พา‘ป้อม’นายกคนที่ 30 ตู่โบ้ยไม่รู้-ปฏิทินรูปคู่ ฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก สภาล่ม-กม.กัญชาชะงัก
‘บิ๊กป้อม’ ไม่ตอบลูกพรรคย้ายหนี พปชร.เปิด 55 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ทั้ง 4 ภาค ‘เด็กธรรมนัส’ก็มา ‘วิรัช’ลั่น พา ‘ประวิตร’เป็นนายกฯ คนที่ 30 ‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่เชียงรายเจอโผล่ชูสามนิ้ว ปลื้มเห็นความก้าวหน้าด้านการศึกษา ขอโหลดแอพฯ สปาใจ คุมอารมณ์หงุดหงิด ลั่นไม่รู้เรื่องส.ส.พลังประชารัฐทำปฏิทินรูปคู่ ด้าน ‘สายัณห์’ แจงยังไม่ได้ทำแจกประชาชน ท้าคนกล่าวหาผิดกฎหมายเลือกตั้งให้หาใบเสร็จมา ‘วิษณุ’ เตือนแจกของปีใหม่ ยึดกฎเหล็ก 180 ของกกต. ‘กรณิศ-ภาดาท์’ อดีต ส.ส.กทม.พปชร. ย้ายซบภท.แล้ว ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอกแบบไม่ลงมติ 27-28 ธ.ค. สภาล่มอีก พ.ร.บ.กัญชาฯ สะดุด
‘บิ๊กตู่’ยกคณะลุยเชียงราย
เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางด้วยเครื่องบิน Superjet ของกองทัพอากาศ เพื่อไปตรวจราชการจ.เชียงราย
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง อ.เมืองเชียงราย โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ต้อนรับ รวมถึงมีกลุ่มแม่บ้านตำรวจที่มารอรับ พร้อมมอบดอกกุหลาบ สีแดงให้นายกฯ และคณะ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ขอบคุณจ๊ะ กุหลาบแดงแทนใจ” พร้อมถ่ายรูปร่วมกัน
ต่อมาเวลา 09.40 น. ที่หอประชุมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์ ไอซีทีของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น Thailand-Japan Student ICT Fair 2022 (TJ-SIF 2022) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 ธ.ค. มีน.ส.ตรีนุช คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ผู้บริหาร ครู นักเรียน จากกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย, สถาบันการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมด้วย

ชนเผ่า – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม สวมเสื้อชนเผ่าลีซอ ออกแบบโดยดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของชนเผ่า ระหว่างพบปะประชาชนในนาม ‘รวมไทยรักชาติ’ ที่สนามกีฬาโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.
เช็กดวง-หลายอย่างเริ่มคลี่คลาย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้โลกไปไกลกว่านั้นแล้วไปเรื่องเทคโนโลยี การใช้นวัตกรรม ใช้ดิจิทัล ไอซีทีต่างๆ วันนี้ดีใจที่เห็นเด็กๆ ทุกคนแสดงออกด้วยความมั่นใจว่าเราทำได้ อยากให้เป็นจุดเริ่มต้นในการ ส่องประกายให้โรงเรียนต่างๆ ได้พัฒนาตัวเอง สิ่งที่ดีใจอีกเรื่อง ซึ่งเดี๋ยววันนี้จะให้โหลดแอพพลิเคชั่น สปาใจให้นายกฯ ด้วย ทำอย่างไรไม่ให้หงุดหงิด ไม่ปวดหัวทั้งวัน ซึ่งต้อง สปาใจสักหน่อยแล้ว ถ้าวัดคงเกินร้อยแน่เลยฉัน เพราะงานมันเยอะ ทำอย่างไรจะไม่ให้ส่งพลังลบออกมาแล้วทำลายตัวเอง วันนี้เห็นรอยยิ้ม เห็นทุกคนมีความสุขตนก็มีความสุขด้วย
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ลงมากดปุ่ม Application Smart School เปิดกังหันน้ำ และเยี่ยมชมนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีระบบบำบัดน้ำเสียอัจฉริยะของนักเรียน การพัฒนาเกมส์ของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น เยี่ยมชมนิทรรศการโครงงานแบบโปสเตอร์ของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น และผลงานและนวัตกรรมด้านไอซีทีของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยแวะเยี่ยมชมบูธ เกมส์ดูดวง ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนำมาโชว์ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าไปเช็กดวง และหยิบไพ่ ได้ไพ่ออราเคิล ขึ้นมา 2 ใบ และให้นักศึกษาชายทำทายดวง แบบกระซิบข้างหู เพื่อเป็นความลับ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า “ซีเครตๆ” เมื่อนักข่าวถามว่าดวงดีหรือหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายอย่างเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี
สำหรับแอพพลิเคชั่น “สปาใจ” ที่พล.อ. ประยุทธ์เตรียมโหลดมาใช้นั้นจะให้คำแนะนำการจัดการอารมณ์ในเบื้องต้น ด้วยเทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ หรือ NLP เพื่อบรรเทาปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นในสังคมปัจจุบัน อันนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น
รวมไทยรักชาติเชียร์-3 นิ้วโผล่
เวลา 13.15 น. ที่สนามกีฬาโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์พบปะกับประชาชนในนาม ‘รวมไทยรักชาติ’ ที่มารอต้อนรับและกลุ่มชนเผ่า เช่น ลาหู่ ลีซอ อาข่า ม้ง มีการแสดงต้อนรับ และได้มอบเสื้อชนเผ่าให้พล.อ.ประยุทธ์ และครม.ที่ร่วมคณะสวมใส่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้สวมเสื้อกั๊กของชนเผ่าลีซอ ที่ออกแบบโดย นักดีไซน์รุ่นใหม่ของชนเผ่า
ขณะเดียวกัน ประชาชนในนามกลุ่มรวมไทยรักชาติที่สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว สกรีนข้อความว่ารวมไทยรักชาติ รวมถึงเกษตรกรลำไยแปลงใหญ่ พากันชูป้ายให้กำลังใจ นายกฯ เช่น คนเชียงรายเป็นกำลังใจ, เรารักลุงตู่, รวมไทยรักชาติ เป็นต้น จากนั้นได้ร้องเพลงรักกันไว้เถิด โดยพล.อ.ประยุทธ์ร่วมร้องด้วย พร้อมกล่าวว่า อยากฟังเพลงนี้ ยืนยันเป็นนายกฯ ของทุกคน จากนั้นนายกฯ ทักทายชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านยังขอบคุณนายกฯ ที่ช่วยเหลือจนสำเร็จในยุคนี้ โดยชาวบ้านกล่าวว่า “ทักษิณไม่สนเลย แต่มาสำเร็จที่ท่าน” ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า อะไรที่ให้ได้จะทำให้ รักทุกคน เป็นนายกฯ ของคนไทยทั้งประเทศ
ด้านนายหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษากรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้นำ นายนิคม นามเสถียร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 2 จ.เชียงราย และนายบุญถิ่น วันใหม่ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติมาแนะนำตัวให้นายกฯ รู้จัก
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ มาลงที่จุดจอดเฮลิคอปเตอร์ด่านศุลกากร อ.แม่สาย แล้วขึ้นรถเพื่อเดินทางมายังศูนย์ฝึกอบรมผาหมี ระหว่างทางมีประชาชน 3 คนมายืนชูแสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้วด้านหลังตำรวจจราจรที่ทำหน้าที่ดูแลเส้นทาง ในช่วงที่ขบวนนายกฯ ผ่าน หลังจากนั้นทั้ง 3 คนได้หันหลังกลับโดยไม่มีเหตุชุลมุนแต่อย่างใด
เวลา 14.20 น. ที่ศูนย์ฝึกอบรมผาหมี ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมชมโครงการนำร่องเกษตรดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 5G ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้พืชมูลค่าสูง ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่สร้างรายได้ ลดปัญหาความยากจน และสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน เสร็จแล้วเดินทางกลับกทม.
ลั่นไม่รู้ปฏิทินคู่-‘สายัณห์’หาใบเสร็จ
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำปฏิทินเป็นรูปตัวเองคู่กับนายกฯ ระบุข้อความว่า สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2566 และใส่โลโก้พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) พร้อมข้อความผงาดบนเวทีโลก ว่า “เอาหละ เดี๋ยวค่อยว่ากันไปตามกฎหมาย” แล้วโบกมือให้พลขับเคลื่อนรถรางออกไปในทันที และกล่าวว่า “ฉันไม่ได้ทำฉันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวแก้ไขได้ ก็แล้วแต่ ถ้าเราไม่รู้เรื่อง มันก็จะมาโทษเราไม่ได้หรอก”
ที่รัฐสภา นายสายัณห์แถลงชี้แจงว่า ยืนยันยังไม่มีการจัดทำปฏิทิน หรือป้ายไวนิลคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำไปแจกประชาชน หรือไปติดตั้งตามถนน แม้แต่พิมพ์สักแผ่นก็ไม่ได้ทำ เพราะทราบดีว่าการแจกปฏิทินอาจเข้าข่ายการแจกทรัพย์สิน เป็นแค่การทำกราฟิกออกแบบรูปคู่กับนายกฯ เพื่อเตรียมทำเป็นปฏิทินและป้ายไวนิล แล้วส่งให้เพื่อนดูในไลน์ แต่มีรูปหลุดออกไป
ส่วนกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย(สร.) ระบุมีความผิดนำโลโก้พรรคอื่นมาแอบอ้างนั้น ยืนยันยังไม่ได้ทำสักแผ่น ให้ไปหาใบเสร็จมาว่ามีการจัดทำไปแล้ว ทราบดีว่าเรื่องนี้หมิ่นเหม่ผิดกฎหมายจึงไม่ทำแน่นอน ตนแค่เตรียมการจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ ถือว่าไม่มีความผิด
ยอมรับว่า ที่ผ่านมาปี 2564 เคยทำป้าย ไวนิลสวัสดีปีใหม่เป็นรูปคู่กับนายกฯ มีข้อความ “รวมไทยสร้างชาติ” เพื่อสื่อความหมายของการรวมใจกัน ตอนนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่เกิดขึ้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกิดขึ้น ถ้าคณะกรรมการการ เลือกตั้ง(กกต.) จะเรียกไปชี้แจงก็พร้อม นายกฯ ไม่เกี่ยวข้องและไม่ทราบเรื่องนี้ ตนเป็นคนคิดเองที่เอารูปไปประกบพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนอนาคตทางการเมืองยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์อยู่ที่ไหน ตนก็อยู่ที่นั่น ตนไม่ได้บอกว่าจะย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ ตนก็อยู่พรรคพลังประชารัฐ
กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสฯ ที่ 22 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทำกราฟิกปฏิทินปีใหม่ 2566, กราฟิกป้ายไวนิล โดยมีรูปของตัวส.ส.เองคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ และมีโลโก้ของพรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ด้วย ถือว่ามีเจตนาที่จะทำภาพปฏิทิน, ไวนิลดังกล่าว หลุดออกมาให้มีการเผยแพร่ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ อย่างไร อันอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 และพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ได้
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์กรณีใกล้เทศกาลปีใหม่บรรดานักการเมืองลงพื้นที่ ต้องร่วมกิจกรรมหรือเฉลิมฉลอง มีความห่วงใยหรือต้องกำชับอะไรเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ว่า เป็นไปตามกฎหมาย กกต.มีการชี้แจงหลายครั้งแล้ว โดยช่วง 180 วัน เริ่ม 23 ก.ย. กกต.ได้ประชุมก่อนออกระเบียบแก้ไข หลังจากนั้นมีการชี้แจงต่อสื่อมวลชนและพรรคการเมือง เงื่อนไขสำคัญคือความชัดเจนในเรื่องการปฏิบัติในช่วงเวลาต่างๆ หวังว่าจะมีการปฏิบัติที่ถูกต้องครบถ้วน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามมาที่กกต.ได้
เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐติดประกาศป้ายไวนิลปฏิทินปีใหม่คู่กับพล.อ. ประยุทธ์ และมีข้อความ “รวมไทยสร้างชาติ” ซึ่งมีบางคนชี้ว่ามีความผิด นายอิทธิพรกล่าวว่า รับทราบจากข่าวแล้ว สำนักงานกกต.ซึ่งเป็นฝ่ายเลขาฯ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นควบคู่กันไป ไม่ว่าจะมีผู้ร้องหรือไม่ก็ตาม แต่ผลเป็นอย่างไรต้องเสนอเข้าสู่ที่ ประชุมกกต.
‘วิษณุ’‘เตือนยึดกฎเหล็กกกต.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยัง ไม่เห็นปฏิทินดังกล่าวจึงไม่ทราบว่าใครไปทำอะไร อย่างไร แต่ช่วงนี้ใครจะทำอะไรก็อย่าให้ผิดกฎเหล็ก 180 วัน ที่กกต.ประกาศก็แล้วกัน ซึ่ง 180 วัน จะนับย้อนจากวันที่สภาจะสิ้นสุดวาระ ที่กกต.ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกวันเริ่มต้นกับวันสิ้นสุดไว้เท่านั้น ช่วงนี้ยังอยู่ในกรอบของ 180 วันอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดทำของแจกในช่วงเทศกาลปีใหม่ต้องระมัดระวังมากน้อยเพียงใดเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง นายวิษณุ กล่าวว่า ทำได้แต่ต้องระมัดระวัง เพราะการแจกตามประเพณีนิยมที่ให้กัน ก็เปรียบเสมือนการไปร่วมงานแต่งงานแล้วได้รับของขวัญงานแต่งมา ซึ่งประเพณีนิยมให้กันแบบพอสมควร การแจกปฏิทินคงไม่เป็นอะไร เพราะยังไม่ได้มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีพ.ร.ฎ.แล้วจะทำไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ดังนั้นจะขึ้นกล่าวอวยพรบนเวทีแต่งงานยังทำได้
ต่อข้อถามว่า หากเป็นเช่นนี้กรณี นายสายัณห์ทำปฏิทินมีรูปคู่กับนายกฯ เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนในช่วงปีใหม่ก็ทำได้ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่กล้าวินิจฉัยเพราะไม่เห็นว่าเขาทำอย่างไร การถ่ายรูปคู่ก็ทำได้ ไม่น่ามีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการใส่โลโก้พรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ทั้งที่นายสายัณห์ยังเป็นส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีปัญหาจะถ่ายภาพคู่กับใครก็ช่าง แต่ถ้าจะมีปัญหาคือพรรคนั้นฟ้องร้อง
“ขอให้ทุกคนศึกษาประกาศของ กกต. ให้ดี เพราะแต่ละคนเคยหาเสียงเลือกตั้ง มาแล้ว คงรู้อยู่ว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรี หากใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว สามารถทำได้ เช่น แจกไดอารี่ แจกปฏิทิน” นายวิษณุกล่าว
เมื่อถามว่าหากกกต.จะให้คิดเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค จะคิดย้อนหลังได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งก่อน ช่วงนี้ขอให้เข้มกฎเหล็ก 180 วันตามที่กกต. เตือนเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นจะมีการฟ้องร้องกันได้ กกต.เลยเตือนและกันเอาไว้ก่อน

สังกัดใหม่ – นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค ต้อนรับ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่มาสมัครเข้าพรรคภูมิใจไทย
‘กรณิศ-ภาดาท์’ทิ้งพปชร.-ซบภท.
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า เมื่อเวลา 11.09 น. นาง กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลัง ประชารัฐ ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมจ่ายค่าสมาชิกตลอดชีพ 2,000 บาท พรรคยินดีต้อนรับบุคคลที่มีความสามารถเข้าร่วมงานกับพรรค และยินดีจะให้ทั้งคู่ลงสมัครส.ส.เขต กทม. สำหรับนาง กรณิศ และน.ส.ภาดาท์ มาพรรคภูมิใจไทยเพราะคุ้นเคยและสนิทสนมกับคนในพรรค และรู้สึกว่าอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วอบอุ่น รวมทั้งชื่นชอบนโนบายต่างๆ ของพรรคดังสโลแกนพูดแล้วทำ
หลังจากวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา มี อดีตส.ส.กทม.มาสมัครสมาชิกก่อนหน้านี้ 4 คน และวันนี้ได้อดีตส.ส.กทม.เพิ่มอีก 2 คน มั่นใจว่า การเลือกตั้ง กทม.เที่ยวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะปักธงได้ส.ส.อย่างแน่นอน สำหรับการมาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในส่วนนาง กรณิศ ได้ประสานการติดต่อผ่านนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค และน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนน.ส.ภาดาท์ ได้รับการประสานมาทาง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มาร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. นายพิชญุตม์ พอจิต อดีตนายกสมาคมกีฬา จ.อุตรดิตถ์ บุตรชายของนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. และอดีตรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วเช่นกัน
‘บิ๊กป้อม’ไม่ตอบลูกพรรคโดดหนี
เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นผู้สื่อข่าวได้ถามพล.อ.ประวิตร ถึงการหารือกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศ ไทย แต่พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นางกรณิศ และ น.ส.ภาดาท์ ย้ายไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ได้มาลาก่อนไปหรือไม่ พล.อ. ประวิตรก็ไม่ตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว แล้วขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว ที่พล.อ.ประวิตรไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังจากเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในการมาร่วมประชุมครม. พล.อ.ประวิตรก็ไม่ให้สัมภาษณ์เช่นกัน โดยได้เพียงแต่ยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น
พปชร.เปิดตัวผู้สมัคร 55 คน
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำการพรรค พลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. 55 คน ทั้งจากภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ รวมถึง นายอันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนภาคกลาง ยังมี นายวัฒนา แตงมณี มาร่วมด้วย พร้อมเปิดตัว นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกพรรคเศรษฐกิจไทยขับออก และกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ พบมีคนนามสกุลวงศ์สวัสดิ์ นามสกุลเดียวกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ 2 คน คือ นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน ที่ลงสมัครกับพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว โดยเป็นอดีต ส.ส.ลำพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่นายจินดา วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เป็นอดีต ส.ส.ลำปาง พรรคไทยรักไทย อดีตสมาชิกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
‘เด็กธรรมนัส-คนเพื่อไทย’ก็มา
จากรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่เปิดตัว ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคพลังประชารัฐครั้งที่แล้ว และหลายคนอยู่ในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) โดยเฉพาะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ รวมถึงน.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ที่เคยถูกไล่ออกจากพรรคพลังประชารัฐ และไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ที่มาเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย ซึ่งวันเดียวกัน พบว่ามีทีมงานภาคเหนือของ ร.อ.ธรรมนัสเริ่มกลับเข้ามาช่วยงานในพรรคแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีรายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ นายอภิชาต เกียรติสาร ส.จ.ศรีสะเกษ ที่มาลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ นามสกุลเดียวกับ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบภาคอีสานตอนบน นาย ประกิจ พลเดช อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสฤษดิ์ ประดับศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครนายก อบจ.ยโสธร ในนามคณะก้าวหน้ายโสธร รวมถึงนายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองใหม่บางบัวทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี น้องชายของนายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ในทีมนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่เคยเปิดตัวกับพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) มาเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย
ยังมีอดีตส.ส.จากพรรคการเมืองอื่น แสดงความประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค อาทิ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ อดีตส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล อดีตผู้ว่าฯ ปัตตานี นายอิสมาแอล เบ็ญอิบรอฮีม อดีตส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ซึ่งก่อนหน้านี้ไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครกับพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นต้น โดยทั้งหมดจะรอขั้นตอนการสมัครให้เรียบร้อยก่อนจึงเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับพรรคต่อไป
ชู‘ประวิตร’นายกฯคนที่ 30
นายสันติกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติทั้ง 4 ภาค มีถึง 55 คน เป็น ส.ส.อยู่แล้ว และผู้สมัครใหม่ในทุกวงการ ทั้งนักธุรกิจ ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้อาวุโส มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ตามที่ พล.อ.ประวิตร บอกกับพวกเราว่า พรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศ ดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดี สนับสนุนนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร พี่น้องแรงงาน ช่วยยกระดับใน ทุกอาชีพ ที่สำคัญพรรคพลังประชารัฐยืนยันเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า มั่นใจอย่างยิ่งต่อผู้สมัครที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ จะทำให้สังคมรับรู้ว่า พรรคพลังประชารัฐวันนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา เป็นเอกภาพ มั่นคง มีการเติบโต อุดมการณ์ที่แน่วแน่ที่หัวหน้าพรรคมอบหมายไว้ จะทำให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคของประชาชน
ด้านนายวิรัชกล่าวว่า รู้แน่ชัดว่าปีหน้า ไม่เกิน 22 มี.ค.2566 ต้องมีกำหนดการ เลือกตั้งส.ส. ซึ่งไม่เกิน 7 พ.ค.2566 ขอบคุณที่ไว้ใจพรรคพลังประชารัฐเลือกมาร่วมอุดมการณ์ บางข่าวบอกเราเลือดไหล เราหยุดไหลมานานแล้ว เราเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป และการเติมเต็มประสิทธิภาพมากกว่าสิ่งที่ขาดหายไป เราจะเปิดตัวให้ครบ 400 เขต และมั่นใจว่าพวกเราทุกคนจะทำให้ใจบันดาลแรงให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนที่ 30
ส่วนการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลังประชารัฐ เบื้องต้นพรรคได้เตรียมจัดการประชุมในวันที่ 14 ม.ค.2566 ส่วนรายละเอียดวาระของการประชุมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง หลังจากนั้นพรรคจะจัดงานระดมทุนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมใหญ่ จะเคาะรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเลยหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ยังไม่ทราบวาระการประชุม ต้องรอแกนนำของพรรคประชุมและสรุปกันก่อน
ฝ่ายค้านจ่อยื่นญัตติซักฟอก
เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการยื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่างญัตติเสร็จแล้ว วันที่ 26 ธ.ค. จะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ก่อนจะเข้าชื่อและยื่นญัตติประมาณวันที่ 27-28 ธ.ค. คาดว่าจะได้อภิปรายปลายม.ค.2566 และเชื่อว่าในช่วงนั้นจะไม่มีการยุบสภา เมื่อถามว่า จะมี การยุบสภาก่อนการยื่นญัตติได้หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตามกฎหมายสามารถยุบสภาได้ ไม่เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ที่กำหนดไว้ว่าห้ามยุบสภา
“ถ้าพล.อ.ประยุทธ์เห็นญัตติที่ยื่น เมื่อสภารับแล้วตัดสินใจยุบสภาหนีในการอภิปรายทั่วไป ที่เพียงเป็นการสอบถามข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ผมว่าเรื่องนี้น่าอายกว่า แสดงว่าหนีการตรวจสอบเพื่อปิดบังสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ ในสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำมาเปิดเผยต่อพี่น้องประชาชนในสภา มันไม่ควรทำสิ่งที่น่าอายเช่นนี้” นพ.ชลน่านกล่าว
‘สุชาติ’แจ้งมีส.ส.ทำหน้าที่ได้ 439 คน
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกสภาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้ว นายสุชาติ แจ้งที่ประชุมทราบถึงการสิ้นสมาชิกสภาพของส.ส. 3 คน ได้แก่ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ มีผล 16 ธ.ค. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ มีผล 20 ธ.ค จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของทั้ง 3 คนสิ้นสุดลง
นายสุชาติ ยังแจ้งการเลื่อนบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ที่อยู่ลำดับถัดไปมาแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายอารี ไกรนารา พรรคเพื่อชาติ (พช.) น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ พรรครวมพลัง (รพ.) นางนันทนา สงฆ์ประชา พรรคประชาภิวัฒน์ (ปชภ.) และนายกนก วงษ์ตระหง่าน พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีหนังสือลาออกจากส.ส. บัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของทั้ง 4 คนสิ้นสุดลง จึงให้ผู้มีรายชื่อลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมาแทน ได้แก่ นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ที่อยู่ในลำดับที่ 6 ของพรรคเพื่อชาติ นายรองรักษ์ บุญศิริ ที่อยู่ในลำดับที่ 2 ของพรรคประชาภิวัฒน์ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่อยู่ในลำดับที่ 9 ของพรรครวมพลัง และนาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ที่อยู่ในลำดับที่ 31 ของพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ใหม่ได้ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ขาดเพียง นายเอนก ที่ไม่ได้เข้ามาปฏิญาณตน ทำให้ส.ส.ปัจจุบันที่ปฏิหน้าที่ได้คือ 439 คน และมีองค์ประชุม 220 คน

จี้ 3 พรรค – นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล กมธ.ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ และเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย นายสฤษดิ์ โชติช่วง ปราชญ์ชาวบ้าน เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกาะพะงัน ยื่นหนังสือถึงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ขอให้ลงมติผ่าน ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่รัฐสภา วันที่ 21 ธ.ค.
เพื่อไทยอัดร่างกม.กัญชา
เวลา 10.55 น. เข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ….. ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว และเปิดลงมติมาตรา 3 ที่ระบุว่า กัญชา ไม่ถือเป็นยาเสพติดตามกฎหมายยาเสพติด โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับ กรรมาธิาร (กมธ.) ที่ให้ตัดมาตรา 3 ทิ้งทั้งมาตรา ด้วยคะแนน 119 คะแนน ไม่เห็นชอบไม่มี และงดออกเสียง 31 จากนั้นพิจารณา ต่อมาตรา 4 เกี่ยวกับคำนิยามต่างๆ ที่อยู่ในกฎหมายฉบับนี้
จากนั้นพิจารณาต่อในมาตรา 4 ว่าด้วยการกำหนดคำนิยามในความหมายของคำต่างๆ ซึ่งกมธ.ได้แก้ไขเนื้อหา มีรายละเอียดที่สำคัญ อาทิ คำนิยามของคำว่า ผลิต กมธ.ได้ตัดคำว่า เพาะ ปลูก สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ออกจากคำนิยาม ทำให้เหลือเพียง การทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ สกัด เปลี่ยนรูป รวมถึงการแบ่งบรรจุ การใช้เพื่อประโยชน์ในครัวเรือน ประกอบอาหาร และเพื่อใช้ประโยชน์จากราก ลำต้น หรือ เส้นใย โดยได้เพิ่มคำว่า สื่อสารการตลาด ที่ให้หมายรวมถึง การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สร้างข่าว เผยแพร่ข่าวสาร ส่งเสริมการขาย การแสดง หรือการส่งเสริมการขายโดยใช้บุคคล เป็นการเฉพาะ หรือการตลาดในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อขายสินค้า บริการหรือสร้างภาพลักษณ์
ในการอภิปรายของส.ส.ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะส.ส.พรรคเพื่อไทยท้วงติงการแก้ไขของ กมธ.แต่ที่ประชุมลงมติในมาตรา 4 เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก 117 ไม่เห็นด้วย 74 คน งดออกเสียง 65 คน ไม่ลงคะแนน 3 คน
สภาล่มอีกจนได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมสภาเมื่อเข้าสู่มาตรา 7/4 เรื่องการให้คณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ทำหน้าที่พัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเรื่องการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ มีสมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง
หลังจากอภิปรายกันครบถ้วนแล้ว นาย ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตนเป็นองค์ประชุมก่อนลงมติ แต่มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมบางตา นาย ศุภชัย จึงพยายามชักชวนให้ส.ส.เสียบบัตรแสดงตน โดยนายศุภชัยขอให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ร่วมกดบัตรแสดงตนเพื่อเป็นองค์ประชุม เพราะหากตัวอยู่ในห้องประชุม แต่ไม่กดบัตรเท่ากับไม่อยู่
ทำให้นายพิเชษฐ์ ลุกตอบโต้ว่า “อย่าพูดมาก เพราะยิ่งพูดมากก็ยิ่งแย่ อย่าไปว่าคนอื่นเลย เราอยู่สภามานานแล้ว อย่าต่อว่าเพื่อนเลย” ทำให้นายศุภชัยกล่าวขึ้นว่า “ที่ต้องพูด เพราะกลัวจะถูกมองว่าบรรยากาศของสภาจะวังเวงเหลือเกิน คุยๆ กันไปบ้าง ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์”
นายศุภชัยได้ทอดเวลาประมาณ 30 นาที แต่ยังมีส.ส.แสดงตนไม่ถึงองค์ประชุม ในที่สุดนายศุภชัยสั่งให้เจ้าหน้าที่แสดงตัวเลข พบว่ามีเพียง 214 คนเท่านั้น ซึ่งขาดไป 6 เสียง จากจำนวน ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 439 คน เท่ากับว่าองค์ประชุมไม่ครบ จึงสั่งปิดประชุมในเวลา 17.20 น.
ป.ป.ช.ฟันซ้ำ‘บุญทรง’คดีมันจีทูจี
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน นำสำนวนการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการซื้อขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รวม 3 สำนวน ได้แก่ กรณีกล่าวหาการซื้อขายมันสำปะหลังแบบจีทูจี คือ 1.กรณีกล่าวหานางพรทิวา นาคาศัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ กับพวก 2.กรณีกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ กับพวก 3.กรณีกล่าวหานายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกฯ กับพวก
กรณีของนางพรทิวา ที่ประชุมป.ป.ช. มีมติ 5:2 ไม่ชี้มูลความผิด หลักฐานพบเพียงความบกพร่อง และได้พ้นตำแหน่งไปแล้วจึงถือว่าตกไป ส่วนกรณีของนายไตรรงค์ ไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้รับรู้ รับทราบ จึงไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา สำหรับกรณีของนายบุญทรง ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด ฐานเดียวกับเมื่อครั้งถูกชี้มูลในคดีจำนำข้าวภาคแรก