ปัตตานียังวิกฤต น้ำท่วมขยายวง 462 หมู่บ้าน หลังมวลน้ำจากยะลาผนวกกับน้ำ ใต้เขื่อนปัตตานี บ่าท่วมทั่วเมือง ถนนสายหลักจม การจราจรเป็นอัมพาต ตรอกซอกซอยน้ำก็ทะลัก ร้านค้าต้องปิดกิจการกันเป็นแถบ ส่วนชาวบ้านกว่าครึ่งร้อยครอบครัวบ้านถูกน้ำท่วมสูงเป็นเมตร อยู่อาศัยไม่ได้ ต้องอพยพขึ้นมากางเต็นท์นอนบนถนน-ศาลาริมทาง หวั่นทะเลหนุนซ้ำ ทั้งจังหวัดถูกน้ำท่วมแล้ว 12 อำเภอกว่า 9 หมื่นคน เดือดร้อน ด้านสงขลาประกาศให้ 11 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน ทางหลวงชนบท แจ้ง 21 ถนนใน 5 จังหวัด นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส น้ำท่วมสูงเกือบเมตร ชาวใต้ปีติ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) พระราชทานถุงยังชีพช่วยพื้นที่ประสบภัย

มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยใต้
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ชั้น 1 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. เป็นประธานพิธีรับมอบถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิ เพื่อนำแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีคณะ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราษฎรในพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนมีพืชผลทางการเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ศอ.บต.จึงได้ขอความอนุเคราะห์ถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ไปยังมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ผ่าน ศอ.บต. จัดส่งถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 2,656 ถุง เพื่อนำแจกจ่ายพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 156 ถุง และราษฎร จำนวน 25,00 ถุง โดยส่งต่อผ่านกลุ่มเครือข่ายภัยพิบัติชุมชน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชายแดนใต้ เครือข่ายอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และผู้แทน จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อนำแจกจ่ายให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) พร้อมกับทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต.เกาะขันธ์ ลงพื้นที่ บ้านควนเคี่ยม บริเวณสะพานข้ามคลองควนนางพิมพ์ หมู่ 9 ต.ฝาละมี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง มอบอาหารกล่องสำเร็จรูปพร้อมทาน จำนวน 200 กล่อง ให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่

จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อน พึ่ง (ภาฯ) พร้อมกับทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ ลงพื้นที่ หมู่ 4 ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง มอบถุงยังชีพพระราชทาน ให้กับผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมอบอาหารกล่องสำเร็จรูปพร้อมทาน จำนวน 60 กล่องให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ และลงพื้นที่ หมู่ 12 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน มอบอาหารกล่องสำเร็จรูปพร้อมทาน จำนวน 40 กล่อง ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่

ท่วมพัทลุง – สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะที่ติดริมทะเลสาบซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ ยังมีน้ำท่วมขังระดับน้ำประมาณ 30-40 ซ.ม. จำนวนกว่า 30 หมู่บ้าน แต่ระดับน้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆ หลังฝนตกที่หยุดมาเป็นเวลา 2 วัน เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.

5 อำเภอพัทลุงยังท่วม
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในจ.พัทลุง เป็นวันที่ 5 ยังมีน้ำท่วมในพื้นที่อ.ริมทะเลสาบ อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ควนขนุน และอ.ปากพะยูน ในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง ต.ลำปำ ต.จองเก ต.หานโพธิ์ ต.เกาะหมาก และต.เกาะนางคำ มีน้ำท่วมขัง 30-40 ซ.ม. จำนวนกว่า 30 หมู่บ้าน แต่ระดับน้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆ หลังฝนตกที่หยุดมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว

ส่วนพื้นที่ลุ่มริมทะเลสาบสงขลาบ้านปากประ ท้องที่หมู่ 4 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน รอยต่อ หมู่ 11 ต.ลำปำ อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มติดกับลำคลองปากประ ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา และเป็นพื้นที่รองรับน้ำ จาก อ.ควนขนุน และอ.เมือง น้ำยังท่วมสูง ชาวบ้าน 350 ครัวเรือน ต้องใช้เรือในการ เดินทางเข้าออกหมู่บ้าน คาดยังต้องเจอวิกฤตอีกหลายวัน หากยังมีน้ำทะเลหนุน

ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุงสรุป พื้นที่เกิดอุทกภัยและประชาชนได้รับผลกระทบ น้ำท่วมจำนวน 11 อำเภอ 52 ตำบล 453 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 53,306 ครัวเรือน 155,095 คน และเสียชีวิต 2 ราย

ที่จ.สงขลา น.ส.สุนารี บุญชุบ หัวหน้าปภ.สงขลา เปิดเผยว่าพื้นที่ใน จ.สงขลา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยสะสม 15 อำเภอ ยกเว้น อ.สะเดา รวม 113 ตำบล 764 หมู่บ้าน 112 ชุมชน 65,112 ครัวเรือน 190,212 คน และเสียชีวิต 2 ราย ส่วนพื้นที่ประสบวาตภัยสะสม 5 อำเภอ 24 ตำบล 79 หมู่บ้าน 1,900 ครัวเรือน 6,200 คน ได้ประกาศเขต การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากกรณีอุทกภัย 11 อำเภอ

มวลน้ำยะลาบ่าท่วมปัตตานี
ส่วนที่จ.ปัตตานี สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่มีที่ท่าว่าจะลดลง โดยพื้นที่อยู่ติดแม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาซ้ำอีก ประกอบกับน้ำบ่าจากจังหวัดใกล้เคียงและน้ำทะเลหนุน โดยในพื้นที่หมู่ 1 ต.เขาตูม อ.ยะรัง ซึ่งติดกับจ.ยะลา และเขื่อนปัตตานี ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมวลน้ำจากจ.ยะลา และมวลน้ำใต้เขื่อนปัตตานี ยังคงไหลเข้าสู่หมู่บ้าน ท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านอยู่อาศัย ไม่ได้กว่า 30 ครัวเรือน ต้องขึ้นมากางเต็นท์พักอาศัยชั่วคราวอยู่บนถนนสาย 42 ปัตตานี-ยะลา ตลอดแนวกว่า 1 กิโลเมตร เป็นคืนที่ 3 แล้ว ขณะที่บางครอบครัวก็อาศัยนอนที่ศาลาริมทาง

ล่าสุดน้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมแล้ว 462 หมู่บ้านใน 12 อำเภอ โดยอ.เมือง ได้รับผล กระทบมากที่สุด ทั้งพื้นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำปัตตานี ได้แก่ ต.ปะกาฮะรัง ต.ตะลุโบะ ต.บาราเฮาะ ระดับน้ำเกือบ 2 เมตร เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านถูกตัดขาด ต้องใช้เรือแทน และระดับน้ำยังได้ขยายเข้าท่วมถนนสายหลัก ทั้งทางเข้าออกตัวเมืองปัตตานี สูงกว่า 50 ซ.ม. ท่วมร้านค้าทั้ง 2 ข้างทางทำให้ต้องปิดร้าน ส่วนตรอก ซอก ซอยหลายสายก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผวจ.ปัตตานี ได้ลงพื้นที่ อ.ยะรัง ที่อยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี และได้รับมวลน้ำจากจ.ยะลา โดยทางจังหวัดได้เร่งแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลังจากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำติดต่อกันกว่า 4 วันแล้ว โดยในพื้นที่จ.ปัตตานีได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 12 อำเภอ 91 ตำบล 462 หมู่บ้าน 21 ชุมชน 26,397 ครัวเรือน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวน 90,042 คน

21ถนน5จังหวัดยังจม
รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ระบุว่า ทช.โดยสำนักบำรุงทาง รายงานถึงสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ว่า มีถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และพัทลุง จำนวน 29 สายทาง สัญจรผ่านได้ 8 สายทาง สัญจรผ่านไม่ได้ 21 สายทาง ดังนี้

จ.นครศรีธรรมราช 1.ถนนสาย นศ.4021 แยก ทล.4151 – บ้านบางคลุ้ง อ.เชียรใหญ่, ชะอวด (ช่วงก.ม.ที่ 14+925 – 17+925) น้ำท่วม 45 ซ.ม.

จ.นราธิวาส 2.ถนนสาย นธ.2003 แยก ทล.42 – บ้านมะนังตายอ อ.ยี่งอ, เมือง (ช่วง ก.ม.ที่ 6+000 – 7+323 ) น้ำท่วม 80 ซ.ม. 3.ถนนสาย นธ.2021 แยก ทล.42 – บ้านคลอแระ อ.บาเจาะ (ช่วง ก.ม.ที่ 5+100 – 5+600) น้ำท่วม 80 ซ.ม. 4.ถนนสาย นธ.2036 แยก ทล.42 – บ้านมูโน๊ะ อ.ตากใบ, สุไหงโกลก (ก.ม.ที่ 17+000 – 17+300) น้ำท่วม 80 ซ.ม.5.ถนนสาย นธ.4001 แยก ทล.4056 – บ้านตันหยงมัส อ.ระแงะ (ก.ม.ที่ 4+400 – 5+600) น้ำท่วม 80 ซ.ม. 6.ถนนสาย นธ.4007 แยก ทล.4136 – ภายในศูนย์ราชการ อ.เมือง (ช่วง กม.ที่ 0+000 – 0+600 ) น้ำท่วม 80 ซ.ม.

7.ถนนสายนธ.4008 แยก ทล.4055 – บ้านป่าไผ่ อ.ระแงะ (ก.ม.ที่ 0+000 -0+600) น้ำท่วม 60 ซ.ม. 8.ถนนสาย นธ.4010 แยก ทล.4057 – บ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง (กม.ที่ 11+300 – 12+000) น้ำท่วม 60 ซ.ม. 9.ถนนสาย นธ.4011 แยก ทล.4055 – บ้านบูเก๊ะซามี อ.จะแนะ, ระแงะ (ก.ม.ที่ 5+000 6+000) น้ำท่วม 60 ซ.ม. 10. ถนนสาย นธ.4013 แยก ทล.4060 – บ้านน้ำวน อ.ศรีสาคร, จะแนะ (กม.ที่ 13+550 – 13+575) น้ำกัดเซาะคอสะพาน 11.ถนนสาย นธ.5027 แยกทางหลวงชนบท นธ.4013 – บ้านบาโงสะโต อ.ระแงะ, ศรีสาคร (ก.ม.ที่ 7+300 – 7+700) ดินสไลด์ 12.ถนนสาย นธ.6038 บ้านโคกยาง – บ้านปลักปลา อ.ตากใบ (ก.ม.ที่ 0+000 – 3+200) น้ำท่วม 60 ซ.ม.

จ.ปัตตานี 13.ถนนสาย ปน.2005 แยก ทล.42 – บ้านท่าช้าง อ.สายบุรี, ไม้แก่น (ก.ม.ที่ 1+800 – 1+900) น้ำท่วม 60 ซ.ม. 14.ถนนสาย ปน.2044 แยก ทล.42 – บ้านกาเยาะมาตี อ.สายบุรี (ก.ม.ที่ 0+000 – 1+000) น้ำท่วม 60 ซ.ม. 15.ถนนสาย ปน.2061 แยก ทล.42 – บ้านสายบุรี อ.สายบุรี (ก.ม.ที่ 4+500 – 5+100 ) น้ำท่วม 80 ซ.ม. 16.ถนนสาย ปน.3011 แยก ทล.409 – บ้านปรีกี อ.โคกโพธิ์, แม่ลาน (ก.ม.ที่ 15+100 – 15+700) น้ำท่วม 60 ซ.ม. 17.ถนนสาย ปน.6083 บ้านบึอราแง – บ้านชะเมา อ.ทุ่งยางแดง (ก.ม.ที่ 1+900 – 3+550) น้ำท่วม 80 ซ.ม.

จ.สงขลา 18. ถนนสาย สข.1023 แยก ทล.4 – บ้านบางเหรียง อ.ควนเนียง (ก.ม.ที่ 5+900 – 8+500) น้ำกัดเซาะคอสะพาน 19.ถนนสาย สข.4051 แยก ทล.4208 – บ้านโล๊ะหนุน อ.ควนเนียง (ก.ม.ที่ 7+500 – 9+000) น้ำท่วม 30 ซ.ม. 20.ถนนสาย สข.4052 แยก ทล.406 – บ้านท่าหยี อ.ควนเนียง (ช่วง กม.ที่ 0+250 – 0+800) น้ำท่วม 40 ซ.ม.

และ จ.พัทลุง 21.ถนนสาย พท.5050 ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อ.ควนขนุน, ระโนด (ก.ม.ที่ 12+000 – 13+000) น้ำท่วม 70 ซ.ม.

ทั้งนี้ ทช.ขอให้ประชาชนโปรดเดินทางด้วยความระมัดระวังในการใช้เส้นทาง หากต้องการสอบถามเส้นทางหรือแจ้งเหตุอุทกภัย แจ้งได้ที่สายด่วน กรมทางหลวงชนบท 1146

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน