2เด็กเล็กจมดับ เบตงดินสไลด์

การรถไฟฯ แจ้งงดเดินรถสายใต้ 16 ขบวนหลัก กรุงเทพ-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์-สุไหงโก-ลก ปรับเปลี่ยนเส้นทาง 10 ขบวน หลังน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ รางรถไฟจม ตัดขาดทางสัญจร ขบวนรถท้องถิ่น เดินรถปกติ 7 จังหวัด ยังท่วมหนัก สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนสตูลกับตรังเริ่มคลี่คลาย น้ำทะลักท่วมร.พ.ยะหริ่ง ที่ปัตตานี ผวจ.เรียกถกด่วนระดมช่วย หลังแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำปัตตานี เอ่อตลิ่งเพิ่ม ท่วมขยายวง 10 อำเภอ ส่วนยะลาฝนยังถล่มหนัก 8 อำเภอ ที่เบตงเกิดดินสไลด์พื้นถนนพัง น้ำป่าไหลเซาะแนวตลิ่ง บ้านเรือนพังเป็นแถบ นายกฯ ควงเลขาฯตุ๋ย-พีระพันธุ์ ที่ครม.เพิ่งแต่งตั้ง บินลงใต้ ประเดิมงานแรก ตรวจน้ำท่วมสงขลา

7 จังหวัดใต้ยังท่วม
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 18-20 ธ.ค. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และลมกระโชกแรงในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 66 อำเภอ 271 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 64,626 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบัน ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม 7 จังหวัด 58 อำเภอ 256 ตำบล 1,361 หมู่บ้าน 61,939 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงส่วนจ.สตูลและจ.ตรังสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว

เฟอร์รี่สุราษฎร์แจ้งวิ่งแล้ว
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ที่ท่าเทียบเรือเกาะสมุย ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เรือเฟอร์รี่ข้ามฟากได้กลับมาให้บริการอีกครั้ง หลังจากที่หยุดให้บริการ 2 วัน เมื่อวันที่ 18-19 ธ.ค. ตามประกาศผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีจากกรณีคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยบรรยากาศบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของบริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด ได้มีรถยนต์จำนวนมากได้เข้าคิวเพื่อรอลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากกลับมายังฝั่งทำให้มีคิวล้นยาวไปบนถนนที่ใช้สัญจรกว่า 2 กิโลเมตร ขณะที่บนท่าเทียบเรือก็มีผู้โดยสารทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเข้าคิวซื้อตั๋วโดยสารกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ได้ปรับตารางการเดินเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ตกค้าง จากปกติเที่ยวเรือจะออกจากท่าทุก 1 ชั่วโมง ได้ปรับมาเป็นทุกครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อเร่งระบายผู้โดยสาร รถยนต์ และรถบรรทุกพืชผลทางการเกษตร สำหรับเรือเที่ยวสุดท้ายของ วันนี้จะออกที่เวลา 19.30 น.

นายพัฒนพงษ์ ยืนนาน ผู้จัดการสำนักงาน บริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด สำนักงานเกาะสมุย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้เร่งระบายรถลงเรือ โดยฝั่งอำเภอดอนสักได้เดินเรือเที่ยวแรกตั้งแต่เวลา 04.30 น. ซึ่งบริษัทจะเร่งให้ ผู้โดยสารทุกคนได้เดินทาง ส่วนสภาพคลื่นลมในทะเลยังมีคลื่นและลมแต่อยู่ในสภาพที่เรือสามารถเดินทางได้ หากพบว่ามีสภาพอากาศแปรปรวนหรือประกาศจากทางจังหวัดเกี่ยวกับการเดินเรือ บริษัทก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ท่วมหนัก – สภาพน้ำท่วมหนักในพื้นที่บ้านบางมวง หมู่ 3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง หลังเกิดฝนตกหนัก ระดับน้ำสูงถึงเอว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.

ทวดหาปลาจมน้ำตาย
ที่จ.พัทลุง หลังจากฝนทิ้งช่วงตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. ภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ริมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ในพื้นที่ อ.กงหรา ตะโหมด ป่าบอน ศรีนครินทร์ เช้าวันเดียวกัน ระดับน้ำเริ่มลด แต่ยังคงท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ริมลำคลองอีกหลายหมู่บ้าน ส่วนเส้นทางสายรองระหว่างตำบล และอำเภอ ใช้สัญจรได้ตามปกติแล้ว ขณะที่มวลน้ำที่ไหลข้ามถนนสายเพชรเกษม พัทลุง หาดใหญ่ ท้องที่บ้านโคกยา อ.เขาชัยสน ระดับน้ำลดลงรถทุกชนิดสามารถวิ่งได้ตามปกติแล้วเช่นกัน

ส่วนพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา อ.ปากพะยูน อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน อ.เมือง และ อ.ควนขนุน น้ำไหลจ่อหลากท่วมในพื้นที่ เนื่องจากน้ำรอระบายลงทะเลสาบ แต่ระบายลงได้อย่างช้าๆ เนื่องจากถนนเลียบทะเลสาบ ทั้ง 5 อำเภอขวางทางน้ำ ทำให้เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะ ที่ต.จองถนน อ.เขาชัยสน เส้นทางถนนถูกตัดขาดรถไม่สามารถผ่านไปมาได้ ด้านต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน บริเวณสะพานยกระดับเฉลิมพระเกียรติ พัทลุง สงขลา ตรงหัวสะพานมีน้ำท่วมสูงเป็นทางยาว รถเล็กสัญจรผ่าน ไม่ได้แล้ว สำหรับสภาพอากาศในวันนี้ 20 ธันวาคม 65 ท้องฟ้ายังปิด แต่มีฝนตกบ้าง เล็กน้อยในบางพื้นที่

ขณะที่ปภ.จังหวัดพัทลุงได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทางอุทกภัยใน 9 อำเภอแล้ว ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายคือ นายสมคิด สังปาน อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 5 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน ขณะออกไปหาปลาจมน้ำเสียชีวิต รวมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย

ท่วมร.พ. – สภาพน้ำท่วมทะลักเข้าร.พ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย และระดมชาวบ้านช่วยกันบรรจุกระสอบทรายทำแนวป้องกันน้ำ เมื่อ 20 ธ.ค.

ปัตตานีเด็กตกสระดับ
ที่จ.ปัตตานี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังจากประชุมเร่งด่วนได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันทุกอำเภอ ให้มีนายอำเภอคอยดูตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับจัดหาชุดทีมอาสากู้ชีพเร่งด่วนที่มีความสามารถ ชุดละ 30 คน ออกตระเวนตามจุดพื้นที่เสี่ยง ที่เป็นจุดอันตรายต่างๆ ที่ต้องเป็นห่วงคือเตรียมการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียง ที่อยู่ตามหมู่บ้านลึกๆ ให้มาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย สำหรับการช่วยเหลืออื่นๆ พร้อมกับอาหาร และถุงยังชีพเตรียมดำเนินการแล้ว ให้ท้องถิ่นจัดการดูแล และอีก 1-2 วันนี้ยังต้องเตรียมการรอรับน้ำจากเขื่อนบางลาง จ.ยะลา ที่จะปล่อยน้ำเข้ามาอีกระลอก จึงขอให้ประชาชนเตรียมว่ารอบนี้โดนปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ให้ยกของขึ้นที่สูง ให้ปลอดภัยไว้ก่อน และในจังหวัดปัตตานีนั้น เมื่อวานนี้ได้รับรายงานแล้วว่ามีเด็กเสียชีวิต 1 ราย ลงไปเล่นน้ำในอ.ยะหริ่ง จึงสั่งการห้ามให้เด็กๆ ลงเล่นน้ำแล้ว เพราะบริเวณนั้นเป็นบ่อสระเดิม

ขณะที่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดแม่น้ำทั้ง 2 สาย ทั้งแม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำปัตตานี สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำท่วมยังคงสูงอยู่ โดยล่าสุดน้ำขยายเข้าท่วมแล้ว 10 อำเภอของจังหวัด ประกอบด้วย อ.เมือง อ.มายอ อ.กะพ้อ อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.ยะรัง อ.หนองจิก อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น และ อ.โคกโพธิ์ จำนวน 79 ตำบล 356 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 19,275 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ญ.วาตีฟ อรุณสวัสดิ์ อายุ 10 ขวบ สาเหตุเล่นน้ำในสระก่อนจะจมน้ำเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ ด.ช.ภานุวิช แดงแก้ว อายุ 1 ขวบ สาเหตุจมน้ำ

ขณะที่ ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ ซึ่งได้รับผลกระทบทั้ง 7 หมู่บ้าน โดยเฉพาะ บ้านอุแตบือราแง ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านถูกน้ำป่าและฝนตกหนักเข้าท่วมหมู่บ้านระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้หมู่บ้านดังกล่าวเสมือนเป็นเกาะกลางน้ำ ชาวบ้านได้นำเชือกมาผูกไว้กับต้นไม้ทั้งสองฝั่งเพื่อลากเรือนำชาวบ้านออกจากหมู่บ้าน ส่วนโรงเรียนในพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 3 ถูกน้ำท่วม ต้องประกาศหยุดเรียนกว่า 40 โรงเรียนแล้ว

ด้านว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม รองผวจ.ปัตตานี ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง นำอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และผู้เข้ารับบริการที่ ร.พ.ยะหริ่ง ซึ่งน้ำได้เอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมภายในบริเวณ ร.พ.

ดินสไลด์ – ถนนทางเข้าออกหมู่บ้าน ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา เกิดสไลด์ตัวลงมาหลังจากเกิดฝนตกหนัก น้ำเซาะไหล่ทางจนชำรุด เจ้าหน้าที่ต้องกั้นไว้ ป้องกันเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่หลายพื้นที่ยังประสบภัยน้ำท่วมหนัก เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.

เบตงดินถล่ม-ถนนพัง
ที่อ.เมือง จ.ยะลา ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานียังสูงกว่าตลิ่งอยู่ที่ 1.25 เมตร ขณะที่แม่น้ำสายบุรี ที่อ.รามัน สูงกว่าตลิ่งอยู่ที่ 2.47 เมตร ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ยังคงมีน้ำท่วมอยู่ ระดับน้ำยังทรงตัว รอการไหลระบาย ขณะเดียวกันฝนในพื้นที่เริ่มลดลง

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยและ ดินถล่ม จ.ยะลา ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ภายหลังที่ได้มีฝนตกหนักเมื่อวันที่ 18-19 ธ.ค. ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งจังหวัด 8 อำเภอ อ.ธารโต บันนังสตา ยะหา รามัน เมือง กรงปินัง กาบัง และอ.เบตง มี 56 ตำบล 239 หมู่บ้าน 14 ชุมชน ผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 5,525 ครัวเรือน ราษฎร 23,605 คน มีผู้สูญหาย 1 ราย คือ ด.ช.อับดุรเราะฮมาน อีซอ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 262/3 หมู่ที่ 10 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นนักเรียนปอเนาะมัดราชะฮ มัรกัสอันบูนูร ยะลา ซึ่ง จนท.ยังอยู่ระหว่างการค้นหาหลังพลัดตกลงไปในน้ำ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ช.อิฟาน เจะเต๊ะ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 หมู่ที่ 9 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา เนื่องจากลื่นพลัดลงไปในแก้มลิง และมีผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ ด.ญ.อาริสา เจะเต๊ะ อายุ 5 ขวบ บ้านเลขที่ 185 หมู่ที่ 9 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ที่ลื่นพลัดลงไปในแก้มลิง

ส่วนประชาชนอพยพแล้ว 30 ครัวเรือน 105 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 20 หลัง ด้านทรัพย์สิน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 20 หลัง พื้นที่ทางการเกษตร 5,591 ไร่ และปศุสัตว์ 207 ตัว สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน 17 สาย สะพาน 2 แห่ง คอสะพาน 2 แห่ง เสาไฟฟ้า 21 ต้น และสุเหร่า 1 แห่ง

ด้านอ.เบตง เกิดดินสไลด์ ไหล่ทางชำรุดเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้านโดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ยะรม ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ เหมกุสุมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม พร้อมเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ออกสำรวจความเสียหาย ในพื้นที่บ้านสวนใหม่ หมู่ 3 ซึ่งเป็นถนนของทางหลวงชนบท และหมู่ 5 บ้านราโมง ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ส่งผลให้พื้นดินและพืชผลทางการเกษตร ต้นไม้ ต้นมะพร้าว ของชาวบ้านได้รับความเสียหายล้มตลอดแนว พื้นที่โดยรอบของบ้านพักอาศัยของชาวบ้านถูกน้ำป่าค่อยๆ กัดเซาะตลิ่งพังลงไปในคลอง โดยเบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายต้นไม้และสิ่งของที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกขึ้น

รฟท.แจ้งงดวิ่ง 16 ขบวน
ด้านนายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่ รฟท.ได้ปรับเปลี่ยนการเดินรถเส้นทางรถไฟสายใต้จากสถาน การณ์น้ำท่วม ระหว่างสถานีควนเนียง-บ้านเกาะใหญ่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา และสถานี นาม่วง อ.นาหม่อม-วัดควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 18-19 ธ.ค.นั้น ปัจจุบันสถานการณ์ระดับน้ำยังคงท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง และมีมวลน้ำไหลเข้าท่วมสถานีและทางรถไฟอีกหลายแห่งได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการเดินรถ เนื่องจากเกิดเหตุดินสไลด์ และน้ำท่วมสันราง ระหว่างนาม่วง-สถานีวัดควนมีด และน้ำท่วมย่านสถานี ควนเนียง ทำให้ขบวนรถไม่สามารถผ่านได้ และจำเป็นต้องปิดเส้นทางระหว่างสถานี นาม่วง-สถานีวัดควนมีด และสถานี ควนเนียง-สถานีบ้านเกาะใหญ่

นายเอกรัชกล่าวต่อว่า รฟท.จึงจำเป็นต้องประกาศปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถสายใต้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. เป็นต้นไปจนกว่าจะมี คำสั่งเปลี่ยนแปลง ดังนี้

ขบวนรถงดเดินจำนวน 16 ขบวน (ไป-กลับ) ประกอบด้วย 1.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 (กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ) 2.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 (กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพ) 3.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45/46 (กรุงเทพ-ปาดังเบซาร์-กรุงเทพ) 4. ขบวนรถเร็วที่ 169/170 (กรุงเทพ-ยะลา-กรุงเทพ) 5.ขบวนรถเร็วที่ 171/172 (กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพ) 6.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463/464 (สุไหงโก-ลก-พัทลุง-สุไหงโก-ลก-พัทลุง) 7.ขบวนรถระหว่างประเทศที่ 947/948 (หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่) และ 8.ขบวนรถระหว่างประเทศที่ 949/950 (หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่)

ขบวนรถปรับเปลี่ยนเส้นทาง จำนวน 9 ขบวน ประกอบด้วย 1.ขบวนรถสินค้าที่ 985/986 (กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก-กรุงเทพ) เดินเฉพาะกรุงเทพ-พัทลุง-กรุงเทพ 2.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 445 (ชุมพร-หาดใหญ่) เดินเฉพาะ ชุมพร-พัทลุง 3.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 446 (หาดใหญ่-ชุมพร) เดินเฉพาะพัทลุง-ชุมพร 4.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 447 (สุราษฎร์ธานี-สุไหงโก-ลก) เดินเฉพาะจะนะ-สุไหงโก-ลก และ สุราษฎร์ธานี-พัทลุง 5.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 448 (สุไหงโก-ลก-สุราษฎร์ธานี) เดินเฉพาะสุไหงโก-ลก-จะนะ และ พัทลุง-สุราษฎร์ธานี 6.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 451 (นครศรีธรรมราช- สุไหงโก-ลก) เดินเฉพาะ เทพา-สุไหงโก-ลก และนครศรีธรรมราช-พัทลุง 7.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 452 (สุไหงโก-ลก-นครศรีธรรมราช) เดินเฉพาะสุไหงโก-ลก-เทพา และ พัทลุง-นครศรีธรรมราช 8.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 455 (นครศรีธรรมราช-ยะลา) เดินเฉพาะนครศรี ธรรมราช-พัทลุง 9.ขบวนรถท้องถิ่นที่ 456 (สุไหงโก-ลก-นครศรีธรรมราช) เดินเฉพาะ พัทลุง-นครศรีธรรมราช และส่วนขบวนรถท้องถิ่นที่ 453/454 (ยะลา-สุไหงโก-ลก-ยะลา) เดินรถปกติ

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถคืนค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคาที่สถานีรถไฟทุกแห่ง และขณะเดียวกันการรถไฟฯ ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด สอบถามได้ที่โทร.1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ตู่’ควงเลขาตุ๋ยตรวจท่วมใต้
เวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งมีมติแต่งตั้งในวันเดียวกัน ร่วมคณะลงพื้นที่อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

‘เชฟตู่’ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โชว์ผัดกะเพราแจกผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่โรงครัวพระราชทาน ภายในศูนย์อพยพเทศบาล ต.ควนเนียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา ระหว่างไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.

เยี่ยมศูนย์ประสบภัยในวัด
เวลา 16.00 น. ที่วัดเขาตกน้ำ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย ทันทีที่ถึงวัด นายกฯ ทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า วันนี้นายกฯ มาด้วยความห่วงใย ไม่เคยคิดว่าจะไม่มา ยังไงก็ต้องมาให้ได้ แล้ววันนี้ได้รับการต้อนรับจากบรรดา ผู้แทนของพวกท่าน ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร พร้อมรับฟังการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลทำคือการแก้ปัญหาความเร่งด่วน ปัญหาความเดือดร้อนของพวกเรา แต่ต้องดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ โดยสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจากการเสนอแนวทางแก้ปัญหามารัฐบาลต้องจัดสรรแผนงานโครงการเพิ่มเติมและทยอยดำเนินการ

“วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาคือน้ำจะท่วม 2 ระลอก ระลอกแรกภาคเหนือ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก และมาที่ภาคใต้ ขอชื่นชมนายอำเภอผู้หญิงเข้มแข็งพูดจาเข้าใจง่าย สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นดูแลเยียวยาพวกเราให้ได้มากและเร็วที่สุด ฉะนั้นการเร่งสำรวจความเสียหายต้องเร่งดำเนินการเพื่อรัฐบาลจะได้เตรียมเงินงบประมาณ สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องรักกัน ไม่แบ่งแยก และต้องร่วมมือกับรัฐบาลและภาครัฐในการที่จะทำอะไรสักอย่างให้เกิดประโยชน์โดยรวม และภาพรวม รัฐบาลพร้อมทำแผนงานต่างๆ หลายอย่างด้วยกัน แต่ติดปัญหาการยินยอมหรือไม่ยินยอม ก็ถือเป็นสิทธิ์ของท่าน ฉะนั้นก็ต้องช่วยกันคิด เช่น การขยายลำน้ำคูคลองทำประตูน้ำ ซึ่งบางทีมีปัญหา โครงการมี งบประมาณมี แต่ทำไม่ได้เพราะประชาชนไม่ยินยอม แต่ผมไม่โทษท่าน มันอยู่ที่เราจะสร้างความเข้าใจระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมสงขลา 14 อำเภอว่า แม้ฝนเริ่มทิ้งช่วงหลายพื้นที่น้ำเริ่มลด แต่บางอำเภอน้ำเริ่มท่วมและมีแนวโน้มว่าจะหนัก โดยเฉพาะที่ อ.เทพา น้ำในแม่น้ำเทพาซึ่งไหลมาจาก อ.สะบ้าย้อย ได้ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทพาแล้ว ที่หมู่ 6 ต.ปากบาง น้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนบ้านโคกต้นพรวน ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะออกไปยังตัวเมืองอ.เทพา ทำให้เส้นทางถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

น.ส.สุนารี บุญชุบ หัวหน้าปภ.สงขลา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วม 14 อำเภอ 100 ตำบล 566 หมู่บ้าน 46,529 ครัวเรือน 126,178 คนนั้น ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้าง ยังมีน้ำขังในที่ลุ่มบ้างในบางอำเภอ เช่น อ.เทพา อ.หาดใหญ่ อ.ควนเนียง พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเทพาที่ยังมีน้ำล้นตลิ่งและบริเวณที่ลุ่มชายฝั่งทะเลสาบสงขลา เช่น อ.ระโนด สทิงพระ สิงหนคร กระแสสินธุ์ ควนเนียง และอ.รัตภูมิ และประสบวาตภัย 3 อำเภอ 8 ตำบล 25 หมู่บ้าน จะเร่งออกสำรวจความ เสียหายต่อไปเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มเข้าวาระการประชุมครม. นายกฯ ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ เข้าไปช่วยติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และกำชับให้หน่วยงานทุกภาคส่วนช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย แก้ไขคลี่คลายสถานการณ์ตามแผนการช่วยเหลือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน