สังเวยน้ำท่วมใต้แล้ว 7 ราย ปภ.รายงานได้รับผลกระทบกว่า 2 แสนครัวเรือน ยังมีน้ำท่วมขังใน 7 จังหวัด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สั่งเร่งระบายน้ำ เมืองหาดใหญ่ยกธงเหลืองเตือนภัยอีก หลังฝนถล่มข้ามคืน น้ำทะลักท่วมถนน ชุมชนใต้ทางรถไฟ หนีน้ำไม่ทันบ้านจมซ้ำ ขณะที่นายอำเภอเทพา สงขลา สั่งรับน้ำล้นตลิ่ง พัทลุงเร่งซ่อมทางรถไฟเขาชัยสน แม่น้ำปัตตานีเอ่อทะลักชุมชนในเขตเทศบาลอีกรอบ 12 ตำบล ที่หนองจิก ก็ยังหนัก ยะลางมพบร่างเด็กชาย 14 ปีที่จมน้ำถูกพัดหายไปตั้งแต่ 18 ธ.ค.แล้ว ครอบครัวนำศพกลับไปทำพิธียังบ้านเกิดที่รือเสาะ นราธิวาส
น้ำท่วมใต้คร่าแล้ว 7 ราย
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 18-21 ธ.ค.ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และลมกระโชกแรงในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 83 อำเภอ 440 ตำบล 2,525 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 205,774 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม 7 จังหวัด 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,389 หมู่บ้าน 200,154 ครัวเรือน คือ 1.สุราษฎร์ธานี 5 อำเภอ 175 ครัวเรือน 2.นครศรีธรรมราช 11 อำเภอ 14,268 ครัวเรือน 3.พัทลุง 11 อำเภอ 45,159 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย 4.สงขลา 14 อำเภอ 46,529 ครัวเรือน 5.ปัตตานี 12 อำเภอ 24,283 ครัวเรือน 6.ยะลา 8 อำเภอ 5,525 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย และ 7.นราธิวาส 13 อำเภอ 64,215 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 รายภาพรวมระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด
ทั้งนี้ ปภ.โดยสำนักงานปภ.จังหวัดที่ประสบภัย ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป

เร่งซ่อมราง – เจ้าหน้าที่รฟท.เร่งซ่อมรางระหว่างสถานีเขาชัยสน-สถานีบางแก้ว จ.พัทลุง ที่เสียหายจากน้ำท่วมเป็นจุดๆ รวมระยะทางประมาณ 300 เมตร หลังปริมาณน้ำเริ่มลดลง เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.
พัทลุงเร่งซ่อมรางรถไฟ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.พัทลุง ว่า สถานการณ์น้ำท่วมหลังฝนหยุดตกพื้นที่ในอำเภอริมภูเขาบรรทัด ทั้งอ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต และอ.ป่าพะยอม ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่พื้นที่น้ำท่วมริมทะเลสาบอีก 5 อำเภอ คือ อ.เขาชัยสน อ.เมือง อ.ควนขนุน อ.บางแก้ว และอ.ปากพะยูน ระดับน้ำได้ลดลงเช่นกัน สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ยังมีแค่เพียงพื้นที่ ลุ่มต่ำบริเวณรอบทะเลสาบที่ยังมีน้ำท่วมสูง ชาวบ้านยังได้รับความเดือดร้อนอีกหลายหมู่บ้าน ซึ่งหลายหน่วยงานก็ยังคงลงให้ความช่วยเหลือ
ขณะที่เส้นทางรถไฟสายใต้และตามเส้นทางต่างๆ ถูกน้ำท่วมขัง กัดเซาะจนทางรถไฟสายใต้ ได้รับความเสียหายในช่วงน้ำท่วมทางรถไฟสายใต้ ระหว่างวันที่ 18-20 ธ.ค. โดยทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดส่ง เจ้าหน้าที่การรถไฟ แขวงบำรุงทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แขวงบำรุงทางชุมพร ได้เร่งระดมคนงาน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ซ่อมแซมเส้นทางการรถไฟอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากบางจุดยังมีน้ำท่วมเส้นทางรถไฟยังสูงและบางช่วงกระแสน้ำยังเชี่ยวแรง ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมเส้นทางรถได้บางแห่ง ที่เส้นทางระหว่างสถานีเขาชัยสน-สถานีบางแก้ว บริเวณบ้านหนองน้ำขาว หมู่ 7 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว ที่มีความเสียหายเป็นจุดๆ รวม 300 เมตร คาดว่าจะกลับมาใช้การได้วันที่ 23 ธ.ค.
ขณะที่โรงเรียนวัดโคกยา อ.เขาชัยสน เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง ลงพื้นที่เร่งทำความสะอาดห้องเรียน หลังน้ำลด เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนหนังสือโดยเร็ว หลังจากน้ำท่วมโรงเรียนปิดมาหลายวัน ซึ่งพบว่าสภาพในโรงเรียนเต็มไปด้วยดินโคลน และก้อนหิน
ส่วนพื้นที่ ต.ลำปำ อ.เมือง โดยเฉพาะบริเวณหาดแสนสุขลำปำ ซึ่งเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.พัทลุง และของภาคใต้นั้น คลื่นลมในทะเลสาบลำปำ (ทะเลสาบสงขลาตอนใน) ได้พัดเข้าฝั่งเข้าสู่ผนังกั้นดินทำให้โต๊ะ เก้าอี้ ร้านค้า ได้รับความเสียหายหลายร้าน บริเวณร้านค้าระดับน้ำสูงประมาณ 50-80 เมตร ทำให้ร้านค้าถูกปิดโดยสิ้นเชิงและคาดว่าอีกหลายวันที่จะเปิดได้ เนื่องจากกระแสคลื่นลมในทะเลสาบพัดหนุนมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันบ้านเรือน ประมาณ 40 ครัวเรือน ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบลำปำนั้น เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ต้องใช้ เรือพาย เรือหางยาวเพียงเท่านั้น
สงขลาสั่งรับน้ำล้นตลิ่ง
ด้านจ.ตรัง ที่มัสยิดมูฮัมมาดีย๊ะห์ (หาดเลา) บ้านทุ่งสามเกาะ หมู่ที่ 2 ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง พร้อมด้วย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานปภ.ตรัง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายณัฐวุฒิ สังข์สุข นายอำเภอปะเหลียน กล่าวรายงานถึงสถานการณ์การเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
สำหรับ อ.ปะเหลียน มีผลกระทบใน 3 ตำบล 25 หมู่บ้าน 1,947 ครัวเรือน 7,788 คน โดยสถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมสอม กำลังสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในส่วนของสภาพอากาศมีฝนตกโปรยปรายบางพื้นที่ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากคลี่คลายลงแล้ว
ส่วนที่ จ.สงขลา น.ส.สุนารี บุญชุบ หัวหน้าปภ.สงขลา กล่าวว่า แม้ว่าฝนหยุดตกมา 2 วันแล้ว แต่ยังมีมวลน้ำยังท่วมขังในหลายพื้นที่ ถนนหมู่บ้านหลายสายระดับน้ำยังสูงไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะ อ.เทพา มีระดับน้ำสูงอยู่ 4-5 ตำบลพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม เนื่องจากน้ำจาก อ.สะบ้าย้อย ไหลลงมาสมทบ ทำให้ถนนถูกตัดขาดและกระแสน้ำไหล เชี่ยวกราก เบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย จำนวน 829 หลัง ถนน 3 สาย โรงเรียน 7 แห่ง พื้นที่การเกษตร 2,624 ไร่ และนาข้าว 1,025 ไร่
ขณะที่ นายสิทธิชัย เทพภูษา นายอำเภอเทพา ได้แจ้งเตือนไปยังพื้นที่ซึ่งอยู่ตลอดแนวแม่น้ำเทพารวม 5 ตำบล มี ต.ปากบาง ต.เทพา ต.ท่าม่วง ต.สะกอม และต.ลำไพล ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในช่วง 1-2 วัน
หาดใหญ่ยกธงเหลืองอีก
ด้านเพจเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้แจ้งเตือนภัยน้ำท่วมอีกครั้ง โดยประกาศพื้นที่ธงเหลือง ได้แก่ ถนนกาญจนวนิช วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่-ศูนย์วิจัยยางสงขลาและซอยย่อย ถนนเพชรเกษมตั้งแต่สามแยกคอหงส์-บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า และซอยย่อยทั้ง 2 ฝั่ง ถ.ธรรมนูญวิถี ถนนศุภสารรังสรรค์ ถนนประชาธิปัตย์ ถนนราษฎร์ยินดี (30 เมตร) ถนนคลองเรียน 2 และถนนจันทร์วิโรจน์ (ใต้สะพานรถไฟ) โดยพบว่าที่ชุมชนถนนจันทร์วิโรจน์ ริมทางรถไฟนั้น น้ำในคลองจันทร์วิโรจน์ ได้ทะลักเข้าท่วมถนน และบ้านเรือนประชาชนในที่ลุ่มต่ำอย่างรวดเร็ว ทำให้การจราจรมีปัญหา
โดยชาวบ้านต่างบอกว่า เพิ่งล้างทำความสะอาดบ้านเมื่อวานนี้ แต่เช้าวันเดียวกันมีฝนตกหนัก ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีบ้านอยู่ในซอย 20 ครัวเรือน เมื่อมีน้ำท่วมก็จะเดือดร้อนหนัก เนื่องจากไม่มีทางระบายน้ำ ถูกกำแพงของอาคารต่างๆ ล้อมรอบ เทศบาลต้องนำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำออกไป จึงอยากให้เร่งแก้ปัญหาในระยะยาว บรรเทาความเดือดร้อน
ปัตตานีท่วมเขตเทศบาลซ้ำ
ที่จ.ปัตตานี พบว่าระดับน้ำแม่น้ำปัตตานี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมาอีก ประกอบกับน้ำเหนือจากจ.ยะลา และจ.นราธิวาส ไหลเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำปัตตานี ได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองซ้ำเป็นรอบที่ 2 แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.จะบังติกอ อ.เมือง ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำปัตตานี น้ำได้เออล้นเข้าท่วมถนนสายหลักทางเข้าชุมชน และบ้านเรือนอีกครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลได้เร่งระบายน้ำ โดยวางเครื่องสูบน้ำ 6 ตัว รอบเทศบาล เร่งระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับเตรียมรับมือกับน้ำที่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ อ.หนองจิก น้ำได้ไหลบ่าท่วมแล้วใน 12 ตำบล หนักสุดคือ 6 หมู่บ้าน ใน ต.ลิปะสะโง ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร บางแห่งสูงเกือบ 2 เมตร ทางพ.อ.บรรณกร วงษ์สุวรรณ ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 ได้นำกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับ อบต.ลิปะสะโง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย และยังมีประชาชนบางส่วนติดอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้ด้วย
พบแล้วดช.14ปีจมดับ
ส่วนที่จ.ยะลา มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร ศูนย์ปฏิบัติการสะบ้าย้อย และฉลามภัย ได้ค้นหาร่าง ด.ช.อับดุรเราะหมาน อีศอ อายุ 14 ปี ได้แล้วเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 ธ.ค. หลังจากลงไปเล่นน้ำกับเพื่อน 4-5 คน ที่ศูนย์มัรกัสยะลา หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนจะจมน้ำหายไป ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค. โดยพบร่างถูกกระแสน้ำพัดห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 ก.ม. พร้อมนำส่งโรงพยาบาล ก่อนนำร่างกลับไปทำพิธีที่บ้านเกิดในพื้นที่อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส