3เจ้าภาพร่วมรับไม้ต่อ เพิ่มโควตาเป็น48ทีม
บอลโลกปิดฉาก ส่งไม้ต่อแคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก เจ้าภาพร่วม ลุ้นกันใหม่ปี 2026 แถมเพิ่มเป็น 48 ทีม มีแมตช์ให้ตามเชียร์มากกว่า 80 เกม ชาติเอเชียได้เฮ โควตาเพิ่มเป็น 8 ทีม ‘ตาหมากรุก’โครเอเชีย เล่นได้สมราคารองแชมป์เก่าฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 แม้ว่าจะลงเล่นชิงอันดับ 3 แต่ยังไว้ลายความเฉียบขาด เมื่อเป็นฝ่ายเฉือนชนะโมร็อกโก ม้ามืดจากแอฟริกาแบบหวุดหวิด 2-1 โดย ยอสโก กวาร์ดิโอล และ มิสลาฟ ออร์ซิช เป็นฮีโร่ยิงคนละประตูให้ทัพโครแอต ส่วนอัชราฟ ดารี ยิงประตูโทนให้โมร็อกโกสร้างประวัติ ศาสตร์เป็นชาติแรกจากกาฬทวีปที่คว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ปิดฉากแล้ว ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในและนอกสนาม ก่อนส่งไม้ต่อให้กับ 3 ชาติจากทวีปอเมริกาเหนืออย่างสหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ที่จะรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วมจัดฟุตบอลโลก 2026 ช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. 2026 ทำสถิติเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วม 3 ชาติ

ลูกขึ้นนำ – ลิโอเนล เมสซี ซัลโวลูกจุดโทษไม่พลาดเป้า พาทีมอาร์เจนตินาขึ้นนำแชมป์เก่าฝรั่งเศสไปก่อน 1-0 โดยทั้งสองทีมต่างบุกใส่กันอย่างดุเดือดในนัดชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 ที่ลูเซล สเตเดียม เมื่อ 18 ธ.ค.
ล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศรายชื่อเมืองและสนามที่จะใช้แข่งขันในฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23 ในปี 2026 ออกมาแล้ว โดยมีทั้งหมด 16 เมือง 16 สนาม แบ่งเป็นสหรัฐอเมริกา 11 สนาม, เม็กซิโก 3 สนาม และแคนาดา 2 สนาม
ที่สหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ : เมตไลฟ์ สเตเดียม, ลอส แองเจลิส : โซไฟ สเตเดียม, ดัลลัส : เอทีแอนด์ทีสเตเดียม, ซานฟรานซิสโก : ลีวายส์ สเตเดียม, ไมอามี : ฮาร์ดร็อก สเตเดียม, แอตแลนตา : เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม, ซีแอตเทิล : ลูเมน ฟิลด์, ฮูสตัน : เอ็นอาร์จี สเตเดียม, ฟิลาเดลเฟีย : ลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์, แคนซัส ซิตี้ : แอร์โรว์เฮด สเตเดียม และบอสตัน : ยิลเลตต์ สเตเดียม
เม็กซิโก ประกอบด้วย เมืองกวาดาลาฮารา : เอสตาดิโอ อาครอน, มอนเตอร์เรย์ : เอสตาดิโอ บีบีวีเอ และเม็กซิโก ซิตี : เอสตาดิโอ อัซเตกา,
แคนาดา ประกอบด้วย นครโตรอนโต : บีเอ็มโอ ฟิลด์ และแวนคูเวอร์ : บีซี เพลส
นอกจากนั้นฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มทีมเข้ารอบสุดท้ายจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม โดยแต่ละทวีปจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องโควตาเข้ารอบสุดท้ายเพิ่มขึ้นทั้งหมด โดยโซนเอเชียจะเพิ่มจาก 4.5 ทีม เป็น 8 ทีม, โซนแอฟริกา จาก 5 ทีม เป็น 9 ทีม, โซนคอน คาเคฟ จาก 3.5 ทีม เป็น 6 ทีม รวมเจ้าภาพ, โซนอเมริกาใต้ จาก 4.5 ทีม เป็น 6 ทีม, โซนยุโรปจาก 13 ทีม เป็น 16 ทีม และโซนโอเชียเนีย จาก 0.5 ทีมเป็น 1 ทีม ส่วนที่เหลืออีก 2 ทีมจะเป็นการเพลย์ออฟของ 6 ชาติที่เป็นตัวแทนจากทุกโซนยกเว้นโซนยุโรป ส่วนอีกหนึ่งทีมจะมาจากโซนคอนคาเคฟ เจ้าภาพ
จากการเพิ่มเป็น 48 ทีมดังกล่าว ทำให้รูปแบบการแข่งขันในรอบสุดท้ายต้องเปลี่ยนไป จากเดิมที่แบ่งเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยเอาทีมอันดับ 1-2 ของกลุ่มเข้ารอบน็อกเอาต์ ซึ่งฟีฟ่าได้วางแนวทางในการเปลี่ยนรูปแบบไว้เบื้องต้นด้วยการแบ่งออกเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม โดยเอาทีมแชมป์ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้ารอบ 16 ทีม และเตะกันแบบ น็อกเอาต์ ซึ่งทำให้มีเกมเตะเพิ่มขึ้นจาก 64 แมตช์ในระบบ 32 ทีม เป็น 80 แมตช์ ทว่าจะใช้เวลาแข่งขัน 32 วัน เท่าเดิม
นอกจากนั้น ฟีฟ่ายังมีการวางรูปแบบ อื่นๆ เช่นแบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม เอาอันดับ 1-2 ของกลุ่ม รวมถึงทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีมเข้าสู่รอบ 32 ทีม แล้วค่อยไปเตะน็อกเอาต์กันในรอบดังกล่าว แต่รูปแบบนี้จะทำให้มีเกมเพิ่มขึ้นเป็น 104 แมตช์ มากกว่าที่แข่งขันกันในปีนี้ถึง 40 แมตช์ หรือแบ่งเป็น 2 สาย โดยแต่ละสายจะมี 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แล้วเอาทีมที่เป็นแชมป์ของแต่ละสายมาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม อาร์เซน เวนเกอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของฟีฟ่าระบุว่า เรื่องรูปแบบของการแข่งขันในระบบ 48 ทีมนั้นยังต้องมีการพูดคุยกันเพิ่มเติม และจะมีการตัดสินขั้นสุดท้ายโดยสมาชิกของฟีฟ่าภายในปีหน้า ทั้งนี้ คาดว่าในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 จะทำรายได้ทั้งหมด 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านจานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยกให้ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์คือเวิลด์ คัพ ครั้งดีที่สุดในประวัติศาสตร์ สำหรับฟุตบอลโลก 2022 กาตาร์ ในฐานะเจ้าภาพลงทุนไปถึง 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างสนามแข่งขันใหม่ และปรับปรุงสนามที่มีอยู่แล้วเพื่อให้เป็นไปตามมาต รฐาน ล่าสุดอินฟานติโน ให้สัมภาษณ์ยกให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาหลังแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์และพลังที่เหนียวแน่น และขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
“ผมขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นฟุตบอลโลกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เรามีผู้ชม 3.27 ล้านคนในสนาม แข่งขัน 64 นัดโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น พร้อมบรรยากาศที่สนุกสนาน ผมบอกกับทุกคน (ที่เกี่ยวข้องในทัวร์นาเมนต์) ที่สมควรได้รับคำชม” อินฟานติโนกล่าว
ส่วนฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐ-แคนาดา-เม็กซิโกจะเป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่จะเพิ่มทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม อินฟานติโนเผยว่า ฟีฟ่ากำลังพิจารณาทบทวนรูปแบบการจัดการแข่งขันจากเดิมที่วางไว้ 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม คัดทีมแชมป์และรองแชมป์กลุ่มเข้าสู่รอบ 32 ทีม
“ฟุตบอลโลกที่กาตาร์มีรอบแบ่งกลุ่มที่ยอดเยี่ยม และต้องลุ้นถึงนาทีสุดท้ายกว่าจะรู้ว่าใครจะผ่านเข้ารอบ เรากำลังทบทวนและหารือถึงรูปแบบการจัดการแข่งขันอีกครั้งสำหรับฟุตบอลโลกครั้งต่อไป ซึ่งเรื่องนี้จะอยู่ในการประชุมของฟีฟ่า” ประธานฟีฟ่ากล่าว
ด้านบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.65 เวลา 22.00 น. เป็นการแข่งขันรอบชิงอันดับ 3 ที่คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม เมืองอัล รายยาน ประเทศกาตาร์ ระหว่าง “ตาหมากรุก” โครเอเชีย รองแชมป์เก่า อันดับ 12 ของโลก พบกับ “สิงโตแอตลาส” โมร็อกโก อันดับ 22 ของโลก ม้ามืดของทัวร์นาเมนต์ ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก
เริ่มเกมเพียง 2 นาที โมร็อกโกเกือบจะเสียประตูเร็วจากความผิดพลาดของยัสซิน โบโน ผู้รักษาประตูที่สกัดบอลผิดเหลี่ยม บอลไหลผ่านหน้าประตูออกหลังไปนิดเดียว จากนั้นนาทีที่ 7 โครเอเชียได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษ ลอฟโร มาเยอร์ เปิดบอลโด่งไปหน้าประตู อิวาน เปริซิชโหม่งชกต่อบอลไปถึงยอสโก กวาร์ดิโอล ได้พุ่งโหม่งส่งบอลเข้าประตูให้ทัพโครแอตออกนำ 1-0
ทว่าโครเอเชียได้ดีใจเพียง 2 นาที โมร็อกโกมาได้ประตูตามตีเสมออย่างรวดเร็วจากฟรีคิกเช่นกัน ฮาคิม ซิเยช เปิดโด่งเข้าไปในเขตโทษ ลูกา โมดริช กัปตันทีมโครเอเชียโหม่งสกัดไม่ดี บอลลอยไปถึงอัชราฟ ดารี วิ่งตามไปโหม่งส่งบอลเข้าประตู สกอร์เสมอ 1-1
เกมดูเหมือนจะจบครึ่งแรกไปด้วยผลเสมอ ทว่าก่อนเข้าสู่ช่วงทดเวลาเพียง 3 นาที แนวรับโมร็อกโกไปเสียบอลหน้าเขตโทษ อิวาน เปริซิชตัดบอลมาได้ก่อนจะไหลต่อไปถึงมาร์โค ลิวายา แตะต่อออกทางซ้ายบอลไปถึงมิสลาฟ ออร์ซิช ได้บรรจงปั่นด้วยขวา บอลโค้งไปชนเสาไกลเข้าประตูไป โครเอเชียออกนำอีกครั้ง 2-1
ครึ่งหลังเริ่มเกมมาเพียงนาทีเดียวโครเอเชียครองบอลบุกขึ้นมาตรงกลาง มิสลาฟ ออร์ซิชได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจะส่องไกล บอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังไปแฉลบผู้เล่นโมร็อกโก 60 นาทีผ่านโมร็อกโกที่สกอร์ตามหลังพยายามเร่งเกมบุกหวังทวงประตูคืน ขณะที่โครเอเชีย ถอยลงไปตั้งรับในแดนตัวเองแล้วรอจังหวะสวนกลับ
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้ายโมร็อกโกน่าจะได้ประตูตีเสมอจากลูกโหม่งจ่อๆ ของเซลิม อามัลลาห์ แต่กด ไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกหลังไป สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมโครเอเชียเอาชนะโมร็อกโก 2-1 แก้มือด้วยการคว้าอันดับที่ 3 มาครองได้สำเร็จ ขณะที่โมร็อกโกจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการคว้าอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของขุนพลสิงโตแอตลาสในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

อันดับ 3 – ลูก้า โมดริช กัปตันทีมชาติโครเอเชีย พร้อมซลัตโก ดาลิช ผู้จัดการทีม นำเพื่อนร่วมทีมฉลองคว้าอันดับ 3 ศึกฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 หลังเฉือนชนะโมร็อกโก ทีมม้ามืดจากทวีปแอฟริกา 2-1 ที่คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม
หลังการแข่งขัน วาลิด เรกรากี กุนซือทีมชาติโมร็อกโกระบุว่าลูกทีมของเขาเหนื่อยล้าอย่างมากในเกมนี้หลังการกรำศึกหนักตลอดทัวร์นาเมนต์ พร้อมพอใจกับการติดหนึ่งในสี่ของฟุตบอลโลกครั้งนี้
“สภาพร่างกายในเกมนี้มันยาก นักเตะของเราเหนื่อยล้า นักเตะของเราเหนื่อย และเกมเข้มข้นมาก เราอยากทำให้แฟนๆ ภูมิใจมากกว่าที่เป็นอยู่ ผมผิดหวังเล็กน้อยที่เราแพ้ 2 นัดติดต่อกัน เรายังคงมีความสุข เราเป็นหนึ่งในสี่ทีมที่ดีที่สุดในโลก เรามอบโชว์ที่ดีให้กับทุกคน เราไม่เคยยอมแพ้ ขอแสดงความยินดีกับโครเอเชีย พวกเขาสมควรได้อันดับที่ 3
ผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเรา เราแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลแอฟริกันพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทีมชั้นนำของโลกด้วยประสิทธิภาพและการเล่นในระดับสูงสุด”
ด้าน ซลัตโก ดาลิช ผู้จัดการทีมชาติโครเอเชียระบุขอมอบอันดับ 3 ของฟุตบอลโลกให้กับชาวโครเอเชียทุกคน
“นี่เป็นสีทองแดงที่เปล่งประกายสีทอง เราชนะเกมที่ยากลำบาก นี่คือเหรียญรางวัลสำหรับชาวโครเอเชีย มันยอดเยี่ยมจริงๆ ที่เราคว้าสองเหรียญในสองทัวร์นาเมนต์ (รองแชมป์เมื่อปี 2018) ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นของผมด้วย
มันเป็นแมตช์ที่ยากและยอดเยี่ยม ผมขอแสดงความยินดีกับโมร็อกโก พวกเขาต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนถึงนาทีสุดท้าย แม้จะเหนื่อยล้าก็ตาม พวกเขาน่าภูมิใจและทำให้ผมนึกถึงเราเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก”