‘ตู่’ส่งรมช.กห.ตอบสภา อ้างรอผลสอบทุกปม 6ร่างกลับบ้านสัตหีบ ทำพิธีน้ำหลวงอาบศพ ญาติร่ำไห้ยังคาใจ‘ชูชีพ’
‘ในหลวง-พระราชินี-สมเด็จพระพันปีหลวง’พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์พระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 6 ทหารเรือที่เสียชีวิตจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่มที่บางสะพาน หลังนำศพขึ้นซี-130 จากประจวบฯ ไปประกอบพิธีที่สัตหีบ ‘ประยุทธ์’ เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิต ทัพเรือขยายพื้นที่ค้นหาถึงชุมพร หลังพบโดมเรือ แพชูชีพลอยไกลถึงหลังสวน-ละแม ผอ.ร.พ. บางสะพานเผยญาติผู้สูญเสียเริ่มเครียด นอนไม่หลับ เนื่องจากห่วงบุคคลในครอบครัว ฝ่ายค้านตั้งกระทู้สดถามนายกฯ และรมว.กลาโหมกลางสภา เหตุเรือรบสุโขทัยอับปาง “บิ๊กตู่” ชิ่งอีก ส่ง “บิ๊กช้าง” ตอบแทน ทร.แจงวุ่นกมธ.สภาฯ ปัดสั่งห้ามเรือหลวงสุโขทัยจม
พบเสียชีวิตเพิ่ม1-เร่งพิสูจน์
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์กองทัพเรือ “ROYAL THAI NAVY” แจ้งว่า จากกรณีพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ลอยทะเลบริเวณแหลมซุย-เกาะเสร็จ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี นั้น
เบื้องต้นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 แจ้งว่า ขณะนี้นำร่างดังกล่าวขึ้นมาจากทะเลแล้ว อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์
ชี้ไม่ใช่กำลังพลเรือสุโขทัย
เมื่อเวลา 16.15 น. พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดจำนวนผู้สูญหายที่ต้องค้นหายังอยู่ที่ 23 นาย แม้วันนี้เรายังไม่พบผู้สูญหาย แต่เราพบเสื้อชูชีพลอยอยู่จำนวนมาก ซึ่งมีการรายงานทุกชั่วโมงว่าตรวจพบเสื้อชูชีพและแพชูชีพ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นแพเปล่า และเสื้อชูชีพลอยน้ำอย่างเดียวไม่มีคน ก็เกิดเป็นข้อคำถามของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานว่าคนหายไปไหน หรือหลุดออกจากเสื้อชูชีพไป อย่างไรก็ตามก็แสดงให้เห็นว่าจุดที่คำนวณเข้าไปตรวจค้นนั้นถูกต้องแล้ว ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนศพ ที่พบกลางทะเล ในอ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ไม่ใช่ร่างของผู้สูญหาย หลังตรวจสอบพบ เสียชีวิตมา 8 วันแล้ว
ด้านพล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยว่า ศพที่พบนั้นไม่ใช่ร่างของผู้สูญหายจากเรือหลวงสุโขทัย เนื่องจากผู้เสียชีวิตรายนี้ จากการตรวจสอบคาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 8 วันแล้ว นอกจากนี้เสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตก็ไม่ใช่เครื่องแบบของทหารด้วย
ขยายพื้นที่ค้นหาถึงชุมพร
พล.ร.ท.พิชัยกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ยังปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายทั้ง 23 นายตลอด 24 ชั่วโมง ยอมรับว่ากระแสน้ำกระแสคลื่นทำให้ต้องขยายพื้นที่การค้นหาไปจนถึง จ.ชุมพร โดยมีหลายหน่วยร่วมปฏิบัติการค้นหา ล่าสุดมีทัพเรือภาค 3 มาสมทบร่วมกับกองบินตำรวจ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศรชล.ภาค 2 โดยขยายพื้นที่ค้นหาไปทางจ.ชุมพร และจ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้มีอาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ ร่วมช่วยเหลือ โดยยังไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม
พล.ร.ท.พิชัยกล่าวต่อว่า อุปสรรคสำคัญในการค้นหาในท้องทะเลคือ ตู้สินค้าจากเรือสินค้าที่อับปางในวันเดียวกันลอยกระจัด กระจาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติการ

เรือชูชีพ – ชาวประมงพบเรือชูชีพจากเรือหลวงสุโขทัย ลอยอยู่ในทะเลเขตพื้นที่อ.หลังสวน จ.ชุมพร ห่างจากฝั่งประมาณ 5 ไมล์ทะเล โดยมีเสื้อชูชีพสีส้มอยู่ในเรือด้วยจำนวนหนึ่ง จึงเก็บ นำส่งกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.
ญาติข้องใจลูกไม่มีเสื้อชูชีพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า ที่ท่าเรือประจวบ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด อ.บาง สะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีครอบครัวของผู้สูญหาย เดินทางมาที่ท่าเรือหลายครอบครัว
นายทำนอง หมายชอบ อายุ 66 ปี อาของพ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ ผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเล เปิดเผยว่า ครอบครัวเดินทางมาจากจ.นคร ราชสีมา หลังทราบข่าว เดินทางมาเฝ้ารอ พ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ อายุ 45 ปี ที่รับราชการทหารมานานกว่า 20 ปี ด้วยความหวัง แต่สุดท้ายหลานชายเสียชีวิต แม้จะเสียใจแต่ทำใจได้ ยอมรับว่าคาใจกรณีเสื้อชูชีพซึ่งราคาไม่แพง แต่ขาดแคลนบนเรือขนาดใหญ่ ทำไมสามารถซื้อเรือราคาแพงเป็นพันล้านได้ แต่เสื้อไม่พอ วันนี้ทางกองทัพเรือจะส่งร่างหลานชายกลับสัตหีบ ก่อนจะนำกลับภูมิลำเนา
เผย6ศพจมน้ำเสียชีวิต
ด้านนพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผอ.ร.พ. บางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมแพทย์ตรวจพิสูจน์ อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคลของกำลังพลทั้ง 6 นายเสร็จสิ้นแล้ว ภายหลังประสบเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการจมน้ำ เนื่องจากร่างกายไม่มีร่องรอยบาดแผล และทราบว่าช่วงบ่ายวันนี้กองทัพเรือจะนำร่าง ผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ญาติผู้สูญหายเครียด-นอนไม่หลับ
นพ.เชิดชายกล่าวต่อว่า สำหรับญาติของกำลังพลอีก 23 นายยังเฝ้าติดตามการค้นหาและรอคอยด้วยความหวังที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือหลวงสุโขทัย ท่าเรือน้ำบางสะพาน ขณะนี้ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เยียวยาจิตใจว่าญาติ ผู้สูญหายส่วนใหญ่มีอาการวิตกกังวล เครียด นอนไม่หลับ เนื่องจากเป็นห่วงบุคคลในครอบครัว สำหรับลูกเรือที่สูญหายอีก 23 นาย ซึ่งอยู่ระหว่างการค้นหา หลังเรืออับปาง ผ่านไปหลายวัน หากพยุงตัวอยู่บนทุ่นลอย ก็จะมีปัญหากระทบต่อภาวะสุขภาพน้อยกว่าการลอยคอในทะเลเป็นระยะเวลายาวนาน
“ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมาบรรดาญาติพี่น้องของกำลังพลที่สูญหายจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง จุดธูปไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเจ้าที่ช่วยเปิดทางตามความเชื่อ เพื่อช่วยให้ภารกิจค้นหาผู้สูญหายให้สำเร็จลุล่วง และนอกจากการค้นหาผู้สูญหายแล้ว วันนี้กองทัพเรือมีแผนส่งอุปกรณ์ลงไปสำรวจ ถ่ายภาพ เรือหลวงสุโขทัยที่ระดับน้ำลึก 40 เมตร หน้าอ่าวบางสะพาน เพื่อตรวจสอบความ เสียหายและนำไปประเมินผลก่อนวางแผนการกู้เรือ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เรืออับปาง ขณะแล่นฝ่าคลื่นลมแรง” นพ.เชิดชายกล่าว
ส่งร.ล.บางระจันเข้าพื้นที่เรือจม
ด้านพล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจค้นหากำลังพลเรือหลวงสุโขทัยในวันนี้ว่า ขณะนี้ยอดจำนวนผู้สูญหายที่ต้องค้นหายังอยู่ที่ 23 นาย ซึ่งกองทัพเรือยังคงค้นหาทั้งวันทั้งคืน และวันนี้จะมีเรือหลวงบางระจันเข้ามาเพิ่มเติม จะเน้นไปยังจุดที่เรือหลวงสุโขทัยจม เนื่องจากมีเรือซีฟ็อกซ์อากาศยานไร้คนขับที่จะมาเสริมในภารกิจดำสำรวจใต้น้ำ ตรวจสอบว่ามีกำลังพลติดอยู่ภายในเรือหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีคราบน้ำมันรั่วไหลหรือไม่
พล.ร.อ.ปกครองกล่าวด้วยว่า การปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ในวันนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรืออากาศยานของกองทัพเรือและประสานกับกองทัพอากาศ รวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ เข้าร่วมในการค้นหา ซึ่งพื้นที่ในการปฏิบัติการโดยคำนวณจากทิศทางของกระแสน้ำและกระแสลม รวมทั้งบริเวณที่ตรวจพบและช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยล่าสุดนำมาพิจารณาพื้นที่ที่เป็นไปได้ว่ากำลังพลที่เหลือจะอยู่ตรงบริเวณดังกล่าว โดยวันนี้ยังคงแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 11 พื้นที่ มีเรือและอากาศยาน รับผิดชอบการค้นหาในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ เรือหลวงตากสินอยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 5 เรือหลวงนเรศวร อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 9 และทำหน้าที่ควบคุมอากาศยาน เรือหลวงกระบุรี อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 10 และ 11 เรือหลวงนราธิวาส อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 12 เรือ ต.114 ลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณหมู่เกาะอ่างทอง เรือ ต.270 อยู่ในพื้นที่ค้นหาที่ 14
การปฏิบัติการของอากาศยานเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบดอร์เนีย จากทัพเรือภาคที่ 1 ทัพเรือภาคที่ 2 และทัพเรือภาคที่ 3 ทำการค้นหาในพื้นที่ค้นหา 6 และ 10 โดยมีเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบซีฮอว์ก และเฮลิคอปเตอร์ แบบ EC -725 ของกองทัพอากาศ รอรับการส่งกำลังบำรุงในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการ
ส่วนการสำรวจใต้น้ำ กองทัพเรือสั่งการให้กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ นำยานสำรวจใต้น้ำของเรือหลวงบางระจัน บันทึกภาพใต้น้ำบริเวณเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพื่อค้นหาร่างของกำลังพลที่อาจติดค้างอยู่ภาย ในเรือ รวมถึงการตรวจหารอยรั่วของน้ำมันที่อาจเกิดการรั่วไหล
ทร.แจงสิทธิสวัสดิการผู้เสียชีวิต
ส่วนของสิทธิกำลังพลผู้เสียชีวิตนั้น กรณีนี้กองทัพเรือถือว่ากําลังพลดังกล่าวเป็น ผู้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะพิจารณาบําเหน็จ ด้านสิทธิกําลังพลสูงสุดให้แก่ กําลังพลดังกล่าว โดยจะพิจารณาเลื่อนชั้นเงินเดือน 3-5 ชั้น กับขอพระราชทานเลื่อนยศ 2-4 ชั้นยศ รวมทั้งเงินช่วยเหลืออื่นๆ ตามสิทธิที่สมควรจะได้รับ โดยแยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
ชั้นยศ นาวาตรี จะขอพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลเรือโท กับได้รับสิทธิกําลังพล ประกอบด้วยเงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 160,0000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 1,200,000 บาท
ชั้นยศ เรือเอก จะขอพระราชทานเลื่อนยศเป็นพลเรือตรี กับได้รับสิทธิกําลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 160,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 2 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผู้ที่มีอายุราชการและฐานเงินเดือนสูง
ชั้นยศพันจ่าเอก จะขอพระราชทาน เลื่อนยศเป็นนาวาตรี กับได้รับสิทธิกําลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 135,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท
ชั้นยศ จ่าตรี-จ่าเอก จะขอเลื่อนยศและ ขอพระราชทานเลื่อนยศเป็น พันจ่าโท-เรือตรี กับได้รับสิทธิกําลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อ ผู้เสียสละกองทัพเรือ 135,000 บาท และ เงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 900,000 บาท
ส่วนทหารกองประจําการจะขอเลื่อนยศเป็นพันจ่าตรี กับได้รับสิทธิกําลังพล ประกอบด้วย เงินประกันภัยหมู่แบบเฉพาะกิจกองทัพเรือ 500,000 บาท เงินจากกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละกองทัพเรือ 100,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 600,000 บาท โดยกองทัพเรือจะเร่งรัดการ ดําเนินการให้กําลังพลและครอบครัวได้รับ สิทธิกําลังพลเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้แก่กําลังพลและครอบครัวต่อไป

กลับฐาน – ครอบครัวรับศพกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย 6 นาย ที่เครื่องบินนำร่างจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาถึง สนามบินอู่ตะเภา ก่อนเคลื่อนไปยังฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.
ลำเลียง6ศพเรือล่มถึงสัตหีบ
เมื่อเวลา 15.20 น. เครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศลำเลียงศพทหาร 6 รายที่เสียชีวิตจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยล่ม จาก กองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาที่สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มีกองทหารเกียรติยศรับอย่างสมเกียรติ โดยมีพล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. พร้อมนาย ธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าฯ ชลบุรี และข้าราชการกองทัพเรือ ครอบครัว และญาติของผู้เสียชีวิตมารอรับ ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด ญาติพี่น้องหลั่งน้ำตาร่ำไห้ด้วยความเสียใจ
จากนั้นเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีรด น้ำศพ ณ กิจการฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
‘บิ๊กตู่’เยี่ยมผู้บาดเจ็บเรือล่ม
เมื่อเวลา 16.45 น. ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย ที่เข้ารับการรักษาตัว 18 นาย โดยนายกฯ สอบถามอาการ และให้กำลังใจกับกำลังพลทุกนาย ให้มีสุขภาพกายใจที่เข้มแข็ง ให้แข็งแรงเป็นปกติโดยเร็ว
จากนั้นนายกฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพล ร.ล.สุโขทัย ณ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยพล.ร.ท.สมบัติ นาราวิโรจน์ เสนาธิการกองเรือยุทธการ บรรยายสรุปว่า ภาพรวมกำลังพลร.ล.สุโขทัย 105 นาย ได้รับการช่วยเหลือกลับบ้าน 55 นาย บาดเจ็บต้องแอดมิต 19 นาย อยู่ที่ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 18 นาย และร.พ.บางสะพาน 1 นาย เสียชีวิต 6 นาย อยู่ระหว่างการค้นหา 23 นาย จำแนกได้ดังนี้
1. ร.ล.สุโขทัย 75 นาย ได้รับการช่วยเหลือกลับบ้าน 41 นาย บาดเจ็บ 14 นาย เสียชีวิต 4 นาย อยู่ระหว่างค้นหา 14 นาย
2.หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) 15 นาย ได้รับการช่วยเหลือกลับบ้าน 4 นาย บาดเจ็บ 4 นาย เสียชีวิต 1 นาย อยู่ระหว่างการค้นหา 6 นาย
3.หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) 15 นาย ได้รับการ ช่วยเหลือกลับบ้าน 10 นาย บาดเจ็บ 1 นาย เสียชีวิต 1 นาย อยู่ระหว่างค้นหา 3 นาย
โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้กำลังใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้สูญหายว่า ตัวเองติดตามข่าวตั้งแต่วันแรก ซึ่งทางรัฐบาลและกองทัพเรือจะให้ความช่วยเหลือ ในการค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มที่ ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิตก็จะช่วยเหลือตามสิทธิที่จะได้รับ เหตุการณ์ที่ขึ้นตัวเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ทั้งอยากให้ทุกครอบครัวรอคอยการค้นหาอย่างมีความหวัง

พิธีน้ำหลวง – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วางพวงมาลาพระราชทาน และ พิธีสวดพระอภิธรรมกำลังพลร.ล.สุโขทัย จำนวน 6 นาย ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.
ร.10-ราชินีพระราชทานพวงมาลา
จากนั้นเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพข้าราชการร.ล.สุโขทัย จำนวน 6 นาย พิธีวางพวงมาลาพระราชทาน และพิธีสวดพระอภิธรรม ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ โดยมีพล.ร.อ.เชิงชาย พร้อมบิดา มารดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหารเรือ ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธี
นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าฯ ชลบุรี เป็นประธานเชิญและเป็นผู้แทนประกอบพิธีวางพวงมาลาหลวงพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวงมาลาพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พวงมาลาพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพวงมาลาประทานจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ หน้าหีบศพ เพื่อเป็นเกียรติแก่กำลังพลทั้ง 6 นาย และวงศ์ตระกูล
โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 6 นาย ประกอบด้วย 1.ว่าที่เรือเอก สามารถ แก้วผลึก สรั่งช่างกล แผนกช่างกล เรือหลวงสุโขทัย หมวดเรือที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ 2.พันจ่าเอก อำนาจ พิมที พลขับรถ หมู่ตรวจการณ์ หน้าที่ 1 กองร้อยรักษาฝั่งที่ 2 กองพันรักษาฝั่งที่ 12 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
3.พันจ่าเอก อัชชา แก้วสุพรรณ์ ช่างโซนาร์ แผนกอาวุธและการเรือ เรือหลวงสุโขทัย หมวดเรือที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ
4. พันจ่าเอก สมเกียรติ หมายชอบ พันจ่าส่งกําลัง กองบังคับการกองร้อยสนับสนุน กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
5.จ่าเอก จักรพงศ์ พูลผล จ่าปืน แผนกอาวุธและการเรือ เรือหลวงสุโขทัย หมวดเรือที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ
และ6.พลทหาร อัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือแผนกเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย หมวดเรือที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์
ฝ่ายค้านกระทู้ถามสด‘บิ๊กตู่’
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กทม.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเล ซึ่งยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่าเกิดจากเหตุใด อยากขอให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ที่มาตอบแทนนายกฯ อธิบายไทม์ไลน์เหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น เวลาที่น้ำเข้าเรือและเรือเกิดเหตุ รวมทั้งเรื่องเสื้อชูชีพ สภาพเรือหลวงสุโขทัยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีประวัติการซ่อม ใช้งบประมาณการ ซ่อมบำรุงเท่าไหร่ และใครจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้
ด้าน พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า เรือหลวงสุโขทัยอับปางลงมีผลทำให้กำลังพล และกองทัพเรือได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่บาดเจ็บ และเสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้กับกำลังพลประจำเรือผู้ประสบภัยทุกนาย ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อกำลังพล และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ส่วนนายกฯ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อกำลังพลของกองทัพเรือที่ได้ทุ่มเทเสียสละ โดยเฉพาะครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ซึ่งยอดล่าสุดคือ 6 ราย ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้จะมีพิธีรับศพไปบำเพ็ญกุศลในพระบรมราชานุเคราะห์
‘บิ๊กช้าง’เข้าชี้แจงแทน
พล.อ.ชัยชาญชี้แจงต่อว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลา 18.40 น. วันที่ 18 ธ.ค. โดยศูนย์อำนวยการกองทัพเรือได้รับรายงาน และ ได้รายงานถึงรมว.กลาโหม ซึ่งได้สั่งการให้กองทัพเรือได้เข้าแก้ไขสถานการณ์ เพื่อควบคุมเรือรบ และดูแลความปลอดภัยของกองทัพเรือทุกนาย ส่วนสาเหตุหลักทางกองทัพเรือได้รายงานว่าวันนั้นมีสภาพอากาศคลื่นลมแรง และมีน้ำเข้ามาในตัวเรือบางส่วนส่งผลไปถึงเครื่องจักรใหญ่ทำให้หยุดทำงาน จนไม่สามารถควบคุมเรือได้ และน้ำเข้ามาตัวเรืออย่างรวดเร็ว เวลา 18.40 น. เรือเอียง อยู่ 60 องศา จึงสั่งการให้เข้าไปช่วยเหลือ ด้วยสภาพคลื่นลมในช่วงนั้น ทำให้เรือกระบุรีถึงเรือรบหลวงสุโขทัยประมาณ เวลา 20.40 น. ส่วนอุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยปกติจะมีอัตราประจำเรือ ส่วนหนึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยทางทะเล ชูชีพส่วนบุคคล แพชูชีพ และชูชีพเป็นวง แต่แพชูชีพปล่อยไม่ได้เพราะคลื่นทะเลแรง แม้แต่เฮลิคอปเตอร์ที่นำไปช่วยก็ทำได้ยาก เพราะเรือและเสากระโดงโคลงเคลง
“ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าภายในเรือหลวงสุโขทัยมีเสื้อชูชีพครบหรือไม่ ได้สั่งให้กองทัพเรือไปตรวจสอบให้กระจ่างและชี้แจงต่อสังคมแล้ว การซ่อมบำรุงเรือหลวงสุโขทัย ได้ซ่อมบำรุงใหญ่เมื่อ ปี 2561-2563 และรับกลับมาปี 2564 งบประมาณซ่อมบำรุงที่กองทัพเรือได้รับ โดยเฉพาะกับการซ่อมบำรุงเรือ เฉลี่ยปีละ 1,300 ล้านบาท สำหรับปี 2566 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 1,800 ล้านบาท ทั้งนี้ อายุการใช้งานเรือของกองทัพเรือเฉลี่ยส่วนใหญ่เกิน 30 ปีขึ้นไป ส่วนอายุเรือรบหลักๆ อยู่ที่ 40 ปี ฉะนั้น สาเหตุจริงๆ ที่ทำให้เรืออับปางต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน” รมช.กลาโหมกล่าว
สั่งสอบ‘เสื้อชูชีพ’บนเรือ
พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า เรือกระบุรีเตรียมเครื่องมือแพยาง ซึ่งมีอยู่ 8 แพ และเรือเล็ก แต่ด้วยสภาพคลื่นลมทำให้ไม่สามารถส่งลงไปได้ ในวันที่ 18 ธ.ค. เรือรบหลวงสุโขทัยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ในสภาพอากาศที่เป็นคลื่นลมแรง และก่อนจะออกภารกิจก็จะประเมินสถานการณ์จากข้อมูลของกรมอุตุฯ นอกจากนี้เรายังได้ฝึกซ้อมตลอดเวลา และก่อนออกเรือจะชี้แจงกำลังพลถึงการปฏิบัติงานบนเรือ แต่กรณีกำลังพลที่ร่วมเดินทางไปชุมพร ต้องให้กองทัพเรือเข้าไปสอบข้อเท็จจริงว่ากำลังพลเหล่านั้นเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และปฏิบัติตัวอย่างไร เรื่องการอยู่รอดในภาวะฉุกเฉินมีการฝึกตามวงรอบอยู่แล้ว
พล.อ.ชัยชาญกล่าวต่อว่า การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยของเรือหลวง หรือของกองทัพเรือ กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในทะเล อุปกรณ์ที่จะช่วยเหลือมีทั้งเรือเล็ก ชูชีพ และมีชูชีพบนเรือ ต้องยอมรับว่าชูชีพบนเรือมีจำนวนหนึ่งไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น เราจะต้องไปสอบสวนข้อเท็จจริงว่าอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถูกใช้ทั้งหมดครบถ้วนหรือไม่
ข้องใจการทำงานกรมอุตุฯ
จากนั้นเป็นกระทู้ถามสดของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ถามในเรื่องเดียวกันว่า ถามถึงการทำหน้าที่ของกรมอุตุนิยมวิทยาในการประกาศแจ้งเตือน รวมทั้งถามนายกฯ กรณีตั้งอธิบดีกรมอุตุฯ ซึ่งไม่มีความรู้ด้านอุตุฯ จบแค่บริหารธุรกิจ ไม่มีการพยากรณ์อากาศหรือเตือนเลย และจะต้องรับผิดชอบอย่างไร และตั้งแต่เกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่เคยไปเยี่ยมกำลังพลที่ประสบเหตุเลย
พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า เรื่องหลวงสุโขทัยอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจราชการในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมีสถานการณ์ภัยพิบัติทางทะเลเกิดขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กองทัพเรือ ก็ต้องใช้ทรัพยากรของกองทัพเรือที่มีอยู่ไปดูแลช่วยเหลือประชาชนที่อาจจะประสบภัยพิบัติทางทะเล เมื่อเกิดเหตุ ทางกองทัพเรือก็จะส่งเรือหลวงที่มีประสิทธิภาพของกองทัพเรือเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ครั้งนี้เนื่องจากเป็นสถานการณ์อีกลักษณะหนึ่งที่ทำให้เรือหลวงสุโขทัยได้ประสบกับภาวะคลื่นลมแรง และก่อนออกปฏิบัติการ กองทัพเรือก็ต้องศึกษาสภาพอากาศ มีการวางแผน ประเมินสถานการณ์ว่าในสภาวะแบบนี้ กองทัพเรือสามารถปฏิบัติภารกิจได้หรือไม่ แต่เมื่อประเมินแล้วด้วยประสิทธิภาพขีดความสามารถของเรือก็สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจได้ และเมื่อพบคลื่นลมแรงเรือก็พยายาม จะหลบลมแรง แต่ด้วยสภาพอากาศจึงประสบปัญหาก่อน เรือจึงไม่ได้เข้ามาในพื้นที่บางสะพาน
“เรือดำน้ำและเครื่องบินเอ็มทียูเป็นเครื่องที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ถึงปัจจุบันนี้ทางกองทัพเรือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นเอ็มทียูของจีน ซึ่งทางกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดให้ชัดเจน ถึงประสิทธิภาพของเครื่อง และวางแผนไปดูถึงโรงงานผลิต ขีดความสามารถ เพื่อมาวิเคราะห์อีกครั้ง โดยจะต้องได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมาใช้ในเรือดำน้ำได้ โดยในช่วงเดือนม.ค.หรือเม.ย.66 จะเดินทางถึงแหล่งผลิต เพื่อดูมาตรฐาน การดำเนินงาน ที่สำคัญเครื่อง ที่ผลิตโดยประเทศจีนอาจจะต้องใช้ในยุทโธปกรณ์ของจีนด้วย” พล.อ.ชัยชาญกล่าว
เสธ.ทหารเรือแจงกมธ.ทหาร
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเพื่อพิจารณากรณีเรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัย อับปาง โดยพล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ เป็นตัวแทนเข้าชี้แจงต่อคณะกมธ.ฯ
ภายหลังการประชุม พล.ร.อ.ชลธิศ ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นแรกเรื่องของกำลังพลที่อาจติดอยู่ในเรือที่อับปาง จากการตรวจสอบก่อนที่เรือจะอับปางลง กำลังพลทั้งหมดได้ขึ้นมาอยู่ในบริเวณที่ไม่จมน้ำแล้ว แต่เมื่อเรืออับปางไปแล้วอาจมีพลังดูดของน้ำ ขณะนี้หมู่เรือที่เข้าไปสำรวจ และกู้เรือไปถึงพื้นที่แล้ว เป็นเรือลากทำลายทุ่นระเบิด และส่งยานลงไปสำรวจความเสียหาย และวิธีเก็บกู้เรือขึ้นมา การสำรวจครั้งนี้จะเป็นการค้นหากำลังพลที่อาจถูกพลังน้ำดูดลงไปด้วย นอกจากนี้กองทัพเรือยังดำเนินการลาดตระเวนค้นหากำลังพล 23 นายที่ยังประสบเหตุอยู่ในทะเล ซึ่งส่วนนี้ได้มีการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพอากาศที่ได้สนับสนุนอากาศยาน รวมถึงยังมีการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
“ทุกนาทีมีค่ากำลังพลที่อยู่ในน้ำเปรียบเสมือนครอบครัว เราคิดถึงเพื่อนร่วมงาน พี่น้อง ฉะนั้น จะดำเนินการเต็มที่ตลอด 24 ช.ม. ทั้งในเรื่องของเรือ อากาศยาน อากาศยานไร้คนขับ และความร่วมมือของทุกหน่วยงาน” พล.ร.อ.ชลธิศกล่าว
พล.ร.อ.ชลธิศกล่าวด้วยว่า สำหรับการแบ่งพื้นที่สำรวจจากจุดที่เรืออับปาง ได้มีการแบ่งคร่าวๆ กว้างยาว ประมาณ 20 ไมล์ทะเล ซึ่งปัจจุบันมีทิศทางน้ำไหลมาทิศใต้ และทิศทางลมไหลเข้าแผ่นดิน แบ่งพื้นที่เป็นหน่วยย่อยออกมา 15 หน่วย และใช้อากาศยานเป็นเครื่องมือหลักในการลาดตระเวน เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และใช้เรือเข้าไปตรวจสอบ ขณะนี้พบสิ่งของที่มาจากเรือหลวงสุโขทัย และซากเรืออื่นๆ เป็นการพิสูจน์ว่าการดำเนินการค้นหามีทิศทางถูกต้อง
เมื่อถามว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า มีการดำเนินการอยู่ ซึ่งเรื่องสำคัญ ที่จะต้องทำให้ความจริงปรากฏคือสาเหตุของเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพราะตั้งแต่ตนรับราชการมา 35-36 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุในลักษณะนี้
ยันไม่จริง-สั่งห้ามเรือจม
เมื่อถามว่าเหตุเรือสุโขทัยอับปางครั้งนี้ มีคำสั่งว่านายสั่งไม่ให้เรือจมใช่หรือไม่ เสนา ธิการทหารเรือ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ในขั้นนี้จะเสนอข้อเท็จจริงเท่านั้น ความเห็น หรือข้อคิดเห็นต่างๆ ตนไม่ขอพูดถึง
“มีความเห็นจำนวนมาก มีเขาเล่าว่า มี คนนี้คิดว่า มีคนนั้นเห็นว่า แต่ต้องดำเนินการสอบสวน และหาข้อเท็จจริง” เสนาธิการทหารเรือ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษกกมธ.ฯ แถลงผลการเข้าชี้แจงของเสนาธิการทหารเรือและคณะว่า ทางกมธ.ขอข้อมูลบันทึกการ ซ่อมบำรุงย้อนหลังของเรือหลวงสุโขทัย การใช้งบประมาณในการซ่อมแซม บันทึกข้อมูลการประสานงานระหว่างผู้บังคับบัญชากับ ผู้การเรือหลวงสุโขทัย ในวันที่ 18 ธ.ค.จนถึงเวลาเรืออับปาง ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรือพังจากจุดใด ต้องกู้เรือให้ได้ก่อน โดยเสนาธิการทหารเรือได้ชี้แจงต่อกมธ.ว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากภัยธรรมชาติมีคลื่นสูง 4-5 เมตร
นายมงคลกิตติ์กล่าวต่อว่า จากการประเมินเบื้องต้น ผบ.ทร. ผู้การเรือหลวงสุโขทัย มีความเป็นห่วงตัวเรือมากพอสมควร เพราะในกองทัพเรือมีคำสั่งว่าเรือจมไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรือหลักของกองทัพ ทำให้กำลังพล และผู้การเรือหลวงสุโขทัยตัดสินใจที่จะปกป้องเรือจนลืมคิดถึงชีวิตตัวเอง