1.83 ไม่ทราบ

เจาะสงขลา – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค ร่วมงาน ‘งานดี มีเงิน ของไม่แพง รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจสงขลา’ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.สงขลาอย่างเป็นทางการ 4 เขตเลือกตั้ง ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่

จี้‘บิ๊กตู่’ยุบสภาภายในธ.ค.นี้
เมื่อถามถึงการประกาศยุบสภา ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม พบว่า ร้อยละ 43.13 นายกฯ ควรประกาศยุบสภาภายในเดือน ธ.ค.2565 ร้อยละ 33.82 นายกฯ ควรอยู่จนครบวาระของสภาในวันที่ 23 มี.ค.2566 ร้อยละ 12.37 นายกฯ ควรประกาศยุบสภาภายในเดือนม.ค.2566 ร้อยละ 3.74 นายกฯ ควรประกาศยุบสภาภายในเดือนก.พ.2566 ร้อยละ 2.82 นายกฯ ควรประกาศยุบสภา เพียงไม่กี่วันก่อนครบวาระสภา และร้อยละ 4.12 ไม่สนใจ

ซูเปอร์โพลชี้‘ภท.’เด่นสุดแห่งปี
นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ที่สุดแห่งปี สุดแห่งพรรคการเมือง” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,190 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 14-17 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยถามถึงพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมายาวนานที่สุด พบว่า ร้อยละ 56.3 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 20.4 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 18.9 พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 4.4 อื่นๆ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคก้าวไกล เป็นต้น

ส่วนพรรคที่ถูกคาดหวังให้ช่วยเหลือเกษตรกร 5 อันดับแรกที่มากสุดคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 43.0 รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 39.8 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 30.7 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 26.9 และพรรคก้าวไกล ร้อยละ 9.6

ที่น่าสนใจคือ ที่สุดภาพจำของประชาชนต่อพรรค ร้อยละ 72.7 ระบุพรรคภูมิใจไทย โดดเด่นบริหารจัดการวัคซีนโควิด ที่สถานีกลางบางซื่อ และมีผลงานโดดเด่นดูแลบุคลากรการแพทย์ อสม. ในระดับพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ร้อยละ 58.1 ระบุพรรคภูมิใจไทย รักชาติบ้านเมือง ปกป้องเชิดชูสถาบัน เสาหลักของชาติมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 43.9 ระบุ พรรคประชาธิปัตย์ ขวัญใจเกษตรกร ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต

พปชร.ขัดแย้งสูง-ส.ส.ย้ายออก
ที่น่าเป็นห่วงคือ พรรคที่มีความขัดแย้งสูงภายในพรรค ส.ส.หรือผู้แทนราษฎรย้ายออก ได้แก่ ร้อยละ 46.9 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 38.0 พรรคเพื่อไทย และร้อยละ 36.2 พรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม พรรคที่ ส.ส. หรือผู้แทนราษฎร ย้ายเข้ามากสุดได้แก่ ร้อยละ 54.9 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 41.4 พรรคเพื่อไทย และร้อยละ 40.6 พรรคพลังประชารัฐ

ที่น่าสนใจคือ ผู้นำพรรคที่ประชาชนวางใจเป็นมือแก้ปัญหาปากท้อง รายได้และหนี้สินของประชาชนได้คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 61.4 รองลงมาคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 38.8 และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 35.8

‘บิ๊กตู่’ปลื้มเศรษฐกิจไทยโตพุ่ง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ไตรมาสที่ 3/2565 โดยธนาคารโลก (World Bank) ว่า รายงานระดับจีดีพี ขยายตัวถึงร้อยละ 4.5 สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และเกินจากที่คาดการณ์ไว้ มีปัจจัยสำคัญจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น หลังเปิดประเทศ และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล โดยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ยินดีต่อรายงานดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย สะท้อนผลสำเร็จจากนโยบายรัฐบาล รวมถึงการแก้ปัญหาได้ตรงจุด

นายอนุชากล่าวว่า รายงานดังกล่าวคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวร้อยละ 3.4 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 2.9 และคาดการณ์ว่าในปี 2566 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 3.6 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคการท่องเที่ยว การลงทุน การบริโภคของภาคเอกชนที่ฟื้นตัว และการจ้างงาน คาดว่าจะกลับสู่ระดับก่อนการระบาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

“นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ผลักดันภาคการท่องเที่ยว เพิ่มประสิทธิภาพนโยบายการคลัง และมุ่งช่วยเหลือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อกระตุ้น ฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นายกฯ เชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกันมั่นใจว่าไทยจะฟื้นตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน” นายอนุชากล่าว

ป้อมส่ง‘ธรรมนัส’พบเครือข่ายอีสาน
ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จ.นครราช สีมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย เป็นประธานพิธีเปิด การประชุมสามัญประจำปี สภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค. มีสมาชิก เครือข่ายประชาชนอีสาน ตัวแทนสภาประชาชน 4 ภาค เข้าร่วมจำนวนมาก

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวตอนหนึ่งว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตั้งใจและรับปากกับประชาชนว่าจะมาพบปะเยี่ยมเยือนและ รับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปแก้ไขก่อนที่รัฐบาลนี้จะครบวาระ แต่มีภารกิจด่วน ไม่สามารถมาได้ จึงสั่งการให้ตนให้มาเยี่ยมประชาชนและรับฟังปัญหาแทน เพื่อนำไปเสนอให้พล.อ.ประวิตรพิจารณาแก้ไขต่อไป โดยก่อนหน้านั้นได้ไปพบปะประชาชนภาคใต้ที่จ.กระบี่ ภาคกลางที่เพชรบุรี พบว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน นอกจากนี้ยังลงพื้นที่ติดตามแก้ผลกระทบจากโครงการเขื่อนราษีไศล ทราบว่าขณะนี้มีความคืบหน้า ต่อเนื่อง

“พล.อ.ประวิตรฝากความห่วงใยมายังประชาชนทุกคน รวมทั้งได้ติดตามเร่งรัด การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน หนี้สิน แหล่งน้ำ และการพัฒนาอาชีพภาคเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และแก้ไขให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีที่อยู่อาศัย และมีสิทธิทำหน้าที่ประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

โภคินชง 4 ข้อ-หยุดรัฐประหาร
ที่ห้องประชุมชั้น 1 โรงแรมนูโว สามเสนซอย 2 บางลำพู กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับเครือข่าย 30 องค์กรประชาธิปไตย จัดเสวนาร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หัวข้อ “สร้างสรรค์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อประชา ธิปไตยของประชาชน”

นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวตอนหนึ่งว่า การเมืองไทยวนเวียนในวงจรอุบาทว์ คือเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ สืบทอดอำนาจและเลือกตั้งใหม่ มีการใช้เงินใช้อิทธิพลและใช้อำนาจรัฐต่างๆ ดังนั้น จึงต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สร้างเครื่องมือให้ศาลจัดการพวกที่ยึดอำนาจและพวกกบฏ ขณะนี้ล่ารายชื่อประชาชนได้ 20,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดวงจรอุบาทว์ ประกอบด้วย 1.ต้องเขียนว่าการนิรโทษกรรมคณะรัฐประหารทำไม่ได้ 2.คนที่กระทำความผิดฐานล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ จะต้องรับโทษตามกฎหมาย 3.คดีไม่มีอายุความ และ 4.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นผู้เสียหาย

“เชื่อว่าผู้พิพากษาจำนวนไม่น้อยที่มีความเป็นประชาธิปไตย ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักนิติธรรม ผมอยากเห็นตรงนี้ เพราะถ้าทำแบบนี้คนที่คิดจะทำรัฐประหารต่อคงคิดหนัก เพราะมันไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน” นายโภคินกล่าว

สมชัยแนะพรรคลงสัตยาบันร่างรธน.
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เรื่องของรัฐธรรมนูญนั้นขึ้นอยู่กับว่าคนตีความหมาย หากตีความเข้าข่างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็จบกัน ทั้งนี้ การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญคือ ต้องขอสัตยาบันจากฝ่ายพรรคการเมือง เมื่อตั้งรัฐบาลต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที โดยประชาชน โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อย่าเพิ่งสนใจรัฐ ธรรมนูญมีหน้าตาอย่างไร แต่กระบวนการได้มาคือให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับต้องเกิดขึ้นให้ได้ก่อน หลังจากนั้นถ้าประชาชนเห็นว่าอะไรดี ประชาชนจะคิดเอง ส.ส.ร.จะคิดเองว่าเนื้อหาที่ถูกต้องเหมาะสมคืออะไร เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ตรวจรถฟรีก่อนเดินทางปีใหม่
วันที่ 18 ธ.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชนที่จะเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ ทางกรมการขนส่งทางบกร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จึงได้จัดกิจกรรมตรวจรถฟรีขับขี่ปลอดภัย เพื่อให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจยย.ก่อนเดินทางโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายรวมแล้วกว่า 20 รายการ เช่น การตรวจระบบเบรก สภาพยาง เครื่องยนต์ ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ ที่จะได้รับการดูแลจากช่างผู้ชำนาญงาน บางหน่วยงานยังมีบริการตรวจเช็กลูกหมากปีกนก ลูกปืนล้อ ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงท่อและข้อต่อน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้ยังให้ส่วนลดค่าอะไหล่บางรายการอีกด้วย

น.ส.ทิพานันกล่าวอีกว่า โครงการนี้ความร่วมมือภาคีเครือข่าย ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย สมาคมการค้าไทย-ยุโรป สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสถาบันยานยนต์ และบริษัทรถยนต์ต่างๆ ถือเป็นบริการดีจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงการดูแลสภาพรถก่อนเดินทางให้มีสภาพสมบูรณ์ พร้อมที่จะเดินทางระยะใกล้หรือไกลก็จะสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่น จึงขอเชิญชวนนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.

เตือนขายกระเช้าปีใหม่-คุณภาพ
วันที่ 18 ธ.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องด้วยเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ประชาชนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยจัดหาของขวัญมากขึ้น รัฐบาลขอเตือนผู้ประกอบการ หรือร้านค้าต่างๆ ให้จัดสินค้า โดยเฉพาะกระเช้า ปีใหม่ที่มีคุณภาพออกจำหน่ายแก่ประชาชน โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ จะลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมให้คำแนะนำในการเลือกซื้อแก่ประชาชนว่า จะต้องเลือกกระเช้าที่มีลักษณะห่อหุ้มในสภาพที่ดี มีฉลาก แสดงรายการผลิตภัณฑ์ รายละเอียด เช่น ประเภท ชนิดของผลิตภัณฑ์ วัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ พร้อมกันนี้ทางกรมการค้าภายในยังประสานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ส่งทีมสายตรวจเฉพาะกิจ ออกสำรวจราคาและคุณภาพกระเช้าของขวัญตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าด้วย

น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจจะออกติดตามตรวจสอบคุณภาพสินค้า ที่ห้างและร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ หากพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า และปฏิเสธการจำหน่าย ต้องโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนได้หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้า ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน